วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
Castle of Black Iron 1001-1050
หน้า 1 จาก 327
ตอนที่ระเบิดเจลถูกจุด จางเทีย เห็นเปลวไฟแม้ว่าเขาจะอยู่ห่างไปถึง 70
ไมล์ ตอนที่เขามาถึงเขาก็เห็น หลิวซิง นั ้นโดนปิศาจและพวกแมงมุมต้อนจนมุม....
จริงๆแล้ว จางเทีย สามารถช่วย หลิวซิง ได้ทันทีแต่เขาต้องการที่จะดู
ความสามารถของ หลิวซิง ก่อน
มันเกินกว่าที่ จางเทีย คาดไว้ว่าเจ้าหน้าที่คนนี ้ยังใจแข็งได้แม้ในตอนที่ก าลัง
จะตาย อีกอย่างแล้ว หลิวซิง นั ้นฉลาดอย่างมากกับการฆ่าปิศาจ 3 ตัวในตอนวิกฤต
ได้
ต่อหน้าอัศวินดิน ปิศาจระดับ 9กับระดับ 10 นั ้นอ่อนแอเหมือนมด
จางเทีย ชื่นชมความสามารถของ หลิวซิง แต่ จางเทีย สนใจกับระเบิดเจลที่
หลิวซิง เพิ่งโยนออกมามากกว่า
ภายใต้สายตาของ หลิวซิง จางเทีย ได้เดินบนแมงมุมที่ไหม้อยู่ เขานั่งยองๆ
ลงไปก่อนที่จะท าการตรวจสอบศพนั ้น
เปลือกของแมงมุมเองก็เป็นคาร์บอนแต่เนื ้อของมันนั ้นก าลังลุกไหม้อยู่
จางเทีย เอามือเข้าไปในเปลวไฟและได้หักขาของแมงมุมออกมา เขายกมัน
ขึ ้นมาดูก่อนที่จะสลัดมือแล้วลุกขึ ้น
หลิวซิง ช็อกเมื่อเขาเห็นขาที่ไหม้อยู่นั ้นอยู่ในมือของอัศวินชุดด าซึ่งไม่อาจจะ
ท าอันตรายอัศวินผู้นี ้ได้
“ ระเบิดเจล ? “ - โกลาส พูดอจอกมาด้วยน ้าเสียงแหบแห้งและเย็นชาราว
กับน ้าแข็งที่เสียดสีกับแก้ว
หน้า 1 จาก 327
หน้า 2 จาก 327
“ อืม...ใช่ !” - หลิวซิง แอบกลืนน ้าลาย หลังจากที่ตอบ จางเทีย ไปแล้ว เขา
ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
จางเทีย รู้สึกว่าอีกฝ่ายนั ้นเครียดเล็กน้อย ดังนั ้น จางเทีย จึงพยักหน้าในใจ ‘
แม้ว่าจะถูกช่วยเอาไว้แต่ หลิวซิง ไม่ได้บอกความลับที่เขารู้เรื่องระเบิดเจล เขายังคง
ระวังเหมือนกับพวกทหารในไทเซียที่ท าในตอนวิกฤต ‘
“ ข้าไม่คิดว่าไทเซียจะผลิตระเบิดเจลขนาดเล็กได้ “
หลังจากที่ได้ยินแบบนั ้น หลิวซิง ก็ยังคงเงียบ
จางเทีย แปลกใจในเรื่องนี ้ ในเซลเนสถ้านักสู้มีระเบิดเล็กๆแบบนี ้ พวกเขาก็
สามารถที่จะเอาชนะกองทัพปิศาจระดับ 9 กับพวกซอมบี ้ได้ ตอนนั ้นหน้าที่หลักของ
ยานคือต้องโจมตีเข้าใส่กองทัพปิศาจด้วยระเบิดเจล น่าเสียดายที่จนกระทั่งเซลเนส
พังลงไป กองทัพยานก็ท าฝันให้เป็นจริงไม่ได้ มีแค่การต่อสู้ที่อัพตันที่ท าให้กองทัพ
ปิศาจเสียหายจากการโจมตีของยานด้วยระเบิดเจลเป็นครั ้งแรก
แต่ระเบิดเจลนั ้นถูกปล่อยลงมาจากยานนั ้นมีขนาดใหญ่ แต่ละอันนั ้นหนัก
อย่างน้อย 100 กก. ตั ้งแต่ที่ผลิตระเบิดเจลขึ ้นมา การท าให้มันมีขนาดเล็กลงก็เป็น
ปัญหามาโดยตลอดซง
ึ่ ไมอ่ าจแก้ได้ตงั้แต่จบสงครามศกัดสิ์ ทิธิ์ครัง้ท
ี่แล้ว ไมก่ ี่ปี
ก่อน
ตอนที่ จางเทีย อยู่ในเขตยูซู เขาไม่ได้ยินว่ากองทัพของหน่วยกองทัพ
ตะวันออกเฉียงเหนือมีอาวุธแบบนี ้ด้วย มันเกินกว่าที่ จางเทีย คาดไว้ที่ไทเซียได้ผลิต
ระเบิดเล็กนี่ขึ ้นมาได้ในเวลาไม่กี่ปีและได้เอามาใช้ในการต่อสู้ขนาดเล็กในดินแดน
ธาตุดิน ดูจากสถานการณ์ตอนนี ้แล้วระเบิดขนาดเล็กนี่ไม่อาจจะผลิตได้จ านวนมาก
กองทัพจึงมีระเบิดแบบนี ้จ ากัด ดังนั ้น หลิวซิง จึงมีระเบิดเจลเพียงแค่อันเดียวและใช้
มันในตอนวิกฤต
หน้า 2 จาก 327
หน้า 3 จาก 327
ระเบิดแบบนี ้ไม่ได้อันตรายต่อนักสู้ระดับ 9 ขึ ้นไปมากนัก มันเป็นอันตราย
อย่างมากกับพวกนักสู้ต ่ากว่าระดับ 9 ในสนามรบหากนักสู้พกระเบิดแบบนี ้ 3 อัน
แน่นอนว่าพวกเขาคงเอาชนะกองทัพปิศาจได้แม้ว่าจะ 1 ใน 10 ของมนุษย์จะโดน
ฆ่าไปก็ตาม
การเจอกับปิศาจจ านวนนับหมื่นที่น าโดยแม่ทัพปิศาจในทวีปไว่ ทุกประเทศ
ทั่วทวีปไว่นั ้นแค่ต้องรวบรวมกองก าลังประมาณ 3 ล้านคนและมีระเบิดเจล 9 ล้าน
อัน พวกเขาก็จะรับการสูญเสียแค่ 30% เมื่อเป็นแบบนั ้นพวกเขาก็จะสามารถ
เอาชนะกองทัพปิศาจได้ทุกด้าน
จางเทีย ที่เคยผ่านการต่อสู้ที่เซลเนสมาเข้าใจถึงความพิเศษของระเบิดเจล
ขนาดเล็กนี่ จากมุมมองหนึ่งถ้าอาวุธแบบนี ้สามารถที่จะผลิตออกมาได้จ านวนมาก
กองก าลังของไทเซียคงสามารถที่จะรักษาสมดุลกับพวกกองทัพปิศาจได้ในแนวหน้า
อีกครั ้งแทนที่จะต้องมาเสียเปรียบ
แม้ว่าเขาจะเป็นที่ต้องการตัวอยู่แต่ จางเทีย ก็รู้สึกพอใจกับไทเซีย เทคนิคใน
การให้ระเบิดพวกนี ้นั ้นส าคัญยิ่งกว่าการมีอัศวินสวรรค์มากกว่านี ้อีก 10 คน เพราะ
อาวุธแบบนี ้สามารถที่จะช่วยชีวิตของผู้คนในสนามรบได้นับไม่ถ้วนในอนาคต
ตั ้งแต่ที่เปิดฉากสงครามมา ไม่มีข่าวไหนเลยที่ จางเทีย ได้ยินว่าสงครามนี ้
มันดี ทุกข่าวต่างก็เกี่ยวกับปิศาจนั ้นได้ยึดครองที่ดินและประเทศก็ต้องล่มสลาย
ระเบิดขนดาเล็กนี ้คือข่าวที่น่าตื่นเต้นที่สุดที่ จางเทีย ได้ยินมา
...
“ ข้าขอรู้ชื่อ...ท่านได้รึเปล่า ? “ – หลังจากที่เงียบไปสักพัก หลิวซิง ก็ได้
ถาม จางเทีย ก่อนตอนที่เห็นสายตาของ จางเทีย สั่นไหวแปลกๆ
หน้า 3 จาก 327
หน้า 4 จาก 327
“ เจ้าไม่ต้องรู้ชื่อข้าหรอก ! “ – หลังจากที่ปลอมตัวเป็น โกลาส จางเทีย ก็
ยังคงแสดงท่าทีแปลกๆและเว้นระยะห่างกับผู้คน หลังจากที่มองอย่างไม่พอไปที่ หลิว
ซิง เขาก็ได้พูดขึ ้น – “ ข้าช่วยเจ้าไว้ ข้ากลัวว่าเจ้าน่ะคงไม่โชคดีแบบนี ้ในครั ้งหน้า ข้า
แค่บินผ่านมาทางนั ้นและไม่พบปิศาจ ถ้าเจ้าอยากที่จะกลับไป เจ้าควรเลือกไปทาง
นั ้นดีกว่า ! “
“ ขอบคุณ !” - หลิวซิง ตอบกลับ
“ ข้าชอบพวกกระดูกแข็ง ไอ้หนู รับนี่ไป หวังว่าเจ้าจะโชคดี ! “ -จางเทีย พูด
พร้อมกับโยนยาระดับสูงให้กับ หลิวซิง หลังจากนั ้นเขาก็ได้บินออกไปและหายตัวไป
ในหมอกอันมืดมิด
จริงๆแล้ว จางเทีย ไม่ได้บินไปไกล หลังจากที่บินไปได้ประมาณ 15 ไมล์
เขาก็ยืนยันว่า หลิวซิง นั ้นไม่เห็นเขาอีก เขาหยุดและมอง หลิวซิง ที่ยืนอยู่บนพื ้น
แม้ว่า หลิวซิง จะไม่เห็น จางเทีย แต่ จางเทีย เห็นอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจนด้วย
ตาดอกบัวของเขา
จริงๆแล้ว จางเทีย นั ้นเป็นคนขี ้สงสารแต่เขาน่ะไม่ใช่คนที่รองรับทุกอย่าง
ยกเว้นแค่สถานการณ์ในตอนนี ้ เขาไม่อยากเห็นนักสู้ที่ชื่อ หลิวซิง ต้องโดนฆ่า ดังนั ้น
เขาจึงเตรียมที่จะพาอีกฝ่ายกลับไปที่ป้อมเกราะด าให้ได้อย่างปลอดภัยแต่ฐานะของ
โกลาส ไม่เหมาะที่จะท าแบบนั ้นดังนั ้นแล้วเขาจึงท าได้แค่ปกป้อง หลิวซิง จาก
เบื ้องหลัง
ในทวีปไว่เพื่อนของ จางเทีย ที่ชื่อ หลิวซิง ได้ตายไปแล้ว ในดินแดนธาตุดิน
จางเทีย ไม่ต้องการเห็น หลิวซิง อีกคนต้องตายอีก จางเทีย รู้สึกสบายใจเมื่อเห็นว่า
หลิวซิง ผู้นี ้รอดมาได้
หน้า 4 จาก 327
หน้า 5 จาก 327
ภายใต้สายตาของ จางเทีย หลิวซิง ลังเลไปสักพักก่อนที่จะเปิดขวดยาที่
จางเทีย ให้มากิน ด้วยผลของยาฟื ้นฟูแค่เพียงพักไม่ถึง 2 นาที หลิวซิง ก็ได้กลับไป
ยังที่ที่ระเบิดเจลอันแรกถูกใช้
จางเทีย รู้ว่ามีนักสู้คนหนึ่งได้ตายไปที่นั่น แม้ว่าร่างจะกลายเป็นเถ้าแต่จิต
วิญญาณเขายังดูมั่นคงราวกับคบไฟในความมืดมิด
ตอนที่ จางเทีย เห็นเปลวไฟตอนแรก เขาก็ได้เร่งความเร็วมาที่นี่แต่มันสาย
เกินไปแล้ว เขาเห็นเพียงฉากของนักสู้ที่จบชีวิตตัวเองซึ่งท าให้ จางเทีย ตื ้นตันและท า
ให้เขานึกถึงวันเวลาที่อยู่ในแคมป์ เหล็กโลหิต
หากไม่มีคนที่ใจแข็งแบบนี ้ ไทเซียและคนจีนคงไม่รุ่งเรือง
แม้ว่านักสู้คนนี ้จะต่างกับ จางเทีย มากทั ้งด้านความแข็งแกร่งและฐานะทาง
สังคมแต่ จางเทีย ก็เคารพอีกฝ่าย จางเทีย มีประสบการณ์การต่อสู้นับไม่ถ้วนและเกิด
มาจากคนทั่วไป เขาน่ะมีอารมณ์ร่วมกับนักสู้ผู้นี ้ ในหลายสถานการณ์ จางเทีย ได้เห็น
วิญญาณ วิญญาณการต่อสู้ที่เป็นของนักสู้ที่กล้าหาญ วิญญาณแบบนั ้นคือสันหลัง
ของมนุษย์
มีแค่ในป้อมสิงโต นักสู้จีนกกว่าแสนคนต่างก็ก าลังรับงานของตัวเอง แม้ว่า
พวกเขาจะอ่อนแอกว่าพวกอัศวินแต่คนที่รอดกลับมาได้นั ้นแน่นอนว่าต้องเป็นสันหลัง
ของกองทัพจีนได้แน่
ตอนนั ้นในที่สุด จางเทีย ก็เข้าใจว่าท าไมพวกปกครองของกองทัพนั ้นถึงได้ส่ง
นักสู้มาที่นี่ใหมารับหน้าที่ในดินแดนธาตุดิน
ภายใต้สายตาอันเงียบงันของ จางเทีย หลิวซิง ได้เดินไปที่เถ้าและถอด
หน้ากากของเขาออก หน้าของเขาตอนนี ้เต็มไปด้วยน ้าตา...
หน้า 5 จาก 327
หน้า 6 จาก 327
เขาคุกเข่าลงไปและมองไปยังป้ายชื่อที่ยังอยู่ในเถ้า หลังจากนั ้นเขาก็ได้ตัก
เถ้าใส่ถุงไว้แล้วเก็บป้ายชื่อก่อนจะแบกกระเป๋ าตัวเองแล้วใส่หน้ากาก หลังจากที่ท า
ทุกอย่างเสร็จ เขาก็ได้มุ่งหน้าไปยังทางที่ จางเทีย ได้บอกกับเขา พร้อมกับกัดฟันแน่น
...............
หน้า 6 จาก 327
หน้า 7 จาก 327
จางเทีย บินสูงจากพื ้นไป 50 ม. ตอนมีแมงมุม 4 ตัวที่ซ่อนตัวอยู่ตามต้นไม้
ที่โดนผ่าเป็นสองส่วนแล้วเลือดกระจายไปทั่วพื ้นอย่างเงียบๆ
ตอนที่ จางเทีย ได้ฆ่าแมงมุมพวกนั ้น หลิวซิง ก าลังเดินผ่านหุบเขาอยู่และไม่
รู้ว่ามีแมงมุม 4 ตัวนี ้ซ่อนตัวอยู่ห่างออกไปกว่า 7 ไมล์ที่ด้านหน้าเขานั ้นเพิงจะโดนฆ่า
ไป...
หลังจากผ่านไป 2 วัน หลิวซิง ก็ได้มาถึงชั ้นแรกของภูเขาไทเว่ยและได้เข้า
ไปที่เขตหลักภายใต้การปกป้องของ จางเทีย
ในสองวันที่ผ่านมา จางเทีย ได้ฆ่าแมงมุมไปกว่า 7 ชุดตามเส้นทาง 20
ไมล์ที่ หลิวซิง เดินทางมาโดยรวมทั ้งหมดแล้ว 86 ตัว อีกอย่างแล้วเขาก็จับปิศาจปีก
ได้ 4 ตัว ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
หากเขาฆ่าแมงมุมได้ 360 ตัว เขาก็จะได้ Fruit of Source ของแมง
มุมปิศาจ ด้วยผลไม้นี ้แก่นของ จางเทีย จะเพิ่มขึ ้น 1/12 พลังงานและการเติบโต
ของจุดชีพจรแต่ละจุดจะเพิ่มขึ ้น 1/12 ซึ่งเท่ากับการปลุกจุดชีพจรอีก 82 จุด
นอกจากนี ้แล้วความอึด, แรง, พลังวิญญาณและแก่นชิตก็เพิ่มขั ้น 1/12 บอกโดย
คร่าวๆคือเขาจะแข็งแกร่งขึ ้นมา 1/12 จากเดิม
หากมองดีๆผลของ Fruit of Source นั ้นดีกว่าการดูดซับพลังงานและ
ธาตุดินของปิศาจอีก มันเหมือกนับการเลื่อนไป 1 ขั ้น
แน่นอนว่า จางเทีย ไม่ยอมแพ้กับการได้ผลไม้แบบนี ้มา
ปิศาจปีก 4 ตัวถูกโยนไปที่ Castle of Black Iron ก่อนหน้านี ้ปิศาจ
ปีกพวกนี ้ไร้ประโยชน์กับ จางเทีย และ จางเทีย จะฆ่ามันทีนทีแต่หลังจากที่ จางเทีย
หน้า 7 จาก 327
หน้า 8 จาก 327
ได้เตาหลอมมา ปิศาจปีกก็กลายเป็นวัตถุดิบส าหรับเตาหลอม หากคนอื่นไม่รู้ ปิศาจ
ปีกพวกนี ้ก็จะช่วยเขาได้อย่างมากในอนาคต
ไม่ใช่แค่ปิศาจปีกแต่ปิศาจตัวไหนๆก็สามารถที่จะส่งไปใน Castle of
Black Iron ได้แบบเป็นๆและไม่ได้ให้ผลไม้ที่เป็นประโยชน์กับเขามากนัก แม้ว่า
คนอื่นจะถือว่าเขตหลักนี ้คือที่ที่อันตรายแต่ จางเทีย ถือว่ามันคือแหล่งสมบัติ วัฏจักร
นรก,ต้นไม้เล็กบวกกับเตาหลอมที่สามารถบีบเอาคุณค่ามาจากปิศาจได้
...
หลังจากที่ฆ่าแมงมุมตัวสุดท้ายไป ตอนที่ จางเทีย บินผ่านสันเขาไม่กี่นาที
เขาก็ได้ทะยานขึ ้นไปบนฟ้าและมุมมองของเขาก็เกิดกว้างขึ ้นมา
ในท้องฟ้านั ้น จางเทีย ได้เห็นป้อมปราการที่ลอยอยู่ อัศวินบางคนตระเวนอยู่
ตรงหน้าป้อม
เขาได้เข้ามาในเขตหลักของภูเขาไทเว่ยแล้ว ไกลออกไปเขาเห็นแสงพลังฉี
ต่อสู้และพายุที่โหมกระหน ่าอยู่บนท้องฟ้าทั ้งใหญ่และเล็ก พวกมันราวกับฟ้าร้องใน
ท้องฟ้าที่มืดมิด ควันพลังฉีและพายุนี ้หมายความว่ามีอัศวินอย่างน้อยนับร้อยที่ท า
การต่อสู้กันอยู่ !
แม้ว่าอัศวินพวกนั ้นจะสู้กันอยู่แต่ป้อมปราการนั ้นยังคงดูสงบ ควันพลังฉี
ต่อสู้และพายุนั ้นดูเหมือนสิ่งประดับบนท้องฟ้าซึ่งไม่ได้ท าให้ผู้คนในป้อมนั ้นต้องตึง
เครียด อย่างน้อยก็ในสายตาของ จางเทีย ‘ นี่ใช่การต่อสู้รึเปล่า ? ‘
จางเทีย มองกลับไปและเห็น หลิวซิง
หลังจากที่ผ่านหุบเขานั ้นมา หลิวซิง ก็เพิ่มความเร็วขึ ้น เขาอาจจะรู้ว่ามีฐาน
อยู่ไม่ไกลจากเขา
หน้า 8 จาก 327
หน้า 9 จาก 327
แมงมุมที่ จางเทีย เพิ่งฆ่าไปนั ้นอาจจะเข้าใกล้ฐานมนุษย์มากที่สุด หลังจาก
ที่เข้ามาในเขตลาดตระเวนของมนุษย์ หลิวซิง ก็คงไม่เจอกับพวกปิศาจง่ายๆ
‘ ข้าคงต้องไปแล้ว ในอนาคต พลตรีหลิวซิง ต้องหาทางด้วยตัวเอง ! ‘
จางเทีย เลียปากแล้วมองไปรอบๆสักพัก หลังจากนั ้นเขาก็ได้หลบเส้นทาง
ลาดตระเวนแล้วบินไปยังส่วนที่มีควันและพายุพลังฉี...
...
1 เดือนต่อมาในป้อมพระเจ้าของภูเขาไทเว่ย ชายชรารูปร่างก าย าในเกราะ
สีทองและผ้าคลุมสีเลือดได้มองไปยังป้อมปิศาจที่ลอยอยู่ในหมอกอันมืดมิดพร้อมกับ
พิงไปยังดาบใหญ่ในหอคอยที่สูงที่สุดในป้อมปราการ
มีส่วนก่อสร้างอยู่ด้านล่างป้อมพระเจ้า มันมีทางเข้าขนาดใหญ่ซึ่งน าไปสู่
เหมืองของภูเขาแห่งนี ้ ตอนนั ้นเจ้าหน้าที่นับหมื่นของป้อมยังคงยุ่งอยู่กับการเก็บ
คริสตัลดินและขนมันมาที่ป้อมพระเจ้า ป้อมแห่งนี ้เหมือนกับสัตว์อสูรที่เฝ้ารังของ
ตัวเอง มันนอนอยู่เงียบๆแล้วลับเขี ้ยวเล็บของมันและมองไปยังป้อมปิศาจที่อยู่ไกล
ออกไปด้วยความชิงชัง
ป้อมปิศาจนั ้นก็คือสัตว์อสูรอีกตัวที่มองมายังป้อมมนุษย์ด้วยความเกลียดชัง
ไม่ถึง 400 ไมล์ ควันและพายุพลังฉีนับร้อยได้หมุนวนอยู่บนท้องฟ้าใน
ดินแดนธาตุดิน
อัศวินได้ตายทุกวันระหว่างการต่อสู้ของป้อมปราการทั ้งสอง ในพื ้นที่
ด้านหลังป้อมปราการทั ้งสอง มีมนุษย์และปิศาจสู้กันตามพื ้นดิน อัศวินปิศาจบางตัว
ได้มาถึงด้านหลังของป้อมมนุษย์ มนุษย์เองก็ไปยังส่วนด้านหลังของป้อมปิศาจด้วย
การต่อสู้เกิดขึ ้นทุกที่ คนรึปิศาจต้องหลั่งเลือดและตายไปในทุกวินาที
หน้า 9 จาก 327
หน้า 10 จาก 327
ชายชราในเกราะทองได้มองไปยังป้อมด้วยสายตาที่สงบราวกับบ่อน ้า รอย
ย่นระหว่างคิ ้วของเขาเริ่มชัดเจน รอยย่นธรรมดานั ้นจะดูเล็กและโค้งแต่รอยย่นของ
เขานั ้นตรงราวกับดาบ มันได้ขีดแบ่งที่หน้าผากของเขา อีกอย่างแล้วมันมีรอยย่น
แนวตั ้งสีแดงกล ่าราวกับเพิ่งไปจุ่มเลือดมา มันดูดุดันและน่าตกใจ
ตามต านานแล้วตอนที่ชายชรามายังเนินเขาซวนหยวนเป็นครั ้งแรกและพบ
กับ ชุยคังหยู นักท านายอันดับ 1 ในไทเซีย ชุยคังหยู ได้ถอนหายใจออกมาหลังจาก
ที่มองมาที่เขา – “ รอยย่นแนวตั ้งระหว่างคิ ้วของเจ้าตรงราวกับดาบ มันแยกหน้าผาก
ของเจ้าจากส่วนกลางและผ่าไปยังท้ายทอยของเจ้า จากที่ดูแล้วก่อนที่เจ้าจะมายัง
โลกนี ้ พ่อเจ้าได้ตายไป แม่เจ้าก็ตายเพราะงานหนัก ในอนาคตเจ้าคงยากที่จะมี
ภรรยาที่จะอยู่กับเจ้าไปตลอดได้ แต่ที่ระหว่างคิ ้วของเจ้านั ้นกว้างราวกับทะเลและสูง
ราวกับภูเขาซึ่งบ่งบอกว่าเจ้าจะมีอ านาจและความยิ่งใหญ่ในอนาคตรวมถึงจิตใจที่
แข็งแกร่ง มันยากที่ปิศาจจะก้าวข้ามมันได้ นอกจากการที่เป็นลางร้ายกับครอบครัว
แล้ว มันก็ยังเป็นลางร้ายกับศัตรูด้วย ในอนาคตเจ้าจะมีกองทัพ เจ้าเกิดมาเพื่อเป็นผู้
ป้องกัน เจ้าจะท าให้ไทเซียต้องสูงส่ง แม้เจ้าเกิดมาไม่มีพ่อแม่แต่สิ่งที่เจ้าจะท าใน
อนาคตจะท าให้ผู้คนมากมายมีพ่อแม่ตอนที่พวกเขาเกิดมา แม้ว่าเจ้าจะไม่มีภรรยา
แต่เจ้าจะท าให้ครอบครัวนับพันอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข แม้ว่าเจ้าจะไม่มีลูกแต่เจ้า
จะกลายเป็นพ่อของคนนับไม่ถ้วน เพราะเจ้ารักษาความปลอดภัยให้กับสิ่งมีชีวิตใน
โลกนี ้โดยเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยง ข้าต้องค านับเจ้าในนามของผู้คนในไทเซียและ
สิ่งมีชีวิตบนโลกนี ้...”
แม้ว่ามันจะเป็นครั ้งแรกที่พบกับ ชุยคังหยู แต่อีกฝ่ายก็ยังค านับให้กับเขา
หน้า 10 จาก 327
หน้า 11 จาก 327
หลังจากที่พบกับ ชุยคังหยู ได้ไม่กี่ปี สงครามครั ้งที่สองก็ปะทุขึ ้นมา ชายคนนี ้
ได้เข้าร่วมกองทัพในตอนที่อยู่ระดับ 8 อีกอย่างแล้วเขาได้ร้องขอเข้าไปในดินแดนธาตุ
ดินที่มีการตายมากที่สุดด้วย
ตั ้งแต่ที่เขาเข้ามาในดินแดนธาตุดิน ชายคนนี ้ก็ไม่ได้ออกไปกว่า 200 ปีและ
กลายเป็นคนในต านานที่ดินแดนธาตุดิน
จาการต่อสู้นับครั ้งไม่ถ้วน นักสู้ระดับ 8 ได้กลายเป็นอัศวินสวรรค์และ
ผู้ปกครองป้อมสิงโตในฐานะนายพลเหนือปิศาจ ฐานะของเขาเท่าเทียบกับนายพล
ของกองทัพทั ้งสี่ในไทเซีย เขาได้กลายเป็นเสาหลักของกองทัพในไทเซีย
นักสู้มากมายเข้ามายังดินแดนธาตุดินแต่พวกนั ้นต่างก็ต้องเชื่อฟังเขารวมไป
ถึงผู้สั่งการของกองทัพทั ้งสี่และพวกชนชั ้นสูงอีกทั ้งราชวงศ์ที่มาจากทวีปอื่นด้วย
ชายคนนี ้บอกกับอัศวินมนุษย์ทุกคนที่มายังเขตหลักของภูเขาไทเว่ยว่าควรที่
จะท าตามค าสั่งของเขา แม้แต่ผู้อาวุโสที่น าทีมนิกายไทยิมาก็ไม่กล้าที่จะเข้ามาที่เขต
หลัก
ชายคนนี ้ชื่อ ดูกูยิ
อัศวินมนุษย์หลายคนไม่ได้เห็นปิศาจที่เขาได้ฆ่ามากว่า 200 ปี ชายคนนี ้จ า
ไม่ได้ด้วยซ ้าว่าฆ่าปิศาจไปมากแค่ไหน บางทีมีแค่ปิศาจที่รู้ว่าพวกตัวเองโดนชายคนนี ้
ฆ่าไปมากแค่ไหน ปิศาจนั ้นเกลียดเขาอย่างมาก
------ ใครที่ฆ่า กูดูยิ ได้จะได้รับรางวัลเป็นลอร์ด !
นี่คือค่าหัวของ กูดูยิ ในฝั่งปิศาจ
...
หน้า 11 จาก 327
หน้า 12 จาก 327
กูดูยิ มองไปที่ขอบฟ้าแล้วขมวดคิ ้วเล็กน้อย ความต้องการฆ่าของเขาได้ก่อ
ตัวเป็นควันด าและลอยออกมาจากข้างตัวเขา นี่คือพลังพิเศษของอัศวินสวรรค์ ไม่มี
ใครรู้ว่าอัศวินสวรรค์ที่อยู่ที่นี่มากว่า 200 ปี
และอย่ใูนสงครามศกัดสิ์ ทิธิ์มาถ
ึ
งสองครัง้
นั ้นคิดอะไรอยู่
ลมเย็นพัดเข้ามาพร้อมกับมีอัศวินในเกราะฟ้าปรากฏตัวขึ ้นมา หลังจากที่สั่น
ไหวราวกับเงาในน ้าได้สักพัก มันก็ได้เดินออกมาจากไอและมายืนอยู่ด้านหลัง กูดูยิ
พร้อมกับป้องมือ
“ ลอร์ด ! “
“ เป็นยังไงบ้าง ” - นายพลเหนือปิศาจถามออกมาอย่างใจเย็นโดยไม่หัน
กลับมา
“ มีความวุ่นวายที่ด้านหลังป้อมปิศาจไม่กี่วันก่อนจริง อัศวินมนุษย์คนหนึ่ง
ได้ท าลายฐานลับด้านหลังป้อมปิศาจและฆ่าอัศวินปิศาจ 5 ตัวรวมไปถึงปิศาจอัศวิน
ดิน 1 ตัวและนักสู้ปิศาจมากมายที่ต ่ากว่าระดับ 15 หลังจากที่สูญเสียครั ้งใหญ่
ป้อมปิศาจก็ได้ส่งปิศาจเงาออกมาเพื่อจัดการปัญหา...”
“ คนนั ้นเป็นใครกัน ? “
“ ข้าเองก็ไม่รู้! “ ชายคนนั ้นตอบกลับตามตรง เขาไม่ได้รู้สึกอายเลยสักนิด
– “ แต่ข้ามั่นใจว่ามันต้องไม่ใช่หนึ่งในพวกเราแน่ ! “
อยู่ๆ กูดูยิ ก็หรี่ตาพร้อมกับที่ไอด าข้างตัวเขาแข็งทื่อไป....
หน้า 12 จาก 327
หน้า 13 จาก 327
“ เขาไม่ใช่คนของเรา ...” – นายพลเหนือปิศาจหัวเราะออกมา ในเวลา
เดียวกันควันข้างตัวเขาก็ระเหยไปในเสี ้ยววินาที รอยย่นรูปดาบระหว่างคิ ้วก็เริ่มกว้าง
ขึ ้นราวกับดาบนั ้นจะพุ่งออกจากฝักออกมาท าการฆ่าฟัน – “ ถ้าคนนี ้รอดจากการไล่
ล่าของปิศาจได้ ข้าอยากที่จะพบเขา “
“ เขามีพรสวรรค์จริงๆแต่มันไม่ง่ายที่อัศวินดินจะรอดจากการไล่ล่าของ
ปิศาจเงาได้ ! “-อีกคนตอบกลับ – “ เราจะ....”
กูดูยิ ยกมือขึ ้นขัด – “ เงินทองและต าแหน่งนั ้นเป็นเรื่องของโชคชะตา เมื่อเรา
มายังภูเขาไทเว่ย การตายนั ้นเป็นเรื่องปกติแม้แต่ส าหรับอัศวิน เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อหา
ผู้มีพรสวรรค์แต่จัดการกับปิศาจ ถ้าเขามีพรสวรรค์จริง เขาจะรอดแม้ว่าจะโดนปิศาจ
เงาไล่ตาม ถ้าเขาตาย เขาก็แค่คนธรรมดา มีแค่พวกที่รอดมาได้เท่านั ้นที่จะมีสิทธิ
ได้รับค าชม ถ้าเขาตาย เขาก็แค่ท าตามหน้าที่ตัวเองในการเป็นอัศวินมนุษย์และไม่ได้
ไร้ค่า....”
จากการต่อสู้กว่า 200 ปีในดินแดนธาตุดิน ชายชราคนนี ้ได้ยืนอยู่ใน
หอคอยที่สูงที่สุดและคิดว่าการตายนั ้นเป็นเรื่องปกติ
อัศวินที่ยืนด้านหลังตั ้งใจฟังโดยไม่ขัด เพราะค าพูดของชายชรานี ้ถูกต้องใน
สายตาลูกน้องของชายชรา ชายชราไม่เคยท าผิดพลาดและไม่มีทางที่จะท าผิดพลาด
ได้
“ เฟิ งยี่เสี่ยว ของนิกายไทยิเป็นยังไงบ้าง ? “
“ เฟิ งยี่เสี่ยว และทีมอัศวินของนิกายก าลังสู้ที่ส่วนนอกของชั ้นแรก ! “-
แม้ว่าอัศวินด้านหลัง กูดูยิ จะตอบอย่างใจเย็นแต่ค าพูดของเขาก็ชัดแล้วว่ามีอคติและ
ไม่พอใจ – “ ก่อนหน้านี ้ เฟิ งยี่เสี่ยว ตั ้งใจที่จะฆ่าปิศาจเงาในภูเขาไทเว่ยกับทีมของ
หน้า 13 จาก 327
หน้า 14 จาก 327
เขาเพื่อให้ได้ที่ดินส าหรับนิกายและเพิ่มผลงานตัวเองกับนิกายแต่เขาไม่คิดว่าปิศาจ
เงานั ้นจะโดนอัศวินดินคนอื่นฆ่าตัดหน้าไปก่อน ดังนั ้น เฟิ งยี่เสี่ยว จึงเสียหน้าและรู้สึก
เหมือนโดนตบหน้า ! “
“ชายที่ฆ่าปิศาจเงานั่นชื่อ คุยหลี่ ใช่มั ้ย ? “
“ ใช่ คุยหลี่ ได้เข้ามาในดินแดนธาตุดินเมื่อ 3 ปีก่อน บอกกันว่าเขามี
ประสบการณ์พิเศษในภูเขาแห่งหนึ่งและได้รับสูตรมังกรไฟมาซึ่งเป็นสิ่งที่นักพรตมังกร
ไฟทิ ้งไว้ เมื่อ 3 ปีก่อนอัศวินหลายคนได้ไปส ารวจพีระมิด เพราะการโจมตีของอัศวิน
ปิศาจและอัศวินกลุ่มสามตา คุยหลี่ เจอกับปัญหามากมาย ยังบอกกันว่า คุยหลี่ นั ้น
ได้ตายไปในพีระมิดด้วยความถูกต้องของเขา ข้าไม่คิดว่าชายคนนี ้จะขึ ้นมาเป็นอัศวิน
ดินได้ในตอนที่อยู่ในพีระมิดแค่ 2 ปีและรอดกลับมาได้ ! “ –อัศวินคนนั ้นลังเล
เล็กน้อยก่อนจะถามออกมา – “ ท่านลอร์ด ท่านคิดว่า คุยหลี่ ผู้นี ้จะ...”
นายพลหรี่ตาลงและถามออกมา – “ กวนเฉียนชง เจอเขารึยัง ? “
“ เจอแล้ว อีกอย่าง กวนเฉียนชง ก็ยังเห็นด้วยกับการให้รางวัลเขา...”
นายพลเผยรอยยิ ้มออกมา - “ ถ้าอย่างนนั้ชายคนน
ี
ก้็ต้องบริสทุ ธิ์ถ้าม
ี
ปัญหาอะไร เขาคงผ่านการสอบสวนของ กวนเฉียนชงไปไม่ได้เพราะ กวนเฉียนชง นั ้น
คือประตูนรก มีทักษะมากมายในโลกนี ้ ไม่มีใครกล้าบอกว่าเขารู้ทั ้งหมด เมื่อ คุยหลี่
ได้สูตรมังกรไฟซึ่งหายไปนานมา เขาต้องมีโชค ชายคนนี ้มีประสบการณ์พิเศษใน
พีระมิด นอกจากนี ้แล้วเขายังฆ่าปิศาจเงาได้ เขาต้องเป็นคนที่ได้รับการอวยพรแน่ ! “
“ แต่ คุยหลี่ อาจจะไม่รู้ว่าเขาได้ท าให้ เฟิงยี่เสี่ยว ไม่พอใจ เฟิ งยี่เสี่ยว นั ้น
เจ้าคิดเจ้าแค้น หลังจากที่เสียหน้า เขาต้องไปหาเรื่อง คุยหลี่ เป็นแน่ ! “
หน้า 14 จาก 327
หน้า 15 จาก 327
“ ด้วยการที่มีอัศวินเงาคอยอยู่กับเราอีกคน มันก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องแย่ ไม่ว่า
ยังไงก็ตาม เฟิ งยี่เสี่ยว และนิกายไทยิก็ไม่ยอมแพ้ให้กับปิศาจ อย่าหงุดหงิดไปเลย
เมื่อ คุยหลี่ สามารถออกจากพีระมิดมาได้ เขาอาจจะมีความส าเร็จครั ้งใหญ่ ใน
อนาคต เฟิ งยี่เสี่ยว อาจจะบังคับให้ คุยหลี่ แสดงพรสวรรค์ของเขาออกมา ! “
ด้วยประโยคง่ายแต่คมคายเป็นการแสดงความฉลาดในเรื่องโลกของเขา
“ เนินเขาซวนหยวนนั ้นตามใจนิกายมากเกินไป สงครามตอนนี ้เริ่มเดือดขึ ้น
มาแล้ว การโจมตีของปิศาจก็เหมือนกับคลื่นแต่นิกายพวกนี ้กลับต้องการที่จะเก็บขุม
ก าลังตัวเองเอาไว้ พวกนี ้ไม่รู้รึไงว่ามันไม่มีไข่หรอกหากรังพังไป ? ถ้าไทเซียโดน
ปิศาจพัง นิกายเหล่านี ้ก็ไม่มีที่จะอยู่ ! ข่าวลือนั่นจริงรึเปล่า ? จักรพรรดิซวนหยวน
...”
นายพลหันกลับมาทนทัและมองไปยังอัศวินด้านหลังพร้อมกับแผ่พลังฉีของ
อัศวินออกมา
ก่อนที่จะพูดจบ อัศวินคนนั ้นก็ปิดปากเงียบ เขาต้องถอยไปหนึ่งก้าวพร้อม
กับมุมปากที่มีเลือดไหลออกมาแต่เขาก็ยังมองไปที่ตาของนายพล
หลังจากนั ้นกว่าครึ่งนาที แสงในตาอันสูงส่งของนายพลก็จางหายไปช้าๆ – “
จ าไว้ สนามรบของเราคือดินแดนธาตุดิน เรื่องของเนินเขาซวนหยวนไม่ได้เกี่ยวอะไร
กับเรา ในฐานะทหารของไทเซีย งานของเรามีแค่การฆ่าปิศาจหากเรายังมีชีวิตอยู่ ไม่
ว่าจะเกิดอะไรขึ ้นที่ผิวดิน มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเรา “
“ เข้าใจแล้ว ! “-อัศวินปาดเลือดที่มุมปากและตอบกลับ
ไอได้ปรากฏขึ ้นมาในหอคอยอีกครั ้งพร้อมกับอัศวินที่ได้รับค าสั่งนั ้นได้โดด
เข้าไปในไอราวกับเงาก่อนจะหายไป...
หน้า 15 จาก 327
หน้า 16 จาก 327
แค่เพียงครึ่งนาทีป้อมแหง่นี ้ก็เดือดขึ ้นมา อัศวินนับไม่ถ้วนในป้อมได้หยุดสิ่ง
ที่ตัวเองท าและเตรียมการรับมือการต่อสู้อย่างรวดเร็ว....
นายพลหันกลับมาและมองไปที่ป้อมปิศาจที่อยู่ไกลออกไป แค่ในตอนที่ไม่มี
คนอยู่ข้างเขา นายพลถึงได้แสดงสีหน้ากังวลออกมา
ไม่มีใครรู้ว่า กูดูยิ นั ้นคิดอะไรอยู่
ส าหรับชายชราที่สู้ในดินแดนธาตุดินกว่า 200 ปีและผ่านสงครามมาถึง 2
ครั ้ง แม้ว่าการต่อสู้ครั ้งใหญ่ในภูเขาไทเว่ยนี ้จะเกี่ยวข้องกับคริสตัลดินนับล้านชิ ้นแต่
นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ กูดูยิ กังวล เอาจริงๆแล้วผลของการรบ แม้แต่ชีวิตของอัศวินมนุษย์นับ
หมื่นรึชีวิตของเขาเองก็ไม่ใช่เรื่องต้องกังวล
การต่อสู้ระหว่างมนุษย์และปิศาจซึ่งเอาให้แม่นย าคือคนจีนกับปิศาจ
ส าหรับคนจีนแล้วผลของการต่อสู้ 1 รึ 22 ครั ้ง ชีวิตของอัศวินมนุษย์ 10,000-
20,000 คนรวมไปถึงชีวิตของอัศวินสวรรค์อย่าง กูดูยิ นั ้นไม่ใช่เรื่องร้ายแรง แม้ว่า
ป้อมสิงโตซึ่งแสดงพลังสูงสุดและเป็นทางผ่านไปยังผิวโลกจะพังลงสักวันแต่นั่นก็ไม่ใช่
เรื่องใหญ่ ก่อนภัยพิบัติ มนุษย์ไม่ได้มีพลังอะไรในดินแดนธาตุดินแต่พวกเขาก็ยังรอด
มาได้
มนุษย์อาจจะแพ้การต่อสู้ครั ้งนี ้ อัศวินกว่าหมื่นคนที่เข้าร่วมการต่อสู้รวมไป
ถึง กูดูยิ อาจจะตายแต่โดยพื ้นฐานแล้วมันก็ไม่ส าคัญ สิ่งที่น่ากังวลมากที่สุดคือ
ไทเซียสามารถที่จะแบกรับความผิดพลาดได้รึเปล่าหลังจากที่แพ้การต่อสู้แบบนี ้สัก
100 ครั ้งและเสียอัศวินสวรรค์อย่าง กูดูยิ ไปสัก 100 คน องค์ประกอบส าคัญ
ส าหรับไทเซียคือทนให้ได้ตลอดและเผชิญหน้ากับปิศาจอย่างต่อเนื่อง
หน้า 16 จาก 327
หน้า 17 จาก 327
ตอนนั ้นสิ่งที่นายพลกังวลมากที่สุดคือปัญหาที่เนินเขาซวนหยวนก าลัง
เผชิญหน้าอยู่ไม่ใช่เรื่องของดินแดนธาตุดิน
หนึ่งปีก่อนที่สงครามครั ้งที่สามจะเริ่ม จักรพรรดิซวนหยวน หายตัวไป ไม่มี
ใครรู้ว่าเขาไปไหน ตอนแรกเนินเขาซวนหยวนสามารถที่จะปกปิดเรื่องนี ้ได้โดยบอกว่า
จักรพรรดินั ้นท าการบ่มเพาะแต่ข้อแก้ตัวนั ้นใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว
ผู้สืบทอดเองก็รู้หลังจากที่จักรพรรดิหหายตัวไป 1 ปี ตอนแรกมีแค่ชั ้น
ปกครองและน้อยคนนักที่รู้ถึงข่าวนี ้ เมื่อเวลาผ่านไป ผลต่อเนื่องหลังจากที่จักรพรรดิ
หายตัวไปก็เกิดขึ ้น ไม่ใช่แค่ที่เนินเขาซวนหยวน แม้แต่คนธรรมดาก็ยังรู้เรื่องงนี ้แต่ไม่มี
ใครกล้าพูดมันออกมา.
หลังจากที่จักรพรรดิหายตัวไป ทั ้งไทเซียและคนจีนต่างก็เสียผู้น าไปในตอน
วิกฤต ขุมก าลังมืดมิดก็เพิ่มขึ ้นไปทั่วทวีปตะวันออก องค์ประกอบที่ไม่คาดคิดนั ้นได้
พัฒนาขึ ้นมาอย่างรวดเร็ว
ไม่กี่เดือนก่อนการปะทุของคลื่นธาตุได้ท าให้ทั ้งดินแดนธาตุช็อก ตอนนั ้น
แม้แต่ กูดูยิ ก็คิดว่าเป็นเจ้าชายที่ได้สร้างจักระดินขึ ้นมาด้วยวิธีของความรู้ชั ้น
จักรพรรดิและสามารถครองบัลลังก์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อจักรพรรดิหายตัวไป
เจ้าชายสามารถที่จะเอาชนะทายาทได้นั ้นไม่ใช่ข่าวดีแน่
นายพลเหนือปิศาจกังวลเรื่องนี ้มาหลายเดือน เขารู้สึกว่ามันไม่ได้มีอะไรแย่
ไปกว่าตอนนี ้แล้วแต่เขาก็พบว่าไม่มีเจ้าชายคนไหนเลยที่สร้างจักระดินขึ ้นมาด้วย
ความรู้ชั ้นจักรพรรดิ
หน้า 17 จาก 327
หน้า 18 จาก 327
ข่าวนี ้เพิ่งจะยืนยันเมื่อวานนี ้ จากการตรวจสอบมาหลายเดือนของผู้อาวุโสที่
ศูนย์ลงทะเบียน ในที่สุดพวกเขาก็ยืนยันมันซึ่งมันน่าตกใจยิ่งกว่าการหายตัวไปของ
จักรพรรดิอีก
‘ ถ้าไม่ใช่เจ้าชายที่ฝึกสูตรเทพซวนหยวน แล้วจะเป็นใครกัน ? นอกจากสูตร
เทพซวนหยวนแล้วยังมีความรู้ชั ้นจักรพรรดิอย่างอื่นในโลกด้วยเหรอ ? ‘
หากเขาคิดถึงค าถามนี ้ โดยเฉพาะการหาค าตอบที่แย่ที่สุด แม้แต่นายพลที่
มักจะเมินเฉยต่อชีวิตตัวเองก็ยังรู้สึกกลัวในใจ....
หากไม่มีจักรพรรดิ แม้ว่ากองก าลังราชวงศ์จะไม่กลัวพวกนิกายชั ้นสูง แต่
สมดุลระหว่างนิกายทั ้งเจ็ดกับราชวงศ์จึงรักษาเอาไว้ได้มานับร้อยปีนั ้นในที่สุดจะพัง
ลงไป
ถ้าเนินเขาซวนหยวนขาดผู้น า ไทเซียก็จะเสียการปกครอง ผู้สืบทอด,ศาล
และพวกตระกูลใหญ่ ทุกคนจะรู้สึกไม่ปลอดภัยบวกกับปัญหาที่วิหารเอื ้อมสวรรค์ได้
สร้างขึ ้นมา ไทเซียอาจจะต้องเจอกับความวุ่นวายครั ้งใหญ่จากากรรุกรานภายนอก
และปัญหาภายใน ก่อนที่ปิศาจจะได้เข้ามา ไทเซียอาจจะมีปัญหาภายในครั ้งใหญ่
แล้วก็ได้
ตอนที่เกิดปัญหาภายในขึ ้น หากไทเซียทุ่มก าลังทั ้งหมดมาเอาชนะปิศาจใน
ดินแดนธาตุดิน ไทเซียก็จะพ่ายแพ้บนผิวดิน นี่คือสิ่งที่นายพลเหนือปิศาจกังวล
ความกังวลนี ้คงแก้ไข่ไม่ได้อย่างน้อยก็ตอนนี ้
ถ้าจักรพรรดิปรากฏตัวได้ทัน ปัญหานี ้ก็จะแก้ได้โดยง่ายแต่ถ้าเขาปรากฏตัว
ช้าไปเล็กน้อย ปิศาจคงไม่เปิดโอกาสให้ไทเซียแม้ว่าจักรพรรดิจะต้องการแก้ปัญหานี ้ก็
ตาม....
หน้า 18 จาก 327
หน้า 19 จาก 327
1 ชม.ต่อมา อัศวินมนุษย์กว่า 12,000 คนก็ได้บินออกมาจากป้อมราวกับ
ผึ ้งแตกรังจนอัดแน่นเต็มไปทั่วท้องฟ้า
ไม่ถึง 1 ในล้านคนที่อยู่บนผิวโลกที่จะเห็นอัศวินมนุษย์กว่า 10,000 คน
บินมาด้วยกันแบบนี ้
ตอนที่จ านวนมากถึง 10,000 คน มันก็เหมือนเริ่มไม่รู้จบ กว่าหมื่นคนเริ่ม
ที่จะปกคลุมเต็มไปทั่วท้องฟ้า ...
เอาให้แม่นย าคือมีอัศวินกว่า 12,474 คนที่เข้าร่วมการโจมตี กว่า 95%
นั ้นเป็นอัศวินเหล็กด า ส่วนที่เหลือนั ้นเป็นอัศวินดินและอัศวินเงา
อัศวินเหล่านี ้มาจากทั่วทุกประเทศ จ านวนของอัศวินจีนจากไทเซียนั ้นมีมาก
ที่สุด พวกที่มาจากทวีปตะวันตกนั ้นอยู่อันดับสองและยังมีอัศวินหลายคนที่มีผมสีแดง
,ตาสีฟ้าและสีผิวต่างๆ
12474 นั ้นคือตัวเลขที่พิเศษซึ่งสามารถหารได้โดยไม่มีเศษด้วย 81
ท าไม ? เพราะนี่คือตัวเลขที่ใช้ในรูปแบบ 3 ใน 1 คือ 3 รูปแบบ 3 ใน 1
สามารถท าให้ใหญ่กว่าเดิมได้โดยใช้สมาชิก 9 คน แบบที่ใหญ่ขึ ้นมาก็ต้องใช้ 27คน
ส่วนที่ใหญ่ขึ ้นไปอีกอย่างรูปแบบทองก็ต้องใช้ 81 คน
มันคือขั ้นที่เพิ่มขึ ้น 3,9,27,81 ซึ่งไล่เป็นเหล็ก,ทองแดง,เงินและทอง
12474 คนนี ้สามารถท ารูปแบบทองได้ 154 อัน รูปแบบทองพกวนี ้ส
รามารถกลายเป็นหน่วยที่ใหญ่กว่าเดิมได้ด้วย
ในบรรดาอัศวิน 12474 คนที่บินออกไปพร้อมกันนี ้ มันมีเพื่อนเก่าของ จาง
เทีย 3 คนซึ่งคือ ฟิ ลตัน, เซลิก้า และ โบแลม
หน้า 19 จาก 327
หน้า 20 จาก 327
ในตอนที่พวกเขาบินออกไปนั ้น แค่เพียงมองหน้ากัน ทั ้งสามก็เชื่อมต่อการ
รับรู้และสร้างรูปแบบ 3 ใน 1 ขึ ้นมาในเสี ้ยวพริบตา....
...
เฟิ งคังวูที่ จางเทีย ไม่ได้เจอมานานก็อยู่ที่นี่ด้วย เขาไว้หนวดยาวเหมือนกับ
ลุงที่ไปนั่งกินเหล้าในผับ เทียบกับเมื่อสามปีก่อนแล้ว ความเฉียบคมและความมั่นใจ
ของเขาได้ฟื ้นคืนกลับมาแล้ว สนามพลังฉีของเขาตอนนี ้แข็งแกร่งมากกว่าเดิม
มีขวดน ้าที่ข้อมือของเขา ก่อนที่จะเข้าร่วมการต่อสู้ครั ้งใหญ่ เขาได้เอาขวด
น ้าของเขามาเปิดกิน
“ เหลือให้ข้าบ้าง !” - เพื่อนที่อยู่ข้าง เฟิ งคังวู ตะโกนขึ ้นมา เฟิ งคังวู มองไป
ที่ชายคนนั ้น หลังจากาที่ดื่มเข้าไปเล็กน้อยเขาก็ได้โยนขวดให้กับอัศวินอีกคนที่อยู่
ข้างๆ อัศวินคนที่สามกินจนหมดขวดพร้อมกับเลียปากแล้วถอนหายใจออกมา “
อร่อยจริงๆ..” -สุดท้ายเขาก็โยนขวดเปล่าคืนให้กับ เฟิ งคังวู
มันคือยารักษารอบด้านที่อยู่ในขวด มันคือสินค้าล่าสุดของเมืองจินวูซึ่ง
ส่งผลของยาได้อย่างรวดเร็ว
‘ มา ! ‘ เฟิ งคังวู ตะโกนในใจ อีกอย่างแล้วเขาได้เกิดการรับรู้ของอัศวินและ
เชื่อมต่อกับอัศวินอีกสองคนเพื่อสร้างรูปแบบ 3 ใน 1....
แค่เพียงไม่กี่วินาทีอัศวินกว่า 12474 คนก็ได้กลายเป็นรูปแบบ 3 ใน 1
กว่า 4158 กลุ่ม ผลก็คือพื ้นที่หลักใสนภูเขาไทเว่ยนั ้นปกคลุมไปด้วยเมฆพลังฉีต่อสู้
ในสถานการณ์นี ้อัศวินคนหนึ่งต้องร่วมมือกับเพื่อนสองคนเพื่อสร้างรูปแบบ
3 ใน 1
หน้า 20 จาก 327
หน้า 21 จาก 327
ในตอนที่ 4158 หน่วยได้ก่อตัวขึ ้นมานั ้นก็ได้มีร่างหนึ่งซึ่งปกคลุมไปด้วย
แสงสีทองบินออกมาจากหอคอยและได้มายังจุดที่สูงที่สุดในหมู่อัศวิน ในเวลาเดียว
กันแสงสีทองนั ้นก็ได้พุ่งขึ ้นไปบนฟ้าจากชายคนนั ้น การรับรู้ของอัศวินที่เฉียบคม
กว่าเดิมได้เข้าครอบคลุมพื ้นที่หลายสิบตารางไมล์ อัศวิน 12474 คนได้เปิดการรับรู้
ของตัวเองพร้อมกัน หลังจากที่เชื่อมต่อกับแสงสีทองนี ้แล้ว การรับรู้ของอัศวินทั ้งหมด
ก็ยกขึ ้นไปอีกระดับเหมือนกับหยดน ้าที่ไหลรวมลงไปที่แม่น ้าก่อนที่จะไหลไปสู่ทะเล
ค าสั่งได้ปรากฏขึ ้นมา....
อัศวินเริ่มที่จะสร้างรูแปบบทองค าของสมาชิก 9 คนโดยอัตโนมัติ รูปแบบ
ทองแดงของสมาชิก 9 คนนั ้นจะกลายเป็นรูปแบบเงินได้โดยการเชื่อมต่อกับอีก 2
หน่วยในรูปแบบทองแดง รูปแบบเงิน 3 อันเชื่อมต่อกันจะกลายเป็นรูปแบบทองซึ่งมี
สมาชิ 81 คน รูปแบบทอง 154 หน่วยนั ้นในที่สุดก็สร้างการรับรู้ของอัศวินในระดับ
ที่ไม่คาดคิดออกมาได้
จากการเชื่อมต่อเป็นรูปแบบ 3 ใน 1 ขบวนขนาดใหญ่ของอัศวินกว่า
12,000 คนก็ค่อยๆเปลี่ยนรูปร่างเพื่อเดินหน้าต่อไป
ตอนนั ้นอัศวิน 12474 คนเริ่มที่จะแบ่งปันการรับรู้ของกัน ความรู้สึกและ
การรับรู้ของทุกคนได้ยกขึ ้นไปอีกระดับ
ตอนนั ้นอัศวินเหล็กด านั ้นสามารถที่จะรู้สึกถึงการรับรู้ของอัศวินดินได้
อัศวินดินสามารถที่จะรู้สึกถึงการรับรู้ของอัศวินเงา อัศวินเงาเองรับรู้เท่ากับอัศวิน
สวรรค์ มีแค่อัศวินสวรรค์เท่านั ้นที่มีการรับรู้สูงที่สุดในขบวนขนาดใหญ่นี ้
นอกจากการรับรู้ของอัศวิน ทะเลพลังฉีของทุกคนก็ได้ท าการเชื่อมต่อกันและ
สามารถโจมตีและป้องกันให้กันได้
หน้า 21 จาก 327
หน้า 22 จาก 327
ล าแสงหลายเส้นได้พุ่งขึ ้นจากขบวนนี ้ อัศวินแต่ละคนนั ้นจะได้รับความ
แข็งแกร่ง,ความเร็ว, ความสามารถในการฟื ้นตัวและการป้องกันที่เพิ่มขึ ้น....
มันก็เหมือนกับกงล้อทองค าที่ประกอบด้วยใบมีด 154 อัน ขบวนนี ้ได้บินไป
ยังป้อมปิศาจด้วยท่าทีที่แข็งแกร่ง
ตอนที่ขบวนมนุษย์มาถึงได้ครึ่งทาง พวกเขาก็ต้องเจอกับขบวนปิศาจที่
ขวางทางอยู่
ขบวนปิศาจนั ้นมีจ านวนกว่า 14,000 ตัวและมีขบวนรูปแบบที่เยอะกว่า
นอกจากนี ้แล้วขบวนของปิศาจก็แอบอยู่ในหมอกมืด มันเหมือนกับปากขนาดใหญ่ซึ่ง
เปลี่ยนรูปร่างไปเรื่อยๆราวกับจะกลืนกินจักรวาล
ปิศาจหัววัวที่สูงกว่า 3 ม.ยืนอยู่ที่จุดสูงสุดของขบวนมัน มันถือขวานที่ลุก
ไหม้ไปด้วยไฟในมือและมองไปยังขบวนมนุษย์ด้วยสายตาที่ดุร้าย
“ ดูกูยิ คริสตัลดินทั ้งหมดที่นี่ถูกขุดแทบหมดแล้ว เหมืองนี ้จะร้างในอีก 2
เดือน เจ้ายังต้องการเปิดการต่อสู้อยู่อีกงั ้นเหรอ ?”
ปิศาจอัศวินสวรรค์ร้องออกมาเสียงดังราวกับฟ้าผ่า
“ แน่นอน การต่อสู้ไม่มีทางจบลงจนกว่าปิศาจจะโดนก าจัด ! “
เสียงของนายพลเหนือปิศาจดังขึ ้นมา
หลังจากที่ได้ยินแบบนั ้นขวาดใหญ่ในมือปิศาจอัศวินสวรรค์ก็ลุกไหม้รุนแรง
ขึ ้นไปอีก ในเวลาเดียวกันปิศาจก็ได้หัวเราะออกมา – “ จักรพรรดิซวนหยวน ของเจ้า
หายตัวไปมาหลายปี เขาอาจจะตายไปแล้วก็ได้ ไทเซียน่ะต้องตกอยู่ในความวุ่นวาย
หน้า 22 จาก 327
หน้า 23 จาก 327
เจ้ายังต้องการที่จะใช้อัศวินจากทวีปตะวันตกและทวีปอื่นเพื่อให้ไทเซียรักษาความ
ได้เปรียบจากทวีปอื่นในตอนที่วุ่นวายแบบนี ้อีกงั ้นเหรอ ? “
ค าพูดของปิศาจนั ้นตรงประเด็นอย่างมาก
“ แกนไดซ์ ดูจากค าพูดของเจ้าแล้ว ข้าต้องฆ่าเจ้า ! “ – นายพลเหนือปิศาจ
ตอบกลับด้วยสีหน้านิ่งแต่น ้าเสียงเย็นชา
“ ฮาฮา ข้าได้เก็บหัวมนุษย์กว่า 100 คนมีทั ้งอัศวินเหล็กด า, อัศวินดินและ
อัศวินเงา ยกเว้นแค่อัศวินสวรรค์ ...”
...
อัศวินกว่า 20,000 คนได้เข้าปะทะกันกันโดยไม่มัวรีรออะไรอีก...
บนท้องฟ้าเสียงนับหมื่นดังราวกับสายฟ้าดังขึ ้นมาพร้อมกันราวกับว่า
ดวงดาวที่เกิดขึ ้นมาจะสลายไปในเสี ้ยววินาที...
หมอกด าที่ปกคลุมระยะ 100 ตร.ไมล์นั ้นกระจายตัวออกเพราะคลื่น
กระแทกที่เกิดจากการปะทะกัน อีกอย่างแล้วพื ้นตรงเขตหลักเริ่มจะสั่นสะเทือนราว
กับกลองที่ถูกตีโดยค้อนสวรรค์ พื ้นดินด้านล่างเขตปะทะกันนั ้นแตกออกจากกันจน
ท าให้เกิดรอยแตกยาวกว่าพันเมตร ภูมิประเทศบางเขตได้เปลี่ยนไปในเสี ้ยวพริบตา
สิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอที่ไม่ได้หนีเพราะมีศพมากมายที่นี่ต่างก็รีบกลับเข้าถ ้าตัวเองและไม่
กล้าที่จะโผล่หัวออกมา
อัศวินทั ้งสองฝั่งกว่าสองหมื่นชีวิตได้เข้าปะทะกันราวกับพระเจ้าที่ก าลังคุ้ม
คลั่ง....
หน้า 23 จาก 327
หน้า 24 จาก 327
ขบวนของปิศาจอ้าปากของมันกว้างและต้องการที่จะกลืนกินขบวนมนุษย์
แต่ขบวนมนุษย์ต้องการที่จะแยกขบวนปิศาจเป็นชิ ้นๆแล้วฉีกกระชากมัน
ด้วยการเจอการปะทะที่ดุเดือดแบบนี ้ ความแข็งแกร่งส่วนตัวนั ้นเป็นสิ่ง
เล็กน้อย แม้แต่อัศวินสวรรค์ก็ต้องตายในเสี ้ยววินาทีในการปะทะนี ้
การโจมตีแต่ละครั ้งที่ถือว่าเล็กน้อยนั ้นเกิดจากขบวนที่มีอัศวิน 81 คน ส่วน
การโจมตีที่รุนแรงที่สุดนั ้นคือการโจมตีของอัศวินนับหื่น
ตามพลังฉีต่อสู้ของอัศวินทุกคนในขบวนแล้วมันได้ก่อเกราะพลังฉีขนาด
ใหญ่เพื่อตอบรับการโจมตีของอีกฝ่าย
ก็คล้ายกัน แม้ว่าจะได้รับการปกป้องโดยเกราะพลังฉีแต่การโจมตีทุกอย่าง
เข้าใส่ขบวนนี ้จะถูกส่งต่อไปยังอัศวินทุกคนในขบวน พวกแรกที่รับการโจมตีนั ้นต้อง
รับแรงกดดดันมหาศาลมากกว่าคนอื่นในขบวน หลังจากที่ทนรับแรงกระแทกไว้ได้
แรงนั ้นจะส่งต่อไปยังคนอื่นๆต่อ
การปะทะกันระหว่างขบวนรบทั ้งสองนั ้นเหมือนกับสัตว์อสูรสองตัวที่เข้า
ปะทะกัน ในตอนที่เกิดการต่อสู้ มันก็เริ่มท าให้แผ่นดินสั่นไหว
มนุษย์และปิศาจไม่รู้เลยว่ามีด้วงด าได้ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังหินที่ไกลออกไป
คอยมองดูการต่อสู้ของขบวนรบทั ้งสอง โดยด้วงนี ้ก าลังอ้าปากค้าง มันช็อกอย่างมาก
จนน ้าลายแทบจะหกออกมา....
หน้า 24 จาก 327
หน้า 25 จาก 327
ราวกับสัตว์อสูรสองตัวที่เข้าปะทะกัน ไม่มีฝ่ายใดที่จะกลืนกินอีกฝ่ายได้แต่
หากสู้กันอย่างนี ้ต่อไป มันคงท าให้เกิดความเสียหายไปทั่วทุกที่
ขบวนของมนุษย์และปิศาจนั ้นเหมือนกับสัตว์อสูรที่ดุร้ายและเข้าปะทะกัน
ไม่มีฝ่ายใดที่จะกลืนกินกันได้ ทั ้งสองฝ่ายต่างก็ต่างได้รับความเสียหาย...
ขบวนปิศาจนั ้นได้รับความเสียหายไปในรอบแรก
หลังจากที่เข้าปะทะกันหลายครั ้ง เศษเนื ้อชิ ้นแรกก็ถูกฉีกออกจากขบวน
ปิศาจ
จากการโจมตีของขบวนมนุษย์ ขบวนปิศาจ 81 ตัวก็ได้แตกออกจากขบวน
หลักและตัดการเชื่อมต่อการรับรู้ของขบวนหลักไป....
ในสถานการณ์นั ้นด้วยการที่แยกออกจากขบวนหลักถือว่าเป็นความผิด
พลาดอันร้ายแรงเหมือนกับกระโดดลงรถไฟตอนที่แล่นผ่านสะพาน
ก่อนที่ปิศาจ 81 ตัวจะได้หนี การโจมตีจากฝั่งมนุษย์ก็ได้มาถึง...
ตอนที่แสงส่องประกายขึ ้นมา ครึ่งหนึ่งของ 81 ตัวนั ้นได้กลายผุยผงและ
กระจายไปทั่วท้องฟ้า ปิศาจที่เหลือรีบหนีไปทั่วทุกทิศทางราวกับแมลงวันแต่กงล้อ
มีดทั ้ง 154 อันของขบวนมนุษย์ก็เข้าโจมตีอย่างรวดเร็ว ไม่ว่ามนุษย์จะไปถึงที่ไหนก็
ต้องมีปิศาจต้องตายไปในเสี ้ยวพริบตา
พวกที่ตายไปนั ้นถึงกับมีอัศวินดินด้วย
ในเสี ้ยววินาทีก็เหลือปิศาจอยู่ไม่ถึง 10 ตัวจาก 81 ตัวที่หนีจากการโจมตี
ของมนุษย์ไปได้...
จางเทีย อึ ้งกับสิ่งที่เขาได้เห็น
หน้า 25 จาก 327
หน้า 26 จาก 327
ในการต่อสู้นี ้ทั ้งสองฝ่ายต่างก็ทุ่มเทกันเต็มที่ แม้แต่ จางเทีย ก็ไม่อาจรอดได้
จากการโจมตีที่ขบวนมนุษย์ปล่อยออกมา แม้แต่อัศวินเงาก็ต้องตายทันที นี่ไม่ต้องพูด
ถึงอัศวินดินเลย
การต่อสู้แบบนี ้โหดร้ายเกินไปแม้แต่ส าหรับอัศวิน
อัศวินทุกคนในทวีปไว่นั ้นคงถูกก าจัดไปในทันทีหากต้องเจอกับขบวนรบแบบ
นี ้เข้า แน่นอนว่าการปะทะกันระหว่างมนุษย์กับปิศาจนั ้นมีให้เห็นแค่ในดินแดนธาตุ
ดิน เพราะขุมก าลังที่น่าทึ่ง การตายเองก็น่าทึ่งเช่นกัน ช่างเป็นชีวิตที่มากมายจริงๆ !
หลังจากที่ขบวนย่อยอันแรกแตกออกจากทัพหลัก อีกสองขบวนย่อยเองก็ได้
แตกออจากทัพหลักออกมาด้วย
ทัพหลักของปิศาจนั ้นเหมือนกับบ่อที่น่ากลัวที่มีปากหลุมขนาดใหญ่ สใน
ตอนที่ขบวนของมนุษย์ 81 คนแตกออก นับสินคนที่โดนกลืนกินไปโดยขบวนของ
ปิศาจเหมือนกับสัตว์ที่จมอยูในทรายดูด มนุษย์คนอื่นๆต่างก็รีบกระจายตัวกันหนี
คนที่ช้านั ้นจะโดนกลืนกินเข้าไปในหลุมที่เปลี่ยนรูปร่างอย่างต่อเนื่อง
สุดท้ายแล้วก็มีคนรอดไม่ถึง 20 คนจาก 81 คน
ปิศาจ 81 ตัวที่แตกจากทัพใหญ่ออกมาก็ไม่ได้มีโชคชะตาที่ดีกว่ากันเลย
เพราะพวกมันโดนทัพของมนุษย์ล้อมเอาไว้ พวกมันเหมือนกับเนื ้อที่ตกลงไปในเครื่อง
บด ก่อนที่ปิศาจทั ้ง 81 ตัวจะหนีออกมาได้ พวกมันก็กลายเป็นเศษเนื ้อไปแล้ว
เมื่อเห็นการปะทะนั ้น จางเทีย ก็ช็อกในใจ
มนุษย์ถูกทัพของปิศาจกลืนกินนั ้นอาจจะเป็นคนที่สูงส่งและไร้เทียมทานที่
บนผิวดินแต่โชคชะตาของพวกเขาถูกตัดสินในเวลาไม่กี่วินาทีในดินแดนธาตุดินตอนที่
แยกออกจากทัพหลัก มันถือว่าสิ ้นหวังเมื่อต้องเจอกับการโจมตีเช่นนี ้
หน้า 26 จาก 327
หน้า 27 จาก 327
นี่คือความโหดร้ายท
ี่สดุ ของสงครามศกัดิ์สทิธิ์แม้แต่อศัวนิ ก็ดเูลก็จ้อยเม
ื่อ
เจอกับขบวนทัพแบบนี ้
เมื่อเห็นการต่อสู้แบบนั ้น จางเทีย ก็เข้าใจว่าท าไมคนที่อยู่ในเขตหลักของ
ภูเขาไทเว่ยนั ้นถึงไม่ได้สนใจควันพลังฉีต่อสู้นับร้อย เพราะการต่อสู้พวกนั ้นเป็นแค่ตัว
เรียกน ้าย่อยส าหรับการต่อสู้ครั ้งใหญ่แบบนี ้
ในการต่อสู้ที่อัศวินนับสิบถูกก าจัดไปในเสี ้ยวพริบตา พวกคนที่เข้าต่อสู้นี ้
จ าเป็นต้องแตะร่างกายของอีกฝ่ายซึ่งทั ้งสองฝ่ายจะได้ส่งแรงดันที่เหมาะสมไปให้อีก
ฝ่ายได้
การต่อสู้ขยายตัวขึ ้นเรื่อยๆ ทั ้งสองทัพนั ้นคือแก่นหลักของการต่อสู้นี ้ มีอัศวิน
แตกทัพออกมามากขึ ้นเรื่อยๆและมีการต่อสู้หยิบย่อยที่เกิดขึ ้นรอบๆเขตต่อสู้หลัก
ควันและพายุพลังฉีต่อสู้พุ่งขึ ้นบนท้องฟ้าทีละอันๆ
ทั ้งเขตหลักนั ้นสั่นไหวและปกคลุมไปด้วยแสงจากพลังฉีต่อสู้ แม้แต่เมฆและ
หมอกเองก็ต้องกระจายหายไป นี่มันบ้าอะไรกัน !
เมื่อเห็นการต่อสู้แบบนี ้ ในฐานะอัศวินมนุษย์ จางเทีย จึงรู้สึกร้อนรุ่มในใจ
...
ตอนนั ้นมีร่างหนึ่งบินเข้ามาหาเขาพร้อมกับซ่อนพลังฉีต่อสู้ของตัวเองไว้ มัน
สั่นไหวและตกลงไปที่คูน ้าซึ่งลึกกว่าร้อยเมตรไม่ห่างจาก จางเทีย มากนัก
ก่อนที่จะลงไปในน ้า ร่างนั ้นได้กระอักเลือดออกมา
เมื่อเห็นชายคนนี ้ จางเทีย ก็ตื่นเต้นขึ ้นมา มันคือปิศาจอัศวินเหล็กด าที่ได้รับ
บาดเจ็บ ดูเหมือนว่ามันต้องการที่จะซ่อนตัวทีนี่
หน้า 27 จาก 327
หน้า 28 จาก 327
‘ ฮี่ฮี่ พ่อคนนี ้คิดว่าคงมีเรื่องสนุก เมื่อเจ้าอยู่ที่นี่แล้ว...’
หลังจากที่กระพริบตา ด้วงนั ้นก็ได้มองไปที่สนามรบที่ไกลออกไป จากนั ้นก็
มองไปที่คูน ้าตรงหน้าเขาก่อนที่จะบินไปยังคูน ้านั ้น....
หน้า 28 จาก 327
หน้า 29 จาก 327
ด้วงได้บินลึกลงไปในคู...
คูนี ้ลึกกว่าร้อยเมตร มันเหมือนกับคูน ้าที่แห้งไปแล้ว ยิ่งลึกมากเท่าไหร่ก็จะ
เต็มไปด้วยหมอกด าและหินรูปร่างแปลกๆ มันมีหลากหลายเส้นทาง อัศวินปิศาจ
เพียงแค่ซ่อนตัวอยู่ที่นี่เพื่อฟื ้นตัว เอาจริงๆแล้วมันก็ถือว่าเป็นที่ที่ดีส าหรับอัศวินปิศาจ
แน่นอนว่าก็เป็นที่ที่ดีส าหรับ จางเทีย เช่นกัน
จางเทีย จ าต าแหน่งของอัศวินปิศาจที่เข้ามาที่คูนี ้ได้ หลังจากที่บินมาได้ไม่
ถึง 5 นาทีในคู จางเทีย ก็ได้พบกับอัศวินปิศาจ
อัศวินปิศาจนั ้นซ่อนตัวอยู่ในถ ้าที่ปกปิดไว้อย่างดีในหมู่หินที่ด้านล่างของคู
ตัวของมันทั ้งสั่นและชุ่มไปด้วยเหงื่อ ตอนนี ้มันก าลังท าแผลของตัวเองอยู่
นี่คือปิศาจเขาวัวที่ได้รับบาดเจ็บ เกราะของมันถูกแทงทะลุและมีเลือดทะลัก
ออกมา
แค่มองไปที่อีกฝ่าย จางเทีย ก็รู้ว่ามันคงโดนการโจมตีของอัศวินดิน
โดยทั่วไปแล้วตามการสังเกตของ จางเทีย กว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ทั ้งมนุษย์
และปิศาจต่างก็ให้ความส าคัญเรื่องการสู้แบบเผชิญหน้าและการดวล --- พวกเขาจะ
สู้กับคู่ต่อสู้ที่ระดับเดียวกันเองเท่านั ้น
คนจีนเชื่อว่าทหารทั่วไปต้องได้สู้กับทหารทั่วไปและนายพลก็ต้องสู้กับนาย
พล
บางครั ้งเรื่องแบบนี ้ก็มีฝ่าฝืนกันบ้าง ตอนที่ไม่อาจจะหาคู่ต่อสู้ระดับเดียวกัน
ได้ พวกเขาอาจจะโจมตีพวกที่ด้อยกว่า
หน้า 29 จาก 327
หน้า 30 จาก 327
อัศวินดินที่โจมตีนี ้อาจจะเจอกับอัศวินปิศาจในสนามรบที่ที่พวกเขาฆ่าอีก
ฝ่ายได้ทันที
ปิศาจที่น่าสงสารตัวนี ้รอดจากการโจมตีของทัพหลักและโชคร้ายมาเจอกับ
อัศวินดินเข้า
บางทีมันอาจจะไม่ได้น่าสงสารแต่โชคดี
ดูจากสถานการณ์ตอนนี ้แล้ว มันถือว่าโชคดีมากๆ หลังจากที่แตกจากทัพ
หลักตัวเองมา มันก็มีโอกาสรอด 1/10 เมื่อต้องเจอกับทัพหลักของมนุษย์ หลังจาก
นั ้นมันก็ได้เจอกับอัศวินดิน มันมีโอกาส 1/3 ในการหนีจากอัศวินดินมา สุดท้ายมันก็
มีโอกาสรอด 1/30 ดังนั ้นอัศวินปิศาจตัวนี ้ก็ต้องถือว่าโชคดีที่สุด
แต่ไม่ได้มากมายนักเพราะมันได้มาเจอกับ จางเทีย
ในสถานการณ์นี ้ จางเทีย น่ะคือ’ ตัวกินปิศาจ ‘
หลังจากที่ใช่สกิลซ่อนตัวให้กับด้วงแล้ว ด้วงก็เหมือนกับขนในหมู่หมอก
ตอนที่ จางเทีย เห็นอัศวินปิศาจ อัศวินปิศาจนั ้นไม่ได้เห็นเขา
เหงื่อค่อยๆไหลลงจากหน้าของปิศาจ อัศวินปิศาจก้มหน้าของมันแล้วท า
แผลที่ท้องน้อยของตัวเองซึ่งท าให้แผลนั ้นเกิดควันลอยออกมา ในเวลาเดียวกันปิศาจ
ก็กัดฟันแน่นและหอบออกมา กล้ามเนื ้อที่ท้องน้อยของมันบิดไปมา ดูเหมือนว่าการ
รักษาของมันจะไม่ได้รู้สึกดีเท่าไหร่
จางเทีย มุดเข้าไปที่ช่องว่างระหว่างหินข้างๆกับปิศาจและเข้าไปยังพื ้นที่
เล็กๆด้านหลังปิศาจ หลังจากนั ้น โกลาส ในชุดสีด าก็ปรากฏตัวขึ ้นด้านหลังอัศวิน
ปิศาจเงียบราวกับผี
หน้า 30 จาก 327
หน้า 31 จาก 327
โกลาส เองก็ใช้สกิลซ่อนตัวด้วย มันเหมือนกับว่าเขาคือก้อนหินที่ไร้ชีวิต
ตอนที่ จางเทีย โผล่มาห่างจากอีกฝ่ายไม่ถึงเอื ้อมมือ เขาน่ะก็ยังไม่ถูกปิศาจ
พบตัว ตอนที่มันพบที่นี่ตะกี ้ ปิศาจยืนยันแล้วว่าไม่มีใครอยู่ที่นี่ ดังนั ้นมันจึงสนใจแต่
การจัดการกับแผลตัวเอง
จางเทีย แค่มองดูอีกฝ่ายอย่างไร้ปราณี
จากบางมุม จางเทีย ได้พบบางอย่างที่ผิดปกติกับอัศวินปิศาจตัวนี ้
เกราะของมันนั ้นยอดเยี่ยม กว่า 1 เดือนที่ผ่านมา จางเทีย ได้ฆ่าและจับ
ปิศาจอัศวินเหล็กด ากว่า 12 ตัว ส าหรับปิศาจอัศวินเหล็กด าในสนามรบที่ไม่รู้ว่าจะ
รอดไปได้รึเปล่า พวกมันจะไม่ใส่ของมีค่านอกจากเกราะเบาและอาวุธซึ่งเทียบกับ
ปิศาจตัวนี ้ไม่ได้เลย
นอกจากเกราะที่ยอดเยี่ยมแล้ว ปิศาจตัวนี ้ก็ยังมีอุปกรณ์มิติ ยาที่ใช้ไว้
ส าหรับการบาดเจ็บถูกเอาออกมาจากอุปกรณ์มติ มันยากที่อัศวินเหล็กด าจะมี
อุปกรณ์มิติได้ อัศวินดินน้อยคนนักที่จะมีอุปกรณ์มิติ นี่ไม่ต้องพูดถึงอัศวินเหล็กด า
เลย
ด้วยตาดอกบัวของเขา จางเทีย ได้เห็นเงินลับที่เหมือนกับค้อนก าลังว่ายอยู่
ในทะเลพลังฉีของปิศาจ
จางเทีย ตระหนักได้ทันทีว่านี่ต้องไม่ใช่ปิศาจธรรมดา
มันมีตระกูลในหมู่มนุษย์และพวกมีอ านาจ ในล าดับชั ้นของปิศาจเองก็
เช่นกัน มันมีตระกูลของพวกปิศาจด้วย อัศวินจากตระกูลใหญ่และพวกตระกูลที่ทรง
อ านาจแน่นอนว่าต้องมีของที่ใช้ปกป้องตัวเองมากกว่าผู้อื่น
หน้า 31 จาก 327
หน้า 32 จาก 327
หลังจากที่เลียปากแล้ว จางเทีย ก็ได้เผยรอยยิ ้มอันเย็นชาออกมาบนใบหน้า
ที่ชั่วร้าย ในเวลาเดียวกันเขาก็ได้ยื่นกงเล็บของตัวเองไปที่คอของอัศวินปิศาจ....
ตอนที่ จางเทีย เลียปากนั ้น ปิศาจตระหนักได้ถึงบางอย่างที่ผิดปกติแต่มัน
คิดว่าไม่ใช่อันตรายจนมันได้ยินเสียงด้านหลังปิศาจจึงหันกลับไปมอง....
อัศวินปิศาจเห็นกงเล็บแปลกๆที่ยื่นมาที่คอของมัน....
เมื่อเห็นกงเล็บนั ้น นัยน์ตาของมันหดลงไปทันที มันเหมือนต้องการที่จะท า
บางอย่างรึส่งเสียงออกมาด้วยความแปลกใจแต่มันก็สายเกินไปแล้ว กงเล็บนั ้นได้จับ
มาที่คอของมันแล้วกดหัวมันลงกับพื ้นอย่างแรงก่อนที่มันจะได้ส่งเสียงรึตอบโต้....
กงเล็บแปลกๆนั ้นทรางพลังอย่างไม่น่าเชื่อ อัศวินปิศาจรู้สึกว่าคอกับหัวของ
มันนั ้นถูกภูเขากดทัพ หลังจากนั ้นมันก็ได้ชนเข้ากับพื ้นอย่างแรง
พื ้นดินแตกออก จมูกของมันถึงกับย่นเข้าไปและมีฟันลอยออกมาจากปาก
ของมัน หัวของมันนั ้นรู้สึกเหมือนกับโดนค้อนทุบ มันรู้สึกเวียนหัวจนต้องกระอัก
เลือดออกมาอีกครั ้ง
เพราะอัศวินปิศาจนั่งอยู่ที่พื ้นเพื่อรักษาบาดแผลของตัวเองอยู่ตะกี ้ ตอนที่หัว
ของมันถูกกดลงที่พื ้น มันก็ท าท่าเหมือนเด็กสาวที่หัดเต้น ด้วยท่านี ้ท าให้มันยากที่จะ
ขยับได้และมันน่าอายอย่างมาก
“ เจ้าเป็นใคร ?” – อัศวินปิศาจค ารามออกมาตอนที่มันเห็นชุดสีด าผ่าน
ทางหางตาของมัน ชายชุดด านั ้นนั่งยองๆอยู่ที่ข้างตัวมัน
สิ่งที่มันได้รับกลับมาคือการโจมตีที่ซี่โครงทางซ้ายซึ่งทั ้งรุนแรงและ
ตรงไปตรงมา
หน้า 32 จาก 327
หน้า 33 จาก 327
การโจมตีนี ้ได้หักซี่โครงของมัน 7-8 ซี่จนท าให้มันกระอักเลือดออกมาอีก
ครั ้ง หลังจากนั ้น จางเทีย ก็ต่อยเข้าที่ซี่โครงด้านขวาขอมันท าให้หักออกไปอีกและมัน
ก็ต้องกระอักเลือดออกมาอีกรอบ หลังจากนั ้น จางเทีย ก็ได้ต่อยไปที่กลางหลังของ
ปิศาจ สุดท้ายเขาก็ได้ต่อยไปที่ด้านหลังหัวของปิศาจ....
ปิศาจต้องการที่จะดิ ้นรนแต่ภายใต้แรงกดของ จางเทีย มันน่ะไม่มีโอกาสที่
จะดิ ้นรนได้เลยสักนิด
แต่ละครั ้งที่ จางเทีย ต่อยมัน พื ้นที่แคบๆนี ้เหมือนกับโดนค้อนใหญ่ทุบลงมา
จนแผ่นดินสั่นไหว ปิศาจเองก็เหมือนกับหลอดยาสีฟันที่โดนบีบแล้วคอยกระอัก
เลือดออกมา....
นอกจากที่ถามว่า ‘ เจ้าเป็นใคร ? ‘ อัศวินปิศาจไม่ได้ส่งเสียงอะไรออกมา
อีกเลยจนมันหมดสติ
จางเทีย ปรบมือตัวเองแล้วยืนขึ ้น มันง่ายกว่ามากกับการฆ่าเสือเมื่อเทียบ
กับการจับมันทั ้งเป็น ก็คล้ายกับที่มันยากกว่ามากที่ จางเทีย จะท าให้ปิศาจอัศวิน
เหล็กด าสลบได้เมื่อเทียบกับการฆ่ามัน ต้องขอบคุณประสบการณ์อันล ้าค่าที่เขาได้
ฝึกมากว่าหนึ่งเดือน ใช้เวลาไม่ถึงนาที จางเทีย ก็ท าให้เหยื่อของเขาสลบไปได้
แม้ว่ามันสลบแต่ปิศาจก็ยังคงมีท่าแบบเดิมอยู่ก่อนที่จะตัวอ่อนลงมา
นอกจากบ่อเลือดที่พื ้นแล้วมันมีแค่เศษฟันที่พื ้นเท่านั ้น
หลังจากที่มองไปยังปิศาจที่อยู่บนพื ้น จางเทีย ก็ได้เผยรอยยิ ้มออกมา
หลังจากนั ้นเขาก็ได้ส่งปิศาจเข้าไปใน Castle of Black Iron เพื่อเป็นวัตถุดิบ
ส าหรับการบูชายัญ จางเทีย ไม่สนว่ามันจะเอาของอะไรมาด้วยเพราะ เฮลเลอร์ คง
หามันพบไม่ว่ามันจะซ่อนไว้ที่ไหนก็ตาม
หน้า 33 จาก 327
หน้า 34 จาก 327
เสียงระเบิดจากด้านบนท้องฟ้าไม่ได้หยุด มันบ่งบอกว่าการต่อสู้ครั ้งใหญ่
ยังคงด าเนินต่อไป หลังจากที่แสดงสายตาแปลกๆออกมา จางเทีย ก็เลียปากของเขา
อีกครั ้ง....
หน้า 34 จาก 327
หน้า 35 จาก 327
หลังจากนั ้นไม่กี่นาทีด้วงด าก็ได้บินออกมาจากคูและกลับไปยังที่เดิมของตน
หลังจากที่มองดูสนามรบที่ไกลออกไปได้ครึ่งนาที ด้วงด าก็ได้บินออกไปตามผิวดินอีก
ครั ้ง....
พื ้นที่ทางอากาศที่ไกลออกไปจากสนามรับหลักได้มีพายุพลังฉีต่อสู้ปะทุ
ขึ ้นมาสองอันซึ่งบ่งบอกว่าอัศวินดินสองคนก าลังสู้กันอยู่
หลังจากที่สังเกตมากว่าหนึ่งเดือน จางเทีย พบว่าการต่อสู้กว่า 90%
ระหว่างมนุษย์กับปิศาจในระดับอัศวินดินในเขตหลักนั ้นจะจบลงกับการที่ฝ่ายหนึ่ง
พ่ายแพ้ไม่ใช่การถูกฆ่าแม้ว่าจะมีการต่อสู้เกิดขึ ้นทุกวันก็ตาม เขาพบว่าฝ่ายที่อ่อนแอ
กว่าจะรีบหนีกลับไปหาพวกตัวเองเมื่อมันตระหนักได้ว่าไม่อาจจะทนรับการโจมตีของ
อีกฝ่ายได้อีกรึรู้สึกว่าอีกฝ่ายนั ้นได้เปรียบกว่าตั ้งแต่แรกเผื่อว่าจะโดนฆ่าตายใน
ระยะเวลาอันสั ้น
พวกที่สู้กันนานๆนั ้นมักจะเป็นอัศวินดินที่ซึ่งมีความแข็งแกร่งเกือบเท่ากัน
การต่อสู้แบบนี ้มักจะดุเดือด เพราะทั ้งสองฝ่ายมีความแข็งแกร่งพอๆกัน มันจึงยากที่
ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะฆ่าอีกฝ่ายได้
กว่า 1 เดือนที่ผ่านมา จางเทีย ได้สู้กับปิศาจอัศวินดินมา 5 ครั ้งแต่เขามี
โอกาสเพียง 2 ครั ้งในการฆ่าปิศาจอัศวินดิน ส าหรับการต่อสู้อีก 3 ครั ้ง พวกมันหนี
ไปได้ตอนที่พบว่าตัวเองเสียเปรียบ 2 ใน 5 ตัวนั ้นไม่ได้เปิดช่องว่างในการต่อสู้
ระยะใกล้กับ จางเทีย ในตอนที่พวกมันพบว่า จางเทีย เข้าใกล้ พวกมันก็รีบหนีไป
อย่างรวดเร็ว การเจอกับปิศาจอัศวินดินที่เจ้าเล่ห์แบบนั ้นท าให้ จางเทีย หมดค าพูด
หากเทียบกับอัศวินคนอื่นๆ อัตราการเอาชนะของ จางเทีย นั ้นสูงถึง 40%
ตอนที่สู้กับปิศาจอัศวินดิน มันช่างเป็นตัวเลขที่สูงจริงๆ !
หน้า 35 จาก 327
หน้า 36 จาก 327
หลังจากที่ฆ่าปิศาจอัศวินดินไปสองตัว จางเทีย ก็ได้ปลุกเกล็ดมังกรขึ ้นมา
ได้ 17 อัน
...
ด้วงบินไปเกาะที่หินด้านล่างพลังฉีต่อสู้ทั ้งสองและมองดูการต่อสู้ระหว่าง
อัศวินมนุษย์และอัศวินปิศาจอีกทั ้งยังจับตามองทัพหลักของทั ้งสองฝ่ายที่อยู่ไกล
ออกไป
แน่นอน จางเทีย หวังว่ามนุษย์จะได้เปรียบในการต่อสู้ของทัพหลัก ส าหรับ
การต่อสู้ระหว่างอัศวินทั ้งสองนี ้ จางเทีย เองก็หวังว่าปิศาจอัศวินดินจะได้เปรียบ
เพื่อให้อัศวินมนุษย์นั ้นได้กลับไปหาพกวตัวเอง
ถ้าอัศวินมนุษย์ได้เปรียบ อัศวินปิศาจก็คงจะหนีกลับไปที่ทัพตัวเอง ถ้าเป็น
แบบนั ้น จางเทีย คงไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการต่อสู้นี ้
ในสถานการณ์นี ้ ถ้า จางเทีย ได้แสดงตัวเป็น โกลาส และพุ่งเข้าไป ปิศาจ
อัศวินดินก็จะหนีไปทันทีตอนที่รู้ว่าจะโดนอัศวินมนุษย์สองคนโจมตี ถ้าเป็นแบบนั ้น
จางเทีย ก็ไม่ได้อะไรเช่นกัน
แน่นอนว่านี่คือการล่าปิศาจอัศวินดินในภูเขาไทเว่ยส าหรับ จางเทีย
...
เมื่อเวลาผ่านไป การต่อสู้อันดุเดือดระหว่างมนุษย์กับปิศาจก็ยังคงด าเนิน
ต่อไป มนุษย์และปิศาจต่างก็พยายามท าลายขบวนทัพของกัน มันเริ่มมีมนุษย์และ
ปิศาจที่เริ่มหลุดออกจากทัพหลักมากขึ ้นเรื่อยๆ ในเวลาเดียวกันการต่อสู้รอบๆเองก็
เริ่มที่จะดุเดือดตามไปด้วย
หน้า 36 จาก 327
หน้า 37 จาก 327
ในสายตาของ จางเทีย ถ้าทัพหลักทั ้งสองนี ้เป็นสัตว์อสูร เขาคงเป็นนกที่รอ
คอยปลากับกุ้งที่โดนคลื่นซัดเข้าหาฝั่ง
2 ชม.ต่อมาในที่สุด จางเทีย ก็ได้โอกาสเพราะผลลัพธ์การต่อสู้ของอัศวินดิน
ทั ้งสองเริ่มที่จะชัดเจนขึ ้น
อย่างที่ จางเทีย คาดเอาไว้ ตอนที่อัศวินมนุษย์รู้สึกว่าเขาทนไม่ไหวอีก เขาก็
เลือกที่จะหนีแต่อัศวินปิศาจนั ้นยังคงไล่ตามเขาต่อแทนที่จะฆ่าเขาก่อนที่เขาจะไปถึง
ทัพหลักได้
ล าแสงทั ้งสองบินตามกันไป ด้วงเองก็บินไล่ตามล าแสงนั ้นไปด้วย ตอนที่
ด้วงผ่านอุโมงค์เหมือง มันก็ได้มุดเข้าไปในเหมืองแล้วมี โกลาส ปรากฏตัวออกมาแทน
ตาดอกบัวของ โกลาส สั่นไหวและล็อคเป้าหมายไปยังปิศาจอัศวินดินบน
ท้องฟ้า
อัศวินดินทั ้งสองไม่นานก็สู่หมอกด าหลุดระยะการส่งผลของทัพหลัก คน
ธรรมดาคงไม่อาจมองเห็นได้ยกเว้นแค่ จางเทีย ที่ยังคงเห็นปิศาจในหมอกที่มืดมิดนี ้
อยู่
จางเทีย บินตามผิวดินไปอย่างรวดเร็ว ถ้ามองจากที่สูง ด้วยสกิลซ่อนตัวที่ใช้
งาน ร่างกายของ จางเทีย แทบจะดูเหมือนกับเป็นหนึ่งเดียวกับผิวดิน ตอนที่เขาเข้าไป
ในหมอกด า เขาก็ได้พุ่งขึ ้นบนฟ้าและเร่งความเร็วตามอัศวินปิศาจไปทันที
——
หลังจากนั ้น 20 นาที จางเทีย ก็พบว่าอัศวินมนุษย์ได้เข้าสู่เขตป้องกันของ
ป้อมมนุษย์ เพราะการต่อสู้ในวันนี ้ เพื่อที่จะป้องกันปิศาจไม่ให้บุกโจมตีฐานมนุษย์
หน้า 37 จาก 327
หน้า 38 จาก 327
อัศวินดินและอัศวินเงาจึงท าการลาดตระเวนรอบๆป้อมปราการ เมื่อเห็นอัศวินมนุษย์
เข้ามา ทีมอัศวินก็รีบเร่งความเร็วเข้าไปหาทันที...
เมื่อเห็นทีมอัศวินมุ่งหน้าเข้ามา อัศวินปิศาจก็หันหลังกลับแล้วหนีไปในทันที
แม้ว่าจะอยู่ห่างไป 40 ไมล์แต่ จางเทีย ก็ยังเห็นว่าเกิดอะไรขึ ้นตรงหน้า
แม้ว่าเขาจะอยู่ในหมอกด าก็ตาม
เมื่อเห็นอัศวินปิศาจหันหลังกลับมาหาเขา จางเทีย ก็หยุดทันที
ความคิดหนึ่งปรากฏขึ ้นในใจของเขา ---ข้าจะให้อัศวินปิศาจไล่ตามข้าดีกว่า
ที่ข้าจะไล่ตามมัน มันคงง่ายกว่าที่ข้าจะได้รับประโยชน์จากมัน มีค าพูดเก่าๆบอกไว้
ถ้าอยากได้อะไร เจ้าก็ต้องให้คนอื่นก่อน
หลังจากที่คิดได้ไม่นาน จางเทีย ก็รู้สึกว่าความคิดนี ้มีเหตุผล
หลังจากที่ปล่อยพลังฉีต่อสู้ออกมา เขาก็ได้ฉีกกระชากชุดตัวเองออกและท า
ให้ผมยุ่งเหยิง หลังจากนั ้นเขาก็เอาขี ้เถ้าจาก Castle of Black Iron มาทา
หน้าตัวเอง อีกอย่างแล้วเขาก็ได้บอก เฮลเลอร์ ให้เอาเลือดของอัศวินปิศาจมาพ่นทั่ว
ตัวของเขา นอกจากนี ้แล้วเขายังท าให้พลีงฉีอัศวินดินนั ้นดูไม่มั่นคงด้วย
ไม่นาน จางเทีย ก็มีสภาพต่างจากเดิมโดยสิ ้นเชิง
ถ้ามองดูตอนแรก โกลาส จะกลายเป็นอัศวินดินที่หนีจากสนามรบมาด้วย
สภาพน่าอาย อีกอย่างแล้วเขาดูเหมือนว่าจะได้รับบาดเจ็บมาหลายที่ บวกกันสีหน้า
แล้วท าให้เขาดูน่าสังเวชอย่างมาก
ยังไงซะบทของ โกลาส ก็มีไว้ใช้เพื่อเสียสละและเป็นแพะรับบาป ดังนั ้น จาง
เทีย จึงไม่ได้กดดันอะไรกับการท าเรื่องต่างๆด้วยบทนี ้
หน้า 38 จาก 327
หน้า 39 จาก 327
จางเทีย สามารถท ามากกว่านี ้ก็ได้เพื่อที่จะล่อปิศาจอัศวินดินเข้ามา นี่ไม่
ต้องพูดถึงสภาพในตอนนี ้เลย จางเทีย ไม่ได้ผมเลยแม้แต่เส้นเดียว ดังนั ้นเขาจึงไม่ได้
เครียดอะไร
หลังจากที่ท าทุกอย่างแล้ว จางเทีย ก็ได้บินเข้าหาอัศวินปิศาจ
...
หลังจากนั ้นไม่กี่นาที โกลาส ที่มีสภาพน่าอายก็ได้พบกับอัศวินปิศาจบน
ท้องฟ้า
หลังจากที่ผ่านหมอกด ามา ทั ้งสองฝ่ายก็พบกันตอนที่อยู่ห่างกันไม่ถึง 600
ม.
หลังจากที่มองหน้ากันแล้ว โกลาส ก็ได้หันรกลับและหนีไปทันที อัศวิน
ปิศาจตอบรับในเสี ้ยววินาที มันรีบตาม โกลาส ไปทันที
ตอนที่พวกเขาพบกัน อัศวินปิศาจนั ้นคิดว่า โกลาส จะกลับไปยังป้อมของ
มนุษย์ ดังนั ้น โกลาส ที่เจอมันจึงไม่อาจใช้เส้นทางนี ้ได้อีก เขาต้องหาเส้นทางหนีอื่น
หลังจากที่พบว่า โกลาส ‘ ได้รับบาดเจ็บมาหลายที่ ‘ แน่นอนว่าอัศวินปิศาจคงไม่ทิ ้ง
โอกาสดีๆแบบนี ้ มันเร่งความเร็วของมันขึ ้นทันที
เพราะ โกลาส ได้รับบาดเจ็บมา เขาจึงไม่อาจที่จะบินได้เร็วนัก แค่เพียง 20
นาที เขาก็ถูกอัศวินปิศาจขวางทางโดยใช้กลยุทธแม่เหล็กที่ภูเขาที่ไกลออกไปจาก
สนามรบหลัก
แค่โจมตีไม่กี่ทีบนท้องฟ้า โกลาส ที่ได้รับบาดเจ็บก็ต้องถุยเลือดออกมา ใน
เวลาเดียวกันเขาก็หน้าซีดและต้องด าดิ่งลงไปในเหมืองด้วยท่าทีลนลาน
หน้า 39 จาก 327
หน้า 40 จาก 327
“ ด้วยการที่เทพปิศาจอยู่กับข้า เจ้าจะหนีไปไหนได้ ? “ - อัศวินปิศาจ
กระพือปีกแล้วบินตาม โกลาส เข้าไปในเหมือง
หลังจากที่เข้ามาในเหมืองได้กว่าพันเมตร อัศวินปิศาจก็ตาม โกลาส ทัน อีก
อย่างแล้วมันย่นระยะห่างลงได้เรื่อยเพราะพื ้นที่คับแคบในเหมืองและเริ่มที่จะเข้าสู่
การต่อสู้ระยะใกล้ มันต้องการฆ่าอัศวินมนุษย์ที่ได้รับบาดเจ็บด้วยการต่อสู้ระยะใกล้
หลังจากที่รับการโจมตีจากอัศวินปิศาจด้วยสภาพน่าอายอยู่หลายครั ้ง โก
ลาส ที่ได้รับบาดเจ็บนั ้นใช้เกราะพลังฉีของตัวเองรับการโจมตีที่เข้ามา หลังจากนั ้น
ตอนที่อัศวินปิศาจได้โจมตีเขา ในที่สุด โกลาส ก็ได้โอกาสจับข้อเท้าของอัศวินปิศาจ
ได้ ด้วยการเคลื่อนที่นี ้ อัศวินปิศาจจึงรู้สึกว่ามันตกลงไปในอ้อมกอดที่ไม่มีทางสลัดได้
หลุด
อัศวินปิศาจคิดว่าเกราะพลังฉีของ โกลาส นั ้นพังไปแล้ว ในตอนที่มันเตรียม
ที่จะท าลายหัวด้วยการเตะ มันก็พบว่าอีกฝ่ายอยู่ๆก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคนอย่าง
สิ ้นเชิง --- เกราะที่พังนั ้นเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงาน ในเวลาเดียวกันอัศวินมนุษย์ที่จับ
ข้อเท้าของมันนั ้นตอนนี ้พลังฉีก็กลับมาคงที่หนักแน่นราวกับขุนเขา
ก่อนที่อัศวินปิศาจจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ ้น โกลาส ที่ซึ่งจับข้อเท้าของอีกฝ่าย
เอาไว้ก็เริ่มคลั่งราวกับไดโนเสาร์ เขายกตัวอัศวินปิศาจขึ ้นและฟาดลงกับพื ้น
เหมือนกับสับมีด
ปังตอ มีหลุมขนาดใหญ่ปรากฏขึ ้นมาบนพื ้น
แผ่นดิน,หิน,ดินเริ่มถล่มลงมา จากการโจมตีนี ้อัศวินปิศาจเกือบที่จะสลบไป
เพราะ โกลาส แต่ก่อนที่มันจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ ้น กงเล็บแปลกๆก็ได้ยกตัวมันขึ ้นแล้ว
ฟาดมันลงกับพื ้นอย่างรุนแรงอีกครั ้ง....
หน้า 40 จาก 327
หน้า 41 จาก 327
ใน 10 นาทีต่อมาแผ่นดินไหวในเหมืองนั ้นก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะหยุด...
10 นาทีต่อมาในที่สุดการสั่นไหวของพื ้นดินก็ได้หยุดลง หลังจากนั ้นไม่กี่
นาที จางเทีย ก็ได้ออกมาจากเหมืองด้วยสภาพที่น่าอายเหมือนกับได้รับบาดเจ็บ
เขาบินไปตามพื ้นหลีกเลี่ยงเส้นทางที่อัศวินมนุษย์ใช้กลับไปยังป้อมปราการ
...
แค่เพียง 1 ชม.ก็ได้มีปิศาจอัศวินดินตามอัศวินมนุษย์มาที่นี่
ฉากแบบตรงกันข้ามอาจจะเกิดขึ ้นอีกฝั่งของสนามรบแต่ฉากที่อัศวินดิน
มนุษย์โดนปิศาจอัศวินดินไล่ตามนั ้นมีให้เห็นแต่ที่นี่
เพราะทั ้งสองฝ่ายมีอัศวินมากพอ ปิศาจอัศวินดินและมนุษย์อัศวินดินนั ้นมี
โอกาสแค่เพียง 50% ที่จะชนะการต่อสู้ จากต าแหน่งของ จางเทีย เขาเห็นว่ามีพวก
มนุษย์ที่โดนปิศาจไล่ตามมากขึ ้นเรื่อยๆ
เมื่อเห็นอัศวินทั ้งสองบนท้องฟ้า จางเทีย ก็รู้สึกคึกขึ ้นมา
อย่างที่ ดอนเดอร์ บอกไว้ ลิงที่แสดงละครได้น่ะยังไงก็ดีกว่าลิงธรรมดา...
จางเทีย รู้สึกว่าเขาเข้าใจแก่นของค าพูดของ ดอนเดอร์ ก็วันนี ้
...
หลังจากนั ้น 40 นาที ก็ได้มีอัศวินปิศาจอีกตัวที่ไล่ตาม โกลาส ที่รับบาเจ็บ
ไปในเหมือง
10 นาทีต่อมา โกลาส ก็ได้กลับออกมาจากเหมืองอีกครั ้ง...
หน้า 41 จาก 327
หน้า 42 จาก 327
หลังจากที่สู้กันอย่างดุเดือดกว่า 10 ชม. ทัพหลักของทั ้งสองฝ่ายก็ได้กลับไป
ที่ป้อมปราการของตัวเอง....
...
“ อ่ะ ....ไม่จริงนะ...”
อัศวินปิศาจตัวหนึ่งกรีดร้องออกมาในเหมืองก่อนที่จะโดน จางเทีย กระทืบ
แล้วหมดสติไปหลังจากที่โดนอัดมาไม่กี่นาที
อัศวินเหล็กด าปิศาจที่ซึ่งมีความแข็งแกร่งเท่ากับแม่ทัพปิศาจในทวีปไว่คือตัว
สุดท้ายที่ถูก จางเทีย ล่อมาในเหมือง ก่อนที่จะเข้ามาในเหมือง มันดูแข็งแก่รงแต่
ร่างกายของมันกลับเต็มไปด้วยรอยมือของ โกลาส ในตอนสุดท้าย
เพราะ โกลาส นั ้นคือบทบาทที่ไม่ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ท า เมื่อเห็นอีกฝ่าย
โกลาส ก็ได้เปลี่ยนพลังฉีไปเป็นอัศวินเหล็กด าและท าให้มีสภาพได้รับบาดเจ็บ มันก็
เหมือนกับพวกอัศวินเหล็กด าที่โดน จางเทีย จัดการให้สลบ เมื่อเห็น โกลาส ที่หนีไป
ในสภาพนี ้ มันก็ได้ไล่ตามเขาไปในทันที หลังจากนั ้นกระต่ายที่บาดเจ็บก็ได้
เปลี่ยนเป็นสิงโตและรอคอยการมาของปิศาจ....
ไม่ต้องเดาว่านี่คือสิ่งที่ดี แค่เพียงครึ่งวัน จางเทีย ก็ได้รับความส าเร็จเท่ากับที่
เขาได้ในหนึ่งเดือนตอนที่เขามาที่สนามรบนี่ เขาจัดการอัศวินดินไปกว่า 4 ตัวและ
อัศวินเหล็กด า 3 ตัว ช่างเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมจริงๆ !
หากไม่มีสนามราบแบบนี ้ ผลดีแบบนี ้อาจะไม่เกิด ในบทบาทนี ้ โกลาส ได้
แสดงความสามารถออกมาได้อย่างดีและความแข็งแกร่งของ จางเทีย ก็เพิ่มขึ ้นราว
กับติดจรวด
หน้า 42 จาก 327
หน้า 43 จาก 327
เมื่อเห็น โกลาส อัศวินปิศาจทุกตัวคิดว่าเขาจะคือปลาที่ก าลังหนีแหขนาด
ใหญ่ในสนามรบ ถ้าเป็นที่อื่นและเวลาอื่น การแสดงแบบนี ้คงไม่ได้ผลเท่ากับตอนนี ้แน่
จางเทีย ยังไม่ได้สนุกเต็มอิ่ม หลังจากที่จัดการท าให้อัศวินปิศาจและโยนมัน
เข้าไปใน Castle of Black Iron เขาก็ได้บินออกมาจากเหมืองและมองขึ ้นไป
ก่อนจะพบว่าทัพหลักของมนุษย์นั ้นค่อยๆบินกลับไปที่ป้อมที่อยู่ไกลออกไป
อัศวินมนุษย์ที่แตกทัพออกมาเองก็หนีไปพร้อมกับทัพหลัก พวกปิศาจเองก็
เช่นกัน
หมอกด าเข้าปกคลุมอีกครั ้ง ผิวดินเองก็หยุดสั่นไหว มนุษย์และปิศาจที่สู้กัน
อยู่ตะกี ้ก็พากันแยกตัวออกจากกัน
‘ จบแล้วเหรอ ? ‘
จางเทีย ผิดหวังขึ ้นมาเล็กน้อย
การต่อสู้ครั ้งใหญ่แบบนี ้หลายเดือนกว่าจะเกิดขึ ้นครั ้งหนึ่ง จางเทีย ไม่คิดว่า
มันจะจบลงเร็วแบบนี ้ ถ้ามันยังสู้กันต่ออีกสักหน่อย จางเทีย เชื่อว่าเขาคงต้อง
ก้าวหน้าขึ ้นอย่างมากแน่
แต่มันก็จบ เพราะมนุษย์และปิศาจกว่า 800 ชีวิตได้ตายไปในการต่อสู้ครั ้ง
ใหญ่นี ้
ตัวเลขการสูญเสีย 800 ชีวิตของอัศวินนี่ถือว่าน่ากลัว อีกอย่างแล้วอัศวิน
ทุกคนที่ตายไปนั ้นก็มีสภาพที่น่าสงสาร ส่วนมากแล้วตายไปหลังจากที่โดนโจมตีโดย
ทัพหลักในเวลาไม่ถึงครึ่งนาที แม้แต่อัศวินดิ ้นก็ดูเล็กจ้อยราวกับฝุ่นเมื่อต้องเจอกับทัพ
หลักแบบนี ้ นี่ไม่ต้องพูดถึงอัศวินเหล็กด าทั่วไปเลย
หน้า 43 จาก 327
หน้า 44 จาก 327
ตามการสังเกตและคาดเดาของ จางเทีย แม้ว่าทัพหลักของมนุษย์จะ
ได้เปรียบมาตั ้งแต่เริ่มการต่อสู้แต่มนุษย์กว่า 300 คนก็หลุดออกมาจากขบวนทัพ
และถูกกลืนกินไปโดยทัพของอีกฝ่าย ปิศาจเองก็สูญเสียไปเยอะเพราะมันเสียปิศาจ
ไปมากกว่ามนุษย์ 1/3
ดูจากการสูญเสียของทั ้งสองฝั่ง มนุษย์เหมือนจะชนะการต่อสู้แต่ปิศาจนั ้นมี
มากกว่ามนุษย์ตั ้งแต่แรก เทียบกันแล้วมนุษย์ไม่ได้เปรียบอะไรมากมายเลย
ผลของการต่อสู้ระหว่างสองเผ่าพันธุ์ก็คล้ายกับการต่อสู้ของสองประเทศ
ใหญ่ ในหลายสถานการณ์ผลของการต่อสู้แบบนี ้ไม่ได้คิดแค่จ านวนแต่เป็นที่ฝั่งไหนที่
ดุเดือดกว่ากัน ถ้าฝ่ายหนึ่งไม่ได้มีจิตใจที่แข็งแกร่ง พวกเขาคงไม่อาจขวางศัตรูเอาไว้
ได้ ถ้าพวกเขาไม่คิดที่จะเสียเลือดและเนื ้อ พวกเขาก็จะเสียคนไปมากกว่าเดิม
เมื่อเห็นทัพมนุษย์และพวกอัศวินมนุษย์ที่แตกทัพค่อยๆบินมาทางเขา จาง
เทีย ก็บินขึ ้นมาที่เหมืองแล้วท าการเคารพอัศวินมนุษย์ที่เสียสละในวันนี ้ หลังจากนั ้น
ก่อนที่ทัพหลักจะขึ ้นมาอยู่เหนือหัวเขา จางเทีย ก็ได้กลับเข้าไปในเหมืองเผื่อว่าจะ
โดนเห็นโดยพวกอัศวินระดับสูง
ตอนที่ทัพหลักได้บินมาที่เหมือง ด้วงด าเองก็ได้บินออกมาจากเหมืองแล้วมุ่ง
หน้าไปที่สนามรบ....
จางเทีย คิดว่าจะได้อะไรจากสนามรบ ยังไงซะมันก็ถือว่าเป็นโอกาสที่หา
ยาก
ครึ่งชั่วโมงต่อมา หลังจากที่ขบวนทัพทั ้งสองฝ่ายได้จากสนามรบไป พวกคน
ที่รับผิดชอบในการเก็บเกี่ยวของในสนามรบก็มาถึง
หน้า 44 จาก 327
หน้า 46 จาก 327
2 ชม.ต่อมาด้วงด าก็ได้ท าการวนรอบสนามรบ แม้ว่าจะไม่ได้เห็นอัศวิน
มนุษย์และอัศวินปิศาจแต่เขาก็เห็นการต่อสู้มากมายระหว่างมนุษย์กับปิศาจที่ระดับ
ต ่ากว่าระดับอัศวิน
หลังจากที่ตระหนักได้ว่าเขาคงไม่ได้อะไรและไม่ได้มีสิทธิที่จะเป็นพี่เลียง
ให้กับพวกนักสู้มนุษย์บนสนามรบ ด้วงด าก็ได้กลับไปยังคูลึกที่เขาได้จัดการกับปิศาจ
ตัวแรกในวันนี ้ ในที่ซ่อนแห่งหนึ่งในคู เขาก็ได้กลับไปยัง Castle of Black Iron
...
ใน Castle of Black Iron ร่างเดิมของ จางเทีย ได้ลืมตาขึ ้นมาพร้อม
กับด้วงที่บินอยู่รอบหัวของเขา
“ ดีมาก เจ้าคงเหนื่อย กลับไปพักผ่อนซะ ถ้าเจ้าอยากได้ยารักษารอบด้าน
ไปหา เอซิส ! “ -จางเทีย โบกมือให้กับด้วง หลังจากที่ได้รับค าสั่งแล้วด้วงก็ได้บิน
ออกไปหา เอซิส ทันที ระหว่างตอนที่มันอยู่ใน Castle of Black Iron ด้วงนั ้น
ได้กลายเป็นแฟนคลับของยารักษารอบด้าน มันต้องกินยานี ้ทุกวัน
“ หลังจากที่สู้มาแล้วหลายวัน ท่านควรที่จะพักบ้าง ! “ - เฮลเลอร์ เดินเข้า
มาหาและพูดขึ ้นพร้อมกับชี ้ไปยังบาดแผลตามตัว จางเทีย
หลังจากที่ได้ยินข้อเสนอนั ้น จางเทีย ก็ก้มหน้าลงและดูแผลตัวเองก่อนที่จะ
สูดหายใจเข้าลึกๆ – “ ถ้าเจ้าไม่เตือนข้า ข้าคงลืมไปแล้ว ! “
จางเทีย ที่ตอนนี ้ไม่ได้ปลอมตัวนั ้นเต็มไปด้วยบาดแผลจริงๆ ชุดสีด าของเขา
ตอนนี ้เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อและเลือด
หน้า 46 จาก 327
หน้า 47 จาก 327
แผลกว่า 40 ที่ทั ้งภายในและภายนอก,ใหญ่และเล็กที่เกิดขึ ้นจากปิศาจ
อัศวินดินที่เขาล่อเข้ามาในเหมือง มี 3 แผลบนหน้าของเขา สองแผลที่ขาและรักแร้
ซ้ายจนเห็นถึงกระดูก อัศวินดินทั่วไปอาจจะต้องนอนหมอบไปแล้วยกเว้น จางเทีย
ปิศาจอัศวินดินที่ จางเทีย เจอวันนี ้น่ะเหนือกว่าระดับธรรมดากันหมด มีสอง
ตัวทีเจ้าเล่ห์ แม้ว่าจะโดน จางเทีย ล่อมาแต่พวกมันก็ท าให้ จางเทีย เสียหายอย่าง
มาก
เหตุผลที่ จางเทีย สามารถรับบาดแผลมากมายนี ้ได้ก็เพราะพลังของความรู้
ชั ้นจักรพรรดิ ที่ช่วยมากที่สุดคือความสามารถในการต้านทานการโจมตีที่ต้นไม้เล็ก
นั ้นและความยึดมั่นในใจของเขา
หลังจากที่สู้ระยะใกล้กับพวกปิศาจอัศวินดินอย่างต่อเนื่อง จางเทีย ก็ได้
ความกระจ่างเกี่ยวกับทักษะต่อสู้ของตน ดังนั ้น จางเทีย จึงพัฒนาขึ ้นไปมากกว่าการ
ดูดซับธาตุน ้าจากจักระน ้าของพวกปิศาจในวันนี ้ เขาได้พัฒนาขั ้นตอนส าคัญของ
ความแข็งแกร่งของตัวเอง
ตอนนั ้น จางเทีย ยืนยันว่าตอนนี ้เขาคืออัศวินดินลับที่ฆ่าปิศาจอัศวินดินไป
แล้ว 5 ตัวแม้ว่าเขาจะไม่ได้รับการพิสูจน์จากคนอื่นก็ตาม
อัศวินดินลับแน่นอนว่าต้องมีความคิดต่างจากอัศวินดินธรรมดา
การต่อสู้ในวันนี ้ได้แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณของเหล็กและโลหิต แม้ว่าเขา
จะไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้ครั ้งใหญ่แต่เขาก็ได้ฆ่าอัศวินปิศาจไปมากมาย เขาไม่ได้หลั่ง
เลือดน้อยกว่าคนอื่นๆ อีกอย่างแล้วการต่อสู้ครั ้งใหญ่บนท้องฟ้าก็ท าให้เขาคึกตามไป
ด้วย
หน้า 47 จาก 327
หน้า 48 จาก 327
ถ้า จางเทีย ไม่ได้หลั่งเลือดรึบาดเจ็บในการต่อสู้ระหว่างมนุษย์และปิศาจ
โดยอยู่ในฐานะคนดู มันคงท าให้เขารู้สึกผิดไปตลอดชีวิต
จางเทีย รู้สึกภูมิใจกับบาดแผลและความส าเร็จของตัวเอง
แม้ว่าเขาจะโดนป้ายความผิดเป็นฆาตกรและไม่อาจจะเผยฐานะจริงๆของ
ตัวเองให้คนอื่นรู้ได้แต่ความเชื่อมั่นที่เขามีในฐานะอัศวินมนุษย์ก็ไม่ได้พังไปไม่ว่าเขา
จะอยู่ที่ไหนรึเมื่อไหร่ก็ตาม !
‘ ข้ามาแล้ว ข้าได้เห็นและได้สู้...’
น
ี่ค
ื
อความเช
ื่อมนั่ ของจางเท
ี
ย ในสงครามศกัดิ์สทิธิ์ในฐานะอศัวินมนษุ ย์!
หน้า 48 จาก 327
หน้า 49 จาก 327
เฮลเลอร์ ดูเหมือนจะรู้ถึงความภูมิใจของ จางเทีย เขามองไปที่ จางเทีย
ก่อนที่จะพูดขึ ้นมาช้าๆ- “ เจ้าของปราสาท รูปแบบการต่อสู้ของท่านนั ้นเสี่ยงเกินไป
แต่หากท่านไปเจอกับปิศาจอัศวินดินที่แข็งแกร่งกว่ารึเชี่ยวชาญทักษะลับพิเศษ ท่าน
อาจจะต้องได้รับบาดเจ็บมากมายในเสี ้ยววินาที ! “
“ การต่อสู้ครั ้งใหญ่แบบนั ้นยากที่จะได้เห็น หลังจากที่คริสตัลดินในภูเขา
ไทเว่ยถูกขุดมากว่า 3 เดือน การต่อสู้ครั ้งใหญ๋แบบนี ้คงยากที่จะได้เห็นในระยะเวลา
อันสั ้น ! “ -จางเทีย ตอบกลับพร้อมถอนหายใจ – “ ดูจากสถานการณ์จากทุกด้าน
กว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ข้ารู้สึกว่ามันอาจจะเป็นการต่อสู้ครั ้งใหญ่ครั ้งสุดท้ายระหว่าง
มนุษย์กับปิศาจในเขตหลักของภูเขาไทเว่ย การเผชิญหน้ากันระหว่างอัศวินนับหมื่น
ของมนุษย์กับปิศาจอาจจะจบลงในไม่ช้า ! ข้าไม่ได้มาที่ดินแดนธาตุดินเสียเปล่า
หลังจากที่เข้าร่วมการต่อสู้ครั ้งใหญ่แบบนี ้ ถ้าข้าไม่เสี่ยงชีวิตตัวเองและได้รับบาดเจ็บ
ในวันนี ้ ข้าคงรู้สึกเสียใจกับตัวเองแน่ ! “
หลังจากที่ได้ยินค าตอบของ จางเทีย เฮลเลอร์ ก็ยิ ้มขมขื่นออกมา – “ โชคดี
ที่ท่านได้พบความส าเร็จมากมายแต่มีค าพูดเก่าๆบอกไว้ว่าที่ไหนมีชีวิต ที่นั่นก็มี
ความหวัง จากทรัพยากรของท่านตอนนี ้ หากท่านก้าวหน้าขึ ้นไปทีละขั ้นอย่างมั่นคง
ท่านจะได้เป็นอัศวินสวรรค์ในไม่ช้า ถ้าท่านเร่งรีบ ท่านอาจจะต้องเจอกับผลลัพธ์อีก
ด้าน ! “
“ ได้ ข้าจะจ าไว้ !” -จางเทีย รู้ว่า เฮลเลอร์ น่ะห่วงเขา ดังนั ้นเขาจึงรับ
ความหวังดีนี ้ไว้ – “ โอ้ เจ้าบอกว่าอัศวินปิศาจนั ้นเชี่ยวชาญทักษะลับที่สามารถท าให้
ข้าบาดเจ็บได้ ทักษะนั่นอะไรกัน ? “
“ ระเบิดพลังฉี ! “ เฮลเลอร์ บอกชื่อทักษะออกมา จางเทีย ไม่ได้ถามว่า
เฮลเลอร์ รู้ได้ยังไง ยังไงก็ตามเขาก็รู้ว่า เฮลเลอร์ น่ะไม่ได้หลอกเขา –“ ท่านชินกับ
หน้า 49 จาก 327
หน้า 50 จาก 327
การคว้าข้อมือและข้อเท้าของอัศวินปิศาจแต่ถ้าท่านเจอกับปิศาจที่เชี่ยวชาญทักษะนี ้
เข้า สิ่งที่ท่านจะเจอคือท่านก าลังถือระเบิดนักเล่นแร่แปรธาตุเอาไว้อยู่ ! “
‘ เหี ้ย ท าไมถึงมีทักษะแบบนี ้ได้ ? ‘
จางเทีย สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาได้แต่ยอมรับว่าเขาคงโชคร้ายหากต้องเจอ
กับปิศาจที่เชี่ยวชาญทักษะระเบิดพลังฉี ยังไงก็ตามเขาก็จะไม่ทิ ้งวิธีต่อสู้ที่ได้ผลที่สุด
ไปเพราะปิศาจแบบนั ้น
ค าพูดของ เฮลเลอร์ ท าให้ จางเทีย ระวังตัวขึ ้น เขาควรที่จะเตรียมตัวไว้หา
ต้องเจอกับอัศวินปิศาจแบบนั ้น ไม่งั ้นแล้วเขาคงไม่มีโอกาสที่จะใช้โล่เงินลับได้เลย
มันคงน่าอนาถเกินไป...
“ ได้ ข้าจะเตรียมรับมือมัน ! “-จางเทีย ตอบกลับพร้อมกับเอายาฟื ้นฟู
ระดับสูงออกมากิน ในเวลาเดียวกันเขาก็ได้เดินไปที่ห้องตัวเอง – “ หลังจากที่
หลีกเลี่ยงการไล่ตามของปิศาจอัศวินเงามาหลายวัน ข้าเหนื่อยนิดๆ ข้าจะนอนพักสัก
หน่อย...”
ด้วยการฟื ้นตัวของร่างกายเขา ในหลายสถานการณ์ จางเทีย แค่ต้องนอนพัก
เล็กน้อยแต่ตอนนี ้เขารู้สึกเหนื่อยขึ ้นมาจริงๆ...
เมื่อเห็นร่างกายที่อ่อนล้าของ จางเทีย เฮลเลอร์ ก็ถอนหายใจออกมา กว่า
หนึ่งเดือนที่ผ่านมา จางเทีย น่ะได้ใช้ความพยายามไปอย่างมาก แต่ละวัน จางเทีย
น่ะต้องต่อสู้และตื่นตัวอยู่ตลอด
หลังจากที่ท าลายฐานลับของปิศาจได้ จางเทีย ก็ใช้เวลาประมาณ 10 วัน
ในการหนีการไล่ตามของปิศาจอัศวินเงาที่ซึ่งมีผีเสื ้อวิญญาณและเก่งในเรื่องการไล่
ล่าด้วยความช่วยเหลือจาก Castle of Black Iron และการสิงของเขาโดยน า
หน้า 50 จาก 327
หน้า 51 จาก 327
มันไปที่ทะเลลาวา หลังจากที่กลับมาจากทะเลลาวาแล้ว เขาก็ได้เห็นการต่อสู้ครั ้ง
ใหญ่ระหว่างมนุษย์กับปิศาจ แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในขบวนทัพนั ้นด้วยแต่การต่อสู้ของ
จางเทีย ก็ถือว่าหนักหน่วงและดุเดือด
เพื่อที่จะกันไม่ให้พวกปิศาจที่ถูกล่อมานั ้นหนีไปได้ จางเทีย จึงเอาแต่เผย
จุดอ่อนออกมา หลังจากที่เขาหาโอกาสจับข้อมือของปิศาจและเริ่มการต่อสู้ระยะใกล้
บาดแผลมากมายบนตัวของ จางเทีย จึงเกิดจากการต่อสู้ระยะใกล้พวกนี ้
ดูจากจิตใจของ จางเทีย เฮลเลอร์ พบว่า จางเทีย นั ้นกังวลเกี่ยวกับการเพิ่ม
ความแข็งแกร่งของตัวเองและการกลับไปที่ผิวดินเพราะเขาคิดถึงภรรยา,พ่อแม่และ
ลูก เด็กบางคนยังอยู่ในไทเซีย บางคนยังอยู่ในป่ าน ้าแข็งหิมะ
บางครั ้งบางที จางเทีย อาจะไม่พบว่าปกติแล้วเขาจะเรียกชื่อพวกนั ้นตอนที่
เขาหลับ หลังจากที่ตื่นขึ ้นมา จางเทีย ก็รวบรวมสติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ ้น สุดท้าย
เขาก็เอาแต่เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเองด้วยการฝึกและการต่อสู้
ส าหรับ จางเทีย แล้ว ระหว่างหลายปีที่เขาออกจากทวีปไว่มา ที่เขารู้สึก
เสียดายมากที่สุดคือเขาไม่ได้อยู่กับภรรยาตอนที่พวกเธอคลอดลูก เขาไม่ได้ท าหน้าที่
พ่ออย่างเต็มที่
จางเทีย ไม่ใช่คนที่เท่อะไร เขาไม่ใช่คนที่มีความทะเยอทะยานมากมาย
ความฉลาดของเขาก็ไม่ได้โดดเด่น จากมุมมองหนึ่ง จางเทีย น่ะก็แค่คนธรรมดาที่มี
ความทะเยอทะยานและจิตใจที่ดี เขาเชื่อฟังพ่อแม่และมักจะจ าครอบครัวไว้ในใจ
เสมอแต่พระเจ้าได้เลือกเขาให้เป็นเจ้าของ Castle of Black Iron มันบ่งบอก
ถึงอะไร ?
หน้า 51 จาก 327
หน้า 54 จาก 327
ระหว่างการฟื ้นตัวและบ่มเพาะ 10 วันนี ้ จางเทีย เองก็ได้ท าสมาธิเกี่ยวกับ
การบ่มเพาะและระดับความแข็งแกร่งของตน สุดท้าย จางเทีย ก็ได้ข้อสรุปว่าความ
แข็งแกร่งของเขานั ้นเท่ากับอัศวินดินขั ้น 5 ที่ฝึกสูตรระดับขุนนางอย่างสูตรมังกรไฟ
แม้แต่ จางเทีย เองก็ต้องอึ ้งกับข้อสรุปนี ้ เขาไม่คิดว่าจะมาถึงระดับนี ้ได้
หลังจากที่กินผลไม้ไปมากมายและท าการบ่มเพาะสูตรระดับจักรพรรดิ แม้แต่ จางไท่
สวน ก็ไม่อาจจะมาถึงระดับนี ้ได้
ในอัศวินดินขั ้น 5 ของสูตรระดับขุนนาง จางเทีย นั ้นถือ่วาเป็นผู้แข็งแกร่งใน
หมู่อัศวินดินของไทเซียแล้ว
ในระดับนี ้เขาสามารถที่จะฆ่าอัศวินเหล็กด าได้ง่ายๆ เมื่อบวกกับการป้องกัน
และความสามารถในการฟื ้นตัวของเขา เขาสามารถที่จะเอาชนะอัศวินดินขั ้น 6-7 ที่
ซึ่งฝึกสูตรระดับต ่าในการต่อสู้ระยะใกล้ได้
จางเทีย แปลกใจเล็กน้อยกับผลลัพธ์นี ้แต่การต่อสู้ระหว่างเขากับพวกปิศาจ
อัศวินดินก็ได้ยืนยันว่ามันคือความจริง
Fruit of Source นั ้นทรงพลัง ด้วยผลของ Fruit of Source สอง
ผล จางเทีย ก็ได้ยกระดับขึ ้นมาอีก 2 ครั ้งในระยะเวลาอันสั ้น นี่คือข่าวดีแต่ข่าวร้าย
คือ Fruit of Source ทั ้งสองผลอาจจะเป็นผลสุดท้ายที่ จางเทีย ได้มา จากนี ้
ต้นไม้เล็กจะไม่อาจจะให้ Fruit of Source ได้อีก หลังจากที่ให้ Iron-Body
Fruit และ Leakless Fruit ออกมาจนหมด
จางเทีย ได้กิน Fruit of Source ของปิศาจเกราะเหล็ก,ปิศาจปีก, แมง
มุมปิศาจและปิศาจหัววัว ยกเว้นแค่ Fruit of Source ของปิศาจเงา โดยทาง
ทฤษฎีแล้วหาก จางเทีย ฆ่าปิศาจเงาไป 360 ตัวโดยที่พวกมันอยู่ต ่ากว่าระดับอัศวิน
หน้า 54 จาก 327
หน้า 55 จาก 327
เขาก็จะได้ Fruit of Source ของปิศาจเงาแต่ จางเทีย รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้
เพราะปิศาจเงานั ้นหายาก เขาอาจจะฆ่ามันไม่ได้เยอะแม้ใช้ทั ้งชีวิตก็ตาม
หลังจากที่ขึ ้นมาอยู่อัศวินดินขั ้น 1 จางเทีย ก็เสียผลไม้ไปอีกแบบ ดังนั ้นเขา
จึงหงุดหงิดขึ ้นมาเล็กน้อย เพราะมันมี Fruit of Source น้อยผล ดังนั ้นเขาจึง
ไม่ได้ทิ ้งมันไว้ดูเป็นที่ระลึก
หลังจากที่เป็นอัศวินดินขั ้น 1 และเข้าใจถึงความแข็งแกร่งทั ้งหมด จางเทีย
ก็เริ่มตื่นเต้นในใจและมั่นใจมากกว่าเดิม ความสลดและความสงสัยที่เขามีกว่า 3 ปี
ตั ้งแต่ที่เขาถูกใส่ร้ายในที่สุดก็หายไป
...
หลังจากที่ จางเทีย ได้เป็นอัศวินดินขั ้น 1 ได้สองวัน...
...
“ โจมตีจุดส าคัญ...”
“ ใช้แรงมากกว่านี ้...”
“ ออกแรงทั ้งหมดออกมาอย่ากลัวว่าจะท าข้าเจ็บ...”
ที่นอกวังต้นไม้ จางเทีย ได้ตะโกนออกมา เอซิส, เอดเวิดและ เอแกน นั ้น
เหงื่อชุ่มไปทั ้งตัวพร้อมกับกัดฟันแน่นใช้ดาบ,คทาและค้อนฟาดไปที่ จางเทีย อย่าง
แรง
จางเทีย ใส่แค่กางเกงขาสั ้นส่วนบนเปลือยเปล่า เพราะการฟื ้นตัวระดับต้น
ของเขา ผิวของเขาจึงเรียบเนียน หลังจากที่แผลหายดีแล้ว มันก็ไม่มีรอยแผลเป็นให้
หน้า 55 จาก 327
หน้า 56 จาก 327
เห็นที่ผิวเขาเลย ตอนนั ้น จางเทีย รับการโจมตีจากลูกน้องทั ้งสามราวักบเป็นเป้าซ้อม
โดยไม่ใช่เกราะพลังฉีออกมา
การโจมตีทุกอย่างไม่ได้สร้างรอยแผลเป็นให้กับผิวของ จางเทีย นอกจากเสีง
ยงและรอยเล็กน้อย
ตอนแรกทั ้งสามนั ้นออกแรงเพียงเล็กน้อย หลังจากที่รู้ว่า จางเทีย รู้สึกไม่
พอใจ ทั ้งสามคนก็ออกแรงกันเต็มที่และอัดเข้าตามตัวของ จางเทีย ด้วยอาวุธของ
พวกเขา
เอซิส นั ้นถือคทาที่มีหนามแหลมคม หลังจากที่ได้ยินค าขอของ จางเทีย เอ
ซิส ก็ได้ยกคทาขึ ้นและเหวี่ยงเข้าใส่ที่ไหล่ของ จางเทีย
ตอนที่คทาเกือบที่จะโดนไหล่ของ จางเทีย จางเทีย ก็เอียงตัวแล้วใช้หน้า
เขารับคทาเอาไว้ ตอนที่คทาเกือบที่จะโดนผิวของเขาและหนามนั ้นจะแทงเข้าตา
จางเทีย ก็ได้หลับตาลง...
ผลก็คือ เอซิส นั ้นได้ฟาดคทาเข้าใส่หน้าของ จางเทีย
ปัง****
เอซิส ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ ้นจนคทาของเขาอัดเข้าที่หน้าของ จางเทีย
“ เจ้าของปราสาท ...” - มือของ เอซิส สั่นเครือ เขาทิ ้งคทาของเขาทันที เอด
เวิด และ เอแกน เองก็หยุดด้วย ทั ้งสองคนคิดว่าพวกเขาท าให้ จางเทีย ได้รับบาดเจ็บ
ในตอนที่ เอซิส ทิ ้งคทาลงไป เขาก็รีบคุกเข่าด้วยท่าทีลนลาน หน้าเขาซีด
และแทบจะร้องไห้ออกมา – “ อ่ะ ข้าไม่ได้ตั ้งใจ ข้าแค่ต้องการตีไปที่ไหล่ของท่าน...”
จางเทีย ลืมตาขึ ้นมาและพูดขึ ้น – “ ใจเย็น ข้าจงใจท าเอง ข้าไม่เป็นไร...”
หน้า 56 จาก 327
หน้า 57 จาก 327
“ อ่ะ เจ้าของปราสาท ...ท่านไม่เป็นไร...จริงๆเหรอ ? “
“ ใช่ ข้าไม่เป็นไร ! “
จางเทีย ตอบกลับพร้อมเอามือถูหน้าตัวเอง ผิวของเขายังคงเรียบเนียน
ดังเดิมซึ่งไม่ได้บวมเปล่งรึเป็นแผลแต่อย่างใด เขาไม่ได้เสียผมแม้แต่เส้นเดียว ตะกี ้
จางเทีย อยากลองความสามารถในการต้านทานการโจมตีด้วยส่วนที่บอบบางที่สุด
ผลลัพธ์ที่ออกมานั ้นน่าพอใจอย่างมาก เขาได้รับการฟาดของคทาด้วยหน้าของเขาได้
อย่างปลอดภัย เขาแค่รู้สึกเจ็บที่หน้าเล็กน้อย ตอนที่หนามแทงมาที่ตาของเขา เขา
รู้สึกว่าตานั ้นโดนแรงกดทับ ทั ้งหนังตาและลูกตาต่างก็ไม่เป็นไร
จริงๆแล้วทั ้งสามคนนั ้นมีความแข็งแกร่งเท่ากับระดับ 9 อีกอย่างแล้วอาวุธนี ้
ก็ไม่ใช่ของเล่น แม้ว่าอาวุธพวกนี ้จะไม่ใช่เงินลับรึทองแดงลับแต่มันก็ท าขึ ้นมาจาก
เหล็กนรก
หลังจากที่ยืนยันว่า จางเทีย ยังปลอดภัย เอซิส ก็ลุกขึ ้นยืนและตัวสั่นไป
ทั ้งตัว
จางเทีย ได้โคจรพลังวิญญาณของเขาและใช้ความสามารถในฐานะ อ านาจ
สวรรค์ หลังจากนั ้นคทาก็ลอยขึ ้นมาจากพื ้นแล้วตกลงมาที่มือของเขา จางเทีย ชั่ง
น ้าหนักมันดูและพบว่ามันหนัก 50-60 กก. แต่ละครั ้งที่ จางเทีย เหวี่ยงมัน คทานี ้
จะส่งเสียงเหมือนกับหมาป่ าหอนซึ่งแสดงให้เห็นถึงแรงอันน่ากลัว
หลังจากที่โบกมันไปมาสักพักและยืนยันว่ามันไม่พัง จางเทีย ก็โยนมันให้กับ
เอซิส พร้อมหันไปถาม เฮลเลอร์ ที่อยู่ข้างๆ
“ เฮลเลอร์ ข้าเป็นอะไร ? ท าไมรู้สึกว่าความสามารถต้านทานและการ
ป้องกันได้เข้าไปสู่ระดับใหม่และพัฒนาขึ ้นมาอย่างเต็มที่นอกจากการเพิ่มความ
หน้า 57 จาก 327
หน้า 58 จาก 327
แข็งแกร่งและความเร็วหลังจากที่ขึ ้นมาเป็นอัศวินดินขั ้น 1 ได้ ? มีแค่การป้องกันทาง
กายภาพ ข้าสามารถไม่สนใจการโจมตีทุกอย่างของนักสู้ระดับ 9 ได้”
“ เจ้าของปราสาท ท่านจ าตอนที่ท่านขึ ้นเป็นอัศวินดินขั ้น 1 ได้รึเปล่า ? “
“ แน่นอน ข้าได้รับบาดเจ็บมากมายในตอนนั ้น ..” -จางเทีย ตอบกลับ เขา
ตระหนักบางอย่างได้ทันที เขาเบิกตากว้างและถามออกมา – “ เดี๋ยวนะ นี่เจ้า
หมายความว่าความสามารถในการป้องกันของข้าเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ตอนที่ข้า
ได้รับบาดเจ็บมาในตอนนั ้นเหรอ ....”
“ หลังจากที่แก่ เล็บและจะงอยของอินทรีย์จะทื่อลง จากนั ้นอินทรีย์ก็จะลบ
คมมันด้วยการฟาดไปที่หินซึ่งท าให้มันต้องบาดเจ็บหนัก หลังจากที่หายดีพวกมันจะมี
กงเล็บและจะงอยที่คมขึ ้นอีกทั ้งระบบเผาผลาญที่ปรับตัวไปตามสภาพแวดล้อม
หลังจากที่ท่านสร้างจักระดินขึ ้นมา ท่านก็ได้เข้าสู่ระดับใหม่ของราชาอินทรีย์ ท่านรู้สึก
ถึงการยกระดับทั่วทุกด้านที่ราชาอินทรีย์ให้มานั ้นเทียบไม่ได้กับการพัฒนาของสัตว์ที่
แสดงออกมาในตอนวิกฤตอย่างนั ้นเหรอ ? “ - เฮลเลอร์ ถามกลับด้วยตาที่แสดง
ความภูมิฐาน ...
จางเทีย เข้าใจมันทันที มันบ่งบอกว่าเขามีโอกาสที่จะเพิ่งความแข็งแกร่งของ
ความสามารถบางอย่นางหากเขาเจอกับวิกฤตในด้านนั ้นๆ หลังจากที่พัฒนาขึ ้นมาแต่
ละครั ้ง เขาจะเจอกับปัญหาที่เขาต้องได้รับบาดเจ็บ ถ้าเขายังคงได้รับบาดเจ็บแบบนี ้
ต่อไปตอนที่เขาขึ ้นมาอยู่ขั ้นสองของอัศวินดิน การป้องกันของเขาก็จะยกระดับขึ ้นไป
อีก ในทางกลับกันถ้าทุกด้านสมดุลกัน ผลของการยกระดับของเขาก็จะสมดุลกันทุก
ด้านตามไปด้วย
หน้า 58 จาก 327
หน้า 59 จาก 327
เมื่อเขาพัฒนาตัวเองได้ไปอีก พลังของความรู้ชั ้นจักรพรรดิก็จะยิ่งโดดเด่นขึ ้น
ไปอีก
จางเทีย เดาว่าคงมีแค่ความรู้ชั ้นจักรพรรดิอย่างมนุษย์ที่สามารถยกระดับ
ขึ ้นมาแบบนี ้ได้
จางเทีย จับไปที่หน้าตัวเองและรู้สึกว่าเขาควรที่จะคิดเรื่องนี ้ให้ดีๆ
หลังจากที่คิดได้สักพัก จางเทีย ก็บอกให้ เอซิส, เอแกน และ เอดเวิด เอา
พวกอัศวินปิศาจมาที่นี่ เพราะวันนี ้เขารู้สึกดี เขาอยากที่จะท าการบูชายัญอัศวินปิศาจ
เหล่านี ้....
หน้า 59 จาก 327
หน้า 60 จาก 327
มีสวนขนาดใหญ่อยู่ด้านนอกวังต้นไม้ จางเทีย ชี ้ไปที่พื ้นที่เปิดและส่งเตา
หลอมออกมาจากคลังลับซวนวู เตาหลอมสูงกว่า 30 ม.ได้โผล่ออกมา ส่วนบนของ
มันนั ้นเป็นรูปร่างคน ส่วนล่างนั ้นเป็นรูปร่างงูพันรอบเตาหลอมเอาไว้ วัตถุดิบของมัน
นั ้นเหมือนกับท าขึ ้นมาจากทองแดง
ทั่วไปแล้วอุปกรณ์มิติจะไม่สามารถที่จะเก็บมันเอาไว้ได้ อุปกรณ์มิติชิ ้นหนึ่ง
ไม่สามารถใส่อุปกรณ์มิติอีกชิ ้นเข้าไปได้ยกเว้นแค่ Castle of Black Iron
อุปกรณ์มิติทั ้งหมดนั ้นสามารถที่จะเก็บและเรียกใช้ออกมาใน Castle of Black
Iron ได้อย่างอิสระ
จากมุมนี ้ จางเทีย รู้สึกว่า Castle of Black Iron นั ้นไม่ใช่อุปกรณ์มิติ
แต่เป็นพื ้นที่พิเศษมากกว่า
จางเทีย ถือว่าเตาหลอมนี ้เป็นเหมือนเครื่องจักรมากกว่า
ในแท่นบูชา จางเทีย นั ้นรู้วิธีการใช้เตาหลอมทั ้งหมดและกลไกต่างๆของมัน
แน่นอนว่าเขาต้องเอาเครื่องจักรนี ้ออกมาด้วยตอนที่ออกจากแท่นบูชา
ตอนแรก จางเทีย คิดว่าเตาหลอมด้านล่างนั ้นคือบ่อแห่งความวุ่นวายที่ซึ่งจะ
ดูซับทุกอย่างแล้วไม่เหลืออะไรไว้ หลังจากที่ท าการศึกษาดีๆแล้ว จางเทีย พบพื ้นที่ลับ
ซึ่งมีพื ้นที่หลายสิบลูกบาศก์เมตรด้านหลังฐานของเตาหลอมซึ่งเอาไว้ใช้ใส่สิ่งมีชีวิตที่
ท าการบูชายัญ
พวกสิ่งมีชีวิตทีท าการบุชายัญนั ้นจะเหลือเถ้าสีม่วงหม่นเอาไว้แต่เถ้านั ้นคือ
วัตถุดิบซึ่ง จางเทีย ไม่รู้จัก ปิศาจตัวหนึ่งจะทิ ้งผงแบบนั ้นอย่างมากก็ก ามือเดียว
หน้า 60 จาก 327
หน้า 61 จาก 327
เฮลเลอร์ บอกว่ามันคือวัตถุดิบดั ้งเดิมของสิ่งมีชีวิตซึ่งไม่พบในที่อื่นนอกจาก
เตาหลอมนี ้ วัตถุดิบแบบนี ้อาจจะเป็นองค์ประกอบพิเศษที่มนุษย์ซึ่งสามารถใช้ได้ดี
กับพวกพืช
2/3 ของพื ้นที่นั ้นเต็มไปด้วยผงแบบนี ้
หลังจากที่ได้ยินว่านี่คือวัตถุดิบที่ใช้ได้ผลดีกับพืช ตอนที่เขาออกจากแท่น
บูชา จางเทีย ก็ได้เอาของพวกนี ้ไปฝังไว้ที่ต้นไม้ด้านนอกวังต้นไม้
ก่อนที่ เอซิส, เอแกน และ เอดเวิด จะได้เอาอัศวินปิศาจมาที่นี่ จางเทีย และ
เฮลเลอร์ ก็ได้ไปดูต้นไม้ทั ้งสอง
ด้านนอกวังต้นไม้นั ้นมีต้นไม้กว่า 100 ต้นอยู่ทั ้งสองฝั่งของทางเดิน จางเทีย
จ าได้ว่าได้ฝังผงนั ้นไว้ใส่ต้นไม้สองต้น ตอนที่เขาไปดูที่ต้นไม้ทั ้งสองแถว จางเทีย ก็
เห็นความโดดเด่นของต้นไม้ที่ว่าทั ้งสองทันที
ก่อนหน้านี ้ต้นไม้สองต้นนี ้ไม่ได้ต่างจากต้นอื่นๆแต่ตอนนี ้พวกมันมีขนาด
ใหญ่กว่ามาก มันดูแข็งแรงทนทาน สิ่งที่แปลกคือปลายใบของมันมีสีม่วงอันสดใส
ในทางกลับกันเมื่อเทียบกับต้นไม้ต้นอื่นๆ สองต้นนี ้ดูสูงกว่าและแข็งแรงกว่า
“ อ่ะ ต้นไม้สองต้นนี ้มันกลายพันธุ์รึไง ?” - จางเทีย อึ ้งกับต้นไม้ทั ้งสองนั ้น
เขาไม่คิดว่าต้นไม้ทั ้งสองนี ้จะเปลี่ยนไปได้มากแบบนี ้ในเวลาแค่ไม่กี่เดือน
“ ไม่ พวกมันไม่ได้กลายพันธุ์ ความพิเศษของมันไม่ได้เปลี่ยนไป พวกมันแค่
เติบโตได้ดีก็เท่านั ้น ! “
“ ท าไมใบไม้มันถึงได้ต่างจากต้นอื่นๆ ? “
หน้า 61 จาก 327
หน้า 62 จาก 327
“ เพราะต้นไม้ทั ้งสองได้ดูดซับสารอาหารอย่างเต็มที่ มันบ่งบอกว่าท่านได้
ฝังปุ๋ ยไว้มากมายในตอนแรก หลังจากที่ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีม่วง พวกมันก็จะสามารถ
ผลิตบางอย่างที่พิเศษขึ ้นมาได้ ผลก็คือต้นไม้ทั ้งสองจะแข็งแรงและพิเศษมากกว่าเดิม
มันก็เหมือนกับมนุษย์ คนที่ต่างกันก็จะมีสารตั ้งต้นที่ต่างกัน สารตั ้งต้นของมนุษย์นั ้น
สามารถที่จะส่งผลต่อกิจกรรมและร่างกายของมนุษย์ มันก็คล้ายกับต้นไม้ ! “ - เฮล
เลอร์ อธิบาย
“ ตามที่เจ้าอธิบาย ถ้าข้าฝั่งผงพวกนั ้นไว้ที่ต้นไม้อื่นๆ ต้นไม้อื่นๆก็จะเติบโต
ได้ด้วย แม้ว่าความพิเศษของมันจะไม่ได้เปลี่ยนไปแต่มันก็บ่งบอกได้ว่ามันดีกว่าเดิม !
“
“ ใช่ ! “ - เฮลเลอร์ พยักหน้า
จางเทีย หัวเราะออกมา –“ มันกลับเป็นว่าเราจะได้ปุ๋ ยกับฟาร์มของเรามาก
กว่าเดิม น่าแปลกใจจริงๆ ! “
“ เจ้าของปราสาท มันน่าเสียดายหากท่านจะฝังผงพวกนี ้ไว้ในพื ้นที่ฟาร์ม
เพราะมันสามารถใช้กับของได้ดีกว่านี ้ ! “
“ ดีกว่านี ้ ? “
“ ยกตัวอย่างเช่นยารึต้นชา ท่านจ าได้มั ้ยว่าท่านได้เอาเมล็ดชาเข้ามาในนี ้
ด้วยตอนที่ท่านกลับมาจากภูเขามังกรขดที่เป็นบ้านเกิดของ คุยหลี่ ? “
“ ใช่ ! “ -จางเทีย พยักหน้า
หน้า 62 จาก 327
หน้า 63 จาก 327
หลังจากที่มี Castle of Black Iron ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน จางเทีย ก็
มักจะเอาเมล็ดพืชเข้ามาด้วยไม่ว่าจะดีหรือไม่ดีก็ตาม ครั ้งที่แล้วตอนที่เขากลับมา
จากบ้านเกิด คุยหลี่ เขาได้เอาเมล็ดชาเข้ามาใน Castle of Black Iron ด้วย
“ เมล็ดชาพวกนั ้นก็แค่ของธรรมดาจากภูเขามังกรขด มันไม่ได้แพงอะไรนัก
หลังจากที่ท่านเอามันเข้ามาใน Castle of Black Iron ข้าก็ได้ท าให้มันกลาย
พันธุ์อีกครั ้ง พวกมันมีเอกลักษณ์มากกว่าเดิม ถ้าท่านเอาไปปลูกและใส่ผงพวกนี ้ ชา
พวกนั ้นต้องเป็นที่นิยมในไทเซียแน่ ! “
หลังจากที่ได้ยินแบบนั ้น จางเทีย ก็อึ ้ง เขาไม่คิดว่า เฮลเลอร์ จะสามารถท า
ชาแบบใหม่ขึ ้นมาได้
ใบชานี ้คือสินค้าและของที่จ าเป็นในไทเซีย คนจีนและคนรวยต่างก็สนใจการ
ดื่มชาเป็นเครื่องคั่นเวลา การค้าขายใบชานี ้ถือว่าเป็นธุรกิจที่ท าก าไรได้ดีอย่างมาก...
จางเทีย จ า แบรี่ ที่เอาใบชาที่พ่อแม่หวงไว้อย่างมากมา ตอนที่อยู่ในทวีปไว่ผู้
อาวุโสวังไฮหยวนต่างก็ชื่นชอบการดื่มชา
ใบชาที่เกิดในป่ าไทเซียนั ้นถือว่าเป็นสมบัติของผู้อาวุโสวังไฮหยวนเลยก็ได้
พวกเขาจะไม่ให้มันเสียเปล่าโดยเด็ดขาด
ตอนที่ จางเทีย คิดค าพูดของ เฮลเลอร์ เอซิส, เอแกน และ เอิดเวิด ก็ได้เอา
พวกอัศวินปิศาจออกมา...
เมื่อเห็นฉากใน Castle of Black Iron พวกอัศวินปิศาจที่ถูกขังไว้ใน
คุกใต้ดินของ Castle of Black Iron ต่างก็อึ ้ง พวกมันไม่รู้เลยว่าท าไมพวกมัน
ถึงได้มาอยู่ที่นี่และสับสนว่ามันอยู่ที่ไหน
หน้า 63 จาก 327
หน้า 64 จาก 327
เมฆหลากสีและภูเขาอันสูงส่ง,วังต้นไม้และอีกทั ้งยังเตาหลอมต่างก็เป็นสิ่งที่
เกินความคาดหมายของพวกมัน
ค าพูดของ เฮลเลอร์ ท าให้ใจของ จางเทีย เต้นรัว เขารู้สึกว่าผงพวกนี ้อาจจะ
มีบทบาทส าคัญที่บนผิวโลกก็ได้
...
ปิศาจอัศวินเหล็กด า 6 ตัวถูกเข็นมาที่นี่โดยรถเข็น พวกมันคือความส าเร็จที่
จางเทีย ได้สร้างขึ ้นมาในหนึ่งเดือนที่ผ่านมา
พวกมันต่างก็ถูกตรึงไว้กับอุปกรณ์ที่ เอดเวิด สร้างขึ ้นมา อุปกรณ์เดียวกับที่
ใช้กับ บารอนปิศาจ หลังจากที่ใส่อุปกรณ์เหล่านี ้แล้ว พวกมันก็ไม่ต่างจากปลาที่รอ
คอยให้ตัดหัวทิ ้ง
อัศวินปิศาจส่วนมากไม่ได้มีท่าทีตอบสนองอะไรเมื่อเห็นเตาหลอมยกเว้นแค่
ตัวเดียว ตัวเดียวที่มีอุปกรณ์มิติ เมื่อเห็นเตาหลอมนี ้ มันดูกลัวอย่างมาก หลังจากนั ้น
มันก็บิดตัวไปมาราวกับว่ารู้โชคชะตาของตัวเอง....
หน้า 64 จาก 327
หน้า 65 จาก 327
นอกจากฟื ้นฟูบาดแผลแล้ว เตาหลอมนี ้ก็สามารถช่วยคนในการฝ่าจุดคอ
ขวดของทักษะต่างๆโดยเฉพาะทักษะต่อสู้ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์กับทุกคนได้
ส าหรับตอนนี ้แล้วทักษะพื ้นฐานที่ จางเทีย ได้ฝึกคือทักษะต่อสู้ที่มาจากสูตร
มังกรไฟ อัศวินปิศาจที่ถูกจับมานี ้ได้กลายมาเป็นทรัพยากรที่เอาไว้ฝ่าจุดคอขวดของ
ทักษะต่อสู้
เมื่อเห็นอัศวินปิศาจที่ถูกเข็นออกมา จางเทีย ก็ไม่ได้มัวเสียเวลา เขาไม่ได้
พูดคุยกับอัศวินปิศาจพวกนั ้น เขาได้เดินไปที่ลานและเริ่มเปิดการท างานของเตา
หลอมทันที เขาตั ้งใจที่จะยกระดับทักษะของสูตรมังกรไฟให้มากกว่าเดิม
หลังจากที่ จางเทีย เริ่มการท างานมันแล้ว ฝาเตาก็ได้เปิดอก มีเปลวไฟสีด า
ที่น่ากลัวปรากฏขึ ้นในเตา เปลวไฟนี ้เหมือนจะเย็นแต่มันสามารถเผาไหม้ทุกอย่างได้
บรรยากาศที่เหมือนกับนรก เปลวไฟนี ้ได้เปลี่ยนเป็นกงเล็บปิศาจซึ่งต้องการจะกลืน
กินสิ่งมีชีวิตทุกอย่าง ในบรรยากาศที่น่ากลัวนั ้นฝาเตาเหมือนกับประตูไปสู่นรก
แม้ว่าอัศวินปิศาจจะไม่รู้ว่าพวกมันถูกเอามาที่นี่เพื่ออะไรแต่เมื่อเห็นเตา
หลอมนี ้ พวกมันก็ตระหนักได้ว่าพวกมันคงต้องตาย
แต่พวกมันไม่อาจต้านทานได้ ไม่มีสักตัวเลยที่ดิ ้นรนได้ พวกมันไม่ได้แม้แต่
กรีดร้องเพราะความสับสน
วิธีนี ้มักจะใช้กับพวกสัตว์ดุร้ายที่ไม่เชื่อง
พวกอัศวินปิศาจท าได้แค่บิดตัวไปมาและร้องคร ่าครวญ
อัศวินปิศาจตัวแรกนั ้นถูกเทลงไปในเตาหลอมโดย เอดเวิด ในตอนที่มันเข้า
ไปในเปลวไฟสีด า มันก็ได้หายไป เมื่อเห็นฉากนี ้ อัศวินปิศาจทุกตัวต่างก็กลัวขึ ้นมา
หน้า 65 จาก 327
หน้า 66 จาก 327
ตัวที่ 2, ตัวที่ 3 และตัวที่ 4....
จางเทีย เห็นว่าหนึ่งในปิศาจนั ้นดูตื่นเต้นขึ ้นมา ในตอนที่ เอดเวิด เข็นมัน
ออกมา มันก็พยายามดิ ้นจนคอมันบวมเปล่ง มันหันไปมาอง จางเทีย โดยไม่กระพริบ
ตาแล้วส่งเสียงอู้อี ้ออกมาราวกับต้องการพูดอะไรกับ จางเทีย ....
อัศวินปิศาจก่อนหน้านี ้ได้พยายามดิ ้นไปมาตอนที่โดนเทลงไปในเตาหลอม
แต่พวกมันไม่ได้มองมาที่ จางเทีย ด้วยสายตาแบบนี ้ แม้ว่าอัศวินปิศาจตัวนี ้จะถูก
เข็นออกมาแต่มันหันมามองที่ จางเทีย ราวกับมีอะไรที่จะพูดด้วย....
จางเทีย ตระหนักได้ว่าอัศวินปิศาจตัวนี ้ต้องการจะพูดอะไรกับเขา
ดังนั ้นเขาจึงยกมือขึ ้นตอนที่ เอิดเวิด ก าลังเข็นรถไปหน้าเตาหลอม
เอดเวิด หยุดไปทันทีตอนที่มองมาที่ จางเทีย
“ เปิดปากมัน ข้ารู้ว่ามันต้องการจะพูดบางอย่าง ! “ -จางเทีย สั่งการ
ออกมา
หลังจากที่มองไปที่อัศวินปิศาจ เอดเวิด ก็ได้ไปเปิดเหล็กที่ปากมัน
ในตอนที่เหล็กนั ้นเปิดออก ปิศาจก็ได้ไอออกมาอย่างหนักพร้อมกับน ้าลายที่
ไหลออกมา...
“ ข้...ข้าคือสมาชิกของตระกูลออกูลาส...เจ้า...เจ้าฆ่าข้าไม่ได้....” –อัศวิน
ปิศาจรีบเผยฐานะของมันออกมาก่อนที่จะเช็ดน ้าลายราวกับต้องการจะขู่ จางเทีย...
จางเทีย ฮึดฮัด ‘ ตระกูลออกูลาสนี่อะไรวะ มันเกี่ยวอะไรกับข้า ? มันขู่ข้า
ด้วยฐานะนี ้งั ้นเหรอ ? ใสซื่อจริงๆ ! ‘
หน้า 66 จาก 327
หน้า 67 จาก 327
หลังจากที่มองไปที่อัศวินปิศาจอีกครั ้ง จางเทีย ก็โบกมือและพูดขึ ้น – “ ผลัก
เข้าไป....”
เอดเวิด ยังคงเข็นอัศวินปิศาจไปที่เตาหลอมต่อ...
“ เดี๋ยว ...” -อัศวินปิศาจกรีดร้องออกมา หน้าของมันตอนนี ้บิดเบี ้ยว มัน
ต้องการใช้โอกาสที่มีในการหาทางรอด – “ ข้ามีประโยชน์กับเจ้าหากข้ายังมีชีวิตอยู่
ตระกูลออกูลาสนั ้นจะท าการแลกเปลี่ยนข้ากับเจ้า ...”
‘ แลกเปลี่ยนห่าอะไร ! ‘ จางเทีย ไม่สนใจ เอดเวิด เองก็ด้วย ตอนที่รถเข็น
ถูกผลักไปที่หน้าเตา อัศวินปิศาจก็ได้พูดต่อ – “ ข้ารู้ว่าใครร่วมมือกับเราในหมู่
เจ้าหน้าที่คนจีนในไทเซีย...”
ก่อนที่มันจะตาย อัศวินปิศาจก็กรีดร้องออกมาด้วยสีหน้าที่กลัว...
หลังจากที่ได้ยินประโยคนี ้ จางเทีย ก็ยกมือขึ ้นห้าม เอดเวิด
จางเทีย ถามออกมา – “ เจ้าพูดว่าไงนะ ? “
“ ข้ารู้ว่าใครร่วมมือกับเราในหมู่เจ้าหน้าที่....” –อัศวินปิศาจรีบพูดต่อราว
กับกลัวจะเสียโอกาสที่จะพูดไป
จางเทีย ไม่เคยเห็นปิศาจตัวไหนที่กลัวตายแต่มันเป็นสัญชาตญาณของ
สิ่งมีชีวิตที่หลีกเลี่ยงอันตรายและท าทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองรอด กฎนี ้เองก็เหมาะ
ส าหรับปิศาจ ก่อนหน้านี ้ จางเทีย ไม่เคยเห็นปิศาจตัวไหนที่กลัวตายแต่มันก็ไม่ได้
หมายความว่าปิศาจนั ้นจะไม่ได้กลัวตาย โดยเฉพาะปิศาจที่เคยอยู่สุขสบาย มันกลัว
ความตายและหวงชีวิตมากกว่าพวกอื่น นี่คือจุดที่เหมือนกันของปิศาจและมนุษย์
หน้า 67 จาก 327
หน้า 68 จาก 327
ตอนวิกฤต พวกที่มีอ านาจนั ้นคิดแค่การเอาตัวรอด เรื่องแบบนี ้เกิดขึ ้นหลาย
ครั ้งในประวัติศาสตร์ ปิศาจก าลังท าแบบนั ้นต่อหน้า จางเทีย เรื่องแบบนี ้คงไม่หายไป
ในอนาคตแน่....
จางเทีย กรอกตาก่อนจะฮึดฮัดออกมา – “ เจ้าพูดตลกเกินไปแล้ว แม้ว่าจะมี
เจ้าหน้าที่ร่วมมือกับปิศาจ แล้วเจ้ารู้เรื่องความลับนี ้ในฐานะอัศวินเหล็กด าได้ยังไง ?
ถ้าเจ้าอยากรอดด้วยการโกหกข้า เจ้าคงท าผิดพลาดแล้ว เจ้ามีเวลา 1 นาทีในการ
พิสูจน์ว่าเจ้าน่ะมีประโยชน์กับข้ามากกว่าการตาย...” – หลังจากที่พูดจบ จางเทีย ก็
มองไปที่ เอดเวิด – “ ถ้าข้าไม่บอกให้เจ้าหยุดใน 1 นาที โยนมันลงไปในเตา ! “
“ ได้ ! “
จางเทีย ให้เวลา 1 นาทีเปิดโอกาสให้มันเอาตัวรอด หลังจากที่กลืนน ้าลาย
แล้ว อัศวินปิศาจก็รีบพูดขึ ้นมา
“ ตระกูลออกูลาสคือตระกูลเจ้าชายที่ทรงเกียรติ ข้าคือลูกหลานโดยตรงของ
ตระกูล หัวหน้าตระกูลคือเจ้าชายออกูลาสที่โด่งดัง และนั ้นคือปู่ ของข้า ปู่ ข้าได้เข้าร่วม
การประชุมของปิศาจ ก่อนที่สงครามครั ้งที่สามจะเกิดขึ ้น ข้าก็ได้ขึ ้นมาเป็นอัศวิน
เหล็กด าได้แล้ว วันหนึ่งข้าได้ยินปู่ ข้าคุยกับตัวแทนปิศาจจากแท่นบูชาเทพปิศาจใน
ห้องสมุด ตัวแทนนั ้นบอกปู่ ข้าว่าบางคนใน 9 รัฐมนตรีบัลลังก์นั ้นได้ร่วมมือกับเรา
อีกอย่างแล้วชายคนนั ้นน่ะได้สูตรโลหิตวิญญาณ 1?4 ที่เหลือมาซึ่งเป็นสมบัติอันดับ 1
ของวิหารโลหิตวิญญาณจากเรา โอ้ ชายคนนั ้นดูเหมือนจะสนใจวิธีเลียนแบบปิศาจ
ของสูตรโลหิตวิญญาณด้วย...”
อัศวินปิศาจได้บอกทุกอย่างโดยไม่หายใจ เมื่อได้ยินแบบนี ้ จางเทีย ก็ดูตา
เป็นประกายมากกว่าเดิมแต่หัวใจเขาเต้นรัว
หน้า 68 จาก 327
หน้า 69 จาก 327
ตอนที่อัศวินปิศาจได้พูดถึงวิธีเลียนแบบปิศาจ จางเทีย ก็รู้สึกราวกับโดน
ฟ้าผ่า
คนที่ต้องการฆ่า จางเทีย โดยการป้ายความผิดให้กับเขาซึ่งท าให้เขาต้องหนี
มาที่นี่ก็เพราะคนที่ใช้วิธีเลียนแบบปิศาจ
จางเทีย มองไปที่อัศวินปิศาจราวกับว่าต้องการตรวจสอบว่าอีกฝ่ายตั ้งใจจะ
ล่อเขาด้วยวิธีเลียนแบบปิศาจรึเปล่าแต่หลังจากนั ้น จางเทีย ก็เริ่มกระจ่าง เพราะ จาง
เทีย ยังคงใช้หน้าตาของ โกลาส แม้ว่าจะอยู่ใน Castle of Black Iron มาไม่กี่
วันแต่อัศวินปิศาจไม่มีทางรู้ว่าเขาคือ จางเทีย ดังนั ้นอัศวินปิศาจจึงไม่รู้ว่าล่อเขาได้
ด้วยวิธีเลียนแบบปิศาจได้
‘ คนใน 9 รัฐมนตรีได้ทรยศมนุษย์และร่วมมือกับปิศาจงั ้นเหรอ? เขา
ต้องการท าอะไร ? ในต าแหน่งสูงแบบนั ้น ถ้าเขาต้องการที่จะยอมแพ้ให้กับปิศาจ เขา
ก็สามารถสร้างภัยพิบัติกับมนุษย์ได้ง่ายๆ ‘
‘ อีกอย่างแล้วเพราะชายคนนี ้รู้วิธีเลียนแบบปิศาจ เขาน่าจะเป็นคนที่ป้าย
ความผิดให้กับข้า ‘
‘ หนึ่งใน 9 รัฐมนตรีเป็นพวกปิศาจ คนที่ป้ายความผิดข้าคือ 1 ใน 9
รัฐมนตรี ? ถ้าเป็นจริง...’ จางเทีย อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น
จางเทีย ได้ภวังค์และแทบลืมเวลา ตอนที่เวลาหมด เอดเวิด นั ้นก าลังจะเท
อัศวินปิศาจเข้าไปในเตา เมื่อเห็นเปลวไฟในเตา อัศวินปิศาจก็ได้กรีดร้องออกมา
“ หยุด ! “ -จางเทีย ช่วยอัศวินปิศาจเอาไว้ได้
“ เจ้ารู้มั ้ยว่าคนนั่นคือใคร ? “ - จางเทีย ถามด้วยสีหน้าใจเย็น
หน้า 69 จาก 327
หน้า 70 จาก 327
“ ไม่ข้าไม่รู้ ตัวแทนจากแท่นบูชาเทพปิศาจไม่ได้พูดถึง ข้าได้ยินเรื่องนี ้โดย
บังเอิญ....” – ปิศาจรีบพูดออกมาหลังจากที่รอดมาได้
“ เจ้าชื่ออะไร ? “
“ อคิวโน่ ! “
‘ อคิวโน่ อะไรวะ ! ชื่ออะไรวะเนี ้ย ! ‘
หลังจากที่คิดไม่นาน ตาของ จางเทีย ก็สั่นไหว เขามองไปที่อัศวินปิศาจและ
บอกกับ เอดเวิด – “ เก็บมันไว้ มันยังมีประโยชน์กับข้า เอามันไปขังไว้ ดูแลมันให้ดี
กว่าเดิม ! “
“ ได้ ! “
เอดเวิด ตอบกลับแล้วเข็นอัศวินปิศาจตัวนั ้นไปเก็บทันที
นี่เป็นเรื่องใหญ่ ก่อนที่ จางเทีย จะได้ใช้เตาหลอม เขาก็คิ ้วขมวดและถาม
เฮลเลอร์ ที่ยืนห่างอยู่ไม่ไกลด้วยสีหน้าจริงจัง – “ มันพูดจริงรึเปล่า ? “
เฮลเลอร์ ตอบกลับด้วยสีหน้าเคร่งขรึม – “ ข้าคงตอบไม่ได้ ข้าตัดสินก็ไม่ได้
ดูจากอุปกรณ์มิติซึ่งสามารถเทียบเท่าได้กับแม่ทัพปิศาจในทวีปไว่และของระดับสูงใน
อุปกรณ์มิติ มันต้องมาจากตระกูลใหญ่แน่ อัศวินเหล็กด าทั่วไปคงไม่มีอุปกรณ์มิติ
โดยเฉพาะในสนามรบแล้วด้วย ดังนั ้นพื ้นหลังของมันน่าจะเป็นจริง ตอนที่มันพูด
แม้ว่าข้าจะตัดสินไม่ได้ว่าค าพูดมันจะจริงรึเปล่า ดูจากระดับการเต้นของหัวใจแล้ว
มันได้ผ่านการจับโกหกที่มนุษย์ได้ผลิตขึ ้นมาก่อนภัยพิบัติแต่การจับโกหกนี ้ใช้ไม่ได้ผล
กับคนที่ชินกับการพูดโกหกและรู้จักวิธีในการควบคุมร่างกาย...”
หน้า 70 จาก 327
หน้า 71 จาก 327
ค าตอบของ เฮลเลอร์ นั ้นเป็นไปตามที่ จางเทีย ได้คาดไว้ แม้ว่าค าพูดของ
เฮลเลอร์ จะฟังดูไร้ความหมายแต่ จางเทีย ก็ได้ค าตอบ
‘ ไม่มีใครรู้ว่าอัศวินปิศาจถูกข้าจับไว้ อีกอย่างแล้วอัศวินปิศาจไม่รู้ว่าข้าคือ
จางเทีย ดังนั ้นมันจึงเป็นไปไม่ได้ที่มันจะเตรียมค าพูดนี ้ไว้ ในตอนที่จะตาย ถ้า อคิว
โน่ รอดไปได้ด้วยการพูดโกหก มันคงถือว่ามีพรสวรรค์ ‘
‘ การจับโกหก ? แม้แต่ข้าก็ไม่รู้เรื่องนี ้ นี่ไม่ต้องพูดถึงอัศวินปิศาจ อีกอย่าง
แล้วจากที่ดูหน้าตามันแล้ว ข้าไม่รู้ว่ามันจะควบคุมร่างกายตัวเองได้ ‘
‘ ดังนั ้นปิศาจนี่น่าจะพูดความจริง ‘
‘ น่าเสียดายที่การอ่านความคิดของทักษะวิญญาณต้องห้ามนั ้นใช้ไม่ได้ผล
กับอัศวินปิศาจ ไม่งั ้นแล้วข้าคงรู้ว่ามันพูดจริงรึเปล่า ‘
จางเทีย รู้สึกว่าอัศวินปิศาจอาจจะมีประโยชน์กับเขาในอนาคต ไม่ว่ายังไง
จางเทีย ก็ไม่เชื่อว่ามันจะหนีจากเขาไปได้หากอยู่ใน Castle of Black Iron
เบาะแสนี ้ส าคัญกับ จางเทีย อย่างมาก ถ้าเขาพิสูจน์ได้ว่าอัศวินปิศาจนั ้น
ไม่ได้โกหก จางเทีย อาจได้รู้ความจริงจากเมืองฟูไห่ได้ หลังจากที่หนีมา 3 ปี ในที่สุด
จางเทีย ก็ได้ข้อมูลที่มีค่าที่สุดมา
แต่มันยากที่เขาจะพิสูจน์ข้อมูลนี ้ได้ เพราะรัฐมนตรีทั ้ง 9 นั ้นไม่ใช่เป้าหมาย
ง่าย ความแข็งแกร่งพวกนั ้น ตระกูลที่แข็งแกร่ง มันเหมือนกับภูเขาที่สูงส่ง
...
“ มีอีกอย่าง เราจะท าต่อมั ้ย ? “ – เอซิส ถามออกมาตอนที่ไม่ได้รับค าสั่ง
ของ จางเทีย
หน้า 71 จาก 327
หน้า 72 จาก 327
“ ต่อ ! “
จางเทีย สูดลมหายใจเข้าลึกๆและบอกกับลูกน้องทั ้งสามให้ท างานต่อ
อัศวินปิศาจตัวสุดท้ายได้มองไปที่ อคิวโน่ แม้ว่ามันจะไม่ได้พูดแต่ตาของมัน
อยากที่จะฆ่า อคิวโน่ อยู่หลายครั ้ง ถ้ามันขยับได้มากกว่านี ้ มันคงเข้าไปฆ่า อคิวโน่
แล้วแต่เมื่อเจอกับเปลวไฟสีด าเข้า อัศวินปิศาจก็ต้องตายไป....
การดิ ้นรนของมันไร้ความหมาย ไม่มีปิศาจตัวไหนที่ต้านทานได้
เปลวไฟสีด าไม่นานก็กลืนกินปิศาจตัวนี ้ลงไป หลังจากนั ้นตาของรูปปั ้นก็
เปล่งแสงขึ ้นมา ตามความคิดของ จางเทีย แสงนั ้นก็ได้เข้าปกคลุมตัวของ จางเทีย....
นอกจากความอบอุ่นที่แสงสีแดงได้ให้มา จางเทีย รู้สึกว่าทักษะต่อสู้ของ
สูตรมังกรไฟนั ้นได้พัฒนาขึ ้นมา....
จุดคอขวดของทักษะต่อสู้ได้ไปสู่ระดับใหม่ในเสี ้ยววินาที...
หน้า 72 จาก 327
หน้า 73 จาก 327
ในวันที่ 9 มิถุนายน ปี 903 กว่า 2 เดือนตั ้งแต่การปะทะกันของทัพหลักทั ้ง
สอง ป้อมปราการมนุษย์และปีศาจที่ลอยอยู่บนภูเขาไทเว่ยก็เริ่มลอยกลับไปภายใต้
การคุ้มกันของอัศวินกว่าหมื่นชีวิต...
ตอนที่ป้อมทั ้งสองได้ลอยกลับไป โกลาส ที่เพิ่งจัดการปิศาจระดับ 15 และ
โยนมันเข้าไปใน Castle of Black Iron เขานั ้นอยู่ในคูเหมืองที่ห่างจากป้อม
ปิศาจกว่า 70 ไมล์
ในตอนที่ป้อมปิศาจได้ถอยกลับไป จางเทีย ก็เริ่มบินออกจากเหมืองและลง
ไปยืนบนเนินเขาเล็กๆ หลังจากนั ้นเขาก็ได้มองไปยังป้อมปิศาจที่ลอยอยู่
แม้ว่าจะห่างไป 70 ไมล์แต่ จางเทีย ก็ยังเห็นการเคลื่อนที่ของมันได้อย่าง
ชัดเจนด้วยดวงตาดอกบัวของเขา
ป้อมปิศาจนั ้นเหมือนกับรังผึ ้งขนาดใหญ่ ด้วยการที่มีหลายชั ้น มันจึงดูน่าขน
ลุกตอนที่มันถอยกลับไป
‘ การต่อสู้จบลงแล้วเหรอ ? ‘
ในครึ่งเดือนที่ผ่านมา การปะทะกันในเขตหลักก็เริ่มลดลงจนแทบไม่มีปรากฏ
ให้เห็น ดังนั ้น จางเทีย จึงเดาว่าแร่คริสตัลดินที่นี่อาจจะถูกขุดออกไปหมดแล้วซึ่งท า
ให้ทั ้งสองฝั่งเตรียมพร้อมที่จะถอยกลับ
อย่างที่คาดไว้ที่ทั ้งสองฝ่ายได้ถอยกลับไปในวันเดียวกัน
ในตอนที่ป้อมทั ้งสองได้ถอยกลับไป มันก็ได้มีควันและพายุพลังฉีต่อสู้แยก
ออกจากกันและค่อยๆไปกับป้อมปปราการของตัวเอง
หน้า 73 จาก 327
หน้า 74 จาก 327
ก่อนที่จะมาที่นี่ จางเทีย คิดว่าจะไปเอาคริสตัลดินที่นี่ หลังจากที่มาถึง จาง
เทีย รู้ว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ เพราะทั ้งมนุษย์และปิศาจได้ส่งอัศวินเงามาที่นี่ด้วยเพื่อ
คุ้มกันไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามเข้าโจมตี ในสถานการณ์แบบนี ้มันคงไม่มีทางที่อัศวินดินจะ
ท าอะไรได้กับเขตที่ได้รับการป้องกันโดยอัศวินเงารึอัศวินสวรรค์ ได้น้อยแต่เสี่ยงมาก !
ดังนั ้น จางเทีย จึงสลัดความคิดนี ้ทิ ้งไป
แต่แม้ว่าเขาจะไม่ได้คริสตัลดินแต่เขาก็ได้ความส าเร็จครั ้งใหญ่ในสนามรบ
เมื่อเห็นป้อมทั ้งสองที่ลอยออกไป จางเทีย ก็รู้สึกเสียดายในใจ
ถ้าการต่อสู้คงต่อไปสักสองเดือน เขาคงได้ความส าเร็จมากกว่านี ้
ตอนนั ้นเองก็ได้มีร่างแปลกๆปรากฏขึ ้นในหมอกมืดห่างออกไปนับสิบไมล์
และเคลื่อนที่ไปตามเส้นทางแปลกๆด้วยความเร็วดั่งสายฟ้า มันบินเข้ามาหา จางเทีย
ราวกับค้นหาบางอย่าง จางเทีย หันกลับมาด้วยตาที่สั่นไหว หลังจากนั ้นเขาก็ได้
กลับไปที่คูเหมือง ผ่านไปไม่กี่วินาทีด้วงด าก็ได้บินออกมาและมุ่งหน้าไปยังป้อม
ปราการมนุษย์...
หลังจากนั ้นไม่กี่นาทีร่างแปลกๆนั ้นก็ได้มาถึงที่ที่ จางเทีย อยู่ตะกี ้
มันคืออัศวินเกราะเหล็ก ในตอนที่มันมาถึง หมอกรอบตัวของมันก็กระจาย
ตัวออก
มีเลือดที่พื ้นซึ่งเป็นของแมงมุมปิศาจที่ จางเทีย เพิ่งจัดการไป
ปิศาจได้นั่งยองๆลงที่พื ้นแล้วใช้นิ ้วของมันถูไปที่เลือด หลังจากนั ้นตาของ
มันก็ส่องประกายออกมา หลังจากที่เช็คสภาพแวดล้อมโดยรอบแล้ว มันก็ได้ส่งผีเสื ้อ
วิญญาณออกมา...
หน้า 74 จาก 327
หน้า 75 จาก 327
แต่ผีเสื ้อกลับบินไปรอบๆราวกับลิงที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว
สองนาทีต่อมาปิศาจอัศวินเงาก็ได้ค ารามออกมาและท าลายผีเสื ้อวิญญาณ
ทิ ้ง หลังจากนั ้นอัศวินปิศาจก็ได้มองไปรอบๆก่อนที่จะมองไปที่ป้อมปราการมนุษย์
หลังจากนั ้นมันก็ได้บินกลับไปที่ป้อมปิศาจ
การปะทะกันครั ้งแรกของ จางเทีย กับปิศาจอัศวินเงาในดินแดนธาตุดินได้
จบลง
...
ในหอคอยที่สูงที่สุดในป้อมมนุษย์ กูดูยิ ได้ยืนอยู่เพียงล าพังราวกับขุนเขา
เขามองไปยังป้อมปิศาจเงียบๆพร้อมกับตาที่ลุกไหม้...
“ ในการต่อสู้ครั ้งใหญ่นี ้เราได้เสียอัศวินไป 2147 คนซึ่งมีอัศวินเหล็กด า
2019 คนและอัศวินดิน 128 คน อัศวินเงาสองคนได้รับบาดเจ็บ 18% ของคนที่
เข้าร่วมตายไป 73% นั ้นเป็นอัศวินจีนจากไทเซีย 27% มาจากทวีปอื่น อีกอย่าง
แล้วอัศวิน 31 คนได้หายไปจากการต่อสู้ รวมไปถึงอัศวินดิน 2 คน ในการต่อสู้
ด้านหลังของป้อม เราได้เสียทหารชั ้น 2 400 คนไปและนักสู้กว่า 20,000 คน
.....”
มีคนหนึ่งรายงานขั ้นมาด้านหลังแม่ทัพเหนือปิศาจ ตอนที่พูดถึงการตาย
เสียงนั ้นก็เบาลงไปเล็กน้อย
เมื่อได้ยินตัวเลข ตาของ กูดูยิ ก็หม่นลงทันที การต่อสู้ในดินแดนธาตุดินนี ้
คือการต่อสู้ที่ดุเดือดที่สุดระหว่างมนุษย์และปิศาจตั ้งแต่ที่เริ่มสงครามมา อัศวินจีน
ฝีมือดีกว่า 1,500 คนได้ตายไป การสูญเสียแบบนี ้ไม่อาจจะแบกรับได้ไม่ว่าจะเป็น
ประเทศไหนๆในโลกยกเว้นแค่คนจีน อีกอย่างแล้วในการต่อสู้ครั ้งใหญ่ คนจีนได้
หน้า 75 จาก 327
หน้า 76 จาก 327
เสียสละมากที่สุดตั ้งแต่จบสงครามครั ้งที่สองเพื่อที่จะต้านทานปิศาจ แม้จะเป็นแบบ
นั ้นแต่พวกเขาก็ต้องสู้ ถ้าไม่สู้ปิศาจก็จะแข็งแกร่งขึ ้น....
แต่นี่ก็แค่จุดเริ่มต้น บางช่วงในอนาคตการต่อสู้ครั ้งใหญ่แบบนี ้ก็จะเกิดขึ ้นอีก
อัศวินจะตายไปมากกว่าเดิมเพื่อมนุษย์คนอื่นๆ
หลังจากที่ได้ยินตัวเลขนั ้น กูดูยิ ก็เงียบไปกว่านาที...
“ แล้วปิศาจล่ะ ?” – แม่ทัพเหนือปิศาจได้ถามขึ ้นมาด้วยเสียงที่แหบแห้ง
“ ปิศาจเสียหายไปมากกว่าเรา ตามผลงานที่ได้รับการยืนยันแล้ว เราได้ฆ่า
อัศวินปิศาจไป 2541 ตัวในการต่อสู้ด้วยทัพหลักของเรากับปิศาจภายใต้การน าของ
ท่าน อัศวินดิน 157 ตัว อีกอย่างแล้วอัศวินปิศาจบางตัวยังคงสูญหาย ในการต่อสู้
ด้านหลัง ปิศาจเองก็เสียหายไปด้วยและปิศาจถึงกับเสียงปิศาจเงา อัศวินดินที่หายาก
ไปด้วย อีกอย่างแล้วปิศาจได้เสียพวกนักสู้ของมันไป 30,000 ตัว ...” - หลังจากที่
ตอบกลับ คนรายงานก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะพูดต่อ – “ ท่านลอร์ด เรา...
พยายามที่สุดแล้ว ทุกคนต่างก็ทุ่มเทกันอย่างเต็มที่ ! “
“ ใช่ เราพยายามกันเต็มที่แล้ว หลังจากที่เสียอัศวินไปมากมาย แน่นอนว่า
เราพยายามกันเต็มที่แล้ว ! “
ดูกูยิ แอบถอนหายใจออกมา
หลังจากนั ้นแม่ทัพเหนือปิศาจก็ได้หลับตาลง หลังจากนั ้นไม่นานเขาก็ลืมตา
ขึ ้นมาอีกครั ้งด้วยไฟในดวงตาที่หายไป ตาของเขากลับไปเย็นชาและสงบดิ่งดังเดิม
“ ส่งชื่อของอัศวินกับนักสู้ที่เสียสละในระดับต่างๆไปยังแผนกกองทัพและ
บอกให้พวกนั ้นจัดแจงทุกอย่างให้เหมาะสมส าหรับอัศวินและนักสู้ตามกฎที่วางไว้ ! “
หน้า 76 จาก 327
หน้า 77 จาก 327
“ ได้ครับ ! “
“ กลับไปที่ป้อมสิงโต ! “
หลังจากที่พูดค าสุดท้ายจบ แม่ทัพเหนือปิศาจก็ได้มองไปยังป้อมปิศาจ
ก่อนที่จะลงไปที่ชั ้นล่าง....
...
ในวันที่ 12 มิถุนายน ป้อมทั ้งสามที่ลอยอยู่ก็ได้กลับมาที่ป้อมสิงโต พวกคน
ที่รอดต่างก็พากันตื่นเต้นกันทันทีทั ้งพวกอัศวินและนักสู้ ตั ้งแต่วันที่ 13 ถนนในป้อม
สิงโตนั ้นเต็มไปด้วยผู้คนและกลิ่นเหล้าที่ตลบอบอวลไปทั ้งป้อมสิงโต....
ตามประกาศทางการในป้อมสิงโตแล้วมนุษย์ได้ท าความส าเร็จครั ้งใหญ่
จากการต่อสู้ครั ้งใหญ่ระหว่างมนุษย์กับปิศาจในภูเขาไทเว่ย อัศวินมนุษย์ได้
ท าลายแผนในการยึดเหมืองของปิศาจเอาไว้ได้และแย่งชิงคริสตัลดินกว่าครึ่งในภูเขา
มาได้ซึ่งคือคริสตัลดิน 2 ล้านชิ ้น แม้ว่าจะเสียอัศวินไป 2,000 คนก็ตาม อีกอย่าง
แล้วพวกเขาได้ฆ่าอัศวินปิศาจไปกว่า 3,000 ตัวและพวกนักสู้ปิศาจไปกว่า
50,000 ตัวด้วย....
มีแค่พวกที่มีอ านาจในป้อมสิงโตเท่านั ้นที่รู้ตัวเลขจริงๆ เพื่อที่จะให้ก าลังใจ
กับพวกนักสู้ พวกแผนกผลงานจึงบอกว่านี่คือชัยชนะครั ้งใหญ่ของมนุษย์ในดินแดน
ธาตุดิน ตามประกาศแล้วการปะทะกันครั ้งแรกนี ้ชัยชนะเป็นของมนุษย์
การประกาศแบบนี ้ได้สร้างก าลังใจและท าให้ความเชื่อของมนุษย์เพิ่มมาก
ขึ ้น แม้ว่านักสู้ที่อยู่ในทวีปย่อยและทวีปอื่นเมื่อได้ยินข่าวจากดินแดนธาตุดินต่างก็
คึกคักกันไปตามเมื่อได้อ่านเรื่องนี ้ในภูเขาแสง
หน้า 77 จาก 327
หน้า 78 จาก 327
การต่อสู้นี ้ถือว่าเป็นการต่อสู้ที่ส าคัญครั ้งหนึ่ง แม้แต่ก่อนภัยพิบัติ ผลการ
ต่อสู้พวกนี ้ก็เป็นที่รู้กันดี เอาให้ชัดเจนคือการต่อสู้ทุกครั ้งนั ้นจะส่งผลถึงจิตใจ,การ
ตัดสินใจและขวัญก าลังใจของพวกนักสู้ ฝ่ายที่เผยจุดอ่อนออกมาก่อนก็จะต้องเป็น
พวกที่แพ้ไป...
ตอนที่ป้อมสิงโตจัดงานเลี ้ยงขึ ้นมา จางเทีย ที่ออกจากป้อมสิงโตไปกว่า 3 ปี
ก็ได้กลับมาที่ป้อมสิงโตในวันที่ 14 มิถุนายน
หน้า 78 จาก 327
หน้า 79 จาก 327
หลังจากผ่านมา 3 ปี ป้อมสิงโตนั ้นยังคงเดิมไม่เปลี่ยน ถ้าไม่ใช่ป้อมสามอัน
ที่บินเข้ามานั ้น บางทีอาจจะไม่มีใครรู้ว่าอัศวินมากมายในป้อมสิงโตแห่งนี ้เพิ่งผ่าน
การต่อสู้ครั ้งใหญ่มา
จางเทีย ได้กลับมาหน้าตาแบบ คุยหลี่ อีกครั ้งและได้กลับเข้าไปยังป้อมสิงโต
ได้อย่างราบรื่น
แม้ว่าพวกที่อยู่หน้าประตูของป้อมสิงโตจะเป็นอัศวินจีนแต่หน้าตาพวกเขา
เปลี่ยนไป ไม่มีสักคนที่รู้จัก จางเทีย ดูจากสีหน้าเยาว์วัยของพวกนั ้นกับชุดแล้ว จาง
เทีย รู้ว่าพวกนี ้น่ะเพิ่งมายังดินแดนธาตุดิน
พวกคนที่เพิ่งเข้ามาในดินแดนธาตุดินตัวตัวเหมือนกับพวกมือใหม่ พวกเขา
ท าทุกอย่างตามกฎอย่างเคร่งครัด
กว่า 3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังจากที่ผ่านการต่อสู้และการฆ่าปิศาจอัศวิน
ดินมากกว่าห้าตัว จางเทีย รู้สึกเหินห่างจากคนพวกนี ้
“ คนนั ้นเหมือนกับอัศวินดินเลย “
“ อ่ะ เขาเด็กเกินไป...”
“ เขาเอาจจะเป็นคนจากนิกายใหญ่ทั ้งเจ็ดก็ได้ ! “
“ ชายคนนี ้มีรังสีการฆ่าที่เฉียบคมซึ่งสร้างขึ ้นมาไม่ได้หากไม่มีประสบการณ์
ต่อสู้มากมาย บางทีเขาอาจจะเพิ่งกลับมาจากภูเขาไทเว่ย...”
“ อ่ะ อัศวินเหล็กด า เป็นไปไม่ได้ ! “
จางเทีย ได้สอดบัตรเข้าไปที่ประตูป้อมก่อนที่จะเดินเข้าไป
หน้า 79 จาก 327
หน้า 80 จาก 327
จางเทีย ได้เข้ามาในป้อมสิงโตด้วยบัตรอัศวินเหล็กด าที่เขาได้ใช้เข้าหอคอย
อัศวินก่อนหน้านี ้ เมื่อเห็นบัตรของ จางเทีย พวกอัศวินที่ประตูก็ไม่แน่ใจว่า จางเทีย
นั ้นใช่อัศวินเหล็กด ารึอัศวินดิน
...
ทั ้งป้อมนั ้นเต็มไปด้วยกลิ่นเหล้าแตงโม
ตามท้องถนน จางเทีย ได้เห็นอัศวินและนักสู้มากมายที่เมามายและนอนอยู่
ที่พื ้น
จางเทีย ไม่ได้เยาะเย้ยคนพวกนี ้เพราะเขารู้ว่าคนที่รอดกลับมาจากสนามรบ
นั ้นคิดอะไร หลังจากที่ต้องตึงเครียดมานาน พวกเขาก็ต้องปล่อยความเครียดกันบ้าง
เหล้าแตงโมนี ้ไม่ได้แรงอะไรมากมายแต่เมื่อ จางเทีย มาถึงป้อมสิงโตครั ้งแรก
เขาได้รู้ว่าอัศวินหลายคนได้ท าเครื่องหมักขึ ้นมาซึ่งท าให้ดีกรีเหล้านั ้นแรงขึ ้นมาและ
รสชาติก็ดีขึ ้นส าหรับอัศวินหลายคน
ในป้อมสิงโต เหล้าแตงโมนี ้ถูกหมักด้วยธัญพืชเองก็ถือว่าเป็นทรัพยากรที่
ส าคัญซึ่งห้ามไม่ให้กินเรี่ยราด ยกเว้นแค่สถานการณ์แบบนี ้ กลิ่นเหลาแตงโมนั ้นส่ง
กลิ่นไปทั่วทั ้งป้อมสิงโต
นอกจากนี ้ความแข็งแกร่งที่ต่างกัน อัศวินส่วนมากต่างก็รู้สึกดีใจ,โกรธ,
เสียใจรึสนุกเหมือนกับคนธรรมดา
ทั ้งป้อมแห่งนี ้เหมือนกับจัดงานเทศกาลอยู่
บางคนก าลังจูบกัน บางคนก าลังหัวเราะหลังจากที่เมา...
หน้า 80 จาก 327
หน้า 81 จาก 327
ตอนนั ้นความพอใจและเสียใจมีอยู่เต็มไปทั่ว แม้แต่ จางเทีย ก็ยังได้รับผล
จากบรรยากาศนี ้
แม้ว่า จางเทีย จะไม่รู้ตัวเลขพวกที่ตายของทั ้งสองฝั่งแม่นย านัก แต่เขาก็
เข้าใจว่าอัศวินที่ตายไปทั ้งสองฝั่งแน่นอนว่าต้องเยอะในการต่อสู้มานานแบบนี ้ แต่ละ
ฝ่ายต้องเสียหายอย่างมากแน่ เพราะการต่อสู้เพิ่งจบลง ทั ้งสองฝ่ายเลยต้องท าการ
สรุปและฟื ้นฟูกองก าลังของตัวเอง ดังนั ้นมนุษย์และปิศาจต่างก็อยู่ในสถานะฟื ้นฟูใน
ดินแดนธาตุดินและเหวแรก การต่อสู้ครั ้งใหญ่แบบนี ้คงไม่เกิดขึ ้นในอีกไม่กี่ปี ทั ้งสอง
ฝ่ายคงจะย้ายกองก าลังขึ ้นไปที่ผิวดิน
ดังนั ้น จางเทีย จึงพร้อมที่จะกลับไปที่ผิวดินแล้ว
แต่ก่อนที่จะกลับไปที่ผิวดิน เขาต้องกลับมาที่ป้อมสิงโตเพื่อส่งผลงานก่อน
ในตอนที่เขาคิดจะกลับไปที่ผิวดิน จางเทีย ก็จ าข่าวที่เขาได้ยินจากปิศาจใน
สนามรบไม่กี่เดือนก่อน ----จักรพรรดิซวนหยวน หายตัวไป !
จางเทีย ต้องการไปที่หอคอยแห่งแสงก่อน
หลังจากที่ออกจากป้อมเกราะด ามาไม่กี่เดือน มันก็ไม่มีเหตุผลถ้าเขาสร้าง
ผลงานไม่ได้ ดังนั ้น จางเทีย จึงเตรียมผลงานในฐานะ คุยหลี่ เอาไว้ --- เขาของปิศาจ
หัววัวอัศวินดินและเกล็ดที่แก่งที่สุดบนอกของอัศวินเหล็กด า
จริงๆแล้ว จางเทีย มีผลงานมากกว่านี ้ใน Castle of Black Iron แต่
ถ้าเขาเอามันออกมาทั ้งหมด เขาคงผลัก คุยหลี่ ไปอยู่หน้าเหว มันคงไม่ดีส าหรับ
คุยหลี่ เพราะ คุยหลี่ ได้ฆ่าปิศาจเงาไป ถ้าเขาฆ่าอัศวินดินไปอีกหนึ่งตัวและอัศวิน
เหล็กด าอีกตัว เขาก็ได้ความเคารพจากคนอื่นๆในป้อมสิงโตไปแล้วและได้สร้าง
พื ้นฐานของตัวเองในฐานะอัศวินดิน การผลักดันมากกว่านี ้ถือว่าเป็นข้อผิดพลาด
หน้า 81 จาก 327
หน้า 82 จาก 327
ในตอนที่ จางเทีย เลี ้ยวที่มุมหนึ่ง เขาก็เห็นสองคนที่คุ้นเคย
จางเทีย อยู่ห่างจากพวกนั ้นไปประมาณ 100 ม.เพราะมีอัศวินหลายคนใน
ป้อมสิงโต สองคนนั ้นจึงไม่ได้เห็นเขา
โบแลม เสียแขนไปข้างหนึ่ง ดังนั ้นจึงใช้แขนอีกข้างกอดเอวของ เซลิก้า
เอาไว้และจูบเธอ
ตอนที่ริมฝีปากแยกจากกัน โบแลม ก็ได้คุกเข่าลงและมองไปที่เธอ – “
แต่งงานกับข้า แม้ว่าข้าจะมีแขนข้างเดียวแต่หากข้ายังมีชีวิต ข้าจะปกป้องเจ้าด้วย
แขนนี ้จนกว่าโลกจะหาไม่ นอกซะจากว่าข้าตายต่อหน้าเจ้า ไม่มีใครที่จะท าอันตราย
เจ้าได้ “
เมื่อเห็นชายคนนนี ้ที่ปกติมักจะเงียบและปกป้องเธอโดยเอาชีวิตตัวเองไป
เสี่ยง เซลิก้า ก็ร้องไห้ออกมาและพยักหน้า
เมื่อเห็นฉากนี ้พวกที่นั่งดื่มอยู่ต่างก็พากันส่งเสียงเฮฮากันออกมา
เงินทองอาจจะท าให้คู่รักดีใจแต่หลังจากที่ผ่านสถานการณ์เป็นตายมาเยอะ
ทั ้งสองคนที่ไม่ได้ตกหลุมรักกันอาจจะตกลงแต่งงานกันได้
ฟิ ลตัน เดินออกมาจากผับข้างๆแล้วชี ้ไปที่ โบแลม และยิ ้มก่อนจะพูดขึ ้นมา –
“ เจ้า...ไอ้คนนี ้..ข้า..รู้นานแล้วว่าเจ้าชอบ เซลิก้า ใช่มั ้ย....”
โบแลม ที่มักจะเงียบตอบกลับเพียงรอยยิ ้ม เซลิก้า มองไปที่อีกฝ่ายแล้วจับ
มือเขาไว้แน่น
ฟิ ลตัน กระทืบพื ้นก่อนจะถอนหายใจออกมา - “ เจ้าเก็บดอกไม้ของอัศวิน
ในอาณาจักรแฟนเซียไป แล้วอัศวินเราจะท ายังไง ? “
หน้า 82 จาก 327
หน้า 83 จาก 327
“ มียาฟื ้นฟูในป้อมสิงโต หากเราอยู่ที่นี่ไปไม่กี่ปีและสร้างผลงานได้พอ เราก็
จะรักษาบาดแผลเจ้าได้อย่างแน่นอน ! “ – เซลิก้า พูดขึ ้นมาพร้อมกับมองไปในตาของ
โบแลม แม้ว่าจะเป็นผู้หญิงแต่ เซลิก้า นั ้นเด็ดเดี่ยวอย่างมาก
ตอนที่ โบแลม ต้องการพูดบางอย่าง เขาก็เบิกต้ากว้างทันที เพราะเขาเห็น
ชายหัวล้านตัวก าย าเดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ ้มที่จริงใจ
“ คุยหลี่...” – โบแลม ร้องออกมา
ฟิ ลตัน และ เซลิก้า หันกลับมาและพบ จางเทีย พร้อมกัน
“ อ่ะ นั่น คุยหลี่ จริงๆด้วย...” – เซลิก้า อึ ้ง
ฟิ ลตัน ที่ดูเมานิดๆรีบวิ่งเข้าไปหา จางเทีย ทันที
“ ฮาฮา ..” -จางเทีย หัวเราะออกมาก่อนจะกอด ฟิ ลตัน เอาไว้ – “ ฟิ ลตัน
ไม่ได้เจอกันนาน ! “
ฟิ ลตัน ตื่นเต้นอย่างมาก เขาตบอกและไหล่ของ จางเทีย และพูดขึ ้นมา – “
ตอนที่เรามาถึงป้อมสิงโต เราได้ยินว่าเจ้ายังมีชีวิตอยู่ พระเจ้า ! พวกเขาบอกว่าเจ้า
ฆ่าปิศาจเงาอัศวินดินที่เจ้าเล่ห์และได้รับรางวัล...มันน่าเหลือเชื่อมาก เจ้าขึ ้นเป็น
อัศวินดินแล้วเหรอ ? “
“ ใช่ ข้ารอดมาได้โดยบังเอิญ อีกอย่างแล้วข้าขึ ้นเป็นอัศวินดินแล้ว !” -จาง
เทีย ตบไหล่ของ ฟิ ลตัน พร้อมกับกอด โบแลม เอาไว้ หลังจากนั ้นเขาก็มองไปที่
แขนขวาที่หายไปของอีกฝ่าย - “ โบแลม เกิดอะไรขึ ้นกับแขนเจ้า ? “
“ ตอนที่กองทัพหลักมนุษย์ปะทะกับทัพหลักปิศาจในภูเขาไทเว่ย เราได้
หลุดจากทัพหลัก ตอนวิกฤตเพื่อที่จะช่วย เซลิก้า เอาไว้ แขนขวาของเขาถูกทัพหลัก
หน้า 83 จาก 327
หน้า 84 จาก 327
ปิศาจฉีกกระชากไปในเสี ้ยววินาที..” - ฟิ ลตัน ที่พูดมากเล็กน้อยตอบกลับแทน – “
แต่ โบแลม ได้ดอกไม้ในหมู่อัศวินอาณาจักรแฟนเซียไปเป็นค่าตอบแทน ...”
หลังจากที่ได้ยินค าอธิบายนั ้น จางเทีย รู้ว่า ฟิลตัน, โบแลม และ เซลิก้า ได้
อยู่ในทัพหลักตอนที่เขาก าลังจับตัวพวกปิศาจอยู่ พวกนี ้โชคดีที่รอดมาได้แต่ โบแลม
ก็ต้องจ่ายเพื่อช่วยให้ตัวเองกับ เซลิก้า รอดมาได้
“ ดีจริงๆที่ได้เห็นเจ้า มันถือว่าเป็นข่าวดีที่สุดที่เห็นเจ้ากลับมาได้ตั ้งแต่ที่เรา
กลับมายังป้อมสิงโต ! “
เทียบกับ ฟิ ลตัน และ โบแรม แล้ว เซลิก้า นั ้นเหมือนจะขัดเขินเมื่ออยู่ต่อหน้า
จางเทีย....
หน้า 84 จาก 327
หน้า 85 จาก 327
หลังจากที่แยกจากกันกว่า 3 ปี ทั ้งสี่คนก็มีค าพูดมากมายที่จะพูดคุยกันแต่
พวกเขาไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหนดี
ส าหรับความจริงที่ว่า จางเทีย ได้ขึ ้นเป็นอัศวินดิน แม้ว่า ฟิ ลตัน, เซลิก้า และ
โบแลม จะทึ่งแต่พวกเขาก็คิดว่ามันมีเหตุผล เพราะเมื่อ จางเทีย อยู่กับพวกเขาที่
พีระมิด ความสามารถของเขานั ้นดีกว่าพวกเขา แม้แต่นักพรตยกภูเขาเองก็ยังต้องชม
อีกอย่างแล้ว จางเทีย ก็ได้ฆ่า ปิศาจเฒ่า ในแท่นบูชาได้ แม้ว่ามีแค่ จางเทีย เองที่รู้
เหตุผลแต่มันก็ไม่ได้เกินไปกับการที่อัศวินเหล็กด าที่ฆ่าอัศวินดินได้จะขึ ้นเป็นอัศวินดิน
จางเทีย อธิบายสิ่งที่เขาเจอในแท่นบูชาให้พวกนี ้ฟังซึ่งท าให้พวกนี ้ช็อกอย่าง
มาก
หลังจากที่พูดสั ้นๆ จางเทีย ก็ได้ถามขึ ้นมา – “ โอ้ แล้วคนอื่นในทีมตั ้งแต่ที่
พวกนั ้นออกจากพีระมิดล่ะ ? “
“ นักพรตยกภูเขา ได้กลับไปที่ผิวดิน บอกกันว่าเขาต้องพักฟื ้น เพราะเขา
ได้รับบาดเจ็บหนัก เขาจึงยากที่จะฟื ้นตัวในเวลาอันสั ้นได้ คู่รักนั ้นได้เงินลับไป พวก
เขาอาจจะกลับไปที่ผิวดินแล้ว ส าหรับคนที่เหลือ หลังจากที่มายังป้อมสิงโต พวกนั ้น
ต่างก็จัดการธุระตัวเองและไม่ค่อยติดต่อกับเรา บางคนกลับไปที่ผิวดิน บางคนยังอยู่
ในดินแดนธาตุดิน โอ้ เจ้าจ า หยางเฉินจุน ผู้อาวุโสของตระกูลหยางเขตกองทัพได้รึ
เปล่า ? “ – ฟิลตัน เผยสีหน้าเศร้าออกมา – “ ครึ่งปีก่อน ในการปะทะครั ้งใหญ่ใน
ภูเขาไทเว่ย เขาโดนฆ่า หลังจากที่แตกจากทัพหลัก เขาตกไปอยู่ในขบวนของปิศาจ
แล้วไม่เหลือแม้แต่ซาก...”
ผู้อาวุโสคนนี ้ไม่ได้สร้างความประทับใจอะไรให้ จางเทีย ในความทรงจ าของ
จางเทีย หยางเฉินจุน ดูแก่และแสดงท่าทีเคร่งขรึมแต่ชายคนนี ้ท าทุกอย่างด้วยความ
หน้า 85 จาก 327
หน้า 86 จาก 327
ระมัดระวัง จางเทีย แค่พยักหน้ารับรู้ หยางเฉินจุน เองก็อาสาจะไปหาเงินลับใน
พีระมิดเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตระกูลหยาง
หลังจากที่ได้ยินว่าคนคุ้นเคยโดนฆ่าที่ภูเขาไทเว่ย จางเทีย ก็รู้สึกเศร้าขึ ้นมา
ในใจ
ผู้อาวุโสคนนี ้ไม่ได้อะไรในพีระมิดแต่เขาได้เสียสละตัวเองในการต่อสู้ครั ้ง
ใหญ่ในภูเขาไทเว่ย
จางเทีย รู้ว่าตระกูลที่มีไม่กี่เมืองอย่างตระกูลหยางนั ้นอาจจะมีอัศวินไม่กี่คน
หลังจากที่เสียผู้อาวุโสไป ความแข็งแกร่งของตระกูลต้องลดลงอย่างมากซึ่งแน่นอนว่า
ส่งผลกระทบต่อโชคชะตาของตระกูล คนที่ตายไปนั ้นต้องมีคนในตระกูลอย่าง
ตระกูลหยางอยู่ ตอนนั ้นแม้ว่าป้อมสิงโตจะท าการฉลองชัยชนะกันอยู่แต่หลายตระกูล
ที่เสียคนของตัวเองไปนั ้นต่างก็เศร้าสร้อย
เมื่อพบว่ารอยยิ ้มของ จางเทีย หายไป ฟิ ลตัน ก็เปลี่ยนเรื่อง – “ โอ้ แล้วเจ้า
จะไปไหน ?”
“ ข้าจะไปที่หอคอยแห่งแสงเพื่อส่งผลงาน !” -จางเทีย ตอบกลับและมอง
ไปที่แขนขวาที่หายไปของ โบแลม
“ หลังจากที่ส่งผลงานแล้ว ไปเจอกันที่บาร์อัศวิน หลังจากที่ผ่านการต่อสู้
ครั ้งใหญ่มา เราสามคนพร้อมจะออกไปที่ทวีปตะวันออกแล้ว เราได้รับข่าวจากรัฐกริม
เมื่อวานนี ้ หลังจากที่ยืนยันว่าข้ายังมีชีวิตอยู่ พวกเขาก็ได้เรียกข้ากลับไป รัฐของเรา
ก าลังเตรียมก่อตั ้งกองทัพใหม่ขึ ้นมา ข้าจะต้องรับผิดชอบกองทัพใหม่ ในหลายปีที่
ผ่านมาสงครามในทวีปตะวันออกเริ่มตึงเครียดขึ ้นมา กลุ่มอัศวินที่มากประสบการณ์
นั ้นเป็นที่ต้องการตัวเพื่อรักษาสถานการณ์ให้มั่นคงเอาไว้ ! “
หน้า 86 จาก 327
หน้า 87 จาก 327
อัศวินหลายคนจากทวีปตะวันออกได้มายังดินแดนธาตุดินเพื่อเหตุผลพิเศษ
นักสู้ในทวีปตะวันออกอาจจะไม่มีโอกาสได้เห็นการต่อสู้ที่โหดร้ายระหว่างมนุษย์กับ
ปิศาจแต่ส าหรับอัศวินที่ปกครองกองทัพแล้ว พวกเขาต้องเข้าใจเรื่องนี ้ ในตอนที่การ
ต่อสู้ที่ภูเขาไทเว่ยจบลง อัศวินที่รอดกลับมาก็จะเนื ้อหอมขึ ้นมา ในปีต่อๆมา
สถานการณ์ต่อสู้ที่ผิวดินด้านบนอาจจะตึงเครียดขึ ้นมา ดังนั ้นอัศวินจ านวนมากจึง
ถูกเรียกตัวกลับไป ในเวลาเดียวกันพวกมาใหม่ก็จะมาที่นี่เพื่อฝึกฝน ดังนั ้นป้อมสิงโต
จึงถือว่าเป็นทั ้งแนวหน้าของมนุษย์และเป็นสนามฝึกให้กับอัศวินมนุษย์
สงครามนั ้นเพิ่งจะปะทุขึ ้นมา มันคงอยู่ไปอีกนาน
ในตอนที่ ฟิ ลตัน บอกมานั ้น เซลิก้า ก็ได้กดไปที่แหวนตัวเองพร้อมกับสี
หน้าที่แย่เล็กน้อย
“ มีอะไร ? “ - โบแลม ถามออกมาด้วยความเป็นห่วง
“ ข้าเพิ่งได้รับข่าวจากตระกูลข้า พ่อข้าต้องการให้ข้ากลับไปที่อาณาจักร
แฟนเซียให้เร็วที่สุด ... “- เซลิก้า ตอบอย่างขมขื่น เธอมองอย่างอายๆไปที่ โบแลม – “
ถ้าเรากลับไปตอนนี ้ แล้วแขนเจ้า...”
โบแลม เผยรอยยิ ้มออกมา – “ ช่างมันเถอะ ข้าจะกลับไปกับเจ้า หวังว่า
ตระกูลเจ้าจะไม่โทษเจ้าที่เอาอัศวินพิการกลับไปด้วย ส าหรับยาฟื ้นฟูแล้ว ค่อยคุย
เรื่องนี ้กันทีหลัง..”
“ ข้าจะกลับไปที่ผิวดินด้วย เมื่อเราเตรียมพร้อมที่จะกลับแล้ว งั ้นก็กลับไป
เตรียมของกัน ไว้เจอกันทีหลัง !” -จางเทีย พูดขึ ้นมา
“ ได้ ! “
หน้า 87 จาก 327
หน้า 88 จาก 327
จางเทีย ตบไหล่ขวาของ โบแลม เขาพยักหน้าให้อีกฝ่ายแล้วรีบเดินไปที่
หอคอยแห่งแสง
จน จางเทีย เดินหนีไป ฟิ ลตัน ก็พึมพ าออกมาแล้วพูดขึ ้นในตอนที่มองแผ่น
หลัง จางเทีย – “ ข้าไม่คิดว่า..คุยหลี่...จะได้เป็นอัศวินดิน ถ้าเขาอยู่ในทวีปตะวันตก
เขาคงเป็นผู้สั่งการไปแล้วและเราคงต้องท าตามค าสั่งเขา ..”
“ แม้แต่ในไทเซีย อัศวินดินเองก็สามารถเป็นผู้ดูแลเขตได้ บอกกันว่าเขาได้
ที่ดินเป็นรางวัลด้วย..”
“ โบแลม เจ้าอิจฉารึไง ? “- ฟิ ลตัน มองกวนๆไปที่ โบแลม
โบแลม ส่ายหน้า – “ ไม่ ข้าอาจจะอิจฉาคนอื่นแต่ คุยหลี่ นั ้นคืออัศวินชั ้นสูง
ที่แท้จริง ข้าอิจฉาคนแบบนี ้ไม่ได้ ข้ารู้สึกดีใจกับเขาและยึดเขาเป็นต้นแบบของข้า ! “
...
หอคอยแห่งแสงดูคึกคักอย่างมาก หลังจากที่การต่อสู้ที่ภูเขาไทเว่ยจบลง
ทหารชั ้น 2 ก็ได้กลับมาที่ป้อมสิงโตและท าให้หอคอยแห่งนี ้เต็มไปด้วยผู้คน
ต่างจากครั ้งแรกที่เขามาที่นี่ ในตอนที่เขาเดินเข้ามา อัศวินหลายคนก็จ าเขา
ได้
“ ดูนั่น เขาคือ คุยหลี่..”
“ เขาได้ฆ่าปิศาจเงาอัศวินดินรึเปล่า ?”
“ ใช่ ! “
“ แข็งแกร่ง...”
“ คุยหลี่ ผู้รักความถูกต้องน่ะเหรอ? “
หน้า 88 จาก 327
หน้า 89 จาก 327
“ ใช่...”
“ ที่ดินกว่า 700 ตร.ไมล์และเมือง 10 เมือง รางวัลสุดยอดจริงๆ ! ด้วย
ทรัพยากรมากมาย อัศวินดินคงก่อตั ้งตระกูลตัวเองขึ ้นมาได้ ! “
นอกจากสายตาพวกนั ้นแล้ว จางเทีย ก็ได้ยินเสียงกระซิบมากมาย
บางคนมองด้วยความทึ่ง, บางคนชื่นชม แน่นอนว่าต้องมีพวกที่อิจฉา ช่าง
เป็นรางวัลที่ยอดเยี่ยม ! เพราะรางวัลนี ้มีที่ดินมากมายให้เลือกในไทเซีย แน่นอนว่า
ต้องมีคนอิจฉาเขา
เมื่อเห็นชายชราที่คุ้นเคย จางเทีย ก็ได้เผยรอยยิ ้มออกมาและเดินเข้าไปหา
เมื่อได้ยินเสียงที่พูดคุยกัน จางเทีย ก็รู้สึกพอใจ เขาว่าเขาได้ท าตาม
เป้าหมายได้ส าเร็จ คุยหลี่ ตอนนี ้ไม่ใช่คนธรรมดาในป้อมสิงโตอีกต่อไป หลังจากที่
โด่งดังในป้อมสิงโต ชื่อเสียงที่ดีนี ้คือสิ่งที่เขาต้องการอย่างเร่งด่วน
“ ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะกลับมาได้ ! “-ชายชรามองไปที่ จางเทีย ตั ้งแต่หัวจรด
เท้าและพูดต่อ – “ ข้าคิดว่าเจ้าไปอยู่ที่อื่นจากเขตวงนอกภูเขาแล้วหลังจากที่เจ้าออก
จากป้อมเกราะด าไป เจ้าได้ผลงานอะไรมารึเปล่าครั ้งนี ้ ?”
“ เพราะคนอื่นสู้กันอยู่แนวหน้า ข้าจะหนีไปได้ยังไง ? “- จางเทีย ตอบกลับ
ด้วยรอยยิ ้มและเอาบัตร, เขาของปิศาจหัววัวและเกล็ดของปิศาจออกมาจาก
Castle of Black Iron มาวางไว้ที่เคาเตอร์
เมื่อเห็นแบบนั ้นหลายคนก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พวกเขาไม่คิดว่า คุยหลี่ จะ
ฆ่าปิศาจอัศวินดินได้อีกตัว ถ้ารวมปิศาจเงาอัศวินดินแล้ว คุยหลี่ ได้ฆ่าปิศาจอัศวิน
ดินไปสองตัว
หน้า 89 จาก 327
หน้า 90 จาก 327
‘ แข็งแกร่ง ! แข็งแกร่งจริงๆ ! ‘
คนที่มองมาที่ จางเทีย ด้วยสายตาอิจฉาตอนนี ้ใจเต้นรัว พวกเขาเปลี่ยน
สายตาไปทันที พวกคนที่มีชื่อเสียงที่ดีแน่นอนว่าต้องไม่ธรรมดา คุยหลี่ ได้ฆ่าปิศาจ
เงาอัศวินดิน ได้ด้วยความสามารถและความแข็งแกร่งของตัวเอง
“ อ่ะ ปิศาจอัศวินดินอีกตัว...”
เมื่อเห็นสีของเขา ชายชรา ก็ได้รีบพุ่งไปหา หลังจากที่มองไปที่ของในมือและ
เก็บเกล็ดของปิศาจขึ ้นมาแล้ว ชายชราก็ได้พยักหน้าแล้วชมออกมา – “ ไม่เลว ไม่เลว
ปิศาจอีกสองตัว ข้าว่าข้าชอบเจ้ามากขึ ้นเรื่อยๆแล้ว..”
“ อย่าเลย คุย ผู้นี ้ไม่ชอบผู้ชาย ข้าชอบผู้หญิงมากกว่า ! “
“ ฮาฮา...” - ชายชราหัวเราะออกมาและพูดขึ ้น – “ เจ้าแลกกับคะแนนได้
มากกว่าเดิม เจ้าต้องการอะไร ? ถ้าเจ้าต้องการอะไรข้าลดให้เจ้าก็ได้..”
“ ข้าจ าได้ว่าคะแนนส าหรับการฆ่าอัศวินดินสามารถที่จะแลกยาฟื ้นตัวได้
หนึ่งขวดใช่มั ้ย ? “
“ ใช่ เจ้าอยากได้งั ้นเหรอ ? “
“ เอามาให้ข้าขวดหนึ่ง ! “ -จางเทีย ยิ ้ม
“ เป็นตัวเลือกที่ดีกับการเตรียมยาฟื ้นตัวเผื่อฉุกเฉิน ! “ -ชายชราพูดขึ ้น
หลังจากนั ้นเขาก็บอกให้ จางเทีย รอสักพักก่อนจะเดินไปที่ห้องด้านหลัง หลังจากนั ้น
ครึ่งนาที เขาก็ได้ออกมาพร้อมกับกล่องคริสตัล – “ นี่ นี่คือยาฟื ้นตัว มันล ้าค่าอย่าง
มาก ตอนเจ้าไม่ใช้มัน เจ้าควรใส่ไว้ในกล่องคริสตัล ถ้าไม่งั ้นแล้วผลของมันคงจะ
ลดลงอย่างมาก...”
หน้า 90 จาก 327
หน้า 91 จาก 327
“ เข้าใจแล้ว ขอบคุณ ! “-จางเทีย เก็บกล่องคริสตัลใส่ไว้ในอุปกรณ์มิติ ใน
ตอนที่เขาต้องการจะกลับ เขาก็ได้ยินเสียงค าราม จางเทีย หันกลับมาและพบ เฟิ งยี่
เสี่ยว เข้ามาในหอคอยพร้อมกับคนจากนิกาย ในฐานะอัศวินเงา เฟิงยี่เสี่ยว มีสนาม
พลังฉีที่แข็งแกร่ง ในตอนที่เขาเข้ามาเขาก็เริ่มมองไปรอบๆห้องด้วยตาที่คมกริบ ผลก็
คืออัศวินทุกคนต่างก็หลีกทางให้กับเขา...
“ ไอ้หนู เร็วเข้า ไปได้แล้ว..” –ชายชราด้านหลังรีบเตือน จางเทีย เบาๆ...
หลังจากที่ได้ยินแบบนั ้น จางเทีย ก็อึ ้ง ‘ รีบ ? ไปไหน ? ท าไม ? ‘
แม้ว่า เฟิ งยี่เสี่ยว จะมีสนามพลังฉีที่แข็งแกร่งแต่ จางเทีย นั ้นสนใจแค่ หลาน
หยุนซี
หลานหยุนซี เดินอยู่ในทีมเงียบๆโดดเด่นอย่างเคย นอกจาก จางเทีย แล้ว
อัศวินหลายคนในห้องต่างก็แอบมองไปที่ หลานหยุนซี
เพราะหลายคนจับตาดู หลานหยุนซี การเคลื่อนไหวของ จางเทีย จึงดูสะดุด
ตาน้อยลง
ตอนที่ จางเทีย มองไปที่ หลานหยุนซี ได้ไม่กี่วินาที เฟิ งยี่เสี่ยว ก็ได้จ้องมาที่
จางเทีย ทันที....
หน้า 91 จาก 327
หน้า 92 จาก 327
ลักษณะภายนอกของ คุยหลี่ นั ้นเด่นอย่างกับกระดาน ตัวที่สูงอย่างกับ
หอคอย, หัวล้านซึ่งเต็มไปด้วยรังสีอาฆาตบวกกับความแข็งแกร่งของอัศวินดิน น้อย
คนนักที่จะดูแข็งแกร่งได้อย่าง คุยหลี่
คุยหลี่ เป็นที่รู้จักกันดีในป้อมเกราะด า แม้แต่พวกที่ไม่เคยเห็นเขามาก่อนก็
เดาได้ว่าเขาคือ คุยหลี่ หลังจากที่ฟังค าอธิบายของคนอื่นมา
ยิ่งกว่านั ้นหลักฐานที่ คุยหลี่ ได้ฆ่าปิศาจอัศวินดินอีกตัวที่วางไว้ที่เคาเตอร์ก็
พิสูจน์ได้อย่างดี
ตอนที่ เฟิ งยี่เสี่ยว มองมาที่เขา จางเทีย รู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ได้หวังดีกับเขาแน่
เขาไม่เข้าใจว่าท าไมอีกฝ่ายถึงไม่ชอบเขา
‘ เขารู้เรื่องข้ากับ หลานหยุนซี งั ้นเหรอ ? ไม่มีทาง ! แม้แต่ หลานหยุนซี ก็ไม่
รู้ว่าข้าคือ จางเทีย เขาจะรู้ได้ยังไง ? ‘
ตอนที่ จางเทีย จัดความคิดอยู่นั ้น เขาก็รู้สึกว่ามันไม่จ าเป็นที่เขาต้องมีเรื่อง
กับนิกายไทยิ ‘ ไม่ว่า เฟิ งยี่เสี่ยว จะมองข้ายังไง ข้าก็ไม่เสียผมแม้แต่เส้นเดียว ช่าง
เถอะ ! ‘
‘ ชายชราคนนี ้อิจฉาที่ข้าหล่อรึไง ? ฮาฮา...’
ตอนที่ จางเทีย คิดแบบนั ้น เขาก็มองไปที่ หลานหยุนซี อยู่หลายครั ้งก่อนที่
จะเม้มปากและท าตามที่ชายชราบอก หลังจากนั ้นเขาก็ได้เก็บยาฟื ้นตัวลงไปและ
ก าลังจะเดินออกจากหอคอยแห่งแสง
เมื่อเห็นอุปกรณ์มิติของ จางเทีย ตาของ เฟิ งยี่เสี่ยว ก็สั่นไหวอีกครั ้ง
หน้า 92 จาก 327
หน้า 93 จาก 327
“ เฟิ งยี่เสี่ยว มาที่นี่เพื่อฆ่าปิศาจเงาอัศวินดินเพื่อเพิ่มชื่อเสียงให้กับนิกาย
ไทยิ เจ้าแย่งชื่อเสียงของเขาไป ดังนั ้นเจ้าต้องระวังเขา ชายคนนี ้ใจแคบอย่างมาก...”
เสียงหนึ่งดังขึ ้นมาในหู จางเทีย
ความสงสัยที่เขามีหายไปทันที
เฟิ งยี่เสี่ยว เดินเข้ามาหา จางเทีย โดยมีคนของเขาตามมาด้วย จางเทีย เอง
ก็เดินไปหาอีกฝ่าย ถ้ามันไม่มีเรื่องผิดปกติ จางเทีย และ เฟิ งยี่เสี่ยว คงเดินผ่านกัน
แทนที่จะชนกัน
แต่เรื่องผิดปกติก็เกิดขึ ้น
ตอนที่ จางเทีย อยู่ห่างจากอีกทีมไม่กี่เมตร เฟิ งยี่เสี่ยว ที่เดินน ้าหน้าก็หยุด
เขาเงยหน้าขึ ้นและถาม จางเทีย ด้วยสีหน้าหยิ่งทะนง – “ เจ้าคือ คุยหลี่ งั ้นเหรอ ? “
ในตอนที่ เฟิ งยี่เสี่ยว หยุด คนอื่นในทีมก็ได้หยุดไปด้วย หลังจากที่ได้ยิน
ค าถามนั ้น ทั ้งห้องก็ได้เงียบลงไปทันที
ทั ้งนิกายไทยิและ คุยหลี่ นั ้นต่างก็ดูแข็งแกร่ง นิกายไทยิได้ฝังรากในไทเซีย
มานาน ส่วน คุยหลี่ นั ้นเพิ่งจะเป็นที่รู้จักกันในป้อมเกราะด าเพราะผลงานของเขา
ดังนั ้นตอนที่ผู้อาวุโสของนิกายไทยิได้พูดขึ ้น ทั ้งสองฝ่ายก็ได้หยุด พวกเขารู้สึกว่าต้อง
มีเรื่องอะไรเกิดขึ ้นแน่ๆ
จางเทีย ขมวดคิ ้ว แม้ว่าเขาจะไม่ชอบสร้างปัญหาแต่เขาก็ไม่เคยกลัวที่จะมี
ปัญหา ในตอนที่ เฟิ งยี่เสี่ยว ถามออกมา จางเทีย ก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายน่ะจะหาเรื่องเขา
‘ เหี ้ย ‘ จางเทีย ด่าในใจ
หน้า 93 จาก 327
หน้า 94 จาก 327
“ ฮาฮา ใช่ ข้าคือ คุยหลี่ ผู้สูงโปร่ง,หล่อเหลาและรักความถูกต้องจากเขต
ยงซูที่ฆ่าปิศาจเงาอัศวินดิน เฮ้อ เมื่อข้าโด่งดังแล้ว ข้าก็ต้องถูกรู้จักสินะ ! “ -จางเทีย
เผยรอยยิ ้มออกมาแม้ว่าจะด่าในใจ ในเวลาเดียวกันเขาก็โบกมือไปมาและเอาปากกา
ออกมาจากอุปกรณ์มิติ – “ ผู้เฒ่า ถ้าเจ้าอยากได้ลายเซ็นข้า บอกข้ามาว่าให้เซ็น
ตรงไหน ข้าจะท าให้เจ้าเอง ! “
“ พรืด...” –ชายชราที่ดื่มชาอยู่กระอักน ้าชาออกมาและไออย่างแรงเมื่อได้
ยินค าพูดของ จางเทีย
หลังจากที่ได้ยินค าพูดของ จางเทีย อัศวินทุกคนในหอคอยแห่งแสงก็ได้
แสดงสีหน้าแปลกๆออกมา หลายคนหน้าแดงขึ ้นมาทันที บางคนหลุดหัวเราะออกมา
ด้วย
‘ มันไม่ฉลาดเลยที่ข้าจะคุกคามนิกายไทยิในตอนนี ้ ‘
หน้าของ เฟิ งยี่เสี่ยว หม่นลงไปทันที เส้นเลือดที่หัวเริ่มกระตุก หลังจากที่ได้
ยินค าพูดของ จางเทีย เฟิ งยี่เสี่ยว ก็เกือบจะคลั่ง
ก่อนหน้านี ้ เฟิ งยี่เสี่ยว แค่ไม่ชอบ จางเทีย แต่ตอนนี ้เขาเกลียด จางเทีย
“ บัดซบ ข้า เฟิ งยี่เสี่ยว จากนิกายไทยิ ! “ – เฟิ งยี่เสี่ย ควบคุมความโกรธ
ของตัวเองและบอกกับ จางเทีย
“ อ่ะ เจ้าไม่อยากได้ลายเซ็นข้าสินะ ! “-จางเทีย ลูบหัวและเก็บปากกาไป
หลังจากนั ้นเขาก็แสดงสีหน้าเคร่งขรึมพร้อมกับมองไปที่อีกฝ่ายก่อนจะพูดขึ ้น – “ ข้า
ไม่ได้หาเรื่อง ข้าไม่ได้ขุดหลุมศพเมียเจ้ามานอนด้วย ข้าไม่ได้ติดเงินเจ้าด้วย ท าไม
เจ้าต้องมาด่าข้า ? อาจารย์เจ้าไม่สอนมารยาทรึไง ? “
หน้า 94 จาก 327
หน้า 95 จาก 327
“ บังอาจจริงๆ ! “ -อัศวินหนุ่มด้านหลัง เฟิ งยี่เสี่ยว โดดออกมาตรงหน้าและ
ชี ้ไปที่ จางเทีย – “ เจ้ากล้าดียังไงที่ปฏิบัติต่อ อาจารย์เฟิ ง หยาบคายแบบนี ้ ? เร็วเข้า
รีบขอโทษเขาซะ ! “
“ ถุย..” -จางเทีย ถุยน ้าลายลงพื ้นและชี ้ไปที่อัศวินหนุ่มพด้วยสีหน้าไม่
พอใจ – “ ชายชราที่ชื่อ เฟิ งยี่เสี่ยว นี่ด่าข้า ท าไมข้าต้องขอโทษด้วย ? เจ้าคิดว่าข้า
กลัวเพราะเจ้ามีคนเยอะกว่างั ้นเหรอ ? พ่อคนนี ้น่ะถึงกับไปฆ่าปิศาจในขบวนทัพ
ปิศาจมาด้วย เจ้าคิดว่าข้าจะกลัวรึไง ? “
หลังจากที่ได้ยินค าพูดของ จางเทีย ศิษย์ของนิกายไทยิก็เปลี่ยนสีหน้าทันที
บางคนรีบเอามือไปวางไว้ที่ด้ามจับดาบยกเว้น หลานหยุนซี ที่มองมาที่ จางเทีย ด้วย
สีหน้าเหม่อๆ
คุยหลี่ ท าให้ หลานหยุนซี คิดถึง จางเทีย โดยไม่รู้ตัว
จางเทีย เก่งเรื่องการปลิ ้นปล้อนแบบนี ้แต่ หลานหยุนซี ไม่มั่นใจว่า คุยหลี่ นี ้
โง่จริงๆรึเปล่า แน่นอนว่า หลานหยุนซี ไม่คิดว่า คุยหลี่ นั ้นคือ จางเทีย
เมื่อเห็นสีหน้าเหม่อลอยของ หลานหยุนซี ใจของ จางเทีย ก็เต้นรัวพร้อมกับ
ถอนหายใจออกมา ‘ สัญชาตญาณผู้หญิงนี่น่ากลัวจริงๆ ‘
เฟิ งยี่เสี่ยว ฮึดฮัดออกมาพร้อมกับยกมือห้ามศิษย์ของเขาเอาไว้ก่อนจะพูด
ขึ ้น – “ แล้วไง ? เจ้าอยากให้ข้าท าเป็นคนโง่รึไง ? มันใสซื่อไป ชายชราคนนี ้อยู่มาตั ้ง
200 ปี ข้าเห็นคนมาหลายแบบ ถ้าเจ้าไม่บอกข้าเรื่องความสัมพันธ์ของเจ้ากับ เซ่า
หยวน เจ้าก็ออกจากที่นี่ไม่ได้ ถ้ามีความสัมพันธ์ของเจ้ากับ เซ่าหยวน จริง ข้าจะ
ไม่ใช่แค่ด่าเจ้า วันนี ้ในปีหน้าจะเป็นวันครบรอบการตายของเจ้า “
ค าพูดสุดท้ายของ เฟิ งยี่เสี่ยว เต็มไปด้วยรังสีอาฆาต
หน้า 95 จาก 327
หน้า 96 จาก 327
ชื่อของ เซ่าหยวน นั ้นอาจจะเป็นเวทย์มนต์ ตอนที่ เฟิ งยี่เสี่ยว พูด
บรรยากาศแปลกในหอคอยก็ได้หยุดนิ่งไปทันที
ทุกคนในโลกรู้เรื่องความบาดหมางระหว่าง เซ่าหยวน กับนิกายไทยิ
“ เซ่าหยวน ?” - จางเทีย หัวเราะออกมา – “ เจ้าป้ายความผิดข้าอยู่สินะ
? เจ้าแต่งเรื่องโกหกแบบนี ้ได้ไง ? เจ้าแก่บัดซบนี่ชื่อ เฟิ งยี่เสี่ยว ใช่มั ้ย ? เจ้ามาที่
ภูเขาไทเว่ยเพื่อฆ่าปิศาจเงาอัศวินดินเพื่อชื่อเสียงงั ้นเหรอ ? น่าเสียดายที่ปิศาจนั่น
โดนข้าฆ่าไปแล้ว คุยคนนี ้ได้รับรางวัลมาแล้ว เจ้าอิจฉาข้ารึไง ? ท าไมเจ้าไม่ไปสู้กับ
ปิศาจเงาล่ะ ? เจ้าไม่อายบ้างรึไงกับการป้ายความผิดข้าและท าท่าว่าเจ้าน่ะ
เหนือกว่า ?”
“ ข้าได้ยินว่าเจ้าขึ ้นเป็นอัศวินดินได้จากอัศวินเหล็กด าหลังจากที่อยู่กับ
ปิศาจอัศวินดินในพีระมิดเพียงไม่กี่ปี มีแค่ เซ่าหยวน นักเล่นแร่แปรธาตุปิศาจเท่านั ้น
ที่ดูดซับจักระของผู้อื่นและเลื่อนขั ้นได้ในระยะเวลาอันสั ้นด้วยวัฏจักรนรกของเขา ถ้า
เจ้าไม่ได้เรียนรู้ทักษะนั ้น เจ้าจะขึ ้นเป็นอัศวินดินในไม่กี่ปีได้ไง ? “ – เฟิ งยี่เสี่ยว พูด
ขึ ้นด้วยความต้องการฆ่าพร้อมกับเดินมาหา จางเทีย และมองหน้าเขาราวกับอินทรีย์
ที่มองเหยื่อ
มีพายุลูกหนึ่งพัดขึ ้นมาที่หอคอย อัศวินคนอื่นๆไม่รู้ว่าใครคือ เซ่าหยวน ต่าง
ก็ช็อกกับค าพูดของ เฟิงยี่เสี่ยว ‘ ใช่ คุยหลี่ ขึ ้นเป็นอัศวินดินหลังจากที่อยู่ในพีระมิด
ไม่กี่ปีได้ไง ? เขาได้เรียนรู้ทักษะนั ้นจาก เซ่าหยวน งั ้นเหรอ ? ‘
ไม่มีสักคนเลยที่คิดว่าพวกเขาจะได้ยินข่าวที่น่าแปลกใจแบบนี ้และพบกับ
สถานการณ์ในหอคอยแบบนี ้ได้ ดังนั ้นพวกเขาจึงไม่อาจไปไหนและรอชมเรื่องที่จะ
เกิดขึ ้น
หน้า 96 จาก 327
หน้า 97 จาก 327
“ กลับเป็นว่านิกายไทยิซึ่งเป็นอันดับแรกในหมู่นิกายทั ้งเจ็ดน่ะใจแคบ
เหมือนกับกบในบ่อ! “ -จางเทีย มองไปที่ เฟิ งยี่เสี่ยว ด้วยสีหน้าไม่พอใจพร้อมกับ
กอดอก – “ มีทักษะมากมายในโลก เจ้ารู้ว่า เซ่าหยวน นั ้นสามารถดูดซับจักระคนอื่น
ได้ด้วยวัฏจักรนรกและขึ ้นไปอีกระดับได้อย่างรวดเร็ว แต่เจ้าคิดว่ามีวิธีเดียวในโลกรึไง
ที่สามารถท าให้คนยกระดับได้ในเวลาอันสั ้น ? ใครบ้างที่เปิดการท างานร่างกายของ
ตัวเองได้เต็มที่ ? เพราะโชคดี ข้าถึงได้ขึ ้นเป็นอัศวินดินในไม่กี่ปี แต่มันไม่ได้เกี่ยว
อะไรกับเจ้า ต้นก าเนิดของวัฏจักรนรกคืออะไร ? ในยุคโบราณมีทักษะนับพัน เจ้า
รู้จักทั ้งหมดรึไง ? “ - จางเทีย ถามกลับ
ค าพูดของ จางเทีย ท าให้ผู้คนที่ดูอยู่ถึงกับช็อก
อัศวินทุกคนตรงนั ้นต่างก็มีค าถามในใจ ‘ คะ...คุยหลี่ จากเขตยงซูได้เรียนรู้
ทักษะที่เทียบเท่ากับวัฏจักรนรกของนักเล่นแร่แปรธาตุปิศาจได้โดยบังเอิญงั ้นเหรอ ?
‘
หน้า 97 จาก 327
หน้า 99 จาก 327
‘ ชายชรานี่มาหาข้าเอง ‘
แม้ว่า จางเทีย จะตื่นเต้นในใจแต่เขาก็ยังแสดงสีหน้าไม่พอใจอยู่ เขาแค่พูด
ดังขึ ้นเพื่อให้ทุกคนได้ยินมันอย่างชัดเจน – “ เจ้ามันใจแคบ กบน่ะเห็นแต่ของในบ่อ
เจ้ากล้าดียังไงมาบอกว่ากบล้านตัวจะเห็นทั ้งโลกได้ ? ฮาฮา นิกายไทยิมันก็แค่งั ้นๆ
... “- ตอนที่ จางเทีย พูด พลังฉีที่คุ้นเคยด้านนอกหอคอยแห่งแสงก็ได้ปะทุขึ ้นมา จาง
เทีย กลัวว่าจะมีใครในป้อมสิงโตมาหาเรื่องเขาอีก เมื่อรู้สึกได้ถึงพลังฉีที่คุ้นเคย จาง
เทีย ก็เริ่มเด็ดขาดมากขึ ้น – “ คุย ผู้นี ้มาดื่มกับเพื่อน ข้าไม่ได้มีเวลามาเถียงกับเจ้า ข้า
เสียทองไปหลายแสนทองต่อวินาที ดูจากที่เจ้าแก่กว่าข้าแล้ว ข้าไม่สนเรื่องค าพูด
หยาบคายของเจ้าหรอก ...”
ในตอนที่พูดจบ เขาก็ได้เดินไปที่ประตู
“ เจ้าคิดว่าเจ้าจะจากไปง่ายๆอย่างนี ้เหรอ? “ – เฟิ งยี่เสี่ยว หรี่ตามลง
เหมือนกับมองแมลง
“ ข้าจะลองดู “ - หน้าของ จางเทีย เคร่งขรึมขึ ้นมาทันทีพร้อมกับเดินไป
ข้างหน้าหนึ่งก้าว
เฟิ งยี่เสี่ยว ยื่นมือมาข้างหนึ่งเพื่อหยุด จางเทีย เอาไว้
จางเทีย ชนกับแขนของอีกฝ่ายตรงๆ
ในวินาทีต่อมาหอคอยแห่งแสงก็ต้องช็อก พวกคนที่ดูอยู่นั ้นไม่เห็นว่าเกิด
อะไรขึ ้น พวกเขาแค่รู้สึกว่าห้องนั ้นมืดลงและได้มีภาพจ าลองของมังกรไฟปรากฏ
ขึ ้นมาในห้อง พลังฉีของอัศวินดินที่แข็งแกร่งนั ้นได้ปกคลุมทุกคนไว้
ด้วยการที่ถูกปกคลุมด้วยภาพของมังกรไฟ อัศวินเหล็กด าต่างก็ใจเต้นรัว
ขึ ้นมา
หน้า 99 จาก 327
หน้า 100 จาก 327
อัศวินดินแน่นอนว่าต้องเหนือกว่าอัศวินเหล็กด า
ในตอนที่มังกรไฟนั ้นค ารามออกมา มันก็กระพือปีกของมันจนก่อให้เกิด
พลังฉีต่อสู้ที่แข็งแก่รงกวาดออกไปทั่ว...
มังกรไฟขนาดใหญ่นั ้นกินพื ้นที่ทั ้งห้อง ตาของมันเหมือนกับดวงอาทิตย์ ใน
ตอนที่มันหลับตา ห้องนั ้นก็มืดลง ในตอนที่มันลืมตา ห้องนั ้นก็เต็มไปด้วยพลังฉีต่อสู้
ที่สามารถฉีกกระชากทุกอย่างได้
ตอนที่ห้องสลับกันสว่างและมืด เสียงสายฟ้าก็ดังขึ ้นจาก จางเทีย และ เฟิ งยี่
เสี่ยว อย่างต่อเนื่อง คนส่วนมากนั ้นเห็นไม่ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ ้นจนกระทั่งมันจบลง...
แสงในห้องกลับมาเป็นปกติอีกครั ้ง
จางเทีย ขยับถอยหลังไปหลายก้าว ภาพของมังกรไฟยาวกว่าร้อยเมตรยังคง
ลอยอยู่บนหัวเขา มังกรไฟนั ้นมองไปที่ เฟิ งยี่เสี่ยว ด้วยท่าทีดุดันราวกับต้องการจะพุ่ง
เข้าใส่อีกฝ่าย ...
คนที่มองดีๆพบว่า เฟิ งยี่เสี่ยว เองก็ถอยหลังกลับไปก้าวหนึ่งพร้อมกับสีหน้า
ตะลึง
ศิษย์ของนิกายไทยิด้านหลังต่างก็ชักอาวุธออกมาชี ้ไปที่ จางเทีย ด้วย
รูปแบบ 3 ใน 1
มีคนหนึ่งโผล่มาคั่นกลางระหว่าง จางเทีย กับ เฟิ งยี่เสี่ยว พลังฉีของคนนี ้
ไม่ได้อ่อนแอไปกว่า เฟิงยี่เสี่ยว เลย เขาถึงกับแสดงรังสีอาฆาตออกมาด้วย
เขาคือ กวนเฉียนชง ผู้สั่งการกองทัพเกราะด า
หน้า 100 จาก 327
หน้า 101 จาก 327
นอกจาก จางเทีย และ เฟิ งยี่เสี่ยว ไม่มีใครในห้องที่พบว่า กวนเฉียนชง นั ้น
ได้เข้ามาและห้อมทั ้งสองคนไว้
“ พี่เฟิ ง เจ้าไม่รู้กฎในป้อมสิงโตรึไง ? ท าไมเจ้าถึงต้องมาสู้กับเด็กน้อยที่นี่
อีก ? “ - กวนเฉียนชง ถามขึ ้นมาด้วยสีหน้าสงบแต่เขาก าลังโทษว่าเป็นความผิด
ของ เฟิ งยี่เสี่ยว
หลังจากได้ยินค าถามนั ้น เฟิ งยี่เสี่ยว ก็เผยรอยยิ ้มอกอมา เขายังคงรักษาสี
หน้าตัวเองเอาไว้ –“ ชายชราผู้นี ้พบว่ามีคนที่อาจจะเกี่ยวข้องกับนักเล่นแร่แปรธาตุ
ปิศาจ ข้าได้หยุดเขาและถามเขาเพื่อยืนยันเรื่องนี ้เผื่อว่าเขาจะหนี “
“ ใครกัน ? พี่เฟิ ง สงสัยว่า คุยหลี่ จะเกี่ยวข้องกับ เซ่าหยวน อย่างนั ้นเหรอ
? “ - กวนเฉียนชง ถามด้วยสีหน้าอึ ้ง – “ แต่ท าไมล่ะ ? คุยหลี่ ได้ฆ่าปิศาจเงาอัศวิน
ดินและได้สร้างผลงานมากมยา เขาจะเกี่ยวข้องกับ เซ่าหยวน ได้ยังไง ? “
“ ถ้าเขาไม่เกี่ยวข้องกับ เซ่าหยวน เขาเลื่อนขึ ้นเป็นอัศวินดินในไม่กี่ปีได้ยังไง
? ข้าสงสัยว่า คุยหลี่ นั ้นเป็นศิษย์ของ เซ่าหยวน ! “ – เฟิ งยี่เสี่ยว มองไปที่ จางเทีย
เขาเชื่อในการตัดสินของตัวเอง
‘ เหี ้ย เขาพูดถูก ‘
จางเทีย ช็อกกับการตัดสินของชายชราแต่มีแค่ จางเทีย เท่านั ้นที่รู้ความจริง ‘
ตอนนี ้แม้ว่า เซ่าหยวน จะมาอยู่ที่นี่แต่เขาก็ยังไม่มั่นใจว่าข้าคือศิษย์เขา ดังนั ้นข้าไม่
สนว่าคนอื่นจะคิดยังไง ‘
กวนเฉียนชง หันกลับมาและกระพริบตาให้ คุยหลี่ ปรากฏว่าเขาเองก็ได้
แสดงสีหน้าเคร่งขรึมออกมาด้วย – “ คุยหลี่ เจ้าอธิบายกับ ผู้อาวุโสเฟิ ง ว่ายังไง ? “
หน้า 101 จาก 327
หน้า 102 จาก 327
เมื่อเห็น กวนเฉียนชง กระพริบตาให้เขา จางเทีย ก็เกือบจะหัวเราะออกมา ‘
แม้ว่าคนอื่นจะไม่รู้เรื่องความสามารถของข้าแต่ กวนเฉียนชง ที่ขาดทุนไปรู้ว่าข้าได้ขึ ้น
เป็นอัศวินดินได้ในเวลาอันสั ้น ถ้า กวนเฉียนชง ไม่ได้อธิบายมันกับ เฟิ งยี่เสี่ยว เขาก็
เปิดโอกาสให้ข้าพนันกับ เฟิ งยี่เสี่ยว อีก ! ‘
‘ ดูเหมือนว่าพวกเจ้าหน้าที่ในป้อมสิงโตเองก็ไม่ชอบ เฟิ งยี่เสี่ยว กวนเฉีย
นชง คงต้องการให้ข้าลงโทษไอ้แก่คนนี ้ ข้าจะรออะไรล่ะงั ้น ? ‘
แม้ว่าจะตื่นเต้นในใจแต่ จางเทีย ก็ยังอธิบายสิ่งที่เกิดขึ ้นตะกี ้ให้ กวนเฉียนชง
ฟัง หลังจากนั ้นเขาก็มองไปที่ เฟิ งยี่เสี่ยว ด้วยสีหน้าหงุดหงิด – “ เจ้ากล้าบอกมั ้ยว่า
เจ้าสงสัยแบบนั ้นจริงๆ ? ถ้าวันหนึ่งเจ้าสงสัยว่าจักรพรรดิเป็นปิศาจ จักรพรรดิต้อง
เอาบัลลังก์ไปให้คนอื่นรึไง ? “
“ นิกายไทยิเป็นศัตรูกับ เซ่าหยวน เขาได้ฆ่าคนของนิกายไป มันถือว่าเป็น
เรื่องใหญ่ที่ไม่อาจมองข้ามได้ง่ายๆ ! “- เฟิ งยี่เสี่ยว มองไปที่ จางเทีย ก่อนจะฮึดฮัด
ออกมาอีกครั ้ง – “ แม้เจ้าจะรอดไปได้ในวันนี ้แต่พรุ่งนี ้เจ้าคงไม่รอด ! “
“ ฮาฮา นิกายไทยิช่างสูงส่ง...” -จางเทีย มองไปที่ เฟิ งยี่เสี่ยว – “ เมื่อเจ้า
บอกว่าไม่มีทักษะบนโลกที่สามารถช่วยคนให้เป็นอัศวินดินเร็วได้ เจ้ากล้าพนันกับข้ารึ
เปล่า ? “
“ ยังไง ?” - เฟิ งยี่เสี่ยว ตอบกลับด้วยการฮึดฮัด เขาไม่เชื่อว่าคนอย่าง หลี่
คุย จะมีทักษะที่วิเศษแบบนั ้น ‘ นิกายไทยิได้ค้นคว้ามากว่าร้อยปี ผู้อาวุโสดิน
ธรรมดาจะมีทักษะแบบนั ้นได้ยังไง ? ทักษะพวกนั ้นมันมีเยอะเหมือนกะหล ่ารึไง ? ‘
“ พนันด้วยชีวิตของเรา !” -จางเทีย พูดขึ ้นมา – “ ถ้าข้าพิสูจน์ได้ว่าใช้
ทักษะอื่นสร้างจักระน ้าขึ ้นมาได้อย่างรวดเร็ว ข้าจะเป็นฝ่ายชนะและเจ้าควรที่จะฆ่า
หน้า 102 จาก 327
หน้า 103 จาก 327
ตวัตายตอ่ หน้าข้าเพ
ื่อพิสจู น์วา่ ข้าบริสทุ ธิ์ ถ้าไมข่ ้าจะตดัหวัตวัเอง เจ้ากล้าพนนั กบัข้า
รึเปล่า ? นิกายไทยิกล้าพนันกับข้ารึเปล่า ? “ - เสียงของ จางเทีย ดูดุดันขึ ้น
เฟิ งยี่เสี่ยว ตาเป็นประกาย แม้ว่าเขาจะลังเลในใจแต่ภายใต้สายตาคนรอบๆ
เขาได้แต่ยอมรับค าท้าของ จางเทีย ไม่งั ้นแล้วนิกายไทยิคงโดนล้อเลียนจากคนทั ้ง
โลกและ เฟิ งยี่เสี่ยว คงเป็นได้แค่ตัวตลกที่คอยหาแต่ผลประโยชน์ สิ่งที่เกิดขึ ้นในป้อม
แห่งนี ้ไม่นานก็จะเป็นที่พูดถึงกันทั่วในเสี ้ยวพริบตา เฟิ งยี่เสี่ยว รึนิกายไม่อาจที่จะ
เสี่ยงได้
เมื่อเห็นสีหน้าตื่นเต้นของ จางเทีย เฟิ งยี่เสี่ยว ก็ยิ่งยืนยันได้ว่า จางเทีย น่ะ
กลัว มันคือลูกไม้เล็กๆเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา
“ ท าไมจะไม่ได้ ?” – เฟิ งยี่เสี่ยว ตอบกลับทันที
“ สงครามเพิ่งจะเริ่ม ในฐานะอัศวินในไทเซีย เจ้าควรที่จะร่วมมือกันเพื่อสู้
กับปิศาจ หนึ่งในเจ้าเป็นอัศวินดินที่สร้างผลงานได้มากมาย อีกคนเป็นอัศวินเงาที่
ก าลังจะเป็นอัศวินสวรรค์ มันไม่เหมาะที่เจ้าจะเดิมพันชีวิตกัน เมื่อเจ้าอยากพนัน
ท าไมไม่เปลี่ยนพนันสักหน่อย ? “ - กวนเฉียนชง เสนอพร้อมกับแอบมองไปที่ คุยหลี่
พูดขึ ้น– “ ไอ้หนู ถ้าเจ้าให้อัศวินเงาฆ่าตัวตาย เจ้าคงอยู่ในไทเซียไม่ได้อีก เรือบินของ
เฟิ งยี่เสี่ยว ก็ไม่ได้แย่ มันมีเรือบินไม่กี่ล าในนิกายไทยิ ท าไมเจ้าไม่ใช่มันเป็นตัวพนัน
กับที่ดินเจ้าล่ะ ? “
จางเทีย แสยะยิ ้มออกมาและตอบกลับ – “ ได้ ข้าจะรับฟังข้อเสนอของท่าน
กวน เมื่อบอกว่าเรือบินนั ้นไม่ได้แย่ ข้าจะพนันโดยใช้ที่ดินของข้าซึ่งคือเมือง 10
เมืองและที่ดิน 700 ตร.ไมล์ เจ้าใช้เรือบินเป็นตัวพนันได้ เจ้ากล้าพนันกับข้ารึเปล่า
? “
หน้า 103 จาก 327
หน้า 104 จาก 327
ตอนที่ จางเทีย พูด เขาก็ได้เอาใบยืนยันที่ดินของเขาออกมาจากอุปกรณ์มิติ
“ มันก็แค่เรือบิน ข้าอยากเห็นความสามารถของเจ้า ! “- เฟิ งยี่เสี่ยว ฮึดฮัด
“ เจ้าจะพนันกันที่นี่เหรอ ? “ - กวนเฉียนชง ถาม ปรากฏว่า กวนเฉียจน
ชง ที่ถามความเห็นนั ้นถามเพื่อเข้าข้าง จางเทีย
“ ทักษะลับของข้าไม่อาจเผยต่อสาธารณะได้ ถ้าเจ้าต้องการพนันกับข้า มี
แค่เจ้าที่ดูได้ ท่านกวนสามารถเตรียมห้องให้เราได้ ! “ -จางเทีย เข้าใจความหมาย
ของ กวนเฉียนชง ทันที
“ พี่เฟิ ง ท่านว่ายังไง ? “ - กวนเฉียนชง หันกลับมาและถาม เฟิ งยี่เสี่ยว
“ ยุติธรรมดี ! “ - เฟิ งยี่เสี่ยว ตอบกลับมาตรงๆ ไม่ว่าคนดูจะมีมากแค่ไหน
แต่เขาไม่เชื่อว่า คุยหลี่ จะเล่นตุกติกได้ อีกอย่างแล้วเขาต้องการรู้ว่า คุยหลี่ จะอธิบาย
ยังไงเมื่อลูกไม้นี ้ถูกเปิดโปง
“ หาห้องบ่มเพาะให้เรา ! “ - กวนเฉียนชง สั่งการเจ้าหน้าที่ในหอคอยแห่ง
แสงที่ยืนอยู่ไกลๆ
เฟิ งยี่เสี่ยว หันกลับและบอกกับคนของเขา – “ อยู่ที่นี่สักพัก ! “
หลังจากนั ้นไม่กี่วินาที เจ้าหนาที่ก็ได้เดินเข้ามาและท าความเคารพ กวนเฉีย
นชง – “ ผู้สั่งการ ห้องพร้อมแล้ว ! “
“ เชิญ ! “ – กวนเฉียนชง บอกกับ จางเทีย และ เฟิ งยี่เสี่ยว
ตอนที่ จางเทีย เดินออกไป ห้องนั ้นก็เริ่มเสียงดังขึ ้นมา
“ อ่ะ เจ้าเห็น คุยหลี่ สู้กับผู้อาวุโสของนิกายไทยิมั ้ย ?”
หน้า 104 จาก 327
หน้า 105 จาก 327
“ มันเร็วเกิน...”
“ วิเศษ วิเศษ คุยหลี่นี่ช่างเป็นคนแข็งแกร่งที่ไม่กลัวแม้แต่คนมีอ านาจ...”
“ ภาพฉายนั่นมันอะไรกัน ?ท าไมมันถึงดุดันแบบนั ้น ? “
“ มังกรไฟ สัตว์ที่ไร้เทียมทาน....”
“ ทักษะลับนั ้นเทียบได้กับวัฏจักรนรกรึเปล่า ? “
“ เราจะรู้ในอีกไม่ช้า ! “
อัศวินในห้องเริ่มพูดคุยกันซึ่งท าให้ที่นี่คึกคักขึ ้นมาราวกับตลาดสด
การปะทะและการพนันก่อนหน้านี ้ระหว่างอัศวินดินและอัศวินเงานั ้นไม่ได้มี
ให้เห็นง่ายๆ...
ในหอคอยแห่งแสง อัศวินบางคนได้เอาคริสตัลออกมาเพื่อเรียกเพื่อนของตน
ให้มาดูอะไรสนุกๆ
...
ด้วยการน าทางของเจ้าหน้าที่ จางเทีย, เฟิ งยี่เสี่ยว และ กวนเฉียนชง ไม่
นานก็ได้มาถึงห้องลับด้านบน หลังจากนั ้นเจ้าหน้าที่ก็ได้ออกไปทิ ้งทั ้งสามคนไว้ใน
ห้อง
จางเทีย มองไปที่ เฟิ งยี่เสี่ยว – “ ผู้อาวุโสเฟิ ง เจ้ามีคริสตัลน ้ารึเปล่า ? “
“ มี ท าไม ? “
“ เอามาให้ข้าอันหนึ่ง ข้าจะแสดงทักษะลับด้วยคริสตัลน ้าเผื่อว่าท่านสงสัย
ว่าคริสตัลน ้าของข้าจะผิดปกติและข้าต้องแสดงมันใหม่อีกครั ้งอีก “
หน้า 105 จาก 327
หน้า 106 จาก 327
เฟิ งยี่เสี่ยว มองไปที่ จางเทีย และ กวนเฉียนชง ก่อนที่จะฮึดฮัดออกมาและ
เอาคริสตัลอันหนึ่งมาไว้ในมือ หลังจากนั ้นเขาก็โยนมันให้กับ จางเทีย
แม้ว่า กวนเฉียนชง จะรู้ผลลัพธ์อยู่แล้วแต่เขาก็ยังแสดงสีหน้าเคร่งขรึม
ออกมาราวกับว่านี่เป็นครั ้งแรกที่เขาจะได้ดูมัน ‘ ผู้สั่งการนี่รอบคอบจริงๆเลย ‘
“ ท่านกวน เราเริ่มได้รึยัง ? “
“ พี่เฟิ ง เจ้าคิดว่ายังไง ? เราจะเริ่มกันเลยรึเปล่า ? “
“ มาเริ่มกันเลย ข้าอยากดูลูกไม้ของเขา นอกจากวัฏจักรนรกแล้ว ข้าสงสัย
กับทักษะที่ช่วยให้คนสร้างจักระได้อย่างรวดเร็ว ! “
จางเทีย ก าคริสตัลไว้ในมือแล้วแอบถอนหายใจ ‘ ข้าอาจจะไม่มีโอกาสดีๆ
แบบนี ้อีกในอนาคต ‘
...
กว่า 1 ชม.ต่อมา อัศวินก็เริ่มพากันเข้ามาที่หอคอยแห่งแสงมากขึ ้นเรื่อยๆ
ตอนที่คนมากมายพูดคุยถึงผลลัพธ์การพนัน คุยหลี่ ก็เดินลงมาที่ชั ้นร่าง
พร้อมกับหัวเราะออกมา
“ ผู้อาวุโสเฟิ ง ข้าจะเอาเรือบินนั่นไป ข้าน่ะยังไม่เคยขึ ้นเรือบินเลย ขอบคุณ
มาก ! “
คุยหลี่ เดินลงมาข้างล่างด้วยหน้าตาที่ยิ ้มแย้ม เฟิ งยี่เสี่ยว ลงมาพร้อมกับ
หน้าที่ซีดเผือด...
ไม่ต้องบอกเลย ทุกคนต่างก็รู้ผลลัพธ์
‘ คุยหลี่ ชนะผู้อาวุโสนิกายไทยิอย่างนั ้นเหรอ ?’
หน้า 106 จาก 327
หน้า 107 จาก 327
หลายคนต่างก็พากันช็อก
ที่น่าตกใจกว่านั ้นคือความหมายของการชนะของ คุยหลี่ ซึ่งบ่งบอกว่า คุยห
ลี่ มีทักษะที่ท าให้บ่มเพาะได้เร็วขึ ้นเทียบเท่าได้กับวัฏจักรนรก
ในวันเดียวกันข่าวนี ้ก็กระจายไปทั่วตระกูลใหญ่ในไทเซียและทวีปย่อยแม้แต่
ทวีปตะวันตกที่อยู่ไกลออกไปด้วย
...
ครั ้งนี ้ คุยหลี่ ได้ท าให้ผู้คนในป้อมสิงโตต้องช็อกกันอีกครั ้ง...
...
หนึ่งชั่วโมงต่อมา กูดูยิ แม่ทัพเหนือปิศาจก็ได้ยินข่าวเรื่องการพนันที่ป้อม
สิงโต
“ คุยหลี่...จากเขตยงซู ....คนเดิม ! “
“ ข้าได้ยินว่า คุยหลี่ ได้ฆ่าอัศวินปิศาจและช่วยนักสู้ของกองทัพขนแสงตอน
ที่ส ารวจพีระมิดกับ นักพรตยกภูเขา เมื่อหลายปีก่อน นักสู้เหล่านั ้นบอกข้าว่า คุยหลี่
ดุดันอย่างมากละฆ่าอัศวินปิศาจราวกับคนบ้าฆ่าหมา ! “ – คนที่ส่งข่าวพูดขึ ้น
“ ไม่เลว ! “ -แม่ทัพเหนือปิศาจตอบกลับ
พวกคนที่คุ้นกับแม่ทัพจะรู้ว่าเขาไม่ได้ชมคนง่ายๆ เมื่อเขาชม คุยหลี่ มันก็บ่ง
บอกว่า คุยหลี่ นั ้นท าให้เขาสนใจขึ ้นมาจริงๆ
หน้า 107 จาก 327
หน้า 108 จาก 327
10 นาทีต่อมา จางเทีย ก็ได้เจอกับ ฟิ ลตัน, โบแลม และ เซลิก้า อีกครั ้งที่
บาร์อัศวิน
มันแตกต่างจากครั ้งก่อน ตอนที่ จางเทีย เดินเข้ามาในบาร์อีกครั ้ง เขาก็ได้
ยินเสียงกระซิบมากมายของอัศวินภายในบาร์
“ ชายคนนี ้คือ คุยหลี่ ...”
“ เขาเป็นอัศวินดิน ! “
“ บอกกันว่าเขาเชี่ยวชาญทักษะลับที่ช่วยในการสร้างจักระได้อย่างรวดเร็ว
โดยมีประสิทธิภาพเท่ากับวัฏจักรนรก เขาถึงกับชนะพนันกับผู้อาวุโสนิกายไทยิด้วย
...”
“ ทักษะแบบไหนกันที่ช่วยให้เขาสร้างจักระได้อย่างรวดเร็ว ? “
ตาของพวกนั ้นต่างก็จับจ้องมาที่ จางเทีย
แม้ว่าเสียงพวกนั ้นจะดังมาถึงหู จางเทีย แต่เขาท าท่าเหมือนไม่ได้ยินอะไร
หลังจากที่เห็นเพื่อนเขาทั ้งสามคน จางเทีย ก็เดินตรงไปหาพวกนั ้น
ทั ้งสามคนมองมาที่ จางเทีย ด้วยท่าทีแปลกๆ ไม่มีสักคนที่คิดว่า จางเทีย จะ
โด่งดังขึ ้นมาอีกครั ้งหลังจากที่กลับมายังป้อมสิงโตไม่กี่ชั่วโมง หลังจากที่ได้ยินว่าเกิด
อะไรขึ ้นที่หอคอยแห่งแสงแต่ไม่มีสักคนเลยที่เชื่อว่า จางเทีย จะสู้กับอัศวินเงาและ
ชนะพนันมาได้พร้อมทั ้งได้รับเรือบินจากนิกายอันดับหนึ่งอย่างนิกายไทยิเป็น
ค่าตอบแทน
หน้า 108 จาก 327
หน้า 111 จาก 327
พลังวิญญาณของ โบแลม, ฟิ ลตัน และ เซลิก้า นั ้นก็แค่ธรรมดา พลัง
วิญญาณนั ้นคือของที่ฝึกได้ยากส าหรับอัศวิน ดังนั ้นหลังจากที่รู้ว่าต้องมีพลัง
วิญญาณอีกอย่างน้อยเท่าตัวในการฝึกทักษะนี ้ความสงสัยที่ทั ้งสามคนมีก็หมดไป
หลังจากที่มองไปที่แขนของ โบแลม จางเทีย ก็เอายาฟื ้นตัวขึ ้นมาจาก
อุปกรณ์มิติและเอาไปวางไว้หน้า โบแลม
“ อ่ะ ยาฟื ้นตัว ? “ - ฟิ ลตัน รู้ว่าอะไรอยู่ข้างในในตอนที่เขาเห็นกล่อง
คริสตัล
“ โบแลม เซลิก้า รับยานี่ไว้เป็นของขวัญที่ข้าให้กับพวกเจ้า ตอนที่พวกเจ้า
แต่งงานกันในทวีปตะวันออก เจ้าบ่าวที่มีแขนสองข้างคงดูหล่อกว่าคนที่มีแขนข้าง
เดียว ... “-จางเทีย พูดขึ ้นมา
“ นี่..นี่มันเกินไป...” – เมื่อเห็นกล่องคริสตัลตรงหน้า โบแลม ก็ลังเลเล็กน้อย
พร้อมกับส่ายหน้า
หลังจากที่อยู่ในป้อมสิงโตมาหลายปี แน่นอนว่าพวกเขารู้ว่ายานี ้มีค่าแค่ไหน
แม้ว่าจะเพิ่งเข้าร่วมการต่อสู้ครั ้งใหญ่มาโดยเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงแต่จ านวนคะแนน
ที่ทั ้งสามได้มาก็ไม่อาจจะซื ้อยาฟื ้นตัวนี ้ได้ซึ่งต้องยานี่ต้องฆ่าอัศวินดินอย่างน้อย 1
ตัวรึอัศวินเหล็กด าอย่างน้อย 6 ตัว
“ ข้าเป็นเพื่อนเจ้ารึเปล่า ?” - จางเทีย เคร่งขรึมขึ ้นมา
“ แน่นอน ! “ - โบแลม พยักหน้า
“ งั ้นก็เลิกไร้สาระ ! “ -จางเทีย ผลักกล่องไปตรงหน้า โบแลม ด้วยท่าที
เด็ดขาด
หน้า 111 จาก 327
หน้า 112 จาก 327
ปากของ โบแลม สั่น ตาของเขาเริ่มมีน ้าตา....
“ รับมันไว้...” - เซลิก้า พูดขึ ้นพร้อมกับรับกล่องคริสตัลมา
“ ดูสิ แม้แต่ เซลิก้า ก็ยังตรงไปตรงมามากกว่าเจ้าอีก ถ้าเจ้าเสียใจ ก็ไป
จัดการปิศาจให้ข้าแทนตอนที่กลับทวีปตะวันตก ! “
“ ใช่ จัดการพวกปิศาจ ! “ – ฟิ ลตัน ตบโต๊ะ
เด็กเสิร์ฟได้เดินเอาเหล้ามาให้กับ จางเทีย
“ มาชนกับการได้พบกันอีก ข้าหวังว่าเราจะมีโอกาสจัดการปิศาจด้วยกัน
อีกในอนาคตเพื่อให้สมชื่ออัศวิน ! “ -จางเทีย ยกแก้วขึ ้น – “ เพื่ออัศวิน ! “
“ เพื่ออัศวิน ! “ – ทั ้งสามยกแก้วตัวเองขึ ้นพร้อมกัน
“ พูดได้ดี เพื่ออัศวิน ! “ –อัศวินคนอื่นๆต่างก็ยกแก้วขึ ้นด้วย
จางเทีย หัวเราะออกมา – “ เจ้าของร้าน ค่าใช้จ่ายวันนี ้ของอัศวินทุกคนเก็บ
ที่ข้า...”
ยังไงซะเขาก็จะออกจากป้อมสิงโตอยู่แล้ว จางเทีย คงไม่ได้ใช้คะแนนบน
บัตรของเขาอีก ดังนั ้นเขาก็จึงท าตัวใจกว้างไว้
หลังจากที่ได้ยินค าพูดของ จางเทีย เกือบทุกคนก็ยกแก้วตัวเองส่งเสียงโห่
ร้องจนท าให้บาร์นั ้นคึกคักขึ ้นมาทันที
“ เพื่ออัศวิน..”
ทุกคนต่างก็พากันโห่ร้อง จางเทีย ยกแก้วเหล้าในมือยกซดจนหมดแก้ว...
ในตอนที่ จางเทีย ชิมเหล้า เขาก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นที่คุ้นเคย
หน้า 112 จาก 327
หน้า 113 จาก 327
มันเหมือนกับเบียร์ที่ท าให้เขานึกถึงสาวสวยในเมืองบาปี
เหล้านี ้มีแก่นยีสต์ที่ จางเทีย ให้กับ แฮนนา หลังจากที่เพิ่มแก่นยีสต์นี ้เข้าไป
เหล้าแตงโมก็รสชาติเปลี่ยนไป เหล้าแบบนี ้ส่งผลดีต่อร่างกายหากดื่มมันเป็นประจ า
อย่างน้อยก็ดีกว่าเหล้าแตงโมแบบเดิม
รสชาติที่คุ้นเคยท าให้ จางเทีย อึ ้งเล็กน้อย เขาเริ่มเหม่อไปนิดๆ...
“ มีอะไร ? “ – ฟิ ลตันถามขึ ้นมา
“ ไม่มีอะไร ข้าแค่รู้สึกว่าเหล้านี่รสชาติพิเศษ...” -จางเทีย เลียปาก
“ โบแลม กับข้ารู้สึกว่ารสชาติมันเหมือนกับเบียร์ อีกอย่างแล้วมันมีฟองด้าน
ในด้วย มันน่าจะเป็นเหล้าใหม่ ! “- ฟิ ลตัน พูดขึ ้น
จางเทีย ยิ ้มพร้อมกับโบกมือเรียกเด็กเสิร์ฟ
“ เจ้าได้เหล้านี่มาจากไหน ? รสชาติดีจริงๆ ! “ -จางเทีย ถาม
“ ไม่กี่เดือนก่อนคนของนิกายสวรรค์ได้มายังป้อมสิงโต บอกกันว่าเขามีสูตร
ลับและช่วยท าเหล้าแตงโมใหม่ เหล้าใหม่นี ้รสชาติดีกว่าเดิมเยอะ อีกอย่างแล้ว
หลังจากที่ดื่มมัน ผู้คนจะรู้สึกสบาย ตอนนี ้มันกลายเป็นเหล้าที่โด่งดังในป้อมสิงโตไป
แล้ว...”
‘ นิกายสวรรค์ ? ‘
หลังจากที่คิดดูแล้ว จางเทีย ก็เข้าใจทันที แฮนนา อยู่ในอาณาจักรนอแมน
มาแชลหลินชางเจียง คือสมาชิกของนิกายสวรรค์ ดังนั ้นครอบครัวของ แฮนนา ก็ต้อง
พึ่งพานิกายสวรรค์
หน้า 113 จาก 327
หน้า 114 จาก 327
จางเทีย จ าได้ว่า ฟิ ลลิส เจ้าชายของอาณาจักรนอแมนบอกเขาว่าอาณาจักร
ได้ไปสร้างเมืองที่ชื่อมังกรเลือดในเขตกุยซู น้องชายสองคนของ ฟิ ลลิส อยู่ที่เมืองแห่ง
นี ้
หลังจากที่คิดดูดีๆแล้ว จางเทีย ก็รู้สึกว่ามันมีเหตุผล ราชวงศ์ที่หนีออกมา
จากทวีปไว่นั ้นคงไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรมากในไทเซีย แน่นอนว่าพวกเขาก็ต้องพึ่งนิกาย
สวรรค์
มันเกินกว่าที่ จางเทีย คาดไว้ที่เขารู้ข่าวเกี่ยวกับเพื่อนเขาในทวีปได้ หลังจาก
ที่รู้ว่าครอบครัวของ แฮนนา นั ้นมีที่พึ่งพา จางเทีย ก็พอใจอย่างมาก เขารู้สึกว่า
โชคชะตานี ้ช่างวิเศษจริงๆ....
หน้า 114 จาก 327
หน้า 115 จาก 327
หลังจากที่มีปาร์ตี ้กับ ฟิ ลตัน, โบแลม และ เซลิก้า แล้ว จางเทีย ก็ได้เอา
แหวนสื่อสารให้กับทั ้งสามคน หลังจากนั ้นเขาก็ได้ไปนอนที่หอคอยและกลับไปที่ผิว
ดินในวันต่อมา
ฟิ ลตัน, โบแลม และ เซลิก้า นั ้นจะอยู่ในป้อมสิงโตอีกสักหน่อย หลังจากที่
เรือบินที่ไปยังทวีปตะวันออกได้มีผู้โดยสารเต็ม พวกเขาก็จะกลับไปที่ทวีปตะวันตก
ดังนั ้น จางเทีย จึงกลับไปก่อนหน้าพวกนี ้
ในเช้าวันที่ 15 มิถุนายน จางเทีย ได้ออกจากหอคอยมา หลังจากนั ้นเขาก็
ได้ไปที่ศูนย์ลงทะเบียนและส่งของต่างๆอีกทั ้งคืนบัตรเข้าออกป้อมสิงโตให้ด้วย
“ หลังจากที่เจ้าออกไปแล้ว คะแนนทั ้งหมดในป้อมสิงโตจะถูกเก็บไว้ เพราะ
เจ้าเป็นอัศวินดิน เจ้าจะได้รับบัตรใหม่และเข้ามาหอคอยในเขตอัศวินดินตอนที่เจ้า
กลับมาที่ป้อมสิงโตครั ้งหน้า ถ้าเจ้าตาย คะแนนของเจ้าจะถูกส่งต่อไปยังผู้ที่เจ้า
ลงทะเบียนเอาไว้ ถ้าไม่มีชื่อผู้รับ คะแนนของเจ้าจะกลายเป็นศูนย์...”
เจ้าหน้าที่สาวได้อธิบายให้กับ จางเทีย จางเทีย จับหัวล้านตัวเอง เขารู้สึก
ว่าเจ้าหน้าที่สาวนี ้มีสนามพลังฉีที่แข็งแกร่งจริงๆ แม้ว่าเธอจะเป็นแค่กัปตันแต่เธอกล้า
ที่จะดูถูกอัศวินดิน การเจอกับเจ้าหน้าที่สาวแบบนี ้ จางเทีย พูดอะไรไม่ออกเลย หญิง
สาววัย 40 ปีนี่เป็นสิ่งมีชีวิตที่เจ้าเล่ห์และอารมณ์ร้ายที่สุด แม้แต่ จางเทีย ก็ต้องยอม
แพ้ให้กับคนแบบนี ้
หลังจากที่อธิบายค าพูดมากมาย เจ้าหน้าที่สาวก็ได้ถาม จางเทีย – “ เจ้า
แน่ใจนะว่าจะออกจากป้อมสิงโตและยกเลิกสถานะทหารชั ้น 2 ? “
จางเทีย ตอบกลับด้วยรอยยิ ้ม – “ มั่นใจ ! “
หน้า 115 จาก 327
หน้า 116 จาก 327
เจ้าน้าที่สาวเอาผนึกมาแล้วประทับลงในแบบฟอร์ม หลังจากนั ้นเธอก็บอก
จางเทีย โดยไม่เงยหน้าขึ ้นมา – “ เรียบร้อย เจ้าไปได้แล้ว ! “
จางเทีย หันกลับ เขารู้สึกเหมือนที่ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าแล้วโดนไล่ออก
‘ เหี ้ย ! ‘
จนเขาออกจากศูนย์มาแล้ว จางเทีย ถึงได้ส่ายหน้าและลบเงาของเจ้าหน้าที่
สาวนั ้นออกจากหัว จากนั ้นเขาก็เดินไปที่ทางออก
ด้านนอกทางออก มันมีฐานคลังของป้อมสิงโต เรือบินทุกล าที่มายังดินแดน
ธาตุดินได้จอดอยู่ที่นี่รวมไปถึงเรือบินของนิกายไทยิด้วย
ตั ้งแต่เขาได้เรือบินจาก เฟิ งยี่เสี่ยว จางเทีย ยังไม่ได้เห็นมันจนกระทั่งตอนนี ้
หลังจากที่เสียเรือบินแล้ว เฟิ งยี่เสี่ยว และคนของนิกายก็ต้องรอให้เรือบินออกจาก
ป้อมสิงโต ยังไงซะนิกายไทยิก็ยังมีเรือบินอีก หาก เฟิ งยี่เสี่ยว ส่งข้อความไป นิกาย
ไทยิคงส่งเรือบินมาอีกล าแน่
จางเทีย รู้สึก ‘ ผิด ‘ เล็กน้อยกับการที่ท าให้ตารางของ หลานหยุนซี ล่าช้าไป
แต่เพราะ หลานหยุนซี ก าลังจะกลับไปที่นิกายไทยิเพื่อเป็น ‘ เทพธิดา ‘ จาง
เทีย จึงไม่คิดอะไรมากกับการล่าช้านี ้
ครั ้งนี ้ จางเทีย รู้ว่าเขาได้สร้างศัตรูกับนิกายไทยิขึ ้นมาแล้ว ‘ อาจารย์ข้าได้ฆ่า
หัวหน้าหน่วยของนิกายไทยิไป ข้าได้ท าให้อัศวินเงาของนิกายไทยิต้องอับอายในการ
ปะทะกันครั ้งแรกและข้าได้เรือบินมาจากนิกายไทยิ ในอนาคตถ้าข้าเอา หลานหยุนซี
มาจากนิกายไทยิ ความสัมพันธ์ของนิกายไทยิกับข้าคงเข้าขั ้นแย่แน่ ‘
หน้า 116 จาก 327
หน้า 117 จาก 327
แต่ จางเทีย ไม่ได้สนใจกับการมีเรื่องต้องกังวลเพิ่มอีกอย่าง เพราะเขาได้
คุกคามศาลสูงสุดของไทเซียและปิศาจ เขาก็ไม่ได้สนกับการคุกคามนิกายไทยิ
จางเทีย เดินตรงไปที่ฐานของคลังพร้อมกับสงสัย ‘ ข้าจะไม่สนเรื่องนี ้ได้นาน
แค่ไหน ? นี่คือสิ่งที่เรียกว่าความมั่นใจและการเติบโตงั ้นเหรอ ? ‘
...
หลังจากนั ้นไม่กี่นาที จางเทีย ก็ได้เดินออกมาจากป้อมสิงโตและเห็นเรือบิน
นิกายไทยิที่ลอยอยู่ด้านนอกป้อมสิงโต
แม้ว่าเขาจะเคยเห็นเรือบินมาและได้ขึ ้นไปที่เรือบินของธนาคารโกเด้นร็อก
และของ ผู้สั่งการเชิง แต่ จางเทีย ก็ยังต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆเมื่อเห็นเรือบินล านี ้
‘ ใหญ่ ใหญ่เกินไปแล้ว ! ‘
นี่คือความประทับใจแรกของ จางเทีย
ก่อนหน้านี ้เรือบินที่ใหญ่ที่สุดที่ จางเทีย เคยเห็นคือของ ผู้สั่งการเชิง ซึ่งยาว
กว่า 500 ม.แต่เรือบินนี ้ยาวเกือบ 600 ม. จากจุดนี ้ จางเทีย เข้าใจว่านิกายไทยินั ้น
มีอ านาจเพียงใดในไทเซีย นี่คือพาหนะเดินทางของหนึ่งในสี่ผู้อาวุโสนิกายไทยิซึ่ง
สามารถเทียบได้เท่ากับผู้สั่งการเขตกองทัพ มีอ านาจจริงๆ !
เรือบินนี ้ไม่ใช่แค่ใหญ่แต่ยังสวยอย่างมากด้วย มันเป็นประกายไปทั่วทั ้งล า
มันดูเหมือนนกที่มีหางยาว หัวของเรือบินนั ้นเหมือนกับฟิ นิกซ์ หนึ่งสี่สัตว์ในต านานที่
คนจีนบูชา
เรือบินรูปร่างมังกรนั ้นมีให้ส าหรับศาลและพวกรัฐบาลของไทเซีย เรือบินของ
ตระกูลใหญ่นั ้นจะเป็นรูปร่างอื่น
หน้า 117 จาก 327
หน้า 118 จาก 327
ตอนนั ้นเรือบินยังคงจอดอยู่ที่ฐาน เทียบกับเรือบินที่มีขนาดตั ้งแต่สิบเมตร
จนถึง 200 ม. เรือบินล านี ้นั ้นดูสะดุดตาเหมือนกับรถสปอร์ตที่จอดอยู่ในหมู่รถ
ธรรมดา
คนประมาณ 20 คนในชุดกองทัพยืนอยู่ที่ทางเข้าเรือบิน เมื่อเห็น จางเทีย
เดินเข้ามา หนึ่งในนั ้นก็ได้เดินเข้ามาหา จางเทีย และท าความเคารพเขา
“ คุณคุย ยินดีต้อนรับ เรามาที่นี่เพื่อจัดแจงตามค าสั่งของ ผู้สั่งการกวน ! “
จางเทีย ไม่คิดว่าคนที่คุยกับเขาจะเป็นคนที่เขาคุ้นเคย พันตรีหลิวซิง ที่เขา
ได้เจอในภูเขาไทเว่ยเมื่อหลายเดือนก่อน
หลังจากที่ จางเทีย ชนะพนันมาเมื่อวาน กวนเฉียนชง ได้บอกว่า จางเทีย คง
ไม่อาจจะบังคับเรือคนเดียวได้ บังเอิญว่ากลุ่มนักสู้ก าลังจะกลับไปที่ผิวดิน ดังนั ้นเขา
จึงบอกให้นักสู้กลุ่มนี ้มาดูแลเรือให้กับ จางเทีย กลุ่มนักสู้นี ้จะรับใช้ จางเทีย เป็นเวลา
หนึ่งปี
แน่นอน หลิวซิง ไม่รู้ว่า คุยหลี่ คืออัศวินในชุดด าที่ช่วยชีวิตเขาไว้ในภูเขา
ไทเว่ย แม้จะแบบนั ้นแต่พวกเขาก็ไม่ใช่คนแปลกหน้ากันเพราะพวกเขาได้เจอกันตอน
ที่ คุยหลี่ มาที่ป้อมสิงโตเป็นครั ้งแรก
จางเทีย เห็นว่าไม่มียศที่บ่าของ คุยหลี่ แม้ว่าจะใส่ชุดธรรมดาเหมือนนักสู้คน
อื่นๆ ทหารพวกนี ้อยู่ระดับ 6-9 แต่ละคนล้วนแต่เคยผ่านการต่อสู้ที่โหดร้ายมา ดังนั ้น
ทุกคนจึงดูแข็งแกร่ง,เด็ดเดี่ยวและเต็มไปด้วยรังสีอาฆาต
เทียบกับเมื่อไม่กี่เดือนก่อน หลิวซิง นั ้นดูก าย ากว่าเดิมและเปลี่ยนไปอย่าง
มากด้วย นัยน์ตาเขาเริ่มมั่นคงขึ ้น
หน้า 118 จาก 327
หน้า 121 จาก 327
หน้า 121 จาก 327
หน้า 122 จาก 327
เรือบินเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว จางเทีย ได้ออกจากดินแดนธาตุดินในวันที่
15 มิถุนายน และได้กลับไปที่เขตกองทัพในวันเดียวกัน
เทียบกับตอนที่ จางเทีย มายังดินแดนธาตุดินเมื่อสามปีก่อน จางเทีย ได้
กลับไปพร้อมกับเกียรติ เรือฟิ นิกซ์ในระดับของผู้สั่งการเขตกองทัพในไทเซียนี่ดูสะดุด
ตา นี่ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น
ก่อนหน้านี ้ชื่อของเรือบินนี ้คือฟิ นิกซ์ เพราะ จางเทีย รู้สึกว่าเชื่อมันชัดเจนดี
เขาจึงไม่ได้เปลี่ยนมัน
เรือบินได้พุ่งออกจากอุโมงค์ที่อากาศเข้าออกจากดินแดนธาตุดินมายังบนผิว
โลกคล้ายกับลาวาปะทุ
เขายืนอยู่ที่ห้องคริสตัลบนหัวเรือเพียงล าพัง จางเทีย รู้สึกว่าราวกับฝันไป
ตอนที่เห็นท้องฟ้า,เมฆสีขาวและดวงอาทิตย์ด้านบนหัวเขา
หลังจากที่คิดดูดีๆแล้ว จางเทีย ก็พบว่าเขาได้ใช้เวลาส่วนมากในการบม
เพาะในพีระมิดกว่า 3 ปีที่ผ่านมา เขาไปแค่ไม่กี่ที่ที่เหวแรกและภูเขาไทเว่ย เขายัง
ไม่ได้ไปที่อื่นในดินแดนธาตุดินเลยแต่ตอนที่เขาออกมา เขาน่ะได้เป็นอัศวินดินแล้ว
ดูเหมือนว่าดินแดนธาตุดินคือดินแดนแห่งโชคของเขา
มันอาจเรียกได้ว่าได้ตั๋วทองเลยก็ได้
เมื่อเห็นท้องฟ้าและเมฆ จางเทีย ก็รู้สึกอิสระราวกับนกที่ได้กลับมาบน
ท้องฟ้าหรือปลาที่ได้กลับไปในน ้า
เทียบกับดินแดนธาตุดิน ผิวดินแห่งนี ้ดูเหมาะที่จะเป็นที่อยู่ของมนุษย์
หน้า 122 จาก 327
หน้า 123 จาก 327
เพราะมันเป็นตอนบ่ายของเดือนมิถุนายน แสงอาทิตย์จึงสาดเข้ามาในห้อง
ซึ่งให้ จางเทีย อาบแดดได้....
จางเทีย ปิดตาลงและค่อยๆชื่นชมความอบอุ่นของแสงที่ไม่ได้เห็นมานาน
ตอนนั ้นเขาก็ได้ยินเสียงเท้าของ หลิวซิง ดังขึ ้นมาจากด้านหลัง
“ นักพรต เราได้กลับมาที่เขตกองทัพบนผิวดินแล้ว ท่านจะมุ่งหน้าไปที่ไหน
?”
“ ข้าจะซื ้อโลงศพได้ที่ไหน ? “ - จางเทีย ลืมตาขึ ้นมาพร้อมกับตาที่เป็น
ประกาย เขาหันกลับมาแล้วมอง หลิวซิง พร้อมรอยยิ ้ม
หลังจากที่ได้ยินค าถาม หลิวซิง ก็อึ ้งไป เขาคิดว่าเขาได้ยินผิดไป – “ โลงศพ
? “
“ ใช่ ยิ่งระดับสูงยิ่งดี เป็นโลงศพทองได้ยิ่งดี ! “
หลังจากที่คิดสักพัก หลิวซิง ก็ตอบกลับ – “ เราซื ้อมันได้ที่เมืองชั ้น A ในไท
เซีย ! “
แม้ว่าโลงศพทองจะยากที่จะเห็นได้ในทวีปอื่นแต่มันเป็นของใช้ทั่วไปของ
ตระกูลใหญ่ แน่นอว่าตระกูลที่ซื ้อโลงศพทองได้คงไม่กลัวที่จะถูกขโมยเพราะพวกเขา
มักจะจัดคนไว้ดูแล
“ ข้าว่าจะไปที่ภูเขาเหลียนหยุนทางตะวันออกของเขตฉิงซู ข้าจะซื ้อโลงศพ
ทองที่เมืองชั ้น A ระหว่างทาง ! “
“ ได้ ! “
หลิวซิง เดินออกจากห้องไป
หน้า 123 จาก 327
หน้า 126 จาก 327
หลังจากที่เอาโครงกระดูกกลับไปที่อาณาเขตมังกรไฟแล้ว จากวันนี ้ไม่มีใคร
ในโลกที่สงสัยในภูมิหลังของ คุยหลี่ อีก ดังนั ้นฐานะ คุยหลี่ ก็จะถูกต้องขึ ้น เขาจะ
กลายเป็นผู้สืบทอดของ นักพรตมังกรไฟ คนเก่า ทุกอย่างดูมีเหตุผลพอ นี่เป็นเหตุผล
ว่าท าไม จางเทีย ถึงได้มายังภูเขาเหลียนหยุน
ในตอนที่ หลิวซิง และคนอื่นๆจะไปช่วย จางเทีย เอาโครงกระดูกใส่โลงศพ
ทอง จางเทีย ก็ได้ห้ามพวกนั ้น – “ข้าจะท าเอง ! “
จางเทีย วางโลงศพลงและค่อยๆเก็บกระดูกขึ ้นมาทีละชิ ้นๆ หลังจากที่ปัดฝุ่น
แล้ว เขาก็เอามันเก็บไว้ที่โลงศพทอง หลังจากท าทุกอย่างเสร็จ เขาก็ได้ปิดโลงศพและ
กลับไปที่เรือบิน
“ ไปที่อาณาเขตมังกรไฟ...” -จางเทีย แสดงท่าทีเด็ดเดี่ยวออกมาพร้อม
กลับขึ ้นไปที่เรือบินอีกครั ้ง
ในตอนที่เขารู้ว่าเขาสามารถกลับไปที่เขตยงซูได้อย่างรวดเร็ว จางเทีย ก็รู้สึก
ตื่นเต้นในใจ...
หน้า 126 จาก 327
หน้า 127 จาก 327
อุปกรณ์พวกแก้วและขวดยาต่างๆทั ้งใหญ่และเล็กถูกวางไว้อย่างเป็น
ระเบียบในห้องของวังต้นไม้ซึ่งครอบคลุมพื ้นที่กว่า 2,000 ตร.ม. ขวดและแก้วบาง
อันนั ้นมีของเหลวอยู่ซึ่งมันยังมีฟองปุดๆขึ ้นมา....
เครื่องในของอัศวินปิศาจและชิ ้นส่วนของนักสู้ปิศาจต่างก็ถูกดองไว้ในขวด
แก้วพวกนั ้น
พิษพีโทเมนยังคงถูกเก็บไว้ในขวดยาที่ผนึกไว้อย่างดีและยังมีพวกเลือดที่ถูก
เก็บไว้ในขวดอีกด้วย....
ห้องนี ้ดูน่ากลัวเล็กน้อยแต่ถ้าพวกหมอผีมาเห็นเข้า พวกนั ้นคงตาเป็น
ประกายและรู้สึกว่าที่นี่เป็นสวรรค์แน่นอน
นี่คือห้องแลปพัฒนาจุลินทรีย์ของ Castle of Black Iron อุปกรณ์ใน
ห้องแลปนั ้นอาจจะไม่ได้ต่างจากห้องแลปทั่วไปด้านนอกแต่เพราะความพิเศษของ
Castle of Black Iron ห้องนี ้จึงถือว่าเป็นห้องที่ยอดเยี่ยมที่สุด
หลังจากที่สร้าง เฮลเลอร์ ขึ ้นมา จางเทีย ก็ให้หน้าที่จัดการสิ่งมีชีวิตต่างๆใน
Castle of Black Iron ให้กับ เฮลเลอร์ เขาแค่ต้องรอดูผลลัพธ์แทนที่จะต้อง
มาสนใจกระบวนการ
นี่เป็นครั ้งแรกที่ จางเทีย ได้มาที่ห้องแลปนี ้
ตอนที่ จางเทียบ่มเพาะในเรือบินของเขา เขาก็ได้รับข้อมูลจาก เฮลเลอร์ เฮล
เลอร์ บอกว่าต้องการแสดงบางอย่างที่ส าคัญให้ จางเทีย ดู ดังนั ้น จางเทีย จึงเข้าไป
ใน Castle of Black Iron
แม้แต่ตอนพิษพระจันทร์ฆ่าปิศาจกลายพันธุ์ได้ เฮลเลอร์ ก็ไม่ได้บอกว่ามัน
ส าคัญ
หน้า 127 จาก 327
หน้า 128 จาก 327
ดังนั ้น จางเทีย จึงสงสัยว่าอะไรที่ท าให้ เฮลเลอร์ พูดออกมาแบบนั ้น
“ เฮลเลอร์ เจ้าต้องการจะให้ข้าดูอะไร ? “
จางเทีย ยืนอยู่ตรงหน้าแก้วมากมาย เขามองไปที่โต๊ะทดลองด้วยความ
สงสัยว่า เฮลเลอร์ จะให้เขาดูอะไร
เฮลเลอร์ จับขวดยาทรงสามเหลี่ยมส่งให้กับ จางเทีย - “ นี่คือยีสต์พลังงาน
แบบล่าสุด มันพิเศษอย่างมาก ข้าคิดว่าท่านควรดูมัน ! “
“ กว่าหลายปีมานี ้ ไม่ใช่ว่าเรามียีสต์ตั ้งหลายแบบแล้วเหรอ ? มีอะไรพิเศษ
เกี่ยวกับมัน ? “
กว่าหลายปีที่ผ่านมายีสต์พลังงานได้ช่วยให้ จางเทีย ได้ของต่างๆมา
มากมายแต่ยีสต์เหล่านี ้ไม่ค่อยมีผลลัพธ์ออกมามากกว่าเดิมเท่าไหร่ ไม่ใช่ยีสต์
ทั ้งหมดที่สมบูรณ์แบบและใช้งานได้ ดังนั ้นยีสต์แบบอื่นๆจึงไม่ได้มีค่ามากนัก
“ ท่านจะเข้าใจเมื่อท่านดูมัน “
จางเทีย ลองดูที่ขวดซึ่งเต็มไปด้วยของเหลวสีเหลืองอ่อน เมื่อเห็นของเหลวที่
เหมือนกับเบียร์ เขาก็สะบัดมันไปมาและพบว่าของเหลวนี ้ใสและไม่ได้มีสิ่งปนเปื ้อน
เลย
“ มีคือน ้าหมักแบบล่าสุดเหรอ ? “
“ ใช่ ! “
หลังจากที่ได้ยินค าตอบ จางเทีย ก็เปิดขวดและเอามันมาใกล้กับจมูกเขา
ในเสี ้ยววินาทีกลิ่นแอลกอฮอล์ก็ลอยออกมาจากขวด
หน้า 128 จาก 327
หน้า 129 จาก 327
จางเทีย ดมกลิ่นมันดูแต่แอลกอฮอล์ในขวดนั ้นกลิ่นรุนแรงกว่าแอลกอฮอล์
ทั่วไป
“ แอลกอฮอล์ ?”
“ เกือบจะเป็นแบบนั ้น ! “ - เฮลเลอร์ ตอบกลับและเอาอีกขวดให้กับ จาง
เทีย - “นี่คือแอลกอฮอล์ธรรมดา ท่านลองเปรียบเทียบด้วยตัวเอง ! “
‘ เกือบจะ ? ‘ ค าพูดของ เฮลเลอร์ ท าให้ จางเทีย อึ ้งเล็กน้อย เขารับอีก
ขวดมาดมดู จางเทีย รู้สึกว่าของเหลวในขวดนี ้กลิ่นเหมือนแอลกอฮอล์ธรรมดาซึ่ง
ไม่ได้แรงอะไรและดูโปร่งใส
จางเทีย ชิมของเหลวสีเหลืองเล็กน้อย แค่เพียงสัมผัสมันแค่เล็กน้อย จาง
เทีย ก็รู้สึกว่าลิ ้นของเขาชาไป ขวดนี ้กลิ่นมันแรงและไม่สามารถดื่มได้
“ จากที่ชิม ขวดสีเหลืองนี่แรงกว่าแอลกอฮอล์ทั่วไป มันมีอะไรพิเศษ ? “
เมื่อเห็น จางเทีย ชิมมัน เฮลเลอร์ ก็ได้ยิ ้มออกมา – “ เจ้าของปราสาท ท่าน
ลืมเรื่องเชื ้อเพลิงที่ท่านเติมไปที่รถแล้วเหรอ ? “
หลังจากที่ได้ยินแบบนั ้น จางเทีย ก็ใจเต้นรัว เขามองไปที่ของเหลวในมือ
และเทของเหลวทั ้งสองขวดลงบนตัวทดลองการเผาไห้ หลังจากนั ้นก็สร้างประกายไฟ
จากนิ ้วก่อนที่ประกายไฟนั ้นจะลอยไปใส่ตัวทดลองทั ้งสองราวกับหิ่งห้อย
ไฟสีฟ้าสูงกว่า 16 ซม.ตรงหน้ามาจากของเหลวที่มีสีเหลือง
ในทางกลับกันแอลกอฮอล์ธรรมดานั ้นเผาไหม้อย่างคงที่และมีความสูงของ
เปลวไฟแค่ 7 ซม.
ไฟของของเหลวสีเหลืองนั ้นรุนแรงกว่า, ร้อนกว่าและสูงกว่า
หน้า 129 จาก 327
หน้า 130 จาก 327
จากผลนี ้แล้วไฟของของเหลวสีเหลืองนั ้นไม่ได้ท าให้คนนึกถึงแอลกอฮอล์
เลย
เมื่อยืนอยู่ตรงหน้าตัวทดลองทั ้งสอง หน้าของ จางเทีย ดูเป็นสีฟ้าและสั่นไหว
ไปกับจังหวะของเปลวไฟ
หลังจากนั ้นสักพักไฟในตัวทดลองทั ้งสองก็เกือบจะดับลงพร้อมกัน จางเทีย
ยื่นนิ ้วออกไปจับที่ก้นตัวทดลอง เขาพบว่าก้นของมันยังคงสะอาดและไม่ได้ทิ ้งฝุ่นอะไร
ไว้ราวกับไม่ได้มีการเผาไหม้เกิดขึ ้นที่นี่
นอกจากน ้าและคาร์บอนไดออกไซน์แล้ว การเผาแอลกอฮอล์นั ้นจะไม่ทิ ้ง
อะไรเอาไว้เลย
หลังจากที่กลืนน ้าลายลงไป จางเทีย ก็ได้ถาม เฮลเลอร์ – “ ค่าเชื ้อเพลิงของ
แอลกอฮอล์ใหม่นี ้คือเท่าไหร่ ? “
“ ค่าเชื ้อเพลิงของงมันสูงถึง 11,000-12,000 กิโลแคลอรี่ต่อกิโลกรัม !
“ - เฮลเลอร์ ตอบกลับ – “ ยีสต์พลังแบบล่าสุดนั ้นมีคุณสมบัติที่แข็งแกร่ง สินค้าที่
หมักโดยยีสต์นี ้เกือบจะไม่มีออร่าอะไรซึ่งบอกได้ว่ากินไม่ได้แต่มันสามารถดึงพลังงาน
ออกมาได้สูงสุดและค่าพลังงานของสารตั ้งต้นก็คือเอนไซม์ ตอนเราหมักบางอย่างใน
ของเหลวนี ้ เราจะได้แอลกอฮอล์แบบใหม่ออกมาซึ่งมีค่าเชื ้อเพลิงที่สูงอย่างมาก ! “
หลังจากที่ได้ยินแบบนั ้น จางเทีย ก็แทบจะพุ่งออกไปจากห้องเพื่อไปยังวัง
ต้นไม้แทบจะทันที
เมื่อเห็นแบบนั ้น เฮลเลอร์ ก็ได้ยิ ้มออกมาเล็กน้อยราวกับเขาเข้าใจใน
ความคิดของ จางเทีย ....
หน้า 130 จาก 327
หน้า 131 จาก 327
จางเทีย ได้เก็บหนังสือกว่าล้านเล่มจากทวีปไว่ในห้องสมุดของวังต้นไม้
หนังสือพวกนี ้ครอบคลุมทุกด้าน หลายเล่มนั ้นผลิตขึ ้นมาก่อนภัยพิบัติ
จางเทีย จ าได้ว่าเขาเคยอ่านข้อมูลที่มีประโยชน์บางอย่างจากหนังสือที่
ตีพิมพ์ก่อนภัยพิบัติ
หลังจากที่พุ่งไปที่ห้องสมุดแล้ว จางเทีย ก็ได้วนรอบชั ้นหนังสือซึ่งสูงกว่า 10
ม.อยู่สักพักก่อนจะพบเป้าหมายของเขา เขารีบดีดตัวขึ ้นและเอาหนังสือออกมาจาก
ชั ้นบนสุดทันที
หนังสือเล่มนี ้เขียนด้วยภาษาฮีบรูก่อนภัยพิบัติ แม้ว่ามันจะเก่ากว่า 800 ปี
แต่มันก็ยังถูกเก็บไว้อย่างดี
หนังสอืนี ้มีปกแข็ง บนปกหนังสือคือรูปของพวกเครื่องบิน,รถบัสและ
เครื่องยนต์ก่อนภัยพิบัติ นอกจากรูปแบบบพวกนี ้แล้วก็ยังมีพื ้นกลไกลอื่นๆ มันคือ
หนังสือเกี่ยวกับสายอาชีพช่าง บอกได้ว่ามันคือ ‘ พลังงานใหม่ ‘
ในใจกลางหนังสือ จางเทีย ได้พบหัวข้อ ‘ บาซีเลีย ประเทศใหญ่ที่คิดจะใช้
แอลกอฮอล์มาแทนเชื ้อเพลิงปิโตรเลียมที่ก าลังจะหมดไป ‘
มีสองหัวข้อด้านล่างคือ ‘ เครื่องบินเชื ้อเพลิงอีธานอลล าแรกที่ขึ ้นบินได้ส าเร็จ
ในวันที่ 5 ตุลาคมหลังจากที่สถานีอีธานอลได้กระจายไปทั่วประเทศ ‘
ใต้หัวข้อนี ้มีตัวหนังสือที่ดูน่าสะดุดตา ‘ กลุ่มปิโตรเลียมใหญ่สามกลุ่มยืน
กรานให้บาซีเลียท าลายโครงสร้างและแผนนี ้ซะ ‘
จางเทีย เปิดหนังสือดูต่อเกี่ยวกับเนื ้อหาของเครื่องบินนี ้
หน้า 131 จาก 327
หน้า 132 จาก 327
“ เครื่องบินล าแรกที่ขับเคลื่อนโดยแอลกอฮอล์ได้เปิดตัวในเมืองซาลาเบิร์
คในวันที่ 5 ตุลาคม เครื่องบินนี ้ถูกเรียกว่า ‘ ความหวัง ‘ ซึ่งบินได้กว่า 300 ชม.ด้วย
แอลกอฮอล์ นักบินบอกว่าเครื่องบินนี ้อยู่ในสภาพที่ดีอย่างมาก...”
จางเทีย เปิดผ่านๆและได้ข้อมูลที่เขาต้องการ
“ [ความหวัง] ได้ถูกพัฒนาโดยองค์กรเครื่องบินบของประเทศและมหาลัย
ของประเทศ มันถูกดัดแปลงมาจากเครื่องบินที่ใช้น ้ามัน เครื่องบินนี ้มี 320 แรงม้า
และมีเครื่องยนต์ 6 ตัว มันสามารถจุคนได้ 2 คน...”
“ ช่างได้ประกาศว่าเครื่องบินล านี ้คงทนมากว่าเครื่องบินอื่น อีกอย่างแล้ว
การขับเคลื่อนก็สูงกว่าถึง 7% ....”
“ มีอีกเรื่องที่รัฐบาลได้ปรับรถบัสกว่า 1/3 ของประเทศให้มาใช้ได้ทั ้ง
แอลกอฮอล์และเชื ้อเพลิง....”
“ ในวันที่ [ความหวัง ] ขึ ้นบินทดสอบได้ส าเร็จ องค์กรเครื่องบินของประเทศ
ก็ได้รับค าสั่งซื ้อกว่า 150 ล าจากพวกชาวไร่ พวกชาวไร่ในประเทศนั ้นไม่คิดว่าไร่ที่
สามารถผลิตแอลกอฮอล์ได้นั ้นจะสามารถท าให้เครื่องบินบินในอากาศได้ ดังนั ้น
ชาวไร่จึงพากันตื่นเต้นอย่างมาก ราคาของเครื่องบินนี ้คิดเป็นแค่ 1/3 ของเครื่องบิน
แบบเดิม อีกอย่างแล้วเครื่องบินใหม่ไม่ได้สร้างมลภาวะขึ ้นมา ในทางกลับกัน
เครื่องบินแบบเดิมจะปล่อยแก๊สที่เป็นอันตรายสู่ชั ้นบรรยากาศ....”
“ คูลีโอ ชาวไร่ได้บอกว่าเขาจะเก็บเงินเพื่อซื ้อเครื่องบินแบบใหม่เพื่อใส่ปุ๋ ย
อีกอย่างแล้วมันสะดวกกว่าในการเดินทางระยะสั ้นของเขา...”
“ เจ้าหน้าที่ขององค์กรเครื่องบินบอกว่าเครื่องบินแบบเล็กนั ้นยังอยู่ในการ
ทดสอบและพัฒนา...”
หน้า 132 จาก 327
หน้า 133 จาก 327
“ ถ้าแผนนี ้เป็นไปได้อย่างราบรื่น บาซีเลียจะถือเป็นผู้ผลิตแอลกอฮอล์ที่
ใหญ่ที่สุดในเขตนี ้และส่งออกพลังงานขายไปทั่ว...”
หลังจากเปิดดูเนื ้อหาผ่านๆแล้ว จางเทีย ก็ไปเอาหนังสือเรื่องพลังงานใหม่
ออกมาจากชั ้นอีกเล่ม เทียบกับเล่มก่อนหน้านี ้แล้ว เล่มนี ้ปกสีด าซึ่งดูแล้วไม่ค่อย
น่าสนใจ ดูจากวันที่ที่ตีพิมพ์แล้ว จางเทีย รู้ว่ามันตีพิมพ์ในอีกครึ่งปีต่อมา
มีหัวข้องสองอย่างบนหน้าปก
“ มีสงครามเกิดขึ ้นในบาซีเลีย ประธานาธิบดีคนเก่าได้ถูกฆ่า “
“ รัฐบาลใหม่ได้บอกว่าพลังงานนี ้เป็นสินค้าหวงห้ามและห้ามขายเครื่องบิน
แบบใหม่ อีกอย่างแล้วรถบัสก็ต้องเติมน ้ามันเป็นเชื ้อเพลิงต่อไป “
“ กลุ่มปิโตรเลียมใหญ่ทั ้ง 3 กลุ่มได้ให้เงินประเทศยืม 120 พันล้านทอง
เพื่อให้ท าตามค าสั่งนั ้น “
...
หลังจากที่เก็บหนังสือทั ้งสองเล่มแล้ว จางเทีย ก็ครุ่นคิด ตามที่หนังสือเล่ม
แรกบอกมา ในยุคก่อนภัยพิบัติตอนที่น ้ามันก าลังจะหมด พลังงานของน ้ามันอยู่ที่
10,450-11,250 กิโลแคลอรี่ต่อกิโลกรัมแต่ค่าพลังงานของแอลกอฮอล์ก่อนภัย
พิบัตินั ้นอยู่ที่ 6,000-7,000 กิโลแคลอรี่ต่อกิโลกรัม ในยุคนั ้นมนุษย์ได้พัฒนา
แอลกอฮอล์มาใช้แทนน ้ามัน เครื่องยนต์ทุกอย่างที่ใช้น ้ามันเป็นตัวขับเคลื่อนสามารถ
ใช้แอลกอฮอล์ได้หากปรับเปลี่ยนเล็กน้อย
ในยุคเหล็กด า เหตุผลที่ว่าแอลกอฮอล์ไม่ได้โด่งดังเพราะการเปลี่ยนแปลง
หลายอย่างหลังภัยพิบัติซึ่งท าให้พลังงานของแอลกอฮอล์ลดลงอย่างมาก ผลก็คือ
หน้า 133 จาก 327
หน้า 134 จาก 327
แอลกอฮอล์ไม่ได้ตรงความต้องการของเครื่องยนต์อีกต่อไป รถสปอร์ตใช้เครื่องยนต์
ภายนอกแทนที่จะใช้เครื่องยนต์แบบภายใส
‘ ยีสต์แบบล่าสุดสามารถที่จะผลิตแอลกอฮอล์ที่มีค่าพลังงาน 11,000-
12,000 กิโลแคลอรี่ต่อกิโลกรัม ตัวเลขนี ้สูงกว่าก่อนภัยพิบัติ มันสูงกว่าพวกน ้ามัน
ไม่ใช่ว่าข้าจะสามารถผลิตเครื่องยนต์และอุปกรณ์มากมายที่ขับเคลื่อนโดยน ้ามันก่อน
ภัยพิบัติและสามารถใช้งานมันได้อย่างเครื่องบินที่เคลื่อนที่ได้เร็วกว่ายาน, รถบัสที่มี
ประสิทธิภาพมากกว่าและรถเกราะซึ่งมีความสามารถทางการโจมตีที่สูงกว่างั ้นเหรอ
? ‘
จางเทีย อึ ้งกับความเป็นไปได้พวกนี ้และสิ่งที่ยีสต์พลังงานจะสร้างให้กับเขา
‘ แอลกอฮอล์นี ้อาจจะให้พลังงานและการเปลี่ยนแปลงทางอุตสาหกรรมใน
ยุคเหล็กด า ‘
...
สองวันต่อมาตอนที่ จางเทีย รวบรวมสติได้แล้วและก าลังบ่มเพาะในห้องบน
เรือบิน เสียงประตูก็ได้ดังขึ ้นมา จางเทีย จึงลืมตาขึ ้นมาทันที
เสียงของ หลิวซิง ดังขึ ้นมาจากด้านนอก – “ นักพรต เราได้มาถึงอาณาเขต
มังกรไฟแล้ว ! “
หน้า 134 จาก 327
หน้า 136 จาก 327
ในอีกด้านวังไฮหยวนก็ก าลังสั่งสมอ านาจในเขตยูซู อีกด้านตัวหลักของ
ตระกูลจางกลับต้องหนีไปทั่ว ภายใต้บรรยากาศแบบนี ้ วังไฮหยวนกลับก่อตั ้งขึ ้นมาได้
อย่างมั่นคงและขยายอ านาจออกไปต่อ
วังเมอเทิลนั ้นทั ้งสว่างและสะอาด ด้านนอกจะมีสวนกุเหลาบและมีลมพัด
ผ่านเข้ามาท าให้มีกลิ่นหอมเบาๆ ต้นเมอเทิลเผยกิ่งของมันออกมาด้านนอกหน้าต่าง
ราวกับมันอยากผลักเข้าไปในหน้าต่างเพื่ออกจากห้องมา...
ข้างนอกวังนั ้นร้อน ในทางกลับกันข้างในนั ้นทั ้งเย็นและสบาย ในสี่มุมของ
ห้องมีคางคกทองแดงก าลังถือก้อนน ้าแข็งที่ท้องของมัน มันอ้าปากและคายอากาศ
เย็นออกมาเพื่อขับไล่ความร้อน...
จางไท่สวน นั่งอยู่ที่โต๊ะคอยจิบชากับชายที่นั่งฝั่งตรงข้าม
คนที่นั่งตรงข้ามนั ้นคือ จางหยาง หลังจากผ่านมา 4 ปี จางหยาง ดูมั่นคง
มากกว่าเดิม ร่างกาย, พลังวิญญาณและความสามารถเขาได้พัฒนาขึ ้น
จางหยาง นั ้นใส่ชุดไหมอรพิษทองสีด าและมีหนวดที่ดกด า ตาของเขาเป็น
ประกายบ่งบอกได้ถึงความมั่นคง แม้ว่าจะนั่งอยู่ตรงข้ามหัวหน้าตระกูลแต่เขาก็ยังคง
รักษาความเป็นตัวเองไม่ได้ถ่อมตัวแต่อย่างใด
แม้แต่ในอาณาเขตกองทัพตะวันออกเฉียงเหนือ ทุกคนต่างก็รู้ว่าครอบครัว
จางหยาง นั ้นคือผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของกลุ่มจินวูและเป็นครอบครัวที่รวยที่สุดในเขตยูซู
รึเขตกองทัพ นี่ไม่ต้องพูดถึงพวกในเขตนี ้เลย ยารักษารอบด้านของพวกเขานั ้น
เหมือนกับทองแท่งที่สามารถผลิตขึ ้นมาได้อย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่าครอบครัวแบบนี ้
ต้องรวย
หน้า 136 จาก 327
หน้า 137 จาก 327
ในไทเซียผู้คนมักจะพูดถึงคนรวยว่าจะได้ทองวันละ 1 ลังต่อวัน นี่บ่งบอกได้
ถึงความยิ่งใหญ่ของกลุ่มจินวู เพราะกลุ่มจินวูน่ะสามารถผลิตทองได้ 1 ล าเรือต่อล า
ด้วยซ ้า
เมื่อเรือบินซึ่งต่อคิวกันเข้ามาในเมืองจินวูเพื่อรับยารักษารอบด้านต้องทิ ้ง
ทองไว้โดยหนักกว่าน ้าหนักยา 2 เท่า ดังนั ้นมันก็ไม่เกินไปที่จะบอกว่ากลุ่มจินวูน่ะ
สามารถที่จะท าทองได้ 1 ล าเรือต่อล า
2 ปีก่อนกลุ่มจินวูได้เป็นลูกค้า VIP ของธนาคารโกเด้นร็อกและได้รับการ
ปกป้องโดยอัศวินสองคนที่ธนาคารจัดให้ฟรีๆ เพราะความสัมพันธ์พิเศษระหว่างกลุ่ม
จินวูกับนิกายสวรรค์ นิกายสวรรค์จึงได้ส่งอัศวินมาคนหนึ่งเพื่อมาอยู่ในครอบครัวจาง
ในฐานะหัวหน้าคนคุ้มกัน ปีที่แล้วกลุ่มจินวูได้ใช้เงินไปมากในการซื ้อเรือบินจากนิกาย
สวรรค์ ดังนั ้น จางหยาง จึงกลายเป็นคนที่สองที่มียานบินส่วนตัวตาม จางไท่สวน ใน
เขตยูซู
ปีนี ้ ตามข้อมูลแล้ว จางไทส่วน รู้ว่า จางหยาง ได้เดินทางไปที่ทวีปย่อยเช่า
ซางด้วยเรือบินเมื่อหนึ่งเดือนก่อนและได้น าอัศวินมาอีกสองคนและนักสู้มากมายมา
จากที่นั่น
ต้องบอกว่ามีอัศวิน 5 คนที่รับใช้ จางหยาง อยู่ซึ่งเท่ากับจ านวนผู้อาวุโสของ
วังไฮหยวน
จางหยาง เพิ่งกลับมาจากทวีปย่อยเช่าซาง ระหว่างช่วงนี ้ตอนที่ จางหยาง
อยู่ที่ทวีปตย่อย แน่นอนว่า จางไท่สวน น่ะรู้ว่าเกิดอะไรขึ ้นที่นั่น
“ ที่ประเทศลมอมตะนั ้นเป็นฝีมือเจ้าเหรอ ?” - จางไท่สวน เป่ าชาเล็กน้อย
และถามออกมาด้วยสีหน้าสงบ
หน้า 137 จาก 327
หน้า 138 จาก 327
“ จักรพรรดิของประเทศลมอมตะน่ะทั ้งแก่และโง่เขลา เจ้าชายนั ้นเผด็จการ
ข้าไปทีนั่นเพื่อเปลี่ยนเจ้าชายให้พวกเขา...” -จางหยาง พูดขึ ้นอย่างใจเย็น เขาเองก็
เป่ าชาตัวเองเล็กน้อยก่อนจะจิบเข้าไป
จางไท่สวน รู้ว่ากลุ่มจินวูนั ้นได้จัดการในทวีปย่อยเช่าซางมานาน มันเกินกว่า
ที่เขาคาดไว้ที่กลุ่มจินวูจะมีอ านาจขนาดนี ้ที่นั่น เขามองไปที่ จางหยาง เขารู้สึกว่า
ชายหนุ่มคนนี ้เด็ดขาดและรอบคอบมากกว่าเดิมหลังจากที่ จางเทีย โดนป้ายความผิด
เมืองเฟิ งจิง เมืองหลวงของประเทศลมอมตะเกือบกลายเป็นซาก มีคนตาย
กว่า 3 แสนคนทั ้งทหารและคนธรรมดา กองก าลังและกองทัพที่ภักดีกับเจ้าชายก่อน
หน้านี ้ถูกก าจัดไปหมดแต่ จางหยาง กลับอธิบายด้วยท่าทีสบายๆ
“ ทวีปย่อยเช่าซางนั ้นเป็นเพื่อนบ้านกับไทเซีย ทุกประเทศที่นั่นมี
ความสัมพันธ์กับตระกูลใหญ่ในไทเซีย เอาจิรงๆแล้วราชวงศ์ส่วนมากและรัฐบาลที่
นั่นน่ะก็แค่ตัวแทนของตระกูลใหญ่ในไทเซีย ตระกูลตังของเขตหยานซูคอยหนุนหลัง
ประเทศลมอมตะ...” -จางไท่สวน เตือน
“ ท่านแลกเปลี่ยนทุกอย่างด้วยเงินได้ ! “ -จางหยาง ยิ ้มพร้อมกับวางแก้ว
ชาลง - “ผู้อาวุโสตระกูลตังได้ไปที่ประเทศนั ้นด้วยกันกับข้า เขาได้ฆ่าอัศวินเบอร์ 1 ที่
อยู่ข้างกายเจ้าชายของประเทศ...”
“ ผู้อาวุโสตระกูลตังไปที่นั่นด้วย ? “ - จางไท่สวน ถอนหายใจออกมา – “
มันคุ้มเหรอ ? “
“ เมืองลมอมตะก็แค่ประเทศเล็กๆ มันไม่ได้มีคนแข็งแกร่งรึทรัพยากรที่มีค่า
แต่ข้ามีวิธีฝึกทหารที่กล้าตายของพวกเขาซึ่งอาจจะมีประโยชน์ในอนาคต ตราบใดที่
หน้า 138 จาก 327
หน้า 139 จาก 327
พวกนั ้นไม่เกรงกลัวอะไรและยกระดับขึ ้นได้เรื่อยๆ ข้าอยากเอามันมาเป็นธุรกิจไม่ว่า
มันจะท าก าไรหรือไม่ก็ตาม....”
“ กองก าลังลับในประเทศก าลังเพิ่มขึ ้น เจ้าต้องระวังไว้ด้วย ! “ -จางไท่สวน
พูดขึ ้นด้วยสีหน้าเหินห่าง
“ หลังจากข่าวจักรพรรดิหายตัวไปนั ้นแพร่กระจายจากดินแดนธาตุดิน มันก็
พูดถึงไปทั่วประเทศในไม่กีวัน แม้แต่เด็กตามท้องถนนก็รู้เรื่องนี ้ วังไฮหยวนควรที่จะ
เตรียมตัวให้เร็วที่สุด ! “ –จางหยาง เสนอพร้อมกับตาที่เป็นประกาย
หลังจากที่มองไปที่ จางหยาง จางไท่สวน ก็พยักหน้า หลังจากที่เงียบไปไม่กี่
วินาที จางไท่สวน ก็ได้ตอบกลับ – “ ดูเหมือนว่าเขตย่อยแยงฮีควรที่จะสร้างเมืองชั ้น
A ขึ ้นมา ด้วยเมืองชั ้น A ผู้คนจะได้รู้สึกปลอดภัย ! “
“ ถ้าวังไฮหยวนต้องการที่จะสร้างเมืองชั ้น A กลุ่มจินวูจะรับค่าใช้จ่าย
ครึ่งหนึ่ง ! “ –จางหยาง พูดอย่างใจกว้างซึงหมายความว่าเขาต้องใช้เงินไปกว่า
พันล้านทอง
“ กลุ่มจินวูต้องการอะไร ? “
“ ระเบิดนักเล่นแร่แปรธาตุที่เราเก็บไว้ควรที่จะก าจัดทิ ้ง...”
จางไท่สวน พยักหน้า – “ การแต่งงานระหว่างตระกูลซูของเขตหยานซูกับ
วังไฮหยวน...”
“ แค่ให้พวกนั ้นส่งผู้หญิงมาที่นี่ ! “ -จางหยาง ไม่ได้สนว่าใครคือผู้หญิงคน
นั ้น เพราะมันไม่ส าคัญเลยสักนิด เขารู้แค่ว่าตระกูลซูนั ้นเป็นตระกูลใหญ่ในเขตห
ยานซูซึ่งแน่นอนว่าผู้หญิงต้องไม่น่าเกลียด แต่ก็ช่างเถอะ !
หน้า 139 จาก 327
หน้า 140 จาก 327
ทั ้งสองคนมองหน้ากันก่อนที่จะพยักหน้าออกมาพร้อมกัน...
หลังจากที่กินชาเสร็จ จางหยาง ก็ได้ลุกขึ ้นมาแล้วลา จางไท่สวน จางไท่สวน
มองเขาจนเขาออกจากทางเข้าวังเมอเทิลไป
เมื่อเห็น จางหยาง เดินออกไปด้วยสีหน้ามั่นใจ ยามด้านนอกต่างก็โค้งให้กับ
เขาด้วยความเคารพ
กลุ่มจินวูวันนี ้เอาเมื่อวานมาเทียบไม่ได้ หลายปีมานี ้รากฐานของกลุ่มจินวู
นั ้นขยับขยายไปอ่ย่างมาก ฐานะ จางหยาง ในวังไฮหยวนเองก็เกือบเท่ากับผู้อาวุโส
จางไท่สวน ดีดนิ ้ว จนกระทั่ง จางหยาง หายไปด้านหลังสวนต้นไม้ จางไท่
สวน จึงหันไปสนใจพนักงานต้อนรับของคฤหาสน์ – “ มีเรื่องอะไร ? “
ในฐานะอัศวินดิน เขาได้ยินมาแล้วว่าพนักงานนั ้นพูดอะไรกับยามตะกี ้
ดังนั ้นเขาจึงรู้ว่าพนักงานมีเรื่องต้องรายงานกับเขา
พนักงานรีบเดินเข้าไปโค้งให้กับ จางไท่สวน ในเวลาเดียวกันเขาก็ได้เอาบัตร
เชิญสีทองออกมาให้ เมื่อเห็นบัตรเชิญนั ้น นัยน์ตาของ จางไท่สวน ก็หดลงทันที...
เพราะมีพลังฉีและภาพของอัศวินดินบนบัตรเชิญนี ้ ภาพของมังกรไฟสองปีก
ที่ดูดุร้าย
ในโลกของอัศวิน นี่บ่งอบอกว่าคนที่ส่งบัตรเชิญนี ้มาคืออัศวินดินที่สูงส่ง
หลังจากที่เปิดมันแล้ว จางไท่สวน ก็เห็นค าพูดเพียงแค่บทความเดียว
---- วันที่ 18 สิงหาคม ข้าจะจัดพิธีเปิดนิกายมังกรเหล็กในเมืองสวนเทียน
ที่ตีนเขาหยานกุย อาณาเขตมังกรไฟ ข้าเตีรยมเครื่องดื่มเพื่อผู้มีเกียรติวังไฮหยวนให้
มาเข้าร่วม
หน้า 140 จาก 327
หน้า 142 จาก 327
หลังจากมาถึงอาณาเขตมังกรไฟ จางเทีย ก็ได้ใช้เวลาสองวันในการจัดการ
ที่ดินกับหน่วยที่ดินของเขตกองทัพและได้ตั ้งเส้นแบ่งรอบอาณาเขตเอาไว้ จากนี ้
อาณาเขตมังกรไฟจะกลายเป็นอาณาเขตส่วนตัวของ จางเทีย
ด้วยการที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของภูเขาหยานกุย อาณาเขตมังกรไฟมี
พื ้นที่ 1.34 ล้านตารางไมล์และติดกับเขตยูซู, ตงซู, หยานซู มีคนทั ้งหมด 18.76
ล้านคนที่สามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างอิสระและมีเมือง 10 เมืองในอาณาเขต
3 ใน 10 เมืองนั ้นอยู่ในเขตย่อยมีหยุนในเขตยูซูซึ่งคือเมืองเทียนสวน, ซินลู่
และแลงหยุน เมืองเทียนสวนนั ้นคือเมืองชั ้น B ระดับ 2 ซึ่งถือว่าเป็นเมืองที่ใหญ่
ที่สุดใน 3 เมืองนี ้และมีประชากรมากกว่า เมืองซินลู่นั ้นเป็นเมืองชั ้น C ระดับ 2
เมืองแลงหยุนนั ้นเป็นเมืองชั ้น B ระดับ 3
4 จาก 7 เมืองที่เหลืออยู่ในเขตย่อยซิงหยวนในเขตตงซูซึ่งีเมืองอันหนิง,
แยนดี, ฉิงฮี ทั ้งหมดเป็นเมืองชั ้น C ระดับ 2
เมืองดาชัง, วูกงและดงหยางในเขตย่อยเกาปิงในเขตหยานซู เมืองดาชิงและ
เมืองวูกงเป็นเมืองชั ้น B ระดับ 2 ส่วนเมืองดงหยางนั ้นเป็นเมืองชั ้น A ระดับ 2
เพราะเมืองเทียนสวนอยู่ในเขตยูซูและเป็นหนึ่งในแค่สองเมืองที่เป็นเมืองชั ้น
A ระดับ 2 ในอาณาเขตมังกรไฟ จางเทีย จึงเลือกที่จะเปิดนิกายที่นี่
จางเทีย ได้ให้เขตกองทัพส่งบัตรเชิญของเขาในวันที่ 1 สิงหาคม ในวัน
เดียวกันการแจ้งเตือนสองอย่างก็ถูกแจ้งให้ไปที่เมืองเทียนสวน, ซินลู่, แลงหยุน,
อันหนิง, ซิ่งสง, แยนดี, ฉิงฮี, ดาแชง, วูกงและดงหยางในวันเดียวกัน
ประกาศแรกคือ --- คุยหลี่ เจ้าของอาณาเขตมังกรไฟได้ก่อตั ้งนิกายมังกร
เหล็กขึ ้นมาและรับศิษย์ฝึกหัดในอาณาเขตมังกรไฟ
หน้า 142 จาก 327
หน้า 143 จาก 327
ประกาศที่สองคือ --- ทุกเมืองในอาณาเขตมังกรไฟจะเลือกตัวแทนท้องถิ่น
ขึ ้นมา จากนี ้ทุกเมืองในอาณาเขตมังกรไฟจะถูกดูแลโดยคณะตัวแทนพวกนั ้น
หลังจากที่ประกาศสองอย่างไปได้หนึ่งวัน ทั ้งอาณาเขตมังกรไฟก็คึกคัก
ขึ ้นมา ไม่ใช่แค่นั ้นแต่ประกาศทั ้งสองอย่างก็ได้กระจายไปทั่วทุกเขตย่อยในสามเขต
เพื่อนบ้านอย่างรวดเร็ว
ตัวแทนท้องถิ่นนี ้มีอยู่ในไทเซียมาตั ้งแต่ยุคโบราณ ไอ้ที่เรียกว่าคณะตัวแทน
และพวกที่ก่อตั ้งองค์กรในทวีปอื่นนั ้นแนวคิดนี ้มาจากไทเซียแม้ว่าจะดูระดับสูงกว่าก็
ตาม การตั ้งองค์กรแบบนี ้มีในไทเซียมากกว่าพันปีแต่เพราะอาณาเขตมังกรไฟในใหญ่
เกือบเท่าเขตย่อยในเขต การเลือกตัวแทนนี ้จึงดูไม่ธรรมดา
เมืองของอาณาเขตมังกรไฟก่อนหน้านี ้อยู่ภายใต้รัฐบาลของไทเซีย แต่ละ
เมืองจะมีผู้ว่าและผู้ดูแลในแต่ละระดับซึ่งถูกส่งมาจากรัฐบาลแต่หลังจากที่อาณาเขต
นี ้เป็นของ คุยหลี่ และถูกตั ้งชื่อใหม่ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เจ้าหน้าที่ส่งมาอาจจะถูก
มองข้ามไปได้เพราะตัวแทนที่มาจากท้องถิ่นที่จัดการเมืองได้ตามใจยกเว้นแค่พวก
ภาษีและการตัดสินคดี การเลือกตัวแทนท้องถิ่นนี ้บ่งบอกได้ถึงความตั ้งใจของเจ้าของ
อาณาเขตได้อย่างชัดเจน
ไอ้ที่เรียกว่าตัวแทนท้องถิ่นนี ้ถือว่าเป็นบุคคลส าคัญของท้องถิ่นนั ้นๆ
ตามประกาศนี ้แต่ละเมืองจะก่อตั ้งองค์กรท้องถิ่นขึ ้นมาซึ่งมีสมาชิก 21 คน
พลเมืองจะมีสิทธิเป็นผู้สมัครและได้รับต าแหน่งก่อนสุดท้ายจะได้รับแต่งตั ้งโดย คุยห
ลี่ ถ้ามีคน 3,000 คนสนับสนุนโดยไม่สนเพศและอายุ
เมื่อองค์กรท้องถิ่นถูกตั ้งขึ ้นมา แต่ละเมืองจะมีตัวแทน 21 คนซึ่งจะรับ
หน้าที่ดูแลเมืองและมีอ านาจเท่ากับผู้ว่า
หน้า 143 จาก 327
หน้า 144 จาก 327
ในตอนที่ข่าวนี ้แพร่กระจายออไป ตระกูลท้องถิ่นในอาณาเขตต่างก็พากัน
คึกคักทันที ถ้าหนึ่งในพวกเขาได้กลายเป็นตัวแทน ตระกูลพวกเขาก็จะได้ทั ้งชื่อเสียง
และเงินทอง แน่นอนว่าทุกตระกูลต่างก็ถวิลหา
ที่น่าสนใจกว่านั ้นคือข่าวที่ คุยหลี่ ก าลังจะรับสมัครศิษย์ฝึกหัดด้วย
ข่าวที่ว่า คุยหลี่ ได้บ่มเพาะความรู้ชั ้นขุนนางที่ชื่อสูตรมังกรไฟได้โด่งดังไปทั่ว
แล้ว ถ้าใครที่สามารถเข้าร่วมและกลายเป็นศิษย์ของเขาได้โดยตรง เขารึเธอก็สามารถ
พึ่งอัศวินดินและอาจจะเรียนรู้ความรู้ชั ้นขุนนางได้ ข่าวดีแบบนี ้ไม่ต่างอะไรจากทาง
ลัดไปสู่ชื่อเสียงและเงินทอง ดังนั ้นข่าวนี ้จึงท าให้เขตเพื่อนบ้านต่างก็ช็อก ทั่วเขต
กองทัพนี ้แม้แต่ตระกูลใหญ่ที่มีอัศวินต่างก็สนใจข่าวนี ้ นี่ไม่ต้องพูดถึงคนธรรมดาเลย
หลังจากที่ส่งบัตรทองและประกาศออกไป เมืองไท่สวนซึ่งดูไม่ได้โดดเด่นใน
เขตกองทัพก็กลายเป็นจุดสนใจขึ ้นมาทันที ผลก็คือมียานและผู้คนมากมายได้
เดินทางมายังเมืองนี ้....
...
ในเช้าของวันที่ 6 สิงหาคม คู่รักเจ้าของโรงแรมยูอึนทาใต้ของเมืองไท่สวนได้
ตื่นขึ ้นมาก่อนจะฟ้าสว่าง
โรงแรมนี ้มีพื ้นที่ประมาณ 700 ตร.ม. มีตึก 4 ชั ้นและสวนสองแห่ง มันมี
ห้องมากกว่า 30 ห้อง แม้ว่าจะมีพื ้นที่จ ากัดและเป็นโรงแรมระดับกลางในเมืองแต่มัน
ก็ถือว่าประสบความส าเร็จอย่างดีหลังจากที่คู่รักนี ้ท างานกันอย่างหนัก ดังนั ้นคู่รัก
มักจะท าอะไรด้วยตัวเองเกือบทุกอย่างในโรงแรม
หน้า 144 จาก 327
หน้า 145 จาก 327
เริ่มจากวันที่ 2 สิงหาคม ธุรกิจโรงแรมก็คึกคักขึ ้นมา โรงแรมและห้อง
ส่วนมากที่ปกติว่างนั ้นเต็มในเวลาไม่กี่วัน ไม่ใช่แค่สองคนนี ้แม้แต่พนักงานในโรงแรม
ต่างก็ยุ่งกันด้วย
“ พวกคนที่อยู่ในห้องเบอร์ 1 กับ 2 เมื่อวานเป็นนักสู้ที่รวยจากเขตหยานซู
พวกเขาใจกว้าง พวกเขาไม่ได้สนเรื่องราคา พวกเจ้าควรที่จะหาซื ้อของสดดีๆจาก
ตลาด ...” – เจ้าของสาวพูดขึ ้นมาตอนที่ก าลังไปซื ้อของที่ตลาดกับเด็กๆในโรงแรม
“ กุ๊กค่อนข้างยุ่ง เจ้าควรที่จะสนใจของพวกนี ้แทน ! “ – เจ้าของชายเองก็พูด
ขึ ้นมา
“ เข้าใจแล้ว ข้าจะเชิญ ป้าหลิว จากบ้านข้างๆมาและป้าจากครอบครัวเซ่า
ด้วยให้มาช่วยเราในครัววันนี ้ พวกเธอน่ะขยันกันมาก พวกเธอจะมาถึงในไม่ช้า เจ้า
ไปได้แล้ว !”
หลังจากทีได้ยินเมียที่บอกว่าจัดการทุกอย่างในครัวแล้ว เจ้าของโรงแรมก็
กลับไปที่จักรยานและบอกให้ลูกน้องปั่นออกไป
พวกคนที่มาซื ้อของที่ตลาดกันแต่เช้าส่วนมากจะเป็นเจ้าของโรงแรมและ
ร้านอาหาร,พวกลูกน้องในตระกูลใหญ่ๆในเมือง
หลังจากที่ซื ้อผักและผลไม้ เถ้าแก่หลิว ก็ได้เห็นกวางหิมะ มันอาจจะถูกล่า
มาเมื่อคืนเพราะมันยังดูสดอยู่ ตอนที่เขาคิดถึงแขกในโรงแรมมาจากเขตหยานซู เขาก็
หุ้นกันซื ้อกับ เถ้าแก่ซู หลังจากที่ชั่งน ้าหนักดูแล้ว เขาก็ขนมันขึ ้นรถจักรยานสามล้อ
ของเขา
หลังจากที่ซื ้อทุกอย่างเสร็จในครึ่งชั่วโมง เถ้าแก่หลิว ก็ได้มาที่ร้านขายของ
เก่าเพื่อซื ้อเบียร์สด
หน้า 145 จาก 327
หน้า 146 จาก 327
เพราะเถ้าแก่หลิว มาที่นี่บ่อยๆ เมื่อเห็นเขาเข้ามา เด็กในร้านก็รีบเอากล่อง
เนื ้อขึ ้นไปใส่รถโดยไม่ต้องให้ เถ้าแก่หลิว สั่ง
ในตอนที่กล่องเนื ้อถูกขนขึ ้นมา ล้อของรถก็ยวบลงไป
มันมากไปหน่อยวันนี ้ !
เถ้าแก่หลิว พึมพ าในใจ เขาบอกกับ เถ้าแก่เซ่า ที่อยู่ข้างในร้าน – “ เถ้าแก่
เซ่า เนื ้อวันนี ้ดูเหมือนจะมากไปหน่อย โรงแรมยูอึนน่ะไม่ได้ต้องการเนื ้อมากวันนี ้
เพราะมันร้อน มันอาจจะเน่าพรุ่งนี ้ก็ได้ ! “
“ ฮาฮา มันไม่เยอะไปหรอก รับไว้เถอะ ข้าจะลดให้ 20%... “ เถ้าแก่เซ่า
ตอบกลับด้วยรอยยิ ้ม
หลังจากที่ได้ยินค าตอบของ เถ้าแก่เซ่า ที่ปกติจะขี ้เหนียว เถ้าแก่หลิว ก็สงสัย
ขึ ้นมา หลังจากที่เช็กพวกเนื ้อดูดีๆอีกครั ้ง เขาก็พบว่ามันทั ้งสดและมีคุณภาพ จากนั ้น
เขาก็พึมพ าออกมาในใจ ‘ คนขี ้เหนียวมาใจดีแบบนี ้ได้ไง ? ‘
ตอนนั ้น เถ้าแก่เซ่า ก็เดินมาหาเขาพร้อมรอยยิ ้มและเอาม้วนผ้าสีขาวออกมา
และพูดขึ ้น – “ เถ้าแก่หลิว ไม่ต้องคิดมาก คนถือหุ้นใหญ่ที่นี่ก าลังหาลายเซ็นเพื่อเป็น
ตัวแทนเขต บอกกันว่าวันนี ้เขาจะจัดงานประชุมด้วย ถ้า เถ้าแก่หลิว ช่วยเซ็นให้เขา
ตรงนี ้และให้ไอ้หนูนี่เซ็นด้วย ในอีก 1 เดือนนี ้ เถ้าแก่หลิว จะได้รับส่วนลด ... “
หลังจากที่ได้ยินแบบนั ้น เถ้าแก่หลิว ก็เบิกตากว้างด้วยความแปลกใจ – “ อ่ะ
ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่นี่จะลงเป็นตัวแทนเขตของเมืองสวนเทียนงั ้นเหรอ ? “
ในโรงแรม จากที่ได้ยินคนมากมายที่พูดคุยกัน เถ้าแก่หลิว รู้เรื่องใหญ่
ทั ้งหมดที่เกิดขึ ้นในเขตยูซูและไทเซีย เถ้าแก่หลิว รู้ว่าอาณาเขตมังกรไฟก าลังจะเลือก
ตัวแทนขึ ้นมาในตอนที่ประกาศถูกปล่อยออกมา
หน้า 146 จาก 327
หน้า 147 จาก 327
“ ผู้ถือหุ้นใหญ่ของเราเป็นคนมีอ านาจในเมือง เขามีโรงเชือด,ฟาร์ม,ร้าน
กว่า 10 ที่ เนื ้อ 1/3 ในเมืองน่ะก็เขานี่แหละที่ส่งมา เมื่อคนอื่นๆคิดจะลงคัดเลือก
หุ้นส่วนใหญ่ของเราก็จะลงด้วย ! “ – เถ้าแก่เซ่าแสดงสีหน้าเคร่งขรึมเมื่อเห็นสีหน้า
ทึ่งของอีกฝ่าย - “ เถ้าแก่หลิว รู้สึกว่าเราต ่าต้อยและดูถูกเราที่เป็นพ่อค้าเนื ้อรึไง ?”
เถ้าแก่หลิว รีบยิ ้มออกมา – “ เจ้าคิดมากไป ข้าแค่สงสัยว่าหุ้นสวนใหญ่น่ะมี
คนกว่า 4,000 คน เขาแค่ให้ทุกคนเซ็นชื่อให้เขา เขาไม่ต้องการของเราหรอก ! “
“ ฮาฮา ยิ่งเยอะยิ่งดี บอกกันว่า เถ้าแก่เฟิ ง ในเมืองไทส่วน น่ะก็ลงแข่งด้วย
อีกอย่างแล้วเธอน่ะได้รายชื่อกว่า 5 พันคนแล้ว แม้ว่าเถ้าแก่เฉียนของเราจะเป็น
พ่อค้าเนื ้อแต่เขาก็มีส่วนร่วมกับเมืองมากในหลายปีมานี ้เช่นการท าถนนและสร้าง
สะพาน ยังไงซะเขาก็เทียบกับโสเภณีนั่นได้..”
เถ้าแก่เฟิ ง คือผู้หญิงอีกคนที่เป็นต านานในเมือง ในฐานะโสเภณีชั ้นสูงในหมู่
27 คน ชื่อของเธอในแวดวง ‘บันเทิง ‘ น่ะเทียบเท่าได้กับ เถ้าแก่เฉียน ที่เป็นหุ้นส่วน
ใหญ่ของวงการขายเนื ้อในเมืองได้เลย
หน้า 147 จาก 327
หน้า 148 จาก 327
ในตอนที่ เถ้าแก่หลิว และลูกน้องกลับไปที่โรงแรมยูอึนก็ฟ้าสางแล้ว
ตอนนั ้นแขกในโรงแรมเริ่มที่จะตื่นขึ ้นมากินมื ้อเช้า ผลก็คือโรงแรมดูคึกคัก
ขึ ้นมาทันที
เถ้าแก่หลิว เก็บม้วนผ้าขาวที่ เถ้าแก่เซ่า ให้มาพร้อมกับคิดในใจ ‘ มันก็แค่
ลายเซ็น แม้ว่าจะฟังดูใหม่แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แม้ว่าจะเป็นหุ้นส่วนใหญ่ที่เป็น
พ่อค้าเนื ้อแต่เขาน่ะใจกว้าง จริงๆแล้วไม่ได้แย่หากเขาได้กลายเป็นตัวแทนท้องถิ่น ใน
อนาคต ข้าอาจจะได้ประโยชน์จากเขา ‘
ตาม เถ้าแก่เซ่า บอกมา พ่อค้าเนื ้อและเจ้าของโรงแรมหลายคนในเมืองสวน
เทียนต่างก็สนับสนุน เถ้าแก่เฉียน เขาเองก็เก็บลายเซ็นได้จากพวกชาวไร่นอกเมือง
บอกกันว่า เถ้าแก่เฉียน ได้ลายเซ็นมากว่า 6 พันคนแล้ว
หลังจากที่เลือกตัวแทนท้องถิ่นเริ่มขึ ้นไม่กี่วันก่อน มันก็เริ่มเป็นที่สนใจมาก
ขึ ้นเรื่อยๆ หลายคนในแวดวงอุตสาหกรรมต่างก็เริ่มเข้ามาแข่งกันด้วย
เมืองอื่นอาจจะเป็นแบบนี ้เช่นกัน
เถ้าแก่หลิว จ าที่ เถ้าแก่เซ่า ขอได้ หลังจากที่เอาม้วนผ้าออกมา เขาก็บอก
ลูกน้องและเมียมาเซ็นชื่อรวมไปถึงผู้หญิงสองคนที่มาช่วยในครัวด้วย พวกคนทีไม่ได้
เซ็นชื่อจะประทับนิ ้วลงไปแทน หลังจากที่จัดการเรื่องพวกนี ้แล้ว เถ้าแก่หลิว ก็ได้เก็บ
ม้วนผ้าเอาไว้และเริ่มจัดการงานในโรงแรม
เขาจะเอาม้วนผ้านี ้ไปให้กับ เถ้าแก่เซ่า ในวันพรุ่งนี ้
ไม่นานหลังจาก 9 โมง แขกเกือบทุกคนในโรงแรมก็ตื่นมาเกือบหมดแล้ว
โรงแรมนี ้ขายมื ้อเช้าเป็นซาลาเปา,ก๋วยเตี๋ยวเนื ้อรวมไปถึงพวกซุป พวกชาวบ้าน
หลายคนมาที่นี่เพื่อกินมื ้อเช้า,กาแฟและฟังเรื่องราวต่างๆจากคนอื่นๆ
หน้า 148 จาก 327
หน้า 149 จาก 327
ในตอน 9.30 ที่ห้องกินข้าวของโรงแรมที่เต็มไปด้วยผู้คน หลายคนนั ้นมา
ที่นี่เพื่อฟังเรื่องราวในเอง คนแก่หลายคนมากับหลานเลยก็มี
ในตอนที่ชายในชุดสีฟ้านั่งลงที่โต๊ะและจิบน ้า ทั ้งห้องก็เงียบไป แม้แต่เด็กก็
หยุดร้อง พวกเขาต่างก็มองไปที่คนเล่าเรื่องคนนั ้นด้วยตาที่เบิกกว้าง
คนเล่าเรื่องแผ่พัดออกมาและสะบัดไปมา แม้แต่คนงานที่รับหน้าที่เติมชาให้
แขกเองก็ต้องตั ้งใจฟัง
คนเล่าเรื่องพูดเรื่อง ‘ วีรบุรุษเหล็กด าในต านาน ‘ ตอนที่หนังสือนี ้ถูกตีพิมพ์
เมื่อ 3 ปีก่อน มันก็เริ่มโด่งดังไปทั่วไทเซีย ในฐานะคนเล่าเรื่อง หากเขาเล่าเรื่องนี ้
ไม่ได้มันคงน่าอายมาก
“ จางเทีย ได้เผชิญกับการต่อสู้อันโหดร้ายในเซลเนสและถูกใส่ร้ายโดยพวก
ลูกน้องปิศาจในฝ่ายมนุษย์ อินทรีย์เซลเนสปีกหักและเกือบจะตายไป สุดท้ายทั ้งเซล
เนสก็ได้ล่มสลายไป จางเทีย รับมันคนเดียวไม่ได้ ดังนั ้นเขาจึงไปทางใต้และสู้กับแนว
หน้าของกองทัพปิศาจ ซอมบี ้กว่าสิบล้านตัวที่อัดแน่นราวกับคลื่นยักษ์ซึ่งท าลายเมือง
และประเทศได้ไม่ว่ามันจะอยู่ที่ไหน มนุษย์ที่อยู่แนวหน้าจะโดกิน พระเจ้าจะโดนฆ่า
พวกมันเหมือนกับสัตว์อสูรนับสิบล้านตัวที่มีดวงตากระกายเลือดซึ่งสามารถกลืนกิน
ทุกอย่างได้ ไม่ว่าพวกมันจะไปที่ไหน ที่นั่นจะเป็นดินแดนรกร้าง พวกมันยึดครองเขต
เหนือของทวีปไว่และเดินทางไปต่อที่อาณาจักรนอแมน....” – คนเล่าเรื่องพูดขึ ้นพร้อม
กับเปิดพัดแล้วสะบัด สีหน้าและท่าทางเขาท าให้ทุกคนสนใจในเสี ้ยววินาที จากนี ้ทั ้ง
ห้องก็มีแค่เสียงเขา ทุกคนในห้องต่างก็ตั ้งใจฟังเรื่องเล่านี ้....
หลายคนไม่รู้เลยว่าผ่านมาแล้วถึง 2 ชม...
ตอนที่คนเล่าเรื่องตบโต๊ะ ทุกคนต่างก็ช็อก
หน้า 149 จาก 327
หน้า 151 จาก 327
สิบล้านตัวได้ ดังนั ้น หลินชางเจียง จึงได้สร้างเขื่อนขึ ้นมาเพื่อกักเก็บน ้าไว้ใช้ในกับดัก
นี ้...”
หลังจากที่ได้ยินแบบนั ้นคนฟังต่างก็อุทานขึ ้นมากันทีละคนๆ
“ ตอนนั ้น หลินชางเจียง ไม่รู้ว่า จางเทีย ก าลังสู้กับซอมบี ้ที่ชายเมือง จาง
เทีย ก็ไม่รู้กับดักครั ้งนี ้ หลังจากที่ได้ยินเสียงผิดปกติที่ดังขึ ้นมา ศัตรูสามคนที่สู้กับ
จางเทีย อยู่นั ้นก็กระโดดขึ ้นที่สูงและมองออกไป ตอนที่พวกนั ้นรู้ว่าเกิดอะไรขึ ้น พวก
นั ้นก็กลัวอย่างมากและใช้แรงทั ้งหมดในการหนี พวกนั ้นแค่เกลียดที่เกิดมามีสองขา
เส้นสีขาวที่พุ่งเข้ามานั ้นเหมือนกับม้านับหมื่น ในเสี ้ยวพริบตามันก็ปกคลุมและ
ท าลายทุกอย่างในเมืองนีน มันทรงพลังจนแม้แต่อัศวินก็ไม่อาจจะต้านทานได้.....”
“ ซอมบี ้นับสิบล้านตัวหายไปทันที พวกมันหนีไปทุกทิศทางเพื่อเอาตัวรอด
จากคลื่นนี ้ ในตอนวิกฤตคนอื่นๆนั ้นเกือบจะต้องตายแต่ยกเว้นแค่ จางเทีย เมื่อเห็น
คลื่นที่ซัดเข้ามา จางเทีย ก็หัวเราะออกมาพร้อกมับตะโกน ‘ พระเจ้าช่วยข้าแล้ว ! ‘ “
“ หลังจากที่พูดแบบนั ้น จางเทีย ก็ดีดตัวขึ ้นจากประตูเมืองไปอยู่บนคลื่น
เหมือนกับที่เขาช่วยสาวๆในเกาะมังกรลับในฐานะยักษา ด้านบนคลื่นนั ้นเขาแค่มอง
ไปที่สีหน้าอับอายของซอมบี ้นับสิบล้านตัวเหมือนกับยักษาที่แหวกว่ายอยู่ในทะเล ! “
“ ในน ้า ซอมบี ้ไม่ได้มีค่าอะไร พวกมันจะเอาชนะ จางเทีย ในตอนนี ้ได้ยังไง
? จางเทีย เดินอยู่บนคลื่นราวกับเดินบนพื ้น ตราบใดที่เขาสะบัดดาบ เขาจะท าให้หัว
ของซอมบี ้กระเด็นขาดไป ไม่นานเขาก็ตามศัตรูทั ้งสามทัน แค่เพียงสะบัดดาบเพียง
สองครั ้ง เขาก็ท าให้หัวของพวกมันสองคนขาดไป..”
หน้า 151 จาก 327
หน้า 152 จาก 327
“ แต่เขาพลาดคนที่สามไป จางเทีย ไม่ได้คิดอะไรมากในตอนนั ้น เขาแค่ฆ่า
พวกซอมบี ้ที่แหวกว่ายในคลื่นต่อ จางเทีย ไม่คิดว่าคนที่สามที่หนีไปนั ้นจะสามารถน า
ผลงานมาให้เขาในอนาคต....”
“ มีกวีกับเรื่องนี ้ --- คลื่นที่หลั่งไหลเต็มไปด้วยเลือด วีรบุรุษหนุ่มท าตัวไม่
เกรงกลัวราวกับมังกร สวรรค์ได้ลงโทษซอมบี ้นับสิบล้าน ยักษาเหยียบคลื่นที่เมืองนีน
... “ – หลังจากที่พูดจบ คนเล่าเรื่องก็ได้ตบโต๊ะและพูดขึ ้นมาต่อ – “ ถ้าเจ้าต้องการรู้
ว่าเกิดอะไรขึ ้นภายหลัง งั ้นก็กลับมาฟังในวันพรุ่งนี ้ !”
ในตอนที่ได้ยินว่าพรุ่งนี ้ ทั ้งห้องก็เต็มไปด้วยเสียงบ่น
“ อ่ะ ก าลังจะถึงจุดสนุกอยู่แล้ว...”
“ ต่อเลย ต่อ...”
บางคนตะโกนขึ ้นมาแต่คนเล่าเรื่องป้องมือและโค้งให้กับทุกคน – “ แขก
ทั ้งหลาย ชายแก่ผู้นี ้กระหายและหายใจไม่สะดวก ข้าคงยากที่จะเล่าต่อได้ ถ้าอยาก
ฟังต่อโปรดมาในวันพรุ่งนี ้ สุดท้ายนี ้ชายแก่คนนี ้จะพูดถึง เถ้าแก่เฟิ ง --- 2 ทุ่มคืนนี ้
เถ้าแก่เฟิ งจะให้โสเภณี 8 คนในเมืองมาเล่นละครที่สวนไข่มุก ยิ่งกว่านั ้นงานนี ้ฟรี
เจ้าแค่ต้องเลือก เถ้าแก่เฟิ ง เป็นตัวแทนของเมืองสวนเทียนก็เท่านั ้น ! “
หลังจากที่พูดจบ คนเล่าเรื่องก็เดินลงจาเวทีและลา เถ้าแก่หลิว ก่อนที่จะเดิน
ออกไป...
ในห้องอาหาร ไม่มีใครเลยที่เห็นชายก าย าในผ้าคลุมตัวสูงอย่างกับหอคอย
ยืนอยู่ที่มุมห้องชั ้นสองและมองคนเล่าเรื่องที่เดินออกไปด้วยสีหน้าทึ่ง ในเวลาเดียวกัน
เขาก็พึมพ าในใจ ‘ อะไรวะ ! พ่อคนนี ้ไปฆ่าปิศาจที่เมืองนีนตอนไหน ? ‘
หน้า 152 จาก 327
หน้า 153 จาก 327
ตั ้งแต่ที่ จางเทีย มาที่อาณาเขตมังกรไฟ หลังจากที่ส่งใบยืนยันแล้ว จางเทีย
ก็มักจะเดินทางคนเดียว เขาเดินทางไปเกือบทั ้ง 10 เมืองและภูเขาหยวนกุย
หลังจากที่เดินทางไม่กี่วัน จางเทีย ก็คุ้นเคยกับธรรมเนียมและการใช้ชีวิตแถวนี ้
จางเทีย ได้กลับมาที่เมืองสวนเทียนในตอนเช้า ตอนที่เขาพบว่าโรงแรมแห่งนี ้
มีคนคึกคัก เขาจึงเข้ามาเพื่อกินอาหาร ยังไงซะเขาก็รู้สถานการณ์ของเมืองไปด้วย
จางเทีย คิดว่ามันเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะคุ้นเคยกับที่นี่โดยการฟังที่ชาวบ้านพูดคุยกัน
แต่มันเกินกว่าที่ จางเทีย คาดเอาไว้ว่าเขาจะได้ยินเรื่องต านานที่ตัวเองเป็น
ตัวหลัก
เรื่องนี ้ก ากวมมาก บางเนื ้อหานั ้นจริงแม้ว่าจะมีการแต่งเติมไปบ้าง บางอัน
แต่งขึ ้นมาอย่างมีเหตุผล ผลก็คือภาพลักษณ์ของ จางเทีย นั ้นกลายเป็นคนรักความ
ถูกต้องและเลือดร้อนเหมือนพวกวีรบุรุษในต านาน
‘ อะไรวะ ? ‘
จางเทีย สงสัยเรื่องนี ้อย่างมาก
หลังจากที่ได้ยินว่า เถ้าแก่เฟิ ง จะให้หญิงสาว 8 คนในเมืองมาเล่นละครคืน
นี ้ คนในห้องอาหารต่างก็พูดคุยกันเรื่องเถ้าแก่เฟิ ง คนอื่นๆต่างก็เปลี่ยนหัวข้อไป
พูดคุยกันเรื่องตัวแทนท้องถิ่น หลังจากที่ลา เถ้าแก่หลิว แล้ว คนเล่าเรื่องก็ได้ออกจาก
โรงแรมไป
“ เถ้าแก่เฟิ ง น่ะคือขวัญใจเราในเมืองเทียนสวน บอกกันว่า เถ้าแก่เฟิ ง น่ะ
ขายพรสวรรค์ตัวเองไม่ใช่ความบริสทุ ธิ์ตอนท
ี่เธอยงัเด็ก หลงัจากนนั้เธอก็มาช่าท
ี่และ
ขยับขยายธุรกิจตัวเอง....”
หน้า 153 จาก 327
หน้า 154 จาก 327
“ ข้าได้ยินมาว่า เถ้าแก่เฟิ ง ไม่เคยบังคับสาวๆให้มาขายตัว ถ้าสาวๆท างาน
นานพอให้เธอรึท าเงินได้มากพอที่จะไถ่ตัวเอง เถ้าแก่เฟิ ง ก็จะคืนอิสรภาพให้ ถ้าใคร
ไปเจอเธอ เธอจะให้ของขวัญด้วย ลูกคนที่สามของผู้ว่าเมืองต้องการนอนกับ ลู่ซี ใน
ศาลาขลุ่ยฟิ นิกซ์ เถ้าแก่เฟิ ง ได้ห้ามเขาไว้เพราะหญิงสาวไม่ชอบชายคนนั ้น ผลก็คือ
เขาได้ส่งคนมาท าลายครึ่งหนึ่งของศาลาไป...”
“ ถ้าไม่งั ้นคนอื่นๆจะท างานให้ เถ้าแก่เฟิ ง อย่างเต็มที่ได้ไง ? “
“ แต่มันก็ไม่เหมาะนะที่ผู้หญิงที่เคยเป็นเกอิชาจะมาเข้าเป็นตัวแทนท้องถิ่น
...”
...
ตอนที่ผู้คนพูดคุยเรื่องนี ้ จางเทีย ก็ยืนขึ ้น หลังจากที่โยนเหรียญทองไปที่โต๊ะ
เขาก็เดินตามคนเล่าเรื่องไป
“ ท่าน ท่านจ่ายเยอะเกินไปแล้ว ข้าจะทอนให้...”
อาหารและน ้าชาที่ จางเทีย กินไปนั ้นราคาแค่ 2 เงินแต่ จางเทีย ทิ ้งให้ 1
ทอง มันมากเกินไปจริงๆ ดังนั ้นเมื่อเห็นเหรียญทอง เถ้าแก่หลิว ก็รีบมาหยุด จางเทีย
เอาไว้
เถ้าแก่หลิว ไม่ได้ตัวเตี ้ยแต่หัวเขาสูงแค่ศอกของ จางเทีย
“ ก๋วยเตี๋ยวกับซาลาเปาเจ้ารสชาติดี ไม่ต้องทอน...” -จางเทีย โบกมือ ใน
สายตาของ จางเทีย เหรียญทองนี่ไม่ได้ต่างอะไรกับเหรียญเงินเลย เขาแค่จ่ายมันเผื่อ
ว่าจะไม่พอ
หน้า 154 จาก 327
หน้า 155 จาก 327
อีกอย่างแล้ว จางเทีย พบว่าเขาชอบสีหน้าพอใจของคนธรรมดาที่ได้รับเงิน
ส่วนนี ้ไปซึ่งท าให้เขานึกถึงตอนที่เขายังท างานเป็นกระสอบทรายที่คลับต่อสู้
เบื ้องหลังการกระท าพวกนี ้ จางเทีย จะเตือนตัวเองให้คิดเหมือนคนธรรมดาและไม่
หลงตัวเองเพราะความแข็งแกร่งและเงินทอง
ไม่ว่าจะมีตึกมากมายแค่ไหนแต่ก็นอนได้แค่ที่เดียว ไม่ว่าจะมีอาหารมากแค่
ไหนแต่ก็กินได้ไม่เกิน 7 กก.ต่อวัน ไม่ว่าจะมีเงินมากแค่ไหนแต่ก็ใส่ชุดได้แค่ชุดเดียว
แม้แต่อัศวินก็ยังโชคร้ายรึตายได้ ดังนั ้นแม้แต่อัศวินดินอย่าง จางเทีย ก็ยังถือว่าตัวเอง
เป็นคนธรรมดา
เถ้าแก่หลิว ดีใจอย่างมาก เขาไม่คิดว่าชายก าย าคนนี ้จะรวยแบบนี ้ได้
หลังจากที่มองดู จางเทีย ดีๆ เถ้าแก่หลิว ก็ได้พูดขึ ้น – “ ถ้าเจ้าชอบอาหารของข้า เจ้า
มาที่นี่ได้เสมอ จากรูปร่างเจ้าแล้ว ข้าจะจ าไว้ ถ้าเจ้ามาอีก ข้าจะไม่คิดเงินเจ้า ! “
จางเทีย มองไปที่ เถ้าแก่หลิว เขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเก่งเรื่องการท าธุรกิจ
แบบนี ้ แม้ว่าจะเป็นเงินไม่กี่เงินแต่ค าพูดนี ้ท าให้สบายใจอย่างมาก
จางเทีย หัวเราะออกมาและตบไหล่อีกฝ่าย หลังจากนั ้นเขาก็เดินลงไปที่ชั ้น
ล่าง...
หลังจากที่มาถึงประตูโรงแรม จางเทีย ก็มองซ้ายมองขวาและเห็นร่างบางๆ
ห่างไปไม่ถึง 50 ก้าวในถนนที่เต็มไปด้วยผู้คน เขาเร่งความเร็วและแตะไหล่ของคน
เล่าเรื่อง คนเล่าเรื่องหันกลับมาพร้อมกับตาของ จางเทีย ที่เป็นประกายและเขาก็ได้
พูดขึ ้น – “ ตามข้ามา...” – หลังจากนั ้นเขาก็เดินไปที่ร้านน ้าชาที่อยู่ไกลออกไป
คนเล่าเรื่องเดินตาม จางเทีย ไปด้วยความเร็วที่เท่าเดิมไปยังร้านน ้าชา
หน้า 155 จาก 327
หน้า 156 จาก 327
หลังจากที่มาถึงร้านน ้าชา จางเทีย ก็ได้สั่งจองห้องและเข้าไปโดยมีคนเล่า
เรื่องตามมาติดๆ
หลังจากที่นั่งลงไปแล้ว จางเทีย ก็ได้ชี ้ไปที่เก้าอี ้อีกตัวและบอกกับอีกฝ่ายให้
นั่งลง
“ เจ้าชื่ออะไร ? “
“ ชายแก่คนนี ้ชื่อ หลิวยู่กิง ! “ - ตาของคนเล่าเรื่องยังคงชันเจน เขาตอบ
กลับอย่างคล่องแคล่วแต่เขารู้สึกว่าค าพูดของชายก าย าตรงหน้านั ้นเหมือนกับดนตรี
จากสวรรค์ ผลก็คือเขาแค่ท าตามใจของอีกฝ่ายและตอบไปตามจริง
“ เจ้าเล่าเรื่องมากี่ปีแล้ว ? “
“ ชายแก่คนนี ้เล่าเรื่องมา 26 ปีแล้ว ! “
“ เจ้าแต่งเรื่องวีรบุรุษเหล็กด าในต านานรึเปล่า ? “
“ ไม่ เรื่องวีรบุรุษเหล็กด าในต านานเขียนโดย จินกัน...”
‘ จินกัน ? ‘ จางเทีย คิ ้วขมวดเล็กน้อย เขาไม่เคยได้ยินชื่อนี ้มาก่อน – “ ใคร
คือ จินกัน ? “
“ จินกัน นั ้นเป็นนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ นิยายของเขาน่ะโด่งดังในหมู่นักเล่าเรื่อง
...”
“ เจ้าเล่าเรื่องนี ้มากี่ปีแล้ว ? “
“ เกือบ 2 ปี ! “
“ ใครให้เจ้าเล่าเรื่องนี ้ในเมือง ? “
หน้า 156 จาก 327
หน้า 157 จาก 327
“ ชายแก่คนนี ้ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร สองปีก่อนมีแขกแปลกหน้าได้ให้นิยายเรื่อง
นี ้กับข้าและบอกข้าว่าข้าจะได้ 10 ทองต่อเดือนในบัญชีธนาคารโกเด้นร็อกถ้าข้าเล่า
เรื่องนี ้ในเมืองสวนเทียน หลังจากที่พูดจบอีกฝ่ายก็เอาเงินให้ข้า 10 ทองล่วงหน้าเป็น
ค่าจ้างเดือนแรก เจ้าก็รู้ว่าคนเล่าเรื่องท าเงินได้อย่างมากก็ 3-4 ทองต่อเดือน คนที่
แย่หน่อยก็ท าได้มากสุดก็ 1 ทองต่อเดือน ดังนั ้นจากนั ้นเป็นต้นมาข้าก็เริ่มเล่าเรื่องนี ้
ในเดือนที่สองข้าก็ได้รับเงิน 10 ทองในบัญชีจริงๆ ดังนั ้นขาจึงเล่าเรื่องนี ้มาจนถึงทุก
วันนี ้....”
“ แล้วคนเล่าเรื่องคนอื่นๆในเมืองล่ะ ? พวกเขาเล่าเรื่องนี ้ด้วยรึเปล่า ? “
“ 2 ปีก่อน นิยายเรื่องนี ้โด่งดังในหมู่นักเล่าเรื่องและแขกในเขตกองทัพ
ตะวันออกเฉียงเหนือ เจ้าไปฟังเรื่องในแต่ละเมืองดูก็ได้...”
“ คนเล่าเรื่องคนอื่นได้เงิน 10 ทองต่อเดือนแบบเจ้ามั ้ยในการเล่าเรื่องนี ้ ?
“
“ ข้าไม่รู้แต่ในพิธีฉลองของครูข้าครั ้งที่แล้ว ข้าได้เจอกับรุ่นน้องที่เล่าเรื่องใน
เขตหยานซู เขาบอกข้าว่าเจอเรื่องแบบเดียวกัน ตราบใดที่เขาเล่าเรื่องวีรบุรุษเหล็กด า
ในต านาน เขาก็จะได้เงิน 10 ทองต่อเดือนในบัญชี เพราะรุ่นน้องข้าเด็กและสุขภาพ
ดีกว่า เขาจึงได้เงิน 12 ทองในการเล่าเรื่องนี ้ในร้านน ้าชาด้านนอกเมืองซึ่งไม่มีนักเล่า
เรื่อง ในฐานะนักเล่าเรื่องแล้ว ยิ่งเจ้าเล่าเรื่องวีรบุรุษเหล็กด าในต านานมากเท่าไหรก็
จะมีคนฟังมากเท่านั ้นและนั่นก็จะท าให้ได้เงินมากขึ ้น...”
“ เจ้าไปซื ้อนิยายนี ้มาจากไหน ? “
“ เจ้าหามันได้ตามร้านหนังสือในเมือง ก่อนหน้านี ้มันเป็นแค่นิยาย ตอนนี ้
มันมีหนังสือการ์ตูนด้วย...”
หน้า 157 จาก 327
หน้า 158 จาก 327
หลังจากที่รู้ว่าเขาคงไม่ได้ข้อมูลอะไรจากชายคนนี ้ จางเทีย จึงทิ ้งเหรียญทอง
ไว้บนโต๊ะ หลังจากนั ้นเขาก็ลุกแล้วออกจากห้องไป
...
หลังจากที่ จางเทีย ออกจากห้องไป 2 นาที นักเล่าเรื่องที่นี่งที่โต๊ะก็ตัวสั่นไป
ทั ้งตัว เขามองไปรอบๆด้วยสีหน้าว่างเปล่าแล้วพูดออกมา – “ เกิดอะไรขึ ้นกับข้า ?
ท าไมข้าถึงได้มาอยู่ที่นี่ ? ไม่ใช่ว่าข้าควรกลับบ้านรึไง ? ท าไมข้าถึงได้มาดื่มชาที่นี่ได้
? “
...
หลังจากที่ออกจากร้านน ้าชาแล้ว จางเทีย ก็รู้สึกว่าเรื่องนี ้มันแปลกๆ
นอกจากสับสนแล้วเขายังตื ้นตันไปกับมันด้วย ดังนั ้นเขาจึงเดินไปตามท้องถนนเพื่อ
หาร้านหนังสือ
ไม่กี่นาที จางเทีย ก็พบร้านหนังสือและเดินเข้าไปในร้าน
“ เถ้าแก่ เจ้ามีวีรบุรุษเหล็กด าในต านานรึเปล่า ? “
พนักงานชี ้ไปที่ชั ้นวางที่อยู่ห่างไปไม่กี่เมตร
จางเทีย เดินไปที่นั่นและพบกับนิยายในที่ที่ดูสะดุดตาที่สุด นอกจากนี ้แล้ว
มันยังมีหนังสือการ์ตูนด้วย เมื่อเห็นตัวหนังสือบนปกหนังสือการ์ตูน จางเทีย ก็รู้สึก
สนใจขึ ้นมา ดังนั ้นเขาจึงยื่นมือออกไปจับดู มันเกินกว่าที่เขาคาดไว้เพราะมีอีกคนยื่น
มือของเธอออกมาจับหนังสือเล่มเดียวกัน ดังนั ้นมือทั ้งสองจึงกดไปที่หนังสือเล่ม
เดียวกัน
จางเทีย หันกลับมาและเห็นสาวสวยที่มีตาสีด าคู่โต....
หน้า 158 จาก 327
หน้า 159 จาก 327
หญิงสาวมองมาที่เขา พร้อมกับเด็ก 7-8 ปีที่เธอจับมือไว้อยู่
เมื่อเห็นแบบนั ้น จางเทีย ก็ช็อกเพราะเธอคือ หลี่ชาช่า ศิษย์น้องของเขาที่
เกาะมังกรลับ...
หน้า 159 จาก 327
หน้า 160 จาก 327
ความคิดของ จางเทีย กลับไปที่เกาะมังกรลับที่ที่เขาได้เจอกับ หลี่ชาช่า เป็น
ครั ้งแรก
ตอนที่เขาเห็นเธอครั ้งแรก เธอร้องไห้และบอกว่าเธอคิดถึงบ้านกับแม่ของเธอ
มากและมี ดูยู่ห่าน คอยปลอบเธอ
ตามที่ จางเทีย จ าได้ หลี่ชาช่า นั ้นมักจะขี ้อายที่สุดในหมู่ศิษย์น้อง เพราะมัน
มีเรื่องเข้าใจผิดระหว่างเขากับเธอ ศิษย์น้องจึงกลัวเขามาตลอด แม้ว่าจะอยู่ด้วยกัน
กับเพื่อนแต่เธอก็ไม่กล้าที่จะมองหน้า จางเทีย ...
เขาได้เจอกับ หลี่ชาช่า และศิษย์น้องคนอื่นๆในปราสาทจินวูที่เกาะมังกรลับ
ครั ้งที่แล้ว ตอนนั ้นเขากับศิษย์น้องทุกคนต่างก็เมา หลังจากที่สอนท่าหมัดและดาบ
พร้อมกับท่องกวีให้พวกนี ้ฟัง จางเทีย ก็หักดาบของเขาด้วยพลังฉีเพื่อเป็นของขวัญ
ให้กับศิษย์น้องทั ้งหลาย
จากนั ้น จางเทีย ก็ไม่ได้ใช้ดาบคู่อีกต่อไป
คืนนั ้นเขาเมามาก ที่เขาจ าได้คือ หลี่ชาช่า, ดูยู่ห่าน และ กูเหลียงฉิง เองก็
เมา ศิษย์น้องหลายคนถึงกับร้องไห้...
นี่คือความทรงจ าที่น่าจดจ าและสวยงามที่สุดในคืนนั ้น
คืนนั ้นพิเศษอย่างมาก
แม้แต่เด็กน้อยท
ี่บริสทุ ธิ์,แสนดีและอารมณ์เรียบง่ายต่างก็เปลี่ยนความรู้สึกที่
ทั ้งอธิบายได้และไม่ได้เป็นเสียงหัวเราะและน ้าตา หลังจากคืนนั ้นทุกคนก็ได้หายไปใน
ไฟสงคราม หลังจากนั ้น จางเทีย ก็ได้ไปที่เซลเนสและไม่ได้เห็นศิษย์น้องอีกต่อไป....
หน้า 160 จาก 327
หน้า 161 จาก 327
ไม่กี่ปีก่อนตอนที่เขากลับไปที่เขตยูซู เขาได้ยินว่าศิษย์น้องส่วนมากได้
แต่งงานแล้ว บางคนอย่าง กูเมี่ยหรู ยังคงบ่มเพาะเพราะต้องการที่จะแข็งแกร่งให้มาก
กว่าเดิม...
จางเทีย ไม่ได้สนว่าใครบ้างที่แต่งงาน ส าหรับคนที่ยังคงบ่มเพาะ จางเทีย
ได้บอกวังไฮหยวนให้ดูแลพวกนั ้น จางเทีย ไม่ได้ไปเจอพวกนั ้น บางอย่างจะดีกว่าถ้า
เก็บไว้ในความทรงจ า
มันเกินกว่าที่ จางเทีย คาดไว้ที่จะได้มาเจอศิษย์น้องในร้านหนังสือหลังจาก
ผ่านมาหลายปี
หลี่ชาช่า นั ้นยังสวยเหมือนเดิมแต่ดูโตขึ ้น สาวน้อยใสซื่อเมื่อก่อนน่ะได้
กลายเป็นหญิงสาวที่ดูเหนียมอายเช่นเคย ตาและหน้าของเด็กน้อยนั ้นคล้ายกับของ
หลี่ชาช่า เมื่อเห็นเด็กน้อย จางเทีย ก็รู้ว่านี่คือลูกของเธอ
จางเทีย เหม่อไปเล็กน้อยและคิดถึงหลายอย่างในหัว....
เหตุผลที่ หลี่ชาช่า มอง จางเทีย ด้วยตาที่เบิกกว้างคือเธอไม่คิดว่าคนก าย า
แบบ จางเทีย จะมาสนใจหนังสือการ์ตูนนี ้ อีกอย่างแล้วหมวกไม้ไผ่บนหัว จางเทีย ก็ดู
แปลกนิดๆ
‘ คนบ้ารึเปล่า ? ‘
ก่อนที่ จางเทีย จะดึงมือกลับมา หลี่ชาช่า ก็ได้เอามือเธอกลับอย่างรวดเร็ว
และแสดงสีหน้ารังเกียจและกลัวออกมา หลังจากนั ้นเธอก็หันกลับไปบอกลูกของเธอ
– “ เสี่ยวซี ไปดูร้านอื่นเถอะ ! “
ตอนที่เธอพูดจบ เธอก็แอบดึงลูกเธอกลับไปเผื่อไม่ให้ จางเทีย ได้เห็น
หน้า 161 จาก 327
หน้า 162 จาก 327
“ ไม่ แม่ ข้าจะอ่านวีรบุรุษเหล็กด า เราไปมาหลายร้านแล้วและร้านพวกนั ้น
ก็ขายหมดแล้วด้วย...”
“ หึ ! “
จางเทีย ยิ ้มออกมาอายๆ ในฐานะอัศวินดิน ถ้าข่าวที่ว่าเขาทะเลาะกับเด็ก
น้อยเพื่อหนังสือการ์ตูนในร้านหนังสือไปถึงหูคนอื่น มันคงท าให้หลายคนช็อก ดังนั ้น
เขาจึงเอาหนังสือมามอบให้กับเด็กชาย – “ นี่ ข้าจะอ่านแบบนี ้ ข้าแค่สงสัยว่านิยายนี ้
มีหนังสือการ์ตูนด้วย....”
ในตอนที่ จางเทีย พูด เขาก็หยิบนิยายลงมา
“ เสี่ยวซี ขอบคุณลุงเขาสิ ...”
“ ขอบคุณ ท่านลุง ! “ - เด็กน้อยเรียก จางเทีย อย่างใสซื่อตอนที่เขารับ
หนังสือมาพร้อมกับยิ ้มให้
“ อ่ะ ไม่เป็นไร...”
หลี่ชาช่า ยังคงระวังตัวเหมือนเดิม แค่พูดกับ จางเทีย ไม่นาน เธอก็ดึงลูก
ชายหนี
จางเทีย ตื่นเต้นขึ ้นมาเล็กน้อย เขาต้องการจะพูดบางอย่างแต่เมื่อคิดถึง
ฐานะตัวเองตอนนี ้ เขาได้แต่ลูบหน้าตัวเองแล้วมองดูเธอเดินจากไป
หลังจากที่จ่ายเงินแล้ว จางเทีย ก็ได้เดินออกจากร้านพร้อมกับนิยาย
ด้านนอกร้าน หลี่ชาช่า และลูกของเธอได้ขึ ้นไปบนรถสีด าที่คนขับมาเปิด
ประตูให้ เมื่อเห็น จางเทีย เดินออกมาจากร้าน เด็กน้อยก็โบกมือให้กับ จางเทีย
‘ ทะเบียนรถเป็นของเมืองนี ้ ดูเหมือนว่าเธอจะแต่งงานกับคนในเมืองนี ้ ‘
หน้า 162 จาก 327
หน้า 163 จาก 327
ความคิดหนึ่งแว๊บขึ ้นมาในหัวของ จางเทีย ตอนที่เขาเอาเมล็ดแกะรอยติดไว้
กับรถ
รถได้แล่นออกไป...
ด้านนอกร้านหนังสือ จางเทีย ได้เปิดดูหนังสือผ่านๆ ด้วยพลังวิญญาณของ
เขาตอนนี ้ เขาอ่านจบกว่า 100 บรรทัดในหนึ่งวินาที เขาสามารถอ่านหนึ่งหน้าและ
จ ามันในใจได้เหมือนกับการถ่ายรูป
ตัวละครหลักในนิยายนี ้คือเขา เรื่องนี ้เริ่มจากเมืองแบล็คฮ็อต เนื ้อหาและ
โครงเรื่องนั ้นอ้างอิงจากบทความที่เขาเขียนลงไปในภูเขาแสง แน่นอนว่าก็มีส่วนที่แต่ง
เติมและดัดแปลงด้วย
หลังจากที่เปิดไปกว่า 20 หน้า จางเทีย ก็ได้เห็นเนื ้อเรื่องที่เขาไม่เคยเจอมา
ก่อน --- มันมืดแล้วตอนที่ จางเทีย เสร็จงานของเขาและก าลังจะกลับบ้าน ทันใดนั ้น
จางเทีย ก็เห็นขอทานคนหนึ่งนอนอยู่ข้างสถนนใกล้ๆกับสถานีรถไฟเพราะความหิว
ด้วยความสงสารเด็กน้อยผู้ใจดีจึงได้ซื ้อขนมปังให้กับขอทาน เขาไม่คิดว่าขอทานนั ้น
จะเป็นผู้แข็งแกร่งที่เดินมาในโลกนี ้ หลังจากที่กินขนมปังนั ้นไป ขอทานก็ได้ให้ทักษะ
ลับกับเขาและสอนเขาถึงวิธีการใช้ทักษะปลอมตัว ผลก็คือเด็กน้อยได้เชี่ยวชาญวิธีใน
การปลอมแปลงตัวเอง...
ตอนที่ จางเทีย อ่านเนื ้อเรื่องนี ้ เขายืนยันได้ทันทีว่าเนื ้อหาของนิยายไม่ได้
เขียนโดย จินกัน ทั ้งหมด เรื่องนี ้อาจจะถูกแต่งด้วย ดอนเดอร์ เพราะทักษะการปลอม
ตัวของ จางเทีย น่ะมี ดอนเดอร์ เป็นคนสอน นอกจาก ดอนเดอร์ แล้วไม่มีคนอื่นรู้ จาง
เทีย เองก็ไม่ได้บอกมันกับใคร
หน้า 163 จาก 327
หน้า 164 จาก 327
เพราะมีหลักฐาน ภาพของเถ้าแก่ตังเจ้าของร้านของช าในนิยายที่ยอดเยี่ยม
จนเกินไป เขาทั ้งหล่อ,ฉลาดและใจกว้าง ในนิยาย เถ้าแก่ถัง นั ้นถือว่าเป็นต้นแบบของ
ชายวัยกลางคน ตามที่อธิบายแล้ว เถ้าแก่ถัง เป็นนักปราชญ์ที่ชอบใช้ชีวิตสมถะและ
เป็นครูให้กับ จางเทีย บัดซบ ! ที่ท าให้ จางเทีย หมดค าพูดคือ เถ้าแก่ถัง ที่ว่าไม่ได้หื่น
เลยสักนิด ‘ พวกผู้หญิงในเมืองถึงกับมาจ่ายเงินเพื่อให้ได้เขา เหี ้ย....’
เรื่องเกี่ยวกับที่บ้านไม่ใช่ว่าแต่งไปซะหมดเพราะพี่ชาย จางเทีย ก็รู้
รายละเอียดบางอย่าง
จางเทีย เข้าใจทันที ‘ ต้องเป็นพี่กับ ดอนเดอร์ ที่ร่วมมือกันในการประกาศ
ความบริสทุ ธิ์ของข้าโดยใช้นิยายน
ี้‘
‘ แน่นอนว่ามันกลายเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมที่ท าให้ภาพพจน์ของข้าสวยหรู
นักเล่าเรื่องทุกคนคือตัวแทนข้า ตราบใดที่จ่ายเงินให้ ข้าก็จะมีแฟนคลับนับไม่ถ้วนใน
ประเทศ ถ้าศาลสูงสุดไม่ยกเลิกค าสั่งจับกุม รัฐก็จะเสียการสนับสนุนและต้องเจอกับ
ความกดดันและประณาม ‘
นิยายเรื่องนี ้และบทความที่เขาเขียนลงไปเข้ากันได้อย่างดีและมันเป็นสิ่ง
ต้านทานทหารให้มาเล่นงานวังไฮหยวน
จางเทีย ไม่คิดว่าเขาจะร้อนแรงได้ดั่งดวงอาทิตย์ไปทั่วไทเซียแบบนี ้หลังจาก
ที่กลายเป็นฆาตกร
‘ ต้องล้อเล่นแน่ ‘
แม้ว่ามันจะดูตลกแต่มันก็คือความจริง
กว่า 4 ปีที่ผ่านมา แม้ จางเทีย จะไม่ได้อยู่บ้านและไม่ได้ติดต่อครอบครัวแต่
ครอบครัวกับเพื่อนน่ะมักจะอยู่ข้างเขา พวกนี ้พยายามช่วยให้เขาพ้นผิด
หน้า 164 จาก 327
หน้า 165 จาก 327
ที่ข้างถนน จางเทีย ใช้เวลากว่า 10 นาทีในการอ่านเรื่องนี ้โดยไม่สนสีหน้าที่
ของคนที่เดินผ่านไปมา
ที่ตอนจบของเรื่องคือสถานการณ์ที่ไร้ปราณี หลังจากที่สู้กับซอมบี ้นับร้อย
ล้านตัวในทวีปไว่ จางเทีย ก็ได้มายังไทเซีย หลังจากที่โดดเด่นในการแข่งขันผู้ดูแล
เขตยูซูให้กับ จางไท่สวน และจัดการกับวิหารเอื ้อมสวรรค์ เขาก็โดนป้ายความผิดโดย
ปิศาจและวิหารเอื ้อมสวรรค์ แม้ว่าเขาจะรอดไปได้ด้วยความสามารถของตัวเองแต่
เขาต้องหนีไปทั่วทุกที่พร้อมกับความผิดที่ไม่ได้ท าขึ ้นมาอย่างวีรบุรุษ....
ตอนจบแบบนี ้มันเกินไปแต่ตามกฎหมายที่ไทเซียได้ใช้ ค าสั่งจับกุมนั ้นไม่
อาจจะเมินเฉยได้ ดังนั ้นตอนจบของเรื่องจึงเป็นการทดสอบการงัดข้อกันระหว่าง
ความผิดชอบชั่วดีกับกฎหมาย ไม่ว่าเขาจะเชื่อรึไม่ว่าวีรบุรุษจะยังคงเป็นวีรบุรุษรึ
สงสัยในหลักฐาน ยังไงมันก็ยังได้ผล
หลังจากที่เก็บนิยายที่มีความหมายพิเศษกับเขาลงไปในเสื ้อและตรวจสอบ
ต าแหน่งของรถ จางเทีย ก็ได้เดินไปในทางที่รถนั่นมุ่งหน้าไป...
...
กว่า 10 นาทีต่อมา จางเทีย ได้มาถึงบ้านที่กว้างขวางและสงบทางใต้ของ
เมือง หลังจากที่มองไปที่ป้าย ‘ แมนชั่นอาทิตย์ ‘ จางเทีย ก็เดินหนีไปก่อนที่จะท าให้
พวกยามสนใจ
มันน่าจะเป็นตระกูลใหญ่ในเมือง รถคันนั ้นถูกจอดที่ลานของแมนชั่น
“ หลายคนมาที่เมืองแห่งนี ้ ในฐานะมาดามและนายน้อยเพิ่งกลับมาจาก
ด้านนอก พวกเจ้าควรที่จะระวังให้มากกว่านี ้เผื่อจะมีคนตามมา..”
หน้า 165 จาก 327
หน้า 166 จาก 327
“ ได้ พ่อบ้านซัน มีคนบอกว่านายท่านต้องการให้นายน้อยเรียนรู้จาก
นักพรตมังกรไฟ นายน้อยน่ะฉลาด เขาต้องได้รับเลือกแน่นอน...”
“ เรื่องใหญ่แบบนี ้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเจ้า ระวังปากเจ้าด้วย...” - พ่อบ้าน
ปรามยามทันที
แม้ว่าจะอยู่ห่างไป 100 ม.แต่เรื่องที่พวกนี ้พูดกันที่ประตูก็ยังเข้ามาถึงหู
จางเทีย อยู่ดี....
...
หลังจากได้ยินแบบนั ้น จางเทีย ก็รู้สึกแปลกนิดๆ จากนั ้นเขาก็ได้กลับไปยังที่
พักของเขาในเมืองสวนเทียน
หน้า 166 จาก 327
หน้า 167 จาก 327
ที่พักของ จางเทีย คือคฤหาสน์ของเมืองสวนเทียน ในตอนที่ จางเทีย ไปถึงที่
รอบนอกของคฤหาสน์ เขาก็ต้องอึ ้งกับสิ่งที่เขาเห็น
ด้านนอกนั ้นเต็มไปด้วยผู้คนพร้อมกับรถมากมาย ทั ้งสองฝั่งของถนนยังมี
ผู้คนที่มีของขวัญติดไม้ติดมือมา
“ โอ้ รัฐมนตรีหลิว ยินดีที่ได้พบ....”
“ นั่นใช่ เถ้าแก่ฉู รึเปล่า....”
“ หือ และนั่นเจ้าพ่อที่ดินเกา...”
แม้ว่าจะมีคนมากมายด้านนอกคฤหาสน์แต่พวกนี ้ก็ได้แค่รออย่างอดทน
พร้อมทั ้งพูดคุยกับคนรู้จักด้วยเสียงเบาๆ แม้ว่าจะยืนอยู่นอกคฤหาสน์แต่ก็ยังคงท า
ตามค าสั่งของพวกทหารยาม ทั ้งพวกคนมีอ านาจรึคนธรรมดา พวกนี ้เยอะซะจนกิน
พื ้นที่ด้านนอกคฤหาสน์กว่าครึ่ง
“ บอกกันว่าพ่อบ้านของคฤหาสน์ก าลังจัดคิวให้เรางั ้นเหรอ ? “ – คนหนึ่ง
ในชุดผ้าไหมตรงหน้า จางเทีย กระซิบกับอีกคนที่ยืนต่อคิว
“ แม้แต่คนโง่ก็มา ถ้าไม่ได้ใส่ชุดเจ้าหน้าที่ของไทเซียและถูกไล่ออกจาก
เมือง ข้ากลัวว่าผู้ว่าคงมารอที่นี่ด้วยตัวเองแล้ว ! “
“ ใช่ นักพรตมังกรไฟน่ะเป็นอัศวินดิน บอกกันว่าเขาได้ท าผลงานมากายใน
ดินแดนธาตุดินและฆ่าปิศาจอัศวินดินไปถึง 2 ตัว เขาน่ะยิ่งใหญ่มากๆ ...”
“ เจ้าเห็นเรือบินสีแดงในคฤหาสน์มั ้ย ? บอกกันว่า นักพรตมังกรไฟ ได้มา
จากอัศวินเงาที่เป็นผู้อาวุโสของนิกายไทยิจากการพนัน น่าเหลือเชื่อจริงๆ ...”
“ แต่ข้าได้ยินมาว่า นักพรตมังกรไฟ ได้ฆ่าปิศาจอัศวินดินไป 4 ตัว...”
หน้า 167 จาก 327
หน้า 168 จาก 327
“ สองตัวน่ะไม่ได้มีหลักฐาน ดังนั ้นจึงไม่นับรวมแต่คนอื่นน่ะเห็น...”
“ ตามข่าวที่เจ้าบอก นักพรตมังกรไฟ น่าจะเป็นผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่งในเขต
ยูซู แข็งแกร่งกว่าผู้ดูแลเขตอีก...”
“ ชู่ ระวังค าพูดเจ้าด้วย...”
จางเทีย ได้ยินเสียงกระซิบมากมาย ในตอนที่ จางเทีย ต้องการเดินไปที่
ประตู คนคุ้มกันของรัฐมนตรีอ้วนก็ได้หันกลับมาและมอง จางเทีย ด้วยสีหน้าไม่พอใจ
ก่อนจะเดินข้ามาหาเขา – “ ไอ้น้อง เจ้าไม่รู้จักต่อคิวรึไงตอนจะมาเยี่ยม นักพรตมังกร
ไฟ ? “
‘ เหี ้ย พ่อคนนี ้ต้องต่อคิวตอนกลับที่พักตัวเองด้วยรึไง ? ‘
จางเทีย มองไปที่คนหลายสิบเมตรตรงหน้าและพบว่าไม่สามารถอธิบาย
ให้กับพวกนี ้ได้ ดังนั ้นเขาจึงเอาหมวกไม้ไผ่ออกและเผยหัวล้านของตัวเองออกมาก่อน
จะตะโกน – “ หลิวซิง ! “
ในตอนที่ จางเทีย ตะโกน คนตรงหน้าก็หันกลับมาและมองมาที่เขาพร้อมกัน
“ เงียบหน่อย เจ้าอยู่หน้าคฤหาสน์ของนักพรตนะ ! “ –ชายชราคนหนึ่งหัน
กลับมาและสั่งสอน จางเทีย อย่างผู้มีประสบการณ์
ในตอนที่ชายชราพูดจบ ประตูคฤหาสน์ก็ถูกเปิดออกพร้อมกับเสียงผู้คนที่
ฮือฮาตรงหน้าประตูและรีบหลีกทาง ในเวลาเดียวกันทีมนักสู้เกราะด าก็รีบวิ่งออกมา
จากประตูและเปิดทางให้ จางเทีย
พวกคนที่ต่อคิวด้านนอกต่างก็รีบหลีกทางให้พวกนักสู้ด้วยรอยยิ ้ม
หน้า 168 จาก 327
หน้า 171 จาก 327
“ อืมไม่เลว มานี่ ! “ -จางเทีย โบกมือให้กับ ลู่ยี่ชาน
ท่ามกลางสายตาที่ชื่นชม ลู่ยี่ชาน ได้กลั ้นหายใจและเดินไปข้างๆ จางเทีย
ก่อนจะโค้งให้เขาอีกครั ้งแล้วยืนอยู่ขั ้นต ่ากว่า จางเทีย ไปสองขั ้น
ผลก็คือ ลู่ยี่ชาน นั ้นดูโดดเด่นในบรรดาคนที่มาเยี่ยมทันที
เมื่อเห็น ลู่ยี่ชาน ยืนอยู่ข้างๆ จางเทีย ตัวแทนกลุ่มช่างบางคนก็รู้สึกผิดขึ ้นมา
พวกเขาไม่คิดว่าพวกเขาจะพลาดโอกาสในการเข้าพบ นักพรตมังกรไฟ เพราะความ
ลังเลของพวกเขา
ตอนที่คนพวกนี ้ลังเลว่าจะยกมือดีมั ้ย จางเทีย ก็ได้พูดขึ ้นมาอีกครั ้ง
“ ใครมีโรงกลั่นแอลกอฮอล์ ? “
ครั ้งนี ้มีสามคนที่ยกมือขึ ้นมาทันที
แม้แต่ในยุคนี ้แอลกอฮอล์ก็มีการท างานพิเศษ นอกจากจะใช้เป็นเชื ้อเพลิงรถ
แล้วมันยังสามารถใช้ในทางการแพทย์และอาหารด้วย ดังนั ้นมันจึงมีเหตุผลพอที่บาง
ตระกูลในสิบเมืองนี ้จะท าโรงกลั่นแอลกอฮอล์
“ ดี เจ้าสามคน มานี่ ! “ -จางเทีย เรียกทั ้งสามคนเข้ามาหาเขา
สามคนนั ้นต่างก็แต่งตัวดีและได้เดินมาหา จางเทีย
“ ใครผลิตเครื่องยนต์ได้ ? “ - จางเทีย ถามออกมาอีกครั ้ง
ครั ้งนี ้มี 5 คนที่ยกมือขึ ้น จางเทีย บอกให้พวกนั ้นมาหาเขาทั ้งหมด
“ ตระกูลไหนน่ารังเกียจที่สุด ? “
หน้า 171 จาก 327
หน้า 172 จาก 327
หลังจากได้ยินค าถาม ทุกคนต่างก็มองหน้ากัน ครั ้งนี ้ไม่ได้มีใครยกมือ ใน
เวลาเดียวกันทุกคนก็หันไปหาชายชราในชุดด าโดยไม่รู้ตัว ชายชรานั ้นยืนอยู่
ท่ามกลางผู้คนด้วยสีหน้าเย็นชา ลูกน้องสองคนยืนอยู่ด้านข้างพร้อมกับของขวัญ
แม้ว่ารอบๆจะเอะอะโวยวายแต่พื ้นที่รอบชายชรานี ้ไม่มีคนยืนใกล้
เมื่อเห็นว่าทุกคนมองมาที่เขา ชายชราก็ลังเล สุดท้ายเขาก็ยกมือ
“ ดี เจ้า มานี่ ! “
ภายใต้สายตาแปลกใจของทุกคน ชายชราได้เดินไปข้างๆ จางเทีย แล้วยืน
อยู่คนเดียวในอีกด้านของ จางเทีย เขาดูเหมือนไม่มีใครคบ
“ ตระกูลไหนมีลูกน้องมาที่สุดและเคารพกฎที่เคร่งครัดและมีชื่อเสียงที่ดีใน
หมู่สาธารณะ ?”
ครั ้งนี ้ผู้คนลังเลขึ ้นมาอีกครั ้ง หลายคนอยากจะยกมือขึ ้นแต่เมื่อจากมองไป
รอบๆและวัดการกระท าของตัวเอง สุดท้ายพวกเขาก็ไม่ได้ยกมือ ยกเว้นแค่คนเดียวที่
กัดฟันแน่นแล้วยกมือขึ ้นมา
“ เจ้าเป็นใคร ?”
“ นักพรต ข้าคือ หวังชงดี หัวหน้าตระกูลหวัง วังหยูชุนในเมืองนินแกน
ตระกูลหวังเป็นที่รู้จักกันในเรื่องกฎที่เคร่งครัด แม้ว่าจะไม่ได้โด่งดังแต่เราก็เตือนศิษย์
และคนรับใช้ให้กระท าอย่างรอบคอบทุกวัน เราจะท่องกฎที่บ้านสามครั ้งต่อวันตั ้งแต่
ยังเด็ก ทุกคนต่างก็ปกป้องสิ่งมีชีวิตและไม่เคยฆ่าสัตว์ ตระกูลหวังได้ให้อาหารกับคน
ในเมืองตลอดปีตามค าของของบรรพบุรุษ ตราบใดที่ตระกูลหวังมีอาหารกิน เราจะให้
อาหารฟรีตลอดปี ดังนั ้นหลังจากที่ได้ยินค าถามของท่าน ข้าจึงแนะน าตัวเองมาอย่าง
หน้า 172 จาก 327
หน้า 173 จาก 327
หน้าไม่อาย ถ้าท่านคิดว่าข้าไม่เหมาะ โปรดยกโทษให้ข้าด้วย ! “- คนที่ยกมือขึ ้นพูด
ขึ ้นมาอย่างลนลาน
“ กี่ปีแล้วที่เจ้าให้อาหารกับคนในเมือง ? “
“ ตั ้งแต่ทวดของข้า ตระกูลหวังให้อาหารฟรีมา 71 ปี 8 เดือนและ 21 วัน
โดยไม่สนสภาพอากาศ ! “
จางเทีย หัวเราะออกมาซึ่งได้ยินแทบทั ้งเมือง – “ ดี ตระกูลหวัง ตระกูลที่ดี
ต้องมีโชคทีดี นักพรตคนนี ้จะน าโชคมาให้ตระกูลของเจ้าหากเจ้าท าตามประสงค์พระ
เจ้า ฟังนะ เมื่อตระกูลหวังให้อาหารฟรีมากว่า 70 ปี ศิษย์ 7 คนของตระกูลหวังเข้า
นิกายข้าได้ ถ้าพวกเขามีพรสวรรค์ พวกเขาจะได้รับเนื ้อหาของทักษะของข้าคนนี ้ ! “
หลังจากที่ได้ยินค าตอบนั ้น หัวหน้าตระกูลหวังก็คุกเข่าลงไปที่พื ้นและค านับ
จางเทีย - “ ข้า หวังชงดี ขอบคุณส าหรับความชอบครั ้งนี ้ในนามของบรรพบุรุษ
ตระกูลหวัง ! “
ตอนที่เขาเงยหน้าขึ ้นมาอีกครั ้ง หน้าผากและตาของเขาก็แดงกล ่า ด้วยความ
ตื่นเต้นที่มี เขาถึงกับตัวสั่นไปทั ้งตัว
“ อืม มานี่ ! “
หวังชงดี ลุกขึ ้นแล้วปัดฝุ่นออกจากเสื ้อผ้า หลังจากนั ้นเขาก็ได้เดินไปข้างๆ
จางเทีย ด้วยความเคารพ
ไม่มีใครคิดว่าตระกูลหวังในตอนนี ้เองจะได้รับการปฏิบัติพิเศษอย่างปู
กลายเป็นมังกร
หน้า 173 จาก 327
หน้า 174 จาก 327
แต่หัวหน้าตระกูลหวังน่ะพูดถูกต้องแล้ว หลายคนที่นี่ได้ยินเรื่องกฎของ
ตระกูลหวังดี พวกเขาต่างก็รู้ว่าชายคนนี ้พูดความจริง ดังนั ้นพวกเขาจึงหาข้อแย้งชาย
คนนี ้ไม่ได้
“ คนอื่นกลับไปได้แล้ว ! “ -จางเทีย สะบัดมือพร้อมกับให้คนที่เขาเลือกมา
เข้าไปในคฤหาสน์.....
หน้า 174 จาก 327
หน้า 175 จาก 327
หลังจากที่เข้ามาในคฤหาสน์แล้ว จางเทีย ก็ได้นั่งลงที่ห้องนั่งเล่น ตามที่
จางเทีย สั่งเอาไว้ หลิวซิง และนักสู้คนอื่นๆได้พาคนที่ถูกเลือกเข้าไปในห้องที่จัดไว้
หลังจากที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ ้นในหลายวันมานี ้ตอนที่เขาไม่อยู่จาก หลิวซิง จางเทีย ก็
บอก หลิวซิง ให้พาพวกนั ้นเข้ามาในห้องนั่งเล่นทีละคนๆ
ระหว่างช่วงที่ จางเทีย ไม่อยู่ ค าขอเข้าพบมากมายนั ้นเต็มตะกร้าไปหมด มัน
สุภาพส าหรับพวกเขาที่ส่งค าขอนี ้มา หลิวซิง และทหารคนอื่นไม่รู้ความคิดของ จาง
เทีย ดังนั ้นพวกเขาจึงรับค าขอทั ้งหมดเอาไว้และรอให้ จางเทีย ตัดสินใจ
คนที่ถูกพาเข้ามาในห้องนั่งเล่นคนแรกคือ ลู่ยี่ชาน หุ้นส่วนใหญ่ของกลุ่ม
ช่างสามหินในเมืองดาแชง,เขตย่อยเกาปิง เขตหยานซู
แม้ว่า นักพรตมังกรไฟ นั ้นจะเป็นที่รู้จักกันในนามวีรบุรุษแต่เขาไม่ได้หยาบ
คาย ดังนั ้น ลู่ยี่ชาน จึงไม่ได้ตึงเครียดแบบแต่ก่อน แม้ว่าจะได้สติเล็กน้อยแต่เขาก็
ยังคงแสดงท่าอย่างสุภาพต่อหน้า จางเทีย
“ นั่งสิ ! “-จางเทีย ชี ้ไปที่เก้าอี ้ในห้องและบอกอีกฝ่ายที่อายุพอๆกับพ่อเขา
“ เอิ่ม...ข้า...ข้ายืนดีกว่า...ต่อหน้าท่าน ! “ - ลู่ยี่ชาน พูดอย่างระวัง
ในสายตาของ ลู่ยี่ชาน นักพรตมังกรไฟ นั ้นมีระดับเดียวกับผู้ดูแลเขต ต่อ
หน้าคนมีอ านาจแบบนี ้แน่นอนว่าเขาไม่กล้าที่จะนั่ง มันถือเป็นเกียรติแล้วที่เขาได้เข้า
พบกับคนแบบนี ้ มันถือว่าน่าพอใจแล้วที่กลุ่มช่างอย่างเขาจะได้นั่งในห้องเดียวกันกับ
ผู้ว่าหลังจากทุ่มเทมาหลายปี นี่ไม่ต้องพูดถึงอัศวินดินเลย
“ อย่าไร้สาระ !” -จางเทีย มองไปที่อีกฝ่าย
“ ได้ครับ...ได้...ได้...” - ลู่ยี่ชาน กลัวจนรีบนั่งลงไปโดยก้นครึ่งหนึ่งพ้นจาก
เก้าอี ้และเอามือวางไว้ที่หน้าขาตัวเอง
หน้า 175 จาก 327
หน้า 181 จาก 327
ไม่นานหลังจาก ลู่ยี่ชาน ออกไปพร้อมความตื่นเต้น หลิวซิง ก็ได้พาอีกสาม
คนเข้ามา
พวกเขามีโรงกลั่นแอลกอฮอล์ของตัวเอง
ทั ้งสามคนต่างก็ท าตัวระวังในตอนที่มา
พวกคนที่อายุน้อยที่สุดนั ้นอายุมากกว่า 30 ปี อีกสองคนอายุประมาณ 50 ปี
ทุกคนต่างก็ท าตัวสุภาพและดูรวย
จางเทีย บอกให้พวกนั ้นนั่ง หลังจากที่มองหน้ากันแล้ว ทั ้งสามคนก็นั่งแค่
ขอบเก้าอี ้เหมือนกับที่ ลู่ยี่ชาน ท า
“ พวกเจ้าแนะน าตัวเองได้แล้ว ! “ -จางเทีย พูดขึ ้นพร้อมกับโบกมือ
“ นักพรต ข้าคือ ฟางตง หัวหน้าตระกูลฟางในเมืองฉิงฮี ! “- คนที่แก่ที่สุดยืน
ขึ ้นแล้วพูดแนะน าตัวหลังจากที่มองไปที่อีกสองคน
“ เจ้ามีโรงกลั่นแอลกอฮอล์ของตัวเองงั ้นเหรอ ?”
“ ตระกูลฟางนั ้นมีโรงกลั่นในเมืองฉิงฮี ! “
“ ใหญ่แค่ไหน ? “
“ มันผลิตแอลกอฮอล์ได้ 2,000 ตันต่อปี !” – ฟางตง ตอบด้วยความเคารพ
พร้อมเอาแต่ก้มหน้าและมองไปที่พื ้น
“ อืม ไม่เลว นั่งสิ ! “-จางเทีย พยักหน้า
หลังจากที่ ฟางตง นั่งลง ชายวัย 50 ปีอีกคนในชุดสีฟ้าก็ลุกขึ ้นยืน
หน้า 181 จาก 327
หน้า 182 จาก 327
“ นักพรต ข้าคือ เฉินซีฮิว จากตระกูลเฉินวังมู่กิ่ง เมืองแลงหยุน ข้าเป็น
น้องชายของ เฉินซีเฮา หัวหน้าตระกูลเฉิน เพราะพี่ชายข้าอยู่ในเขตกวนซู เขาจึง
ไม่ได้กลับมาเพื่อมาพบท่านอย่างเป็นทางการได้ทัน หลังจากที่รู้ว่าท่านได้มาถึงที่
เมืองสวนเทียน เขาก็ได้บอกให้ข้ามาที่เมืองนี ้เพื่อเรียนรู้จากท่านในนามของตระกูล
เฉิน ! “
หลังจากที่มองไปที่ เฉินซีฮิว จางเทีย ก็เผยรอยยิ ้มออกมา ‘ ชายคนนี ้ช่างพูด
จริงๆ ‘
“ เจ้าผลิตแอลกอฮอล์ได้ด้วยเหรอ ? “
“ ตระกูลเฉินผลิตแอลกอฮอล์มากว่า 50 ปี เราผลิตได้ 40,000 ตันต่อปี ! “
“ อืม นั่งลงสิ ! “ –จางเทีย พยักหน้า
หลังจากที่ เฉินซีฮิว นั่งลงแล้ว คนที่เด็กที่สุดก็ยืนขึ ้น หลังจากที่โค้งให้กับ
จางเทีย แล้ว เขาก็เปิดปากพูด – “ ข้าคือ หลี่เตา หัวหน้ากลุ่มธุรกิจซงปินในเมืองดงห
ยาง ! “
จางเทีย มองไปที่ หลี่เตา และพบว่าชายคนนี ้เป็นคนมีความสามารถ อีก
อย่างแล้วเขาอยู่ระดับ 13 ขั ้น 4 และเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่สามคนนี ้
“ เจ้าไม่ใช่คนดงหยางใช่มั ้ย ? “
“ ข้าชื่นชมสายตาของท่านจริงๆ นักพรต ข้าไม่ใช่คนเมืองดงหยาง ข้ามาจาก
ตระกูลหลี่ วังหวานเชิง,เขตย่อยวูหัว, เขตซูซู เพราะข้าเป็นคนสาขาของตระกูลและ
เป็นลูกชายคนที่สอง ข้าจึงต้องออกมาหาเลี ้ยงตัวเองและขยายกิจการหลังจากที่
เติบโต โชคดีที่ข้ามีกิจการในเมืองดงหยาง ข้ามีกลุ่มธุรกิจและโรงกลั่นเล็กๆที่ผลิต
แอลกอฮอล์ได้ 1,000 ตันต่อปี “
หน้า 182 จาก 327
หน้า 183 จาก 327
‘ ตระกูลหลี่จากวังหวานเชิง ? ‘ ใจของ จางเทีย เต้นรัวขึ ้นตอนที่นึกถึง
ตระกูลใหญ่ในไทเซีย ‘ ตระกูลหลี่เป็นตระกูลใหญ่ในเขตซูซู ตระกูลหลี่โด่งดังยอ่าง
มากในไทเซีย มันมีอ านาจยิ่งกว่าวังไฮหยวน ตระกูลใหญ่แบบนี ้มีลูกหลานมากมาย
จากหลายสาขา ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับการดูแล ดังนั ้นตระกูลจึงให้ลูหลานก่อตั ้ง
กิจการของตัวเองภายนอก หลี่เตา ต้องเป็นหนึ่งในนั ้น มีคนมากมายอย่าง หลี่เตา ใน
วังไฮหยวน ‘
‘ แต่แม้ว่าจะมาจากตระกูลใหญ่แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะก่อตั ้งกิจการตัวเองได้
และท าให้มันส าเร็จ บางครั ้งชื่อของตระกูลใหญ่ก็ให้ได้แค่อ านาจ มันมีเด็กแบบนี ้นับ
ไม่ถ้วน ถ้าพวกเขาต้องการสร้างกิจการ พวกเขาต้องพยายามอย่างที่สุด มีหลายคนที่
ทุ่มเทแต่ไม่ได้อะไรกลับมา ในทางกลับกัน หลี่เตา นั ้นเป็นคนมีความสามารถและตั ้ง
กิจการตัวเองในเมืองดงหยางได้ แม้แต่คนอย่าง ซูดาเบียว เองก็เกือบจะโดนกลืนโดย
อาจารย์เจียง ตอนที่เขามาที่เขตยูซูเพื่อการลงทุนด้วยฐานะหลานของผู้ดูแลเขตหยาน
ซู ‘
จางเทีย พยักหน้าและบอกให้อีกฝ่ายนั่งลง
“ ข้าเป็นคนตรงๆ ข้าต้องให้พวกเจ้าช่วย ! “
“ นักพรต ท่านต้องการให้ข้าช่วยอะไร ? “ - ฟางตงถามออกมาแล้วเงย
หน้าขึ ้นเล็กน้อย
“ ข้าจะสร้างโรงกลั่นในอาณาเขตมังกรไฟ อืม ใหญ่นิดหน่อย ...” -จางเทีย
ลูบหัวตัวเองแล้วพูดต่อ – “ เอาให้แม่นย าคือมันควรที่จะเป็นฐานผลิตแอลกอฮอล์
เพราะพวกเจ้ามีโรงกลั่นและคุ้นเคยกับอุตสาหกรรมนี ้ ข้าจึงต้องการให้เจ้าสามคนท า
มันให้กับข้า !”
หน้า 183 จาก 327
หน้า 184 จาก 327
“ ท่านต้องการใหญ่แค่ไหน ? “ - เฉินซีฮิว ถามออกมา เขาช็อกไปเล็กน้อย
กับค าว่าฐาน
“ อย่างน้อย 500,000 ตันต่อปี ! “ -จางเทีย ตอบออกมา
หลังจากที่ได้ยินตัวเลข เฉินซีฮิว และ ฟางตง ต่างก็อึ ้งจนเกือบจะตกเก้าอี ้
ปากของพวกเขาอ้ากว้าง
“ 5...500,000 ...ตัน ? “ – ฟางตงคิดว่ามมันเป็นเรื่องตลกหากไม่ได้
ออกมาจากปาก จางเทีย ตอนนั ้นไม่มีเลยสักที่ที่ผลิตแอลกอฮอล์ได้เกิน 100,000 ตัน
ต่อปีในไทเซีย ถ้าโรงงานนี ้ถูกสร้างขึ ้นมา มันต้องใหญ่ที่สุดในไทเซียแต่สุดท้ายมัน
อาจจะเป็นเรื่องตลกก็ได้...
“ อะไร ? พวกเจ้าท าไม่ได้งั ้นเหรอ ? “- จางเทีย แสดงท่าทีเคร่งขรึมออกมา
เล็กน้อย
“ เราท าได้แต่... “ - ฟางตง เงียบไปหลังจากที่มองไปที่อีกสองคน
“ ว่ามา...”
“ ถ้างั ้นข้าคงต้องพูดตรงๆ ถ้าท่านต้องการสร้างฐานผลิตที่ผลิตได้มากแบบ
นั ้น เราไม่ได้มีปัญหาด้านเทคโนโลยีในด้านนี ้แต่หลังจากที่ก่อตั ้งฐานผลิตขึ ้นมาแล้ว
มันอาจจะท างานได้ไม่ราบรื่น ! “
“ เจ้าหมายความว่ายังไง ? “
“ นักพรต ท่านอาจจะไม่รู้อะไรมากเกี่ยวกับธุรกิจ ในอุตสาหกรรม เราต้องคิด
เรื่องความต้องการของตลาด มันไม่มีตลาดใหญ่แบบนั ้นในอาณาเขตมังกรไฟรึเพื่อน
บ้าน ตอนนี ้ความสามารถในการผลิตแอลกอฮอล์และตลาดในสามเขตนั ้นคงที่อยู่แล้ว
หน้า 184 จาก 327
หน้า 185 จาก 327
ทั ้งความต้องการและการผลิตนั ้นเพียงพอ อีกอย่างแล้วก าไรในแอลกอฮอล์จากทั ้ง
สามเขตนี ้น้อยอย่างมาก ดูโรงกลั่นของตระกูลฟางเป็นตัวอย่าง หลังจากที่หักค่า
การผลิตและค่าแรงงานแล้ว ก าไรนั ้นอยู่ที่ 4% ต่อปี อีกอย่างแล้วหากขนส่งเกิน 600
ไมล์ ก าไรของเราก็จะลดเป็นศูนย์ ถ้าแอลกอฮอล์ของเราถูกขนไปที่อื่น มันจะแพง
อย่างมากบวกกับค่าราคาขนส่ง ผลก็คือมันเทียบกับของเจ้าอื่นที่นั่นไม่ได้ แม้ว่าจะลด
ให้แต่เราก็ยังขาดทุนอยู่ดี ยิ่งผลิตมากเท่าไหร่ยิ่งขาดทุนมากเท่านั ้น แม้ว่าจะรับมันได้
แต่ก็ไม่อาจจะรับมันไปได้ตลอด มันเป็นกฎของตลาด ดังนั ้น...”
ฟางตง หยุดเพราะเขาพูดชัดเจนแล้ว มันไม่ใช่ปัญหาส าหรับพวกเขาในการ
สร้างฐานผลิตแอลกอฮอล์ขึ ้นมา ปัญหาก็คือจ านวนมันไม่มีทางใช้หมดในอาณาเขต
600 ไมล์ในอาณาเขตมังกรไฟ ฐานแบบนี ้แน่นอนว่าต้องขาดทุน ยิ่งผลิตมากเท่าไหร่
ยิ่งขาดทุนมากเท่านั ้น ดังนั ้นทั ้งสามคนจึงไม่ได้รับปาก จางเทีย ทันที
จากฐานะของนักพรตแล้ว มันเป็นธรรมดาที่เขาจะไม่รู้อะไรมากเกี่ยวกับ
ธุรกิจ ไม่มีใครกล้าเยาะเย้ยเขาแต่ทั ้งสามคนเข้าใจ เพราะพวกเขาคือผู้ผลิต
แอลกอฮอล์และอยู่ในอุตสาหกรรมนี ้มาหลายปี พวกเขาต้องรู้เรื่องนี ้ดี ถ้าพวกเขาท า
หน้าที่ที่ได้รับมาพังไป พวกเขาคงรับผลของมันไม่ได้ มันไม่ใช่เรื่องตลก ถ้านักพรต
เข้าใจผิดคิดว่าทั ้งสามโกง พวกเขาก็คงโดนตัดหัว
หลังจากที่ได้ยินค าพูดของ ฟางตง จางเทีย ก็ยิ ้มออกมา เขาโตมาใน
ครอบครัวที่ขายเบียร์ข้าวและมักจะท างานนอกตอนยังเด็ก แน่นอนว่า จางเทีย รู้เรื่อง
ราคาและความต้องการทางตลาด แน่นอนว่าคนพวกนี ้น่ะไม่รู้เรื่องภูมิหลังของเขา
หลังจากที่ดูรอบๆอาณาเขตมังกรไฟหลายวันมานี ้ จางเทีย พบว่ามีไร่
ข้าวโพดในป่ า ข้าวโพดนั ้นกินน ้าน้อยและกันหนอน หลายที่ทางเหนือของไทเซียก็ปลูก
ข้าวโพดโดยเฉพาะเขตกองทัพตะวันออกเฉียงเหนือ หลังจากที่สงครามปะทุ หลายที่
หน้า 185 จาก 327
หน้า 186 จาก 327
จึงเริ่มเพิ่มพื ้นที่ในการปลูกข้าวโพด จากอาณาเขตมังกรไฟ ไร่ข้าวโพดนั ้นมีพื ้นที่เกือบ
1 ล้านเฮคเตอร์
จากการค านวณของ จางเทีย แล้ว ที่ 1 ล้านเฮคเตอร์นี ้สามารถที่จะผลิตฟาง
ข้าวโพดได้ว่า 12 ล้านตันโดยคาดว่าแต่ละที่ส่วนจะผลิตได้ 800 กก.
ก่อนหน้านี ้ฟางข้าวโพดส่วนมากจะโดนชาวไร่เผาทิ ้งหลังจากที่เก็บเกี่ยว มี
แค่ไม่กี่ส่วนที่ถูกใช้เป็นเชื ้อเพลิง ฟางข้าวโพดจ านวนน้อยถูกใช้ไปท าเป็นกองฟางแต่
โดยทั่วไปแล้วกว่า 80% น่ะโดนเผาและใช้เป็นปุ๋ ยแทน
สองเดือนต่อมาในตอนที่ฤดูใบไม้ร่วงเริ่ม ควันด าจากฟางข้าวโพดจะมีให้
เห็นทั่วทุกที่ในอาณาเขตมังกรไฟ
‘ แม้ว่าฟางข้าวโพดจะไร้ประโยชน์กับคนอื่นแต่มันมีค่าส าหรับข้า ‘
‘ เพราะไม่มีใครคิดว่าข้าจะได้ยีสต์พลังงานใหม่มา ข้าสามารถผลิต
แอลกอฮอล์ก าลังสูงจากฟางข้าวโพดได้....’
หน้า 186 จาก 327
หน้า 187 จาก 327
ด้วยการใช้ฟางข้าวโพดเป็นวัตถุดิบ ราคาของแอลกอฮอล์จ านวนเท่ากันจะ
แค่ 0.01 เท่าของเจ้าอื่นๆ
‘ โดยเฉลี่ยแล้วด้วยฟางข้าวโพดแค่ 4 ตัน ข้าจะผลิตแอลกอฮอล์ได้ 1 ตัน
และกากพิเศษอีก 2 ตัน กากพวกนี ้สามารถเอาไปใช้ท ากระดาษได้ อีกอย่างแล้วพวก
มันสามารถเอาไปใช้ท าลูกบอลได้หลังจากที่ผสมเข้ากับถ่าน สุดท้ายหลังจากที่ฟาง
ข้าวโพด 4 ตันท าปฏิกิริยาเคมีเสร็จ นอกจากแอลกอฮอล์และกากใยแล้ว ข้าสามารถที่
จะได้ปุ๋ ยอีกเป็นร้อยโล ‘
เฮลเลอร์ ได้แสดงแอลกอฮอล์ที่มีค่าที่สุดให้ จางเทีย ดู
‘ แม้ว่าข้าจะได้ประโยชน์แค่ครึ่งเดียวในแต่ละปีแต่ข้าก็จะได้แอลกอฮอล์กว่า
1 ล้านตัน, กากใยอีก 2 ล้านตันซึ่งสามารถเอาไปใช้เป็นฟื นรึท ากระดาษและปุ๋ ยอีก ‘
ช่างเป็นธุรกิจที่ท าก าไรดีจริงๆ !
วงจรพวกนี ้สามารถเกิดขึ ้นได้จากฟางข้าวโพด
‘ แอลกอฮอล์ราคาถูกแบบนี ้จะขายไม่ดีรึไง ? แม้ว่าข้าจะใช้ท าเป็นสารตั ้ง
ต้นระเบิด แต่มันต้องขาดตลาดแน่ๆ ข้าไม่จ าเป็นต้องกังวลเรื่องยอดขายเลย นี่ไม่ต้อง
พูดถึงเรื่องมันเป็นพลังงานสะอาดอีก ‘
เทียบกับทวีปไว่แล้ว แอลกอฮอล์นั ้นเอามาใช้ในอุตสาหกรรมมากกว่าในไท
เซีย นี่ไม่ต้องพูดถึงคนใช้เลย ยกตัวอย่างเช่นรถที่ขับเคลื่อนโดยแอลกอฮอล์ตามทาง
ด่วนในไทเซียแน่นอนว่าต้องมีจ านวนมากกว่าทวีปไว่
‘ เพราะแอลกอฮอล์ที่ให้พลังงานสูง แม้ว่าข้าจะเพิ่มแอลกอฮอล์ธรรมดาเข้า
ไปแต่พลังงานที่ให้น่ะก็เพิ่มขึ ้นกว่าเดิมเยอะ ด้วยแอลกอฮอล์ผสมที่เป็นเชื ้อเพลิง รถ
หน้า 187 จาก 327
หน้า 188 จาก 327
พวกนั ้นจะมีประสิทธิภาพดีกว่าและสามารถวิ่งได้ไกลกว่าด้วยเชื ้อเพลิงที่น้อยกว่า มัน
ล ้าค่า นี่ไม่ต้องพูดถึงว่าข้าสามารถผลิตเครื่องยนต์ขึ ้นมาได้อีก ‘
‘ ส าหรับกากใยพืช มันสามารถเอาไปใช้ท ากระดาษรึเชื ้อเพลิง มันก็มีค่า
ในทางราคา มันท าก าไรได้เสมอ ‘
‘ ส าหรับปุ๋ ยแล้ว มันสามารถถือว่าเป็นผลประโยชน์เพิ่มเติม ‘
‘ ด้วยยีสต์พลังงานเล็กน้อย ข้าก็จะมีอ านาจขึ ้นมาในไทเซียได้อีกครั ้ง...’
‘ แต่มันไม่จ าเป็นที่ข้าต้องอธิบายให้พวกนี ้ฟัง ข้าแค่ต้องให้พวกนี ้ท าตาม
ค าสั่งของข้าและท าหน้าที่ให้ข้า ‘
ยีสต์พลังงานอันล่าสุดนั ้นท าให้ จางเทีย เข้าใจกฎอีกอย่าง ---อย่ามองข้าม
สิ่งเล็กน้อย เพราะค่าของยีสต์เล็กน้อยนี ้สามารถตัดสินโดยผู้สร้างเท่านั ้น มันคือเรื่อง
เล็กๆรึสิ่งมีชีวิตเล็กที่น าประโยชน์มากับเขาไม่รู้จบอย่างพวกไส้เดือน, ปลาเกล็ดทราย
และยีสต์
“ เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องการขาย เจ้าแค่ต้องสร้างฐานโรงกลั่นตามที่ข้าขอ อีก
อย่างแล้วข้าจะท าการปรับปรุงกระบวนการกลั่นในการผลิต...” -จางเทีย พูดพร้อม
กับเอาภาพปฏิกิริยาของแอลกอฮอล์ที่ เอดเวิด, เอซิส และ เอแกน วาดขึ ้นมาเพื่อที่จะ
ปรับปรุงการหมักของฟางข้าวโพด ปฏิกิริยาใหม่นั ้นต่างจากธรรมดาที่ใช้กันอยู่ อัน
ใหม่นี ้มีผลลัพธ์ที่ให้ออกมา 3 อย่างในรูปร่างต่างกันและที่ต่างกันซึ่งคือแอลกอฮอล์,
กากใยและปุ๋ ย
ในตอนที่ ฟางตง และ เฉินซีฮิว สับสนในค าขอของ จางเทีย หลี่เตา ที่ซึ่ง
เงียบอยู่ก็ลุกขึ ้นยืนและรับปากกับ จางเทีย ทันที – “ ข้าจะท าตามที่ท่านต้องการและ
ท าให้มันเร็วอีกทั ้งยังดีที่สุด ! “
หน้า 188 จาก 327
หน้า 189 จาก 327
จางเทีย มองไปที่ หลี่เตา และคิดในใจ ‘ ชายหนุ่มคนนี ้ออกจากตระกูลตัวเอง
เพื่อก่อตั ้งธุรกิจ เขาน่ะมีความคิดมากกว่าคนอื่น ฟางตง กับ เฉินซีฮิว อาจจะคิดเรื่อง
การกล่อมข้าแต่ หลี่เตา น่ะลุกขึ ้นมาแล้ว ชายคนนี ้เด็ดขาดและมีหัวคิดซึ่งเป็นสิ่งที่ข้า
ต้องการในตอนนี ้ ส าหรับอีกสองคน เมื่อพวกเขาพลาดโอกาสดีๆไป พวกเขาก็คงท า
ได้แค่โทษตัวเอง ‘
“ ดี เจ้ารับหน้าที่ในงานนี ้ สร้างฐานใกล้ๆกับเขตย่อยเกาปิงในเขตหยานซู
ภายในอาณาเขตมังกรไฟ ข้ามีความต้องการอย่างเดียว ---อย่าเหลือพื ้นที่ส าหรับการ
ปรับปรุงและการขยับขยายใกล้ๆกับฐาน ! “
เพราะเขตหยานซูนั ้นคือท่าของเขตกองทัพ ด้วยการที่ ผู้สั่งการเชิง คอยหนุน
หลัง พวกคนที่อิจฉาฐานของเขาคงไม่กล้าท าลายมันง่ายๆ นี่เป็นเหตุผลว่าท าไม จาง
เทีย ถึงได้เลือกที่นี่เป็นฐานการผลิต
เหตุผลที่เขาบอกไม่ให้เหลือที่ว่างไว้ใกล้กับฐานนั ้นคือจางเทีย ไม่มั่นใจเรื่อง
เป้าหมายของการใช้กากใยในอนาคต เพราะ จางเทีย ไม่เคยเห็นกระดาษที่ท ามาจาก
กากใยพืช เขาจึงไม่ได้เหลือพื ้นที่เพื่อเป็นฐานการผลิตกระดาษใกล้ๆกับฐาน
แอลกอฮอล์ ถ้าความจริงที่ว่ากระดาษที่ท าขึ ้นมากจากกากใยพืชไม่ได้เป็นที่ต้องการ
ของไทเซีย เขาคงสอนพวกชาวบ้านให้ท าเป็นเตาไฟแทน เขาไม่ได้ต้องการเงินเลยสัก
นิด
หลังจากที่ หลี่เตา เดินออกมา จางเทีย ก็เอาภาพนี ้ให้กับเขา หลี่เตา รับมัน
ไว้ด้วยท่าทีเคารพ หลังจากนั ้น จางเทีย ก็ถามอีกฝ่าย – “ เจ้าต้องการเท่าไหร่ในการ
สร้างฐานนี ้ ? “
“ แม้ว่าอุปกรณ์การผลิตและหมักนั ้นจะใหญ่แต่พวกมันผลิตกันหลายที่ในไท
เซีย ดังนั ้นมันจึงไม่แพง เราเอามันมาปรับใช้กับโรงงานได้ เพราะมันอยู่ในอาณาเขต
หน้า 189 จาก 327
หน้า 190 จาก 327
ของท่าน ค่าเช่าที่ดินจึงไม่ต้องเสีย เราต้องการแค่ 5 ล้านทองในการสร้างมัน ! “ - หลี่
เตา ตอบกลับอย่างใจเย็นพร้อมกับตาที่เป็นประกาย – “ แม้ว่าข้าจะไม่ได้อยู่ใน
กองทัพแต่หลังจากที่รับปากท่านแล้ว มันจะถือว่าส่งผลเหมือนกับในกองทัพ ข้าจะ
ประทับนิ ้วตัวเองลงไป ถ้าข้าท าไม่ได้ในเงิน 5 ล้านนี ้ ข้าจะยอมให้ตัดหัว ! “
จางเทีย ชื่นชมท่าทีของชายคนนี ้อย่างมาก หลี่เตา น่ะเด็ดขาดซึ่งเป็นคนที่
สนามรบต้องการ
“ เจ้าต้องใช้เวลาเท่าไหร่ ? “ - จางเทีย ถาม
“ 4 เดือน ! “
“ 3 เดือนเป็นไง ?”
หลี่เตา ก าหมัดแน่นและแสดงท่าทีเคร่งขรึมก่อนจะพยักหน้า ในเวลา
เดียวกันเขาก็กัดฟันแน่น – “ 3 เดือน ! “
จางเทีย หัวเราะออกมา เขาเอาเช็กออกมาซึ่งแต่ละใบมีค่า 100,000 ทอง
หลังจากนั ้น จางเทีย ก็พูดขึ ้น – “ นี่ 5 ล้านทอง ถ้าเจ้าท าเสร็จใน 3 เดือน ข้ารับปาก
ว่าเจ้าจะมีอนาคตที่สดใสเพื่อให้เจ้ากลับบ้านเกิดไปพร้อมเงินทองและชื่อเสียง แม้แต่
ผู้อาวุโสของเจ้าก็ต้องปฏิบัติต่อเจ้าอย่างสุภาพ ! “
“ ขอบคุณมาก นักพรต ! “ – หลี่เตา แปลกใจเล็กน้อย หลังจากนั ้นเขาก็รับ
เช็กจาก จางเทีย และกลับไปที่นั่งตัวเอง
ไม่กี่นาทีที่แล้ว ฟางตง และ เฉินซีฮิว นั ้นแค่มองสิ่งที่เกิดขึ ้นตรงหน้า เมื่อเห็น
จางเทีย ส่งแผนการผลิตให้ หลี่เตา และ หลี่เตา ก็ได้รับปากโดยเอาชีวิตตัวเองเป็น
เดินพัน ทั ้งสองคนก็รู้สึกเหมือนนี่เป็นความฝัน
หน้า 190 จาก 327
หน้า 191 จาก 327
“ ดี พวกเจ้าออกไปได้แล้ว...” –จางเทีย โบกมือ
จนได้ยินค าพูดของ จางเทีย ฟางตง และ เฉินซีฮิว ถึงได้ตื่นจากฝัน
‘ เราไปได้แล้ว ? มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับข้าเลยนิ ? ‘
เมื่อเห็น จางเทีย ที่ก าลังดื่มชา เฉินซีฮิว ต้องการจะพูดบางอย่างแต่ หลิวซิง
น่ะโผล่มาตรงหน้าทั ้งสามคนและโบกมือให้พวกเขาออกไป
สุดท้าย ฟางตง กับ เฉินซีฮิว ก็ออกจากห้องนั่งเล่นไปด้วยสีหน้าสับสน
หลังจากที่ออกมาแล้วเจอกับแสงอาทิตย์ ฟางตง และ เฉินซีฮิว ก็ตื่นจาก
ภวังค์ ตอนนั ้นสามคนออกจากห้องนั่งเล่นมา 50 ม.และอยู่ในสวน มีต้นไม้มากมาย
ในสองฝั่งข้างทาง ตอนที่ลมพันดผ่าน กิ่งไม้ก็เริ่มสั่นไหว หลังจากที่รู้ตัว ฟางตง และ
เฉินซีฮิว ต่างก็รู้สึกว่าตัวเองนั ้นว่างเปล่าเหมือนกิ่งไม้ที่โดนลมพัด
“ เถ้าแก่หลี่ ท าไมเจ้า...” - ฟางตง มองไปที่ หลี่เตา ด้วยตาที่เบิกกว้าง
เมื่อเห็นสองคนนั ้น หลี่เตา ก็รู้ว่าพวกนี ้สงสัยอะไร เขาได้ถามกลับ – “ ตระกูล
พวกท่านมีอัศวินดินรึเปล่า ? “
หลังจากที่มองหน้ากัน ทั ้งสองคนก็ส่ายหน้า
“ เจ้าหมายถึงอะไร ? “
หลี่เตา ตอบกลับด้วยรอยยิ ้ม – “ ตระกูลหลี่วังหวานเชิงน่ะมีอัศวินดินคน
หนึ่ง เขาเป็นผู้อาวุโสสูงของตระกูล ก่อนหน้านี ้ต าแหน่งของข้าในตระกูลนั ้นไม่โดด
เด่น ข้าไม่ได้มีโอกาสเข้าพบเขาเลยตั ้งแต่ยังเด็ก แม้ว่าข้าจะไม่ได้เจอเขาแต่ข้าก็รู้
อย่างหนึ่งตั ้งแต่ยังเด็ก มันเป็นเรื่องที่ครูข้าสอนมา ! “
“ เรื่องอะไรกัน ? “
หน้า 191 จาก 327
หน้า 192 จาก 327
“ ถ้าเจ้าไม่ใช่อัศวินดิน อย่าไปคิดแทนอัศวินดินในมุมมองของเขา เพราะโลก
ของอัศวินดินนั ้นต่างจากเรา บอกกันว่าอัศวินดินนั ้นบูชาเทพ ประสบการณ์,
ความเห็น, ความสามารถและดินแดนของอัศวินดินนั ้นเกินกว่าคนธรรมดาจะคาดถึง
เราน่ะควรถ่อมตัวต่อหน้าอัศวินดิน หลายครั ้งสิ่งที่เจ้าคิดและกังวลอาจจะเป็นแค่เรื่อง
ตลกส าหรับอัศวินดิน ! มีส านวนทางตะวันตกในตอนที่มนุษย์คิด พระเจ้าจะหัวเราะ
จริงๆแล้วมันอาจจะเหมาะถ้าเปลี่ยนเป็นคนธรรมดากับอัศวินดิน...”
ในตอนที่ ฟางตง และ เฉินซีฮิว ก าลังสับสนกับค าตอบของ หลี่เตา หลี่เตา ก็
ได้ป้องมือให้ทั ้งสองคนและพูดขึ ้น – “ เพราะข้าได้รับงานจากนักพรตมา ข้าคงต้อง
ออกจากเมืองตอนนี ้ แล้วเจอกัน ! “
หลังจากที่พูดจบ หลี่เตา ก็ได้เดินออกไปทันทีปล่อยให้สองคนนั ้นยืนนิ่งด้วย
สีหน้าสับสน
ในห้องนั่งเล่น แม้ว่าจะอยู่ห่างออกไปแต่ จางเทีย ก็ได้ยินค าพูดทั ้งหมดของ
ทั ้งสามคน
จางเทีย ถอนหายใจออกมา ‘ สมกับเป็นตระกูลหลี่ ! แม้ว่าจะเป็นแค่
ลูกหลานทางสาขาแต่ก็ถูกปลูกฝังมาตั ้งแต่เด็ก พรสวรรค์ของเขาเอาคนธรรมดามา
เทียบไม่ได้ ตราบใดที่มีโอกาส เขาก็ต้องคว้ามันไว้ได้แน่ ‘
นี่แหละบ่งบอกถึงความเป็นตระกูลใหญ่ ! พวกตระกูลที่ไม่มีอัศวินดินนั ้นไม่
มีทางรู้ถึงระดับและโลกของอัศวินดิน คนธรรมดานั ้นไม่ควรกังวลเรื่องที่อัศวินดินคิด
ถ้าไม่มีความคิดของตัวเอง อัศวินดินจะท าการตัดสินใจที่ส าคัญได้ยังไง ?
หน้า 192 จาก 327
หน้า 193 จาก 327
ในตอนที่ ฟางตง และ เฉินซีฮิว ยืนนิ่งด้วยสีหน้าสับสน คนกลุ่มที่สามก็เดิน
ผ่านพวกเขาเข้าไปยังห้องนั่งเล่นที่พวกเขาเพิ่งออกมา บางคนที่รู้จักกันทักทายพวก
เขาแต่พวกนั ้นก็พบแค่ว่าทั ้งสองคนมีสีหน้าผิดหวังและเหม่อลอย
หลังจากนั ้นสักพัก เฉินซีฮิว ก็ส่ายหน้า เขายิ ้มออกมาอย่างขมขื่นและป้องมือ
ให้กับ ฟางตง ก่อนที่จะพูดขึ ้นมา – “ พี่ฟาง ครั ้งนี ้เราอาจจะพลาดโอกาสดีๆไป ตอนที่
พี่ข้ากลับมา ข้าไม่รู้ด้วยซ ้าว่าจะอธิบายกับเขายังไง...ชายหนุ่มคนนั ้นน่าเคารพจริงๆ...
เฮ้อ ...ไว้เจอกัน...”
หน้า 193 จาก 327
หน้า 194 จาก 327
มันเป็นชายวัย 20 เขาดูสง่าและดูคุ้นตานิดๆ
“ ข้าคือ ซันฉีหมิง จากกลุ่มหงหยวน เมืองสวนเทียน ยินดีที่ได้พบท่าน ! “
‘ แซ่ซัน ? ‘
จางเทีย คิดออกทันทีว่าท าไมชายคนนี ้ถึงได้ดูคุ้นตา เพราะชายคนนี ้ท าให้
จางเทีย คิดถึงหน้าของเด็กน้อยที่อยู่กับ หลี่ชาช่า หลังจากที่ดูที่อีกฝ่ายดีๆแล้ว จาง
เทีย ก็ยืนยันว่านี่คือสามีของ หลี่ชาช่า
‘ บังเอิญจริงๆ ! เอาจริงๆแล้ว ซันฉีหมิง น่าจะเรียกข้าว่าศิษย์พี่เหมือนกับ
หลี่ชาช่า ‘
หลังจากที่มองไปยังอีกฝ่ายได้สักพัก เสียงของ จางเทีย ก็ดูอ่อนโยนขึ ้น – “
ตระกูลซันของเจ้าเก่งเรื่องอุปกรณ์กลไกงั ้นเหรอ ?”
“ ข้าไม่กล้าที่จะโกหกต่อหน้าท่าน คนจีนในไทเซียนั ้นถือว่าอยู่อันดับสูงใน
การท าเครื่องจักรในหมู่มนุษย์ คนมีพรสวรรค์มากมายในสายงานนี ้มีอยู่เต็มไปทั่วไท
เซีย แม้ว่าตระกูลซันของเราจะดูเล็กน้อยเมื่อเทียบกับกลุ่มธุรกิจที่อยู่ในสายงานนี ้มา
หลายปีก็ตาม เราเก่งในเรื่องการท าเครื่องจักร หลักๆแล้วตระกูลเราจะขายพวกตู้
รถไฟ, อุปกรณ์ป้องกันเมืองแบบไอน ้า เครื่องจักรของเรามียี่ห้องชื่อ หงหยวน ที่เป็นที่
รู้จักกันดีในเขตยูซู แม้แต่เขตกองทัพก็ด้วย มีลูกค้าเก่าหลายคนชอบมันอย่างมาก “ -
ซันฉีหมิง ตอบอย่างระมัดระวังเมื่อได้ยินค าถามของ จางเทีย จากค าตอบนี ้ จางเทีย
ก็เห็นข้อดีของ ซันฉีหมิง และกับการที่เขาไม่ได้ไปคุกคาม 4 ตระกูลอื่นๆที่อยู่ที่นี่ด้วย
“ เมื่อตระกูลซันอยู่ในสายงานนี ้มาหลายปี ข้ามีค าถามกับเจ้า เจ้าบอกข้า
ได้มั ้ยว่าความต่างระหว่างเครื่องจักรไอน ้ากับเครื่องจักรเผาไหม้ภายในก่อนภัยพิบัติ
นั ้นคืออะไร ? “
หน้า 194 จาก 327
หน้า 195 จาก 327
ซันฉีหมิง ตอบกลับอย่างสุภาพและจริงจัง จริงๆแล้วเด็กน้อยที่อยู่ใน
อุตสาหกรรมนี ้ก็สามารถตอบค าถามนี ้ได้ แม้จะเป็นแบบนั ้นแต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดว่า
นักพรตมังกรไฟ น่ะใสซื่อเกินไป
“ เครื่องจักที่ถูกขับเคลื่อนโดยการเผาไหม้ภายในก่อนภัยพิบัตินั ้นมีแรง
มากกว่าเครื่องจักรไอน ้า อย่างมีขนาดเล็กกว่า, เบากว่า,มีพลังมากกว่า, ลุกไหม้ได้
เร็วกว่าและใช้งานได้กว้างขวางกว่า นั่นเป็นเหตุผลว่ามนุษย์ถึงเลือกที่จะใช้เครื่องจักร
ภายในมากกว่าเครื่องจักรไอน ้า “
จางเทีย พยักหน้าและพูดต่อ – “ ตามความเห็นของเจ้า เจ้าคิดว่าเครื่อง
ภายในนั ้นสามารถท างานได้มีประสิทธิภาพที่สุดมั ้ย?”
“ เทคโนโลยีเกี่ยวกับเครื่องภายในนั ้นได้ถูกดัดแปลงมากว่า 1,000 ปีก่อน
จริงๆแล้วมันไม่ยากที่เราจะสร้างเครื่องจักรภายในด้วยเทคโนโลยีในตอนนี ้ ความยาก
คือมันไม่มีเชื ้อเพลิงที่เหมาะ แม้ว่าเราจะเสียความเป็นไปได้ในการขับเคลื่อนไปแต่
เพราะเรายังไล่ตามพลังงานที่สามารถขับเคลื่อนเครื่องจักรภายในในยุคนี ้อยู่ เราจึงได้
พัฒนาเครื่องจักรแบบนี ้ผสมรวมเข้ากับเครื่องจักไอน ้า แม้จะแบบนั ้นแต่มันก็ยังเทียบ
กับเครื่องจักภายในที่เอาไว้ใช้โดยเฉพาะไม่ได้อย่างพวกเครื่องยนต์ในรถหรูๆ,
อุปกรณ์ป้องกันเมืองซึ่งต้องการการตอบสนองอย่างรวดเร็วในกลไกต่างๆ “
หลังจากที่รู้สึกว่า จางเทีย พอใจในตอนที่เขาถามตัวแทนของตระกูลซัน คน
อื่นๆก็แสดงสายตาชื่นชมออกมามองไปที่ ซันฉีหมิง พวกเขาสงสัยว่าท าไม นักพรต
มังกรไฟ ถึงได้สนใจ ซันฉีหมิง
หน้า 195 จาก 327
หน้า 196 จาก 327
‘ เอาจริงๆแม้ว่าตระกูลซันนั ้นจะเป็นที่รู้จักบ้างในการท าเครื่องจักรแต่มันก็
ไม่ได้ดีกว่าตระกูลอื่นในสายงานนี ้ ท าไมนักพรตถึงไม่ถามข้าเรื่องนี ้ ? มันเพราะ ซันฉี
หมิง เปิดปากพูดสุดท้ายงั ้นเหรอ ? ถ้าเป็นแบบนั ้นข้าคงไม่ต้องคิดมากแบบนี ้หรอก ‘
ตัวแทนของทั ้งสี่ตระกูลต่างก็นั่งฟังการพูดคุยของทั ้งสอง นอกจากแอบถอน
หายใจแล้ว ไม่มีใครกล้าแสดงความไม่พอใจออกมาเลยสักคน
ในฐานะช่างแล้ว จางเทีย แทบจะมีทักษะสูงที่สุดเลยในเรื่องเครื่องจักรไอน ้า
ถ้าเขามีเวลา เขาสามารถที่จะสร้างเครื่องจักรขึ ้นมาด้วยตัวเองได้ แน่นอนว่า จางเทีย
รู้ถึงความรู้ของอีกฝ่ายเมื่อได้ยินค าตอบ ไม่ใช่แค่นั ้น เขายังรู้มันดียิ่งกว่า ซันฉีหมิง อีก
จางเทีย ไม่คิดจะได้ค าตอบจาก ซันฉีหมิง กลับกันเขาแค่ต้องการดูว่าสามีของ หลี่
ชาช่า นั ้นน่าเชื่อถือและสามารถแบกภาระมากพอที่เขาจะให้กับตระกูลซันได้รึเปล่า
“ ฮี่ฮี่ ข้าหมายถึงหากเราสามารถใช้เครื่องยนต์ภายในการขับเคลื่อน
เครื่องยนต์แบบไหนที่เจ้าต้องการพัฒนา ?”
หลังจากได้ยินค าถามของ จางเทีย ซันฉีหมิง ก็ตอบกลับทันที - “ เพราะมัน
อยู่ในช่วงสงคราม มนุษย์อยู่ในสถานการณ์เสี่ยงตาย ถ้าเราสามารถมีอาวุธที่เฉียบคม
นี ้ แน่นอนว่าเราควรที่จะใช้มันกับกองทัพเพื่อที่เราจะได้สามารถสู้กับปิศาจ, ปกป้อง
มนุษย์และบ้านเกิด ! “
“ ฮาฮา...” -จางเทีย หัวเราะออกมา ‘ แม้ว่า ซันฉีหมิง จะดูเป็นคนใจกว้าง
แต่เขาก็เลือดร้อนอยู่เหมือนกัน เขาเหมาะสมกับ หลี่ชาช่า ไม่แปลกใจเลยว่าท าไม
ถึงได้แต่งงานกัน ‘ - “ ข้าชอบค าตอบของเจ้า มานี่ มาดูนี่ “
จางเทีย เอาม้วนภาพวาดออกมาจาก Castle of Black Iron
หน้า 196 จาก 327
หน้า 197 จาก 327
ส าหรับคนอย่าง นักพรตมังกรไฟ แล้วมันไม่แปลกที่เขาจะมีอุปกรณ์มิติ ใน
ตอนที่ม้วนภาพปรากฏขึ ้นมาในมือ จางเทีย สองในห้าคนที่ไม่เคยเห็นอุปกรณ์มิตินั ้น
ต่างก็ช็อก เพราะแบบนี ้พวกเขาจึงยิ่งทึ่งในตัว จางเทีย ขึ ้นไปอีก
ในสายตาของทั ้งสี่คนนั ้น ซันฉีหมิง ลุกขึ ้นยืนและได้เดินไปตรงหน้า จางเทีย
หลังจากนั ้นเขาก็รับภาพวาดนั ้นมา
ในตอนที่เขาได้ภาพมา เขาก็รู้แล้วว่ามันคือการออกแบบเครื่องจักรดูจาก
น ้าหนักและสัมผัสกระดาษ เพราะมีข้อก าหนดของการใช้กระดาษไว้อย่างชัดเจน
การออกแบบพวกนี ้อาจจะวาดได้ง่ายในนิยายแต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย
“ เจ้าเปิดมันดูที่โต๊ะได้ ! “-จางเทีย ชี ้ไปที่โต๊ะในห้องนั่งเล่นก่อนที่จะมองไปที่
อีกสี่คนที่มองไปยังภาพวาด – “ อย่านั่งเฉย มาปรึกษากัน ! “
หลังจากที่ได้ยินค าสั่ง ทั ้งสี่คนก็รีบลกุขึ ้นแล้วไปเปิดภาพวาดพร้อมกับ ซันฉี
หมิง ก่อนที่จะดูมันดีๆ
นี่คือการออกแบบเครื่องจักรกลที่สมบูรณ์ไม่ใช่การออกแบบคร่าวๆ มันมี
แม้แต่ขนาดและวัสดุที่ใช้ด้วย
เมื่อเห็นแผนภาพนั ้น พวกเขาต่างก็บอกได้ว่านี่คือเครื่องจักร 8 สูบ
พวกคนที่คุ้นเคยกับเครื่องจักรแบบนี ้จะคิดถึงการใช้พลังงานที่เสียเปล่าไป
แต่นี่มันไม่ใช่แบบธรรมดาเพราะมันต่างจากที่พวกเขาเคยเห็นอยู่หลายด้าน
ในตอนที่เขามองแผนภาพนั ้น หน้าของ ซันฉีหมิง ก็ดูแปลกไปในตอนแรก
หลังจากนั ้นเขาก็แสดงความแปลใจออกมา สุดท้ายก็แสดงสีหน้าเคร่งขรึม
หน้า 197 จาก 327
หน้า 198 จาก 327
ความต่างที่มากที่สุดคือ 8 สูบที่ว่านั ้นเหมือนกับห้องต้มมากว่าลูกสูบเพราะ
ส่วนนอกของทั ้ง 8 สูบนั ้นว่างเปล่าและเต็มไปด้วยน ้า เอาให้แม่นย าคือลูกสูบนั ้น
กลายเป็นห้องเครื่อง ในตอนที่แอลกอฮอล์เผาไหม้ข้างใน มันจะให้ความร้อนกับชั ้น
น ้าด้านนอกและผลิตก าลังขับเคลื่อนออกมา
ซันฉีหมิง เลื่อนนิ ้วลงมาตามภาพช้าๆ ในเวลาเดียวกันเขาก็คิดถึงการท างาน
ของเครื่องจักรนี ้ ทันใดนั ้น ซันฉีหมิง ก็ตัวสั่นไปทั ้งตัว เขารู้ถึงแก่นการท างานของภาพ
นี ้ทันที....
“ เจ้ายังคิดไม่ออกเหรอ ? “ - ในตอนที่ จางเทีย เปิดปากพูด เขาก็ท าให้ทั ้ง
ห้าคนช็อกไปในทันที พวกนั ้นรีบโค้งให้กับเขาแล้วเดินออกจากโต๊ะ
“ เราหัวช้าและไม่รู้ถึงการออกแบบของเครื่องจักรนี ้ ! “ - หนึ่งในนั ้นตอบ
กลับด้วยสีหน้าอายๆ
“ แม้ว่าเครื่องจักรนี ้จะเหมือนเครื่องจักรท างานภายในแต่มันดูเหมือนกับ
เครื่องเผาไหม้ภายนอกมากว่า ดังนั ้น...” –อีกคนพูดขึ ้นช้าๆ
“ การออกแบบนี ้ไม่เคยปราฏมาก่อนไม่ว่าจะเป็นก่อนรึหลังภัยพิบัติ...”
จางเทีย ยิ ้มและยกมือขึ ้น คนอื่นเงียบไปในทันที หลังจากนั ้น จางเทีย ก็เลื่อน
นิ ้วของเขาไปบนภาพวาด – “ เครื่องจักรนี ้เหนือคาดหมายจริงๆ มันคือการออกแบ
ใหม่ ความคิดการออกแบบนี ้รวมมาจากแก่นของเครื่องจักรลุกไหม้ภายในก่อนภัย
พิบัติและแก่นของแรงขับเคลื่อนโดยไอน ้าหลังภัยพิบัติ แน่นอนว่าเจ้าคงไม่เคยเห็นมา
ก่อน มันมีลูกสูบ 8 ตัวและห้องเครื่องส่วนนอก 8 ที่ ข้าตั ้งชื่อมันว่า... “-จางเทีย ลังเล
ไปสักพักราวกับเขาก าลังนึกชื่ออยู่ – “ ข้าตั ้งชื่อมันว่าเครื่องยนต์ขับเคลื่อนคู่...”
หน้า 198 จาก 327
หน้า 199 จาก 327
‘ เครื่องขับเคลื่อนคู่ ? ‘
ถ้าช่างเป็นคนพูด ทั ้งห้าคนคงไม่แปลกใจแต่นี่ นักพรตมังกรไฟ เป็นคนบอก
...
เมื่อเห็น จางเทีย ที่ตัวอย่างกับหอคอยซึ่งแข็งแกร่งราวกับเครื่องจักรในยุค
โบราณและหัวล้านของเขาที่มีแต่บอกว่าข้าคือหัวหน้า ทั ้งห้าคนในห้องต่างก็อ้าปาก
ค้าง
“ นี่...นี่...ท่าน...ประดิษฐ์มันขึ ้นมางั ้นเหรอ ? “
คนที่แก่ที่สุดถามออกมาด้วยสีหน้าอึ ้ง
“ ใช่ ข้าดูไม่เหมือนนักปราชญ์รึไง ? อัศวินต้องมีแต่กล้ามเนื ้อไม่มีสมองรึไง
? “ - จางเทีย มองไปที่ชายชรา ชายชรานั ้นรู้สึกกดดันจนแทบฉี่แตก
“ ไม่...ไม่...ข้าไม่ได้หมายถึงแบบนั ้น...ข้าหมายถึง....นักพรต...”
ด้วยความเครียดท าให้ชายชราต้องอ ้าอึ ้ง แค่ไม่กี่วินาทีหน้าผากของชายชรา
ก็เต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดโต
“ นักพรต โปรดยกโทษให้เราด้วย หัวหน้าตระกูลหยานหมายถึงคนที่
ออกแบบเครื่องจักรนี ้มาแน่นอนว่าต้องเชี่ยวชาญในด้านนี ้ เพราะเราไม่เคยเห็นอัศวิน
ที่เก่งเรื่องการสร้างเครื่องยนต์ หลังจากที่ นักพรต ได้เอาแบบเครื่องนี ้ออกมา เราต่างก็
ชื่นชมท่าน ในเวลาเดียวกันเราต่างก็ช็อกเพราะเราไม่คิดว่านักพรตนั ้นจะสามารถเก่ง
ทั ้งด้านความรู้และความแข็งแกร่ง ช่างน่าทึ่ง ! “
มันคือ ซันฉีหมิง ที่ช่วยชายชราอธิบาย
หน้า 199 จาก 327
หน้า 200 จาก 327
หลังจากที่ได้ยินค าอธิบายนั ้น ชายชราที่ยังคงอิจฉา ซันฉีหมิง ตะกี ้ก็ได้มอง
ด้วยความขอบคุณไปที่อีกฝ่าย ในเวลาเดียวกันเขาก็ปาดเหงื่ออกจากหน้าผากแล้วรีบ
พยักหน้า – “ ใช่ ใช่ นั่นแหละที่ข้าจะบอก พรสวรรค์ของท่าน....นั ้นน่าชื่นชม ! “
จริงๆแล้วหลังจากที่เข้าห้องมา ทั ้งห้าคนต่างก็อยู่ในสถานะแข่งขันกัน แม้จะ
แบบนั ้น ซันฉีหมิง ก็ยังช่วยชายชราในตอนที่อีกฝ่ายมีปัญหา จากจุดนี ้ จางเทีย
พบว่า ซันฉีหมิง น่ะใจกว้าง ดังนั ้น จางเทีย จึงรู้สึกว่าชายคนนนี ้น่ะเหมาะกับ หลี่
ชาช่า ดี
“ อืม ดีใจที่เจ้าหมายถึงแบบนั ้น ! “ -จางเทีย พยักหน้าและมองไปที่ ซันฉี
หมิง ก่อนจะพูดขึ ้น – “ ก่อนขึ ้นเป็นอัศวิน ข้าสนใจเรื่องระบบขับเคลื่อนอย่างมาก
หลังจากที่เป็นอัศวิน เพราะพลังวิญญาณที่มากล้นของข้า ข้าจึงอ่าน 10 บรรทัดได้ใน
วินาทีเดียวและจ าเนื ้อหาที่ข้าเคยอ่านได้หมด หลังจากที่เรียนรู้ขั ้นตอนการท างานและ
ความรู้ต่างๆ ข้าก็ได้ยกระดับในด้านนี ้ขึ ้นมา...”
จริงๆแล้วมันเพราะอายุที่ยืนยาวและพลังวิญญาณของอัศวิน อัศวินใน
ไทเซียนั ้นเก่งอยู่หลายด้านเช่นดนตรี,ศิลปะและการวาดรูปแต่ผลงานในสนามรบนแค่
โดดเด่นกว่าและมีอ านาจมากกว่าด้านอื่นๆ อัศวินนั ้นโดดเด่นเรื่องการสู้มากกว่าก็
เท่านั ้นเอง
มันไม่แปลกที่อัศวินจะเก่งเรื่องการสร้างเครื่องยนต์ ถ้า อัศวินยังคงสนใจใน
เรื่องนี ้อีกสัก 100 ปี เขารึเธอแน่นอนว่าต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนี ้ได้ เพราะไม่มีใคร
รู้อายุจริงๆของ จางเทีย พวกเขาจึงช็อกกับสิ่งประดิษฐ์ของ จางเทีย อย่างมาก
“ เรามันหัวช้า นักพรต โปรดบอกความลับของเครื่องจักรนี ้ให้เราด้วย...” –
ซันฉีหมิง โค้งให้กับ จางเทีย
หน้า 200 จาก 327
หน้า 206 จาก 327
ในตอนที่ จางเทีย พูด เขาก็ได้เอาเช็กออกมาจาก Castle of Black
Iron และส่งมันให้กับ ซันฉีหมิง อีกอย่างแล้วเขาก็บอกกับอีก 4 คน – “ พวกเจ้าควร
ท าตามค าสั่งเขาในอีก 4 เดือนและช่วยเขา ! ข้าไม่ชอบบังคับใคร ถ้าพวกเจ้าไม่เต็มใจ
ท า พวกเจ้าก็ลาออกได้ ดีมั ้ย ? “
ใครจะกล้าปฏิเสธ นักพรตมังกรไฟ ในตอนนี ้ ? อีกสี่คนรีบตัดสินใจว่าจะ
ช่วย ซันฉีหมิง ในงานนี ้ทันที
“ ดี เมื่อพวกเจ้าตกลงแล้ว ถ้าพวกเจ้าท าไม่ทัน ข้าจะลงโทษพวกเจ้า ถ้าพวก
เจ้าท าทัน ข้าจะให้รางวัลพวกเจ้า ! “
“ ได้..ได้...”
ทั ้งสี่คนรีบพยักหน้ายกเว้นแค่ ซันฉีหมิง ที่คิ ้วขมวดเล็กน้อยราวกับเขาลังเล
แม้แต่หัวหน้าตระกูลหยานก็มองไปที่ ซันฉีหมิง แต่เขาเหมือนไม่เห็นค าเตือนอะไรเลย
“ เจ้ามีปัญหาอะไร ? “ - จางเทีย ถาม ซันฉีหมิง
“ ข้าจะพยายามเต็มที่เพื่องานนี ้แต่มีเรื่องหนึ่งที่ข้าต้องเตือนท่าน --- เพราะ
เครื่องนี ้ไม่มีเชื ้อเพลิงที่เหมาะ แม้ว่าจะผลิตขึ ้นมาได้แต่เราก็ยากที่จะใช้มันได้ บางที
ท่านอาจจะมีแผนอื่นที่เกินกว่าที่เราคิดไว้ ...” -ซันฉีหมิง พูดขึ ้นมาด้วยท่าทีระวัง
“ ไม่ต้องกังวลเรื่องนั ้น ข้ามีความคิดของข้าเอง ! “ -จางเทีย ตอบกลับด้วย
รอยยิ ้มและพูดต่อ – “ เจ้าควรท าหน้าที่นี ้ให้เสร็จโดยไม่ให้คนอื่นสนใจ เจ้าเข้าใจมั ้ย
?”
“ เข้าใจ ! “
“ พวกเจ้าไปได้แล้ว ! “
หน้า 206 จาก 327
หน้า 207 จาก 327
ทั ้งห้าคนโค้งให้และเดินถอยหลังออกไป จนพวกนั ้นออกจากห้องนั่งเล่นไป
แล้ว พวกนั ้นก็ได้หันกลับแล้วเดินตาม หลิวซิง ออกไป
จางเทีย มองไปที่แผ่นหลังพวกนั ้นพร้อมกับลูบหัวตัวเอง
‘ ถ้า หลี่เตา ท างานที่ให้ทันเวลา ฐานการผลิตแอลกอฮอล์จะเปิดท างานใน
อีก 3 เดือน หลังจากนั ้นมันก็ผลิตแอลกอฮอล์ได้ 40,000 ตันต่อเดือน จากนั ้นฐาน
การผลิตเครื่องยนต์ก็จะท างานด้วย ‘
นิกายเหล็กมังกรนั ้นก็เหมือนกับเหล็กกล้าของ จางเทีย
กรเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ ้นโดยนิกายจะท าให้คนธรรมดาสู้บนสนามรบได้ พลัง
ของเหล็กและเครื่องจักรจะแสดงตัวเองออกมาในมุมมองใหม่
เพราะเหล็กและเครื่องจักรจะท าให้คนธรรมดาที่ต ่ากว่าระดับ 6 นั ้น
กลายเป็นกองก าลังหลัก ที่ไว้สู้กับปิศาจได้แทนที่จะโดนฆ่าตาย
นี่น่าคาดหวังที่สุดคือการกลับมาของเครื่องบินที่จะท าให้มนุษย์สู้กับปิศาจ
ปีกได้นอกจากอัศวิน คาดว่าสงครามคงมาถึงไทเซีย ด้วยเครื่องบินใบพัดที่มี ไทเซียจะ
ไม่เป็นแบบเดียวกับเซลเนส --- นักสู้มากมายต้องหลั่งเลือดและได้แต่มองไปบนฟ้าที่
ปิศาจปีกคอยฆ่าฟันเพื่อนตัวเอง
แม้ว่ามันจะมีเรือบินและอัศวินในไทเซียแต่มันก็มีจ านวนจ ากัดที่คอยควบคุม
พื ้นที่ต่างๆ จริงๆแล้วการต่อสู้ระหว่างคนธรรมดาและปิศาจนั ้นถือว่ามีมากที่สุดใน
สงคราม
ดูเหมือนว่า จางเทีย ได้คาดการณ์ว่าเหล็กและไอน ้านั ้นจะเริ่มจากอาณาเขต
มังกรไฟและสุดท้ายก็จะใช้ไปทั่วทั ้งไทเซีย
หน้า 207 จาก 327
หน้า 208 จาก 327
...
หลังจากนั ้นสักพัก จางเทีย ก็ท าการออกแบบอาณาเขตมังกรไฟของเขา
จากนั ้นก็มีคนกลุ่มที่สี่ถูกพาเข้ามาในห้องนั่งเล่น
กลุ่มที่สี่นี ้จริงๆแล้วมีชายชราที่ตัวผอมราวกับไม้ไผ่เพียงคนเดียวที่เป็น
ตัวแทนของตระกูลที่น่ารังเกียจที่สุดในอาณาเขตมังกรไฟ
แน่นอนว่าตระกูลแบบนี ้แปลกจากตระกูลอื่น เมื่อตระกูลนี ้ยังคงรอดมาได้
มันก็บ่งบอกว่าตระกูลนี ้มีเส้นตายของตัวเองและมีวิธีในการเอาตัวรอด อีกอย่างแล้ว
เมื่อตระกูลนี ้ส่งตัวแทนมารอนอกประตูคฤหาสน์ มันก็บ่งบอกว่าตระกูลนี ้เข้าใจ
วิถีทางของคน อย่างน้อยพวกเขาก็ต้องเคารพคนแข็งแกร่ง
อาณาเขตมังกรไฟน่ะต้องการตระกูลแบบนี ้
“ นักพรตมังกรไฟ ข้าคือ กูหงยี่ ผู้อาวุโสของวังหวนคิดในเมืองสนหิมะ ! “
ในตอนที่ชายชราเข้ามาในห้องนั่งเล่น เขาก็ได้โค้งให้กับ จางเทีย
ไม่ใช่ผู้อาวุโสทุกคนที่เป็นอัศวิน หลายตระกูลทั่วไปนั ้นพวกผู้ใหญ่ก็สามารถ
เป็นผู้อาวุโสได้ ไม่ต้องเดาเลยว่า กูหงยี่ นั ้นเป็นคนมีความสามารถ ดูจากอายุแล้ว เขา
ควรที่จะมีต าแหน่งที่สูงในตระกูล เมื่อตระกูลกูได้ส่งเขามาที่เมืองสวนเทียน มันก็บ่ง
บอกว่าเขาเป็นคนมีความสามารถ
“ นั่งสิ ! “
หลังจากที่ขอบคุณ จางเทีย กูหงยี่ ก็นั่งลงไปที่เก้าอี ้ด้วยท่าทีเคร่งขรึมต่าง
จากคนสามกลุ่มก่อนหน้านี ้
หน้า 208 จาก 327
หน้า 209 จาก 327
“ ท าไมตระกูลเจ้าถึงไม่โด่งดังในอาณาเขตมังกรไฟ ? “ - จางเทีย ถาม
ออกมาตรงๆ
หลังจากได้ยินค าถามตรงๆแบบนั ้น กูหงยี่ ก็ไม่ได้แสดงท่าทีอาย เขากลับ
ตอบออกมา – “ พี่ชายข้า กูหงเชง เป็นฝ่ายตรวจสอบมา 34 ปี เขาเป็นคนซื่อตรง กว่า
หลายปีแต่ละครั ้งที่เขากลับมาหาญาติและมาไหว้บรรพบุรุษ เขาจะท าการตรวจสอบ
ตระกูลท้องถิ่นทั ้งแบบเปิดเผยและแบบลับ เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาพบว่าศิษย์รึคนใน
ตระกูลท าผิดกฎหมาย เขาจะสั่งจับพวกนั ้น ดังนั ้นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจากตระกูลใหญ่
ในอาณาเขตมังกรไฟจึงถูกฟ้องร้องโดยพี่ชายข้า บางคนนั ้นโดนจับกุมไป บางคนหาย
ตัวไป ดังนั ้นตระกูลกูของเราจึงมีความสัมพันธ์ที่แย่ในอาณาเขตมังกรไฟ ! “
หลังจากที่ได้ยินเหตุผล จางเทีย ก็ช็อกอย่างมาก
จิรงๆแล้ว จางเทีย ก็เคยโดนฟ้อง ดังนั ้นเขาเองก็ไม่ชอบพวกตรวจสอบ มัน
เกินกว่าที่เขาคาดไว้ว่ามีฝ่ายตรวจสอบอยู่ในอาณาเขตมังกรไฟด้วย
ในตอนที่เขาคิดว่าฝ่ายตรวจสอบได้ท าการรวบรวมพฤติกรรมของตระกูล
ใหญ่และฟ้องร้องพวกนั ้นในตอนที่เขากลับมาบ้านในแต่ละปี จางเทีย ก็แทบจะ
สับสน การฟ้องร้องนี ้ต้องไปถึงเขตกองทัพและต้องได้ยอมรับโดยผู้สั่งการของเขต
กองทัพ เมื่อคนโดนฟ้องพวกนั ้นไม่ได้สนิทกับผู้สั่งการ ดังนั ้นพวกนั ้นคงได้แต่รับการ
ลงโทษจากผู้สั่งการ
“ เมื่อตระกูลกู่ไม่ได้โด่งดัง ถ้าศิษย์ของตระกูลเจ้าท าผิดกฎหมายล่ะ ? “ -
จางเทีย ถาม
หน้า 209 จาก 327
หน้า 210 จาก 327
หลังจากที่ได้ยินค าถามของ จางเทีย กูหงยี่ ก็ตอบกลับด้วยสีหน้าภูมิใจ – “
ศิษย์ทุกคนต้องท่องกฎหมายไทเซียตอนอายุ 12 ดังนั ้นศิษย์จึงไม่มีทางท าผิด
กฎหมาย มันจึงไม่มีศิษย์ที่ถูกพบว่าท าผิดกฎหมายเลย ! “
‘ ถือว่ากฎหมายไทเซียเป็นกฎของตระกูล ? ท่องตอนอายุ 12 ปี ?’ เมื่อเขา
นึกถึงกฎหมายไทเซียที่หนาอย่างกับก้อนอิฐ จางเทีย ก็ได้แต่เงียบและยกย่องตระกูล
นี ้ในใจ ‘ เป็นตระกูลที่แปลกจริงๆ ! ‘
“ แล้วตระกูลกูท าอะไรในเมืองสนหิมะ ?”
“ ตระกูลกูมีพื ้นที่ 6 ล้านตารางเมตรในเมืองสนหิมะ ร้านหนังสือและโรงพิมพ์
ศิษย์ของตระกูลกูจะเป็นชาวไร่และครู หลายคนท างานเป็นฝ่ายกฎหมายในศาลตาม
เมืองต่างๆ...”
ทนายในศาลนั ้นต่างจากพวกที่อยู่ในทวีปอื่นๆ เอาตรงคือทนายในไทเซียนั ้น
มีสิทธิเท่ากับที่เจ้าหน้าที่ในศาล เพราะเจ้าหน้าที่ในศาลนั ้นไม่อาจจะท่องกฎหมาย
ของไทเซียได้ทั ้งหมด ในหลายสถานการณ์เจ้าหน้าที่พวกนี ้ก็ต้องรับค าแนะน าจากคน
ที่คุ้นเคยกฎหมายเป็นอย่างดี
มันก็มีทนายในกลุ่มจินวู ในไทเซียใครก็ตามที่คุ้นกับกฎหมายจะสามารถ
เป็นทนายความได้ซึ่งถือว่าเป็นอาชีพพิเศษในไทเซีย
“ ข้าต้องการให้ตระกูลกู่ท าสิ่งหนึ่งให้ข้า ! “
“ ข้าขอรู้ได้มั ้ยว่านั่นคืออะไร ?” - กูหงยี่ ถามออกมา
“ เมืองในอาณาเขตมังกรไฟ่ จะมีตัวแทนท้องถิ่นแต่พวกเหล่านั ้นไม่สามารถ
ท าตามใจได้อิสระ ตระกูลกูจะรับหน้าที่ในการเป็นที่ผู้ดูแลของทั ้ง 10 เมืองในอาณา
เขตมังกรไฟ ! “ -จางเทีย พูดขึ ้นมา ก่อนหน้านี ้ จางเทีย แค่ต้องการให้ตระกูลกูเป็นหู
หน้า 210 จาก 327
หน้า 213 จาก 327
...
หลังจากทั ้ง 5 กลุ่มออกจากคฤหาสน์ไป ทั ้งอาณาเขตมังกรไฟก็เริ่มที่จะ
วุ่นวายขึ ้นมา....
แต่ จางเทีย ได้หายไปอีกครั ้งหลังจากที่จัดแจงทุกอย่างแล้ว ไม่มีใครรู้ว่า จาง
เทีย อยู่ที่ไหน.....
จริงๆแล้ว จางเทีย น่ะกังวลมานานแล้วกับการกลับบ้าน....
หน้า 213 จาก 327
หน้า 214 จาก 327
เมืองจินวูที่เขตย่อยแยงฮี...
จางเทีย ยืนอยู่บนยอดเขานอกเมือง เขาห้ามใจตัวเองไม่ให้เต้นรัวไม่ได้ตอน
ที่เขามองไปยังเมืองจินวูตรงหน้า
4 ปีก่อนเมืองนี ้เป็นแค่แบบร่างแต่ตอนนี ้มันได้กลายเป็นจริงแล้ว
เทียบกับเมืองชั ้น A ในไทเซียที่มีพื ้นที่มากว่า 100 ตร.ไมล์นิดๆ เมืองจินวูนั ้น
เป็นแค่เมืองเล็กๆแต่ฉากอันคึกคักของยานที่บินเหนือเมืองและผู้คนมากมายก็ท าให้
มันเหมือนกับศูนย์กลางการค้ารึท่ายานมากกว่าเมืองเล็ก
เพราะในเมืองนั ้นดูแออัด จางเทีย จึงไม่คิดว่าจะมีปราสาทสองหลังที่ห่าง
จากเมืองไป 1 ไมล์ มันคอยป้องกันเมืองจินวูเหมือนกับยามสองคนที่ยืนประจ าการ
ยานหลายล าได้มาจอดที่ฐานยานในเขตนอกของปราสาททั ้งสอง
มีหมู่บ้าน,เมืองและโรงงานรอบเมืองกับปราสาททั ้งสองหลังภายในพื ้นที่สิบ
ตารางไมล์ ทุกอย่างตรงหน้า จางเทีย น่ะดูเจริญรุ่งเรือง
จางเทีย เห็นแคมป์ ขนาดใหญ่ด้านนอกเมือง
มันก็เหมือนในเมือง แคมป์ นี ้เองก็ดูคึกคักด้วย แน่นอนว่าฉากที่คึกคักนี ้มา
จากรถเกราะไอน ้า,การปะทะกันและหยาดเหงื่อของนักสู้นับไม่ถ้วนรวมไปถึงฝุ่นที่
คลุ้งขึ ้นมา
ด้วยสายตาดอกบัวของเขา แม้ว่าจะห่างไปสิบไมล์แต่แคมป์ นั ้นก็ยังชัดเจน
ธงในแคมป์ นั ้นไม่ใช่ธงของกองทัพทางการในเขตยูซูแต่เป็นธงจินวูของวังไฮ
หยวน
หน้า 214 จาก 327
หน้า 215 จาก 327
ธงจินวูนี ้คือสัญลักษณ์ของกลุ่มจินวู ทั ้งสองฝั่งมีนกสีทอง กงเล็บของมันจะ
ถือโล่สีขาวเอาไว้ อีกข้างนั ้นจะถือดาบ
นี่คือสัญลักษณ์ของทหารเกราะของกลุ่มจินวู ในอีกความหมายนี่คือ
สัญลักษณ์ของกองทัพส่วนตัวของ จางเทีย
ภายใต้ธงนั ้น ร่างของนักสู้ที่ก าย าและหน้าตาที่ดุดันนั ้นไม่อาจจะหนีพ้น
สายตาของ จางเทีย
มีคราบสีด าบนหน้าของนักสู้ เจ้าหน้าที่กองทัพและรถเกราะหลายคนต่างก็
ร้องค าราม ด้วยเสียงระเบิดและการสั่นสะเทือนเป็นจังหวะ เนินที่เป็นเป้าหมายนั ้นไม่
นานก็เต็มไปด้วยหลุม....
...
แค่เพียงมองไปที่ขนาดของแคมป์ และพื ้นที่ฝึก จางเทีย ก็ประมาณได้ว่ามี
จ านวนคนในกองก าลังนี ้ประมาณ ---1 แสนคน
ครอบครัวของเขาได้เปลี่ยนไปมากใน 4 ปีมานี ้
...
จางเทีย มองเมืองจินวูอยู่สักพักด้วยความตื่นเต้นก่อนที่จะสูดลมหายใจเข้า
ลึกๆและหายไปจากยอดเขา
ครึ่งชั่วโมงต่อมา จางเทีย ก็ได้มาปรากฏตัวที่เงาก าแพงของเมืองจินวู เขาเงย
หน้าขึ ้นมาก าแพงอันสูงใหญ่ที่ตั ้งตรงหน้า
ในตอนที่เขามองลงมาจากยอดเขา เขาไม่ได้รู้สึกว่าก าแพงนี ้มันสูงแต่เมื่อมา
อยู่ตรงหน้า จางเทีย ก็ตระหนักได้กว่าก าแพงนี่สูงจริงๆ
หน้า 215 จาก 327
หน้า 216 จาก 327
ก าแพงเมืองยูซูในฐานะเมืองชั ้น A นั ้นสูง 70 ม.แต่ก าแพงเมืองจินวูนั ้นสูง
กว่า 100 ม. เมื่อยืนอยู่ตรงด้านล่าง จางเทีย รู้สึกได้ถึงพลังฉีที่แข็งแกร่ง
มีเครื่องป้องกันมากมายบนก าแพง หน้าไม้ไอน ้าและปืนใหญ่หนักที่ท าให้
ก าแพงเป็นป้อมปราการ นอกจากนี ้แล้วก็ยังมีเกราะเหล็กติดตั ้งบนก าแพงด้วย มัน
เหมือนกับป้อมปราการมากกว่าเป็นก าแพงเมืองธรรมดา
เมืองจินวูนั ้นเป็นแค่เมืองเล็กๆแต่มันเหมือนกับป้อมปราการรบขนาดใหญ่
มากกว่า
หลังจากที่ จางเทีย โดนป้ายความผิดโดยปิศาจกับกลุ่มสามตาและต้องหนี
ไป ครอบครัวของเขาก็เริ่มสร้างเมืองนี ้ขึ ้นมา เมื่อเห็นก าแพงเมืองที่มั่นคง จางเทีย ก็รู้
ว่าครอบครัวของเขาคิดอะไรในตอนที่สร้างเมืองนี ้
‘ ถ้าไม่ใช่เพื่อความปลอดภัย เมืองจินวูคงไม่มีก าแพงแบบนี ้ ก าแพงนี ้ได้เผย
ความคิดของพี่ข้า กว่า 4 ปีที่ผ่านมาพี่ข้าคิดถึงการท าให้ครอบครัวมั่นคงขึ ้นเผื่อว่าใคร
ในครอบครัวจะต้องโชคร้ายแบบข้าอีก ‘
‘ ไม่ มันจะไม่เกิดขึ ้น เพราะข้ากลับมาแล้ว นับจากนี ้จะไม่มีใครรังแกเราได้
อีก ! ‘
จางเทีย พูดในใจ
...
“ ว๊าว ก าแพงเมืองจินวูนี่สูงกว่าเมืองชั ้น A อีก... “- เด็กวัย 17-18 ปีอุทาน
ออกมาเมื่อมาอยู่ที่ตีนก าแพง
หน้า 216 จาก 327
หน้า 218 จาก 327
“ ใช่ ดีที่เจ้าทะเยอทะยาน ตระกูลหงของเราน่ะก่อตั ้งขึ ้นมาได้เพราะการท า
ธุรกิจโดยพ่อของเจ้ากับปู่ ของเจ้า...” – พ่อตบไหล่ลูกชายอย่างพอใจ
ตอนที่พ่อและลูกคุยกันเบาๆนั ้น พวกเขาก็ได้เข้าไปกับฝูงชนที่ประตูเมือง มี
ทหารสองทีมและเจ้าหน้าที่กองทัพที่ประตูเมืองที่คอยตรวจดูใบหน้าและของของคนที่
เข้ามา นอกซะจากว่าจะเห็นอะไรพิเศษ พวกเขาจะไม่ท าการตรวจสิ่งของเพราะมันท า
ให้คนอื่นยุ่งยาก
เมื่อเห็นพ่อและลูกเดินเข้าไป จางเทีย เองก็เตรียมที่จะเข้าไปในเมืองด้วย
จางเทีย ตอนนี ้มาร่างขนาดกลาง เขาดูแข็งแรงนิดๆและแต่งตัวเหมือนกับ
นักรบทั่วไปที่มีให้เห็นทุกที่ในไทเซีย ด้วยวิธีนี ้เขาจะได้ไม่ดูสะดุดตา นอกจากหน้าที่ดู
ดุดันแล้ว มันมีดาบธรรมดาที่เหน็บไว้ข้างเอวเขา
จางเทีย เห็นคนเกือบ 7-8 คนที่แต่งตัวแบบเขาในฝูงคน
นอกจากทหารของกลุ่มการค้าแล้ว นักรบอิสระและพวกพ่อค้าเร่ก็ดูแทบ
เหมือนกับหมด
หลังจากที่เทียบกับแล้ว จางเทีย พบว่ามีคนถืออาวุธมากกว่าเดิมกับตอนที่
เขามาในไทเซียเป็นครั ้งแรก
ในตอนที่ จางเทีย ต้องการจะเข้าไปในเมือง เขาก็ได้เห็นเจ้าหน้าที่ที่รีบลงมา
ที่ทางเข้า เจ้าหน้าที่กระซิบบางอย่างกับเจ้าหน้าที่อีกคนที่ประตูเมือง หลังจากที่ได้ยิน
เจ้าหน้าที่คนนั ้นก็คึกและเขาก็รีบจัดแจ้งเสื ้อผ้าทันที
การกระซิบของเจ้าหน้าที่นั ้นก็เขามาถึงหู จางเทีย ด้วย – “ ผู้บังคับบัญชามา
ระวังด้วย...”
หน้า 218 จาก 327
หน้า 219 จาก 327
หลังจากที่ได้ยินแบบนั ้น จางเทีย ก็แทบจะหยุดเดินทันที
‘ ผู้บังคับบัญชา ? ไม่ใช่ว่าเขาเป็นพ่อข้ารึไง ? ‘ จางเทีย พึมพ า
ไม่กี่วินาทีต่อมาก็ได้มีรถสีด าสี่คันขับมาที่ด้านหนึ่งของประตูเมืองและจอด
อยู่ด้านนอก บางคนลงจากรถมา เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ที่ประตูเมืองรีบเดินไปที่นั่นและท า
ความเคารพหนึ่งในนั ้น หลังจากนั ้นเขาก็ตามคนที่ลงจากรถไปและเริ่มแนะน า
บางอย่างกับพวกนั ้นที่ด้านนอกประตูเมือง
เพราะการมาถึงของคนพวกนี ้ท าให้หลายคนที่อยู่ที่ประตูเมืองหันกลับมา
และมองดูด้วยความสงสัย
แต่หลังจากที่มองไปยังสายตาอันคมกริบและพลังฉีที่ดุดันของคนคุ้มกันที่อยู่
เหนือกว่าระดับ 13 แล้วคนรอบๆก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปดูใกล้ๆ
จางปิง พ่อของ จางเทีย ได้เดินมาที่ที่ จางเทีย ยืนอยู่และมองขึ ้นไปที่ก าแพง
เมือง เขายกมือขึ ้นบังหน้าผากเพื่อกันแสงเข้าตาก่อนจะพูดขึ ้น – “ ก าแพงเมืองนี ้สูง
จริงๆ มันดูดุดัน ผลก็คือเมืองจินวูจะตกอยู่ในความเครียด มันจ าเป็นที่จะต้องท าให้
สวยงาม....”
ในตอนที่ จางปิง พูด ผู้ช่วยของเขาก็รีบจดค าพูดของเขาไปทันที...
หน้า 219 จาก 327
หน้า 220 จาก 327
ค าพูดของ จางปิง นั ้นลอยเข้ามาในหู จางเทีย หมด
‘ ตกแต่งก าแพง ? ‘
แม้ว่าจะฟังดูยุ่งยากแต่ จางเทีย รู้ว่าพ่อของเขาท าได้
“ ไม่กี่วันก่อนข้าได้ยินมาว่าหลายกลุ่มการค้าที่มาที่จินวูนั ้นบ่นเรื่องก าแพงที่
สูงเกินไปและดูดุดันราวกับป้อมปราการ งั ้นมาปลูกไม้เลื ้อยหน่อยเป็นไง ? ตอนที่มัน
โตมันก็จะปกคลุมทั ้งก าแพง มันจะดูเขียวนิดๆและไม่น่ากลัวเหมือนเดิม
หลังจากที่พูดจบ จางปิง ก็หันกลับมาและถามเจ้าหน้าที่กองทัพข้างๆเพราะ
เขารู้ว่าก าแพงนี ้ออกแบบมาไว้ใช้ในด้านกองทัพ - “ ไม้เลื ้อยจะส่งผลต่ออุปกรณ์
ป้องกันรึเปล่า ?”
“ ไม้เลื ้อยนั ้นสูงได้อย่างมาก 15 ม.แต่ส่วนล่างสุดของอุปกรณ์ป้องกันน่ะสูง
กว่า 30 ม. อีกอย่างแล้วเพราะไม้เลื ้อยนี ้โตแนบกับก าแพง มันจึงไม่สามารถบังศัตรูได้
ดังนั ้นมันจึงพอรับได้กับการปลูกไม้เลื ้อยไว้ที่ตีนก าแพง ! “ – เจ้าหน้าที่กองทัพตอบ
กลับด้วยความเคารพ
“ ดี งั ้นเราจะปลูกไม้เลื ้อย ! “-จางปิง เริ่มดีใจขึ ้นมา
เมื่อได้ยินเสียงพ่อที่ห่างไปไม่กี่เมตร จางเทีย ก็แอบถอนหายใจออกมา
ในตอนที่ จางปิง พูดถึงไม้เลื ้อย น ้าเสียงและสีหน้าของเขานั ้นท าให้ จางเทีย
นึกถึงตอนที่พ่อท ารั ้วที่บ้านกับเขาในเมืองแบล็คฮ็อต ‘ บางทีพ่ออาจจะท าเหมือน
เมืองนี ้เป็นบ้าน ดังนั ้นในฐานะผู้บังคับบัญชาแล้ว เขาก็มักจะท าทุกอย่างด้วยตัวเอง
แม้ว่ากิจการของเราจะมากมายแต่พ่อก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ถ้าพ่อมีความคิด
มากกว่านี ้ เขาน่าจะถามความเห็นจากทหารก่อนที่จะตัดสินใจ มีแค่วิธีนี ้เท่านั ้นที่เขา
จะเป็นผู้บังคับบัญชาจริงๆได้แต่พ่อกลับท าตรงกันข้าม เขาแสดงความเห็นตัวเอง
หน้า 220 จาก 327
หน้า 221 จาก 327
ก่อนแล้วค่อยถามความเห็นจากเจ้าหน้าที่กองทัพ แม้ว่ามันจะดูธรรมดาแต่ถ้า
เจ้าหน้าที่แย้งเขาล่ะ ? พ่อจะปรับความคิดตัวเองรึเปลา ? ถ้าพ่อไม่ยอมปรับ เขาจะ
รู้สึกเหนือกว่า ถ้าพ่อปรับ สิทธิและอ านาจของเขาก็จะอ่อนแอลงอย่างมากในสายตา
คนอื่น แน่นอนว่าพ่อน่ะไม่ได้ยิ่งใหญ่ ถ้าเจ้าหน้าที่ค้านเขา ข้ามั่นใจว่าพ่อต้องปรับ
ตามความคิดของอีกฝ่ายและต้องใช้วิธีอื่น เขาคงไม่รู้ถึงความต่างที่ส่งผลกับการ
กระท าทั ้งสองแบบ ‘
แม้ว่ามันจะเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยแต่มันคือเรื่องส าคัญกับการมีสิทธิเหนือกว่า
ลูกน้อง
‘ จริงๆแล้วพ่อข้าคงเป็นได้แค่หัวหน้าโรงงานรึผู้จัดการ มันอาจจะเกินไปกับ
การเป็นคนดูแลเมืองแต่ในเมืองยูซู ด้วยการปกป้องของวังไฮหยวนและการจัดการ
ของพี่ชายข้า พ่อนั ้นมีสิทธิที่จะเป็นผู้ดูแลเมืองในอาณาเขตข้าได้ ‘
‘ หลังจากผ่านมา 4 ปี พ่อก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน เขาก็แค่มีฐานะที่ดีและ
หน้าตาที่ดีขึ ้นมา เขามักจะสนใจและดูแลคนอื่น เขาน่ะเหมือนชายชราที่มีความ
ทะเยอทะยาน ‘
จางเทีย ไม่คิดว่าพ่อนั ้นจะมีเกียรติได้ขนาดนี ้ เขารู้สึกดีกว่าเดิมมากเมื่อเห็น
พ่อเขาในตอนนี ้
หลังจากที่ดูก าแพงเมืองและท าการตรวจสอบสถานการณ์ด้านนอกก าแพง
ได้สักพัก จางปิง ก็ได้กระซิบบางอย่างกับคนด้านข้างก่อนที่จะเดินไปที่ที่จอดรถ
หลายคนได้หยุดที่ก าแพงเมืองและดูคนมีอ านาจของเมืองด้วยความสงสัย
ทีมนักสู้สองทีมที่ก าแพงเมืองต่างก็ท าตามค าสั่ง จางเทีย เองก็มองดูพ่อของเขาอยู่
หน้า 221 จาก 327
หน้า 222 จาก 327
ด้วย แม้ว่าจะรู้สึกซับซ้อนในใจแต่ จางเทีย ก็ยังไม่ได้แสดงสีหน้าผิดปกติอะไร
นอกจากสงสัยเหมือนคนอื่นๆ
จางปิงและคนข้างๆพูดคุยกันพร้อมกับเดินไปที่รถด้วย...
ตอนนั ้นเอง จางเทีย รู้สึกได้ถึงพลังฉีที่บ้าคลั่งในผู้คน หลังจากนั ้นเขาก็รู้สึก
ได้ถึงความต้องการฆ่า
ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นอัศวินที่มีการรับรู้ที่ยอดเยี่ยม เขาคงไม่พบอะไรผิดปกติใน
ฝูงคนนี ้แล้ว
...
“ ตายซะ ...” - ในฝูงคน ชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนพ่อค้าเร่ทั่วไปอยู่ๆก็ได้ดึงมีด
ออกมาแล้วพุ่งเข้าใส่ จางปิง รวดเร็วราวกับสายฟ้า
“ ปกป้องผู้ดูแลเมือง...”
แม้ว่าชายคนนั ้นจะเร็วแต่คนคุ้มกันของ จางปิง ก็ไม่ได้อ่อนแอ แทบจะใน
ตอนที่นักฆ่าโดดออกมา คนคุมกันคนหนึ่งก็ไปเห็นแล้ว คนคุ้มกันวิ่งออกมาเข้าใส่นัก
ฆ่า ในตอนที่นักฆ่าอยู่ห่างไป 10 ม.จาก จางปิง เขาก็โดนขวางทางเอาไว้แล้ว
ที่ประตูเมือง พลังฉีสองอันได้เข้าปะทะกันจนเกิดเสียงระเบิดดังขึ ้นมา
ในตอนที่สองคนเข้าต่อสู้กัน พวกคนที่อยู่ใกล้ต่างก็ได้รับผลกระทบ ด้วยการ
ท
ี่ได้รับผลจากพลงัฉ
ี
ตอ่ สู้คนบริสทุ ธิ์นนั้ต่างก็กระเดน็ออกไปเพราะคล
ื่นกระแทกและ
ชนเข้ากับก าแพงด้านในก่อนจะร้องโหยหวนออกมา...
หลังจากที่เจอเหตุการณ์แบบนั ้นเข้า ประตูเมืองก็ตกอยู่ในความวุ่นวาย คน
รอบๆต่างก็เริ่มลนลานก่อนจะเริ่มหนีไปทุกทิศทาง ในเวลาเดียวกันทีมทหารสองทีมที่
หน้า 222 จาก 327
หน้า 223 จาก 327
ประตูก็รีบสร้างก าแพงรอบ จางปิง เอาไว้พร้อมกับตะโกน – “ ปกป้องผู้ดูแล “ - เพื่อ
แยก จางปิง ออกจากคนอื่นๆ
จางปิง เปลี่ยนสีหน้าไปเล็กน้อยแต่เขาไม่ได้ตื่นตระหนก ด้วยการปกป้อง
ของทหาร เขาได้เร่งความเร็วไปที่พาหนะ เจ้าหน้าที่ที่ จางปิง พูดด้วยได้วิ่งไปที่
สนามรบและต้องการที่จะจับนักฆ่าเอาไว้ให้เร็วที่สุด
ที่ประตูเมืองส่งเสียงแจ้งเตือนออกมาทันที...
ในตอนที่ จางปิง ต้องการจะขึ ้นไปบนรถ คนหนึ่งในฝูงคนที่อยู่ใกล้กับรถก็ได้
อ้าปากพร้อมกับมีล าแสงนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าใส่ จางปิง
นอกจากจะเร็วแล้ว ล าแสงนั ้นยังทรงพลังอย่างมาก แม้แต่คนคุ้มกันสองคน
ที่แข็งแกร่งข้างๆ จางปิง ก็ยังต้องปล่อยเกราะพลังฉีออกมาเพื่อปกป้อง จางปิง เอาไว้
ล าแสงนั ้นได้พังเกราะพลังฉีของพวกนั ้นและได้มาอยู่ตรงหน้า จางปิง ในเสี ้ยววินาที...
หน้า 223 จาก 327
หน้า 224 จาก 327
ตอนนั ้นคนคุ้มกันก็ได้เปลี่ยนสีหน้าไป...
นี่คือไพ่ตาย !
นักฆ่าที่ตะโกนออกมาตะกี ้ก็แค่ดึงความสนใจไป การโจมตีที่แท้จริงอยู่ตรงนี ้
มันเกินกว่าที่คาดที่นักฆ่าจะยิงอาวุธลับออกมาจากปาก ที่น่ากลัวกว่านั ้นคือ
อาวุธลับไม่ใช่ของธรรมดาเพราะมันสามารถแทงทะลุเกราะพลังฉีของคนคุ้มกันทั ้ง
สองไปได้และพุ่งเข้าหาตัวของ จางปิง ทันที
ตอนนั ้น จางปิง รู้สกึได้ถึงพลังฉีอันหนึ่งที่พุ่งเข้ามาหาเขาหลังจากที่ผ่านคน
คุ้มกันทั ้งสอง หัวใจของเขาเต้นรัว...
มันเกิดขึ ้นเร็วมาจนไม่มีใครตอบรับได้ทัน ผลก็คือคงเกิดโศกนาฏกรรมขึ ้น
ติ๊ง ***
ติ๊ง ****
ติ๊ง ****
ติ๊ง ****
ตามด้วยเสียงเหล็กปะทะกันซึ่งดังราวกับเสียงฝนที่โดนใบไม้ แสงสีทองได้
ส่องประกายออกมารอบตัว จางปิงซึ่งแทบจะปกปิดทั ้งตัวของ จางปิง เหมือนกับ
เกราะทอง หลังจากที่ปะทะกับเกราะทองแล้ว แสงเหล่านั ้นต่างก็เปลี่ยนทิศทางและ
ยิงไปใส่ที่ด้านบนประตูเมืองแทน...
ก่อนที่คนที่ยิงอาวุธลับใส่ จางปิง จะได้ตอบโต้ จางเทีย ก็ได้โผล่ไปที่
ด้านข้างแล้วยื่นมือไปที่คอของอีกฝ่าย
หนึ่งในคนคุ้มกันของ จางปิง เองก็พุ่งเข้าไปที่นั่นด้วยพร้อมกับเสียงค าราม
หน้า 224 จาก 327
หน้า 225 จาก 327
หลังจากที่มอง จางเทีย เป็นครั ้งสุดท้ายด้วยความสิ ้นหวัง หน้าของนักฆ่าก็
ได้ด าราวกับหมึกพร้อมกับเลือดสีด าที่ไหลออกมาจากมุมปาก หลังจากนั ้นตัวของมัน
ก็นิ่งไป จางเทีย จับคอของมันไว้เฉยๆโดยไม่ได้ใช้แรงอะไรเลย ...
จริงๆแล้วก่อนที่คอมันจะโดน จางเทีย คว้าเอาไว้ มันก็ได้ตายไปแล้ว
หลังจากที่เห็นว่านักฆ่าตายไปแล้ว นักฆ่าอีกคนที่อยู่ในต าแหน่งเสียเปรียบก็
ได้ตอบโต้ทันที หน้าของมันก็เปลี่ยนเป็นสีด าเกือบจะพร้อมกัน หลังจากนั ้นมันก็โดน
ต่อยโดย 1 ในคนคุ้มกันของ จางปิงแล้วกระเด็นไปกว่า 20 ม. หลังจากที่ล้มลงไปกอง
ที่พื ้น มันก็ไม่ได้ลุกขึ ้นมาอีกเลย
ทั ้งหมดเป็นเวลาไม่ถึง 10 วินาทีตั ้งแต่ที่นักฆ่าคนแรกโจมตีออกมา
จางเทีย รู้ว่าการต่อสู้ได้จบลงแล้ว
ในมุมมองของ จางเทีย มันมีพลังฉีการฆ่าแค่สองคนภายในระยะร้อยเมตร
นอกซะจากว่าจะมีพวกเหนือกว่าอัศวินดินแอบอยู่ในสักแห่งและเตรียมตัวที่จะโจมตี
มันก็ไม่อาจจะมีอะไรรอดจากการรับรู้ของ จางเทีย ไปได้แต่ถ้าอัศวินเงาต้องการฆ่า
จางปิง นักฆ่าสองคนคงไร้ประโยชน์เพราะอัศวินเงาสามารถจัดการได้ด้วยก าลัง
ดังนั ้นการต่อสู้ที่นี่จึงจบลงแล้ว
จนกระทั่งแสงสีทองรอบตัว จางปิง นั ้นแตกและตกลงกับพื ้นและหมุนวน
พวกมันก็เผยให้เห็นว่าเป็นแค่เหรียญทองก าหนึ่งเท่านั ้น
จางเทีย ไม่ได้ขยับ เขาแค่ก าคอของนักฆ่าเอาไว้และมองดูหน้าของนักฆ่าที่
เปลี่ยนเป็นสีด าแล้วคิ ้วขมวดไปเล็กน้อย
สมองของนักฆ่านั ้นเน่าก่อน จางเทีย แค่พยายามเก็บข้อมูลจากสมองของ
อีกฝ่าย
หน้า 225 จาก 327
หน้า 226 จาก 327
รอบๆนั ้นวุ่นวาย จางเทีย ได้ยินเสียงเท้าหนักๆที่เดินเข้ามา หลังจากที่ได้ยิน
เสียงแจ้งเตือนจากประตูเมือง นักสู้ที่ประตูเมืองต่างก็แห่กันออกมาที่นี่ทันที....
พ่อนั ้นหน้าซีดไปเล็กน้อย หลังจากที่มองไปที่เหรียญทองเหล่านั ้น เขาก็ได้
มองไปที่ จางเทีย ซึ่งเป็นคนแปลกหน้าส าหรับเขา หลังจากนั ้นเขาก็ถูกผลักเข้าไปที่
รถด้วยการปกป้องจากคนคุ้มกัน
ในตอนที่ จางปิง และหนึ่งในคนคุ้มกันอยู่บนรถ รถก็ได้เร่งความเร็วเข้าไปใน
เมือง แม้ว่า จางปิง จะลงจากรถตะกี ้แต่คนขับยังอยู่ข้างใน คนขับได้รับการฝึกมา
อย่างดีซึ่งจะพา จางปิง ออกจากที่อันตรายให้เร็วที่สุดตามแผนที่ได้รับฝึกมา
“ อืม...” - ด้วยเสียงพึมพ าเล็กน้อย คนคุ้มกันคนหนึ่งข้างๆ จางปิง ก็ได้ตัดมือ
ขวาด้วยมีดของตัวเอง
ในตอนที่แสงตะกี ้ยิงเข้าใส่ จางปิง คนคุ้มกันคนนี ้ได้ยื่นมือขวาออกมารับมัน
ไว้แต่แสงนั ้นได้ทะลุเกราะพลังฉีพร้อมกับฝ่ามือของเขาไปจนท าให้เกิดรูขนาดเข็มที่ฝ่า
มือของเขา หลังจากนั ้นไม่กี่วินาทีมือเขาก็เริ่มคล ้าและเน่า หลังจากที่รู้สึกถึงพิษ คน
คุ้มกันก็ตัดสินใจตัดมือขวาทิ ้งทันที
หลังจากมือตกไปที่พื ้น มือนั ้นก็กลายเป็นน ้าด าไปทันที
จางเทีย เองก็ปล่อยมือจากที่ก าคอของนักฆ่าเอาไว้ หลังจากนั ้นร่างของนัก
ฆ่าก็เริ่มอ่อนและกลายเป็นควัน อีกอย่างแล้วหน้าของมันก็เริ่มละลาย ในตอนที่มันตก
ลงไปที่พื ้น มันก็ได้มีน ้าสีด าไหลออกมาจากตัว
จางเทีย เงยหน้าขึ ้นและพบฉากที่วุ่นวายของผู้คนที่กระจายตัวออกไปตะกี ้
พร้อมกับทหารของเมืองที่มาล้อมเขาไว้แล้วชี ้หอกมาที่เขา
หน้า 226 จาก 327
หน้า 227 จาก 327
คนคุ้มกันสองคนและเจ้าหน้าที่ทหารข้างๆ จางปิง ตะกี ้ก็ได้มองมาที่เขาด้วย
สายตาตึงเครียด
มันคือหนึ่งในคนคุ้มกันของ จางปิง ที่หยุดนักฆ่าอีกคนไม่ให้โจมตี จางเทีย
เพราะคนคุ้มกันนี ้จ าได้ว่าแสงสีทองนั ้นบินออกมาจากแขนเสื ้อของ จางเทีย ตะกี ้
แสงสีทองนี ้จริงๆแล้วคือเหรียญทองที่บินออไป แม้ว่นักฆ่าจะยิงอาวุธลับ
ออกมาจากปากด้วยวิธีที่น่ากลัวแต่การเคลื่อนไหวของ จางเทีย นั ้นถือว่าเหนือกว่าซึ่ง
อยู่ระดับเหนือว่าอาวุธลับที่โจมตีเข้ามา มันเหมือนกับดินแดนที่ไร้เทียมทาน ----
แม้ว่าจะปล่อยออกมาทีหลังแต่มันก็กันการโจมตีจากเข็มบินเอาไวได้ อีกอย่างแล้วมัน
ได้ลอยอยู่รอบตัว จางปิง ในตอนฉุกเฉินมันได้ปกป้อง จางปิง เอาไว้เหมือนกับเกราะ
....
อีกคนใช้อาวุธลับในการฆ่าคนแต่คนนี ้ใช้อาวุธลับเพื่อช่วยคน ไม่มีใครเคย
ได้ยินเรื่องนี ้มาก่อนแม้แต่ในไทเซีย นี่ไม่ต้องพูดถึงกับการได้เห็น
หลังจากที่มองไปที่คนรอบๆแล้ว จางเทีย ก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะพูด
ออกมา –
“ ข้าก็แค่คนที่ผ่านมา....”
แม้ว่าจะยิ ้มแต่ จางเทีย รู้สึกเย็นชาในใจมากกว่าแต่ก่อน ถ้าเขาไม่มาที่เมือง
จินวู พ่อของเขาคงจะ....
ในตอนที่ จางเทีย คิดถึงผลลัพธ์ที่อาจจะเป็นไปได้ เขาก็กลัวขึ ้นมา
นอกจากนี ้ยังมีความต้องการฆ่าเกิดขึ ้นมาในหัวของเขา
หน้า 227 จาก 327
หน้า 228 จาก 327
“ พ่อหนุ่ม รอในเมืองสักหน่อยและให้ความร่วมมือกับการสอบสวน ถ้าเจ้า
ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการลอบฆ่า เมืองจินวูจะให้รางวัลเจ้า ! “ – คนคุ้มกันป้องมือให้กับ
จางเทีย ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม คนอื่นๆเองนั ้นมองไปที่มือและแขนเสื ้อของ จางเทีย ....
เมื่อเจอกับเรื่องแบบนี ้ จางเทีย เองก็รู้ว่าเมืองจินวูคงไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆ
หลังจากที่มองไปยังคนที่พร้อมจะพุ่งเข้าหาเขา จางเทีย ก็เริ่มลังเลก่อนที่จะพยักหน้า
ออกมา...
...
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เรื่องของ จางปิง ที่โดนลอบฆ่าในเมืองจินวูก็รู้กันไปทั่วทั ้ง
เมืองรึแม้แต่ในเขตยูซู คนจ านวนมากต่างก็รู้สึกช็อก...
หน้า 228 จาก 327
หน้า 232 จาก 327
อะไรกับฐานะของข้า เมืองจินวูเป็นของเรา ถ้าครอบครัวเรายังขี ้ขลาดในเมืองตัวเอง
มันจะไม่กลายเป็นตัวตลกเหรอ ? “ – จางปิง ดุแม่ออกมา แม้ว่าแม่จะมีเหตุผลอยู่
เสมอแต่เมื่อต้องเจอกับเรื่องใหญ่แบบนี ้ เธอก็ไม่ได้ค้าน จางปิง อีกต่อไป เธอรู้ว่า
จางปิง น่ะพูดถูก
หลังจากที่พูดจบ จางปิง ก็ได้หันกลับมาแล้วบอกกับ จางหยาง - “ ข้ารู้
ความสามารถของตัวเอง มันยังอยู่ในความสามรถข้าที่จะช่วยเรื่องครอบครัวในการ
เป็นผู้ดูแลเมือง มันเป็นสิ่งที่ข้าสามารถท าได้เพื่อน้องเจ้าตอนนี ้ อย่าท าให้เรื่องนี ้เป็น
เรื่องใหญ่ หลังจากนี ้ไม่กี่วัน ข้าก็จะไปท างานข้าต่อแทนที่จะต้องมาจัดการเรื่อง
ทางการแทน...”
จางหยาง เผยรอยยิ ้มออกมา – “ ข้ารู้ ข้าจะจัดการเรื่องอื่นเอง ! “
“ ไปกินข้าวเย็นกันเถอะ บังเอิญว่า เชิงอัน กลับมาวันนี ้ เราจะได้กินข้า
ด้วยกัน ...” –จางปิง พูดขึ ้นมาพร้อมกับดึงหลานสองคนให้ลุกขึ ้น
...
ที่โต๊ะ จางหยาง ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี ้อีกต่อไป เขาแค่ถามเรื่องการเรียนของ
จางเชิงอัน ที่โรงเรียนในเขตยูซู
โรงเรียนนั ้นเป็นโรงเรียนทางการ ครูที่นั่นเป็นครูที่ดีที่สุดในเขตยูซูซึ่งมี
พรสวรรค์แทบทุกด้าน อีกอย่างแล้วผู้อาวุโสระดับผู้อาวุโสรึแขกจากตระกูลในเขตยูซูก็
มักจะมาสอนที่นั่น แม้แต่วังไฮหยวนก็ไม่อาจจะหาครูที่ยอดเยี่ยมแบบนี ้ได้ เพราะ
ไทเซียนั ้นสนใจเรื่องการศึกษาอย่างมาก โรงเรียนเขตทุกที่จึงเป็นที่รวมรวมพวก
ระดับสูงในทุกวงการ ผลก็คือทั ้งตระกูลใหญ่และครอบครัวทั่วไปจะได้รับการศึกษาที่
หน้า 232 จาก 327
หน้า 233 จาก 327
มีคุณภาพ ดูจากความสามารถในการสอนแล้ว โรงเรียนเขตนี ้ถือว่าเป็นอันดับหนึ่งแต่
โรงเรียนของตระกูลบางที่น่ะอาจจะเทียบกับโรงเรียนเขตได้
ยกเว้นแค่จุดเดียวคือมนุษย์สัมพันธ์ เด็กส่วนมากในโรงเรียนส่วนตัวนั ้นจะ
รู้จักแค่คนในตระกูลรวมไปถึงคนที่มาจากตระกูลอื่นที่สนิทกับตระกูลนั ้นรึอาจจะเป็น
พวกเกี่ยวข้องกันทางสายเลือด ในทางกลับกันเขตนั ้นไม่ได้จ ากัดในโรงเรียนทางการ
โรงเรียนทางการจะมีเด็กทั ้งตระกูลใหญ่และครอบครัวทั่วไป แม้แต่เด็กจากครอบครัว
ทั่วไปที่จบจากที่นี่ไปอาจจะเป็นผู้ดูแลเขตในอนาคตก็ได้ นี่ไม่ต้องพูดถึงพวกที่มาจาก
ตระกูลใหญ่เลย ความคิดดั ้งเดิมของโรงเรียนทางการนั ้นคือการเลือกเจ้าหน้าที่จาก
คนธรรมดาเพื่อให้เป็นการสมดุลอ านาจของตระกูลท้องถิ่น
เกือบครึ่งของเด็กที่โรงเรียนยูซูนั ้นมาจากตระกูลใหญ่ทั่วเขตยูซูตามจ านวน
รับที่ก าหนด อีกครึ่งนั ้นมาจากเด็กท้องถิ่นในเขตผ่านการคัดเลือก
จางเชิงอัน ได้เข้าเรียนที่นี่มา 3 ปีแล้ว
แน่นอนว่าโรงเรียนเขตนั ้นต่างจากพวกนิกายใหญ่ในไทเซียเพราะมันมีแค่
สองเส้นทาง บังเอิญว่า จางเชิงอัน ได้เข้าฝึกงานของโรงเรียนวันนี ้ ตอนที่เขาผ่านเมือง
จินวูไปและรู้สึกได้ถึงความตึงเครียด จางเชิงอัน จึงถามผู้คนด้านนอกว่าเกิดอะไรขึ ้น
ในตอนที่เขาได้ยินเรื่องปู่ โดนลอบฆ่า เขาก็รีบกลับบ้านเพื่อมาเยี่ยม จางปิง
“ หลังจากกินข้าวเสร็จให้กลับไปทันที อย่าท าตัวพิเศษที่โรงเรียนเพราะฐานะ
ของเจ้า ! “-จางหยาง บอกกับลูกชาย
“ ไม่ต้องกังวล พ่อ ข้าไม่ได้พูดเรื่องฐานะของข้าที่โรงเรียน นอกจากครูที่
โรงเรียนแล้ว เพื่อนส่วนมากรู้แค่ว่าข้ามาจากเขตย่อยแยงฮี อีกอย่างแล้วข้าขอลาครู
หน้า 233 จาก 327
หน้า 234 จาก 327
มา 6 ชม. เพราะปู่ ข้าไม่เป็นไร ข้าก็วางใจ ข้าจะกลับไปในไม่ช้า....” -จางเชิงอัน ตอบ
กลับอย่างจริงจัง
หลังจากได้ยินแบบนั ้น จางปิง ก็พยักหน้า เขารู้สึกว่าหลานของเขาพูดเชื่อ
ฟัง – “ เจ้ามาฝึกอะไรถึงได้มาที่เมืองจินวู ? “
“ มันเกี่ยวกับเรือบินและภูมิประเทศซึ่งเป็นเวลา 1.5 เดือน เราจะวนรอบเขต
ยูซูโดยยานและเรียนรู้ในการบังคับยานและภูมิประเทศ,ทรัพยากรธรรมชาติและการ
ออกแบบเมืองรวมไปถึงเรื่องทางกองทัพด้วย... “
เมื่อได้ยินค าตอบนั ้น จางปิง ก็พยักหน้าและถอนหายใจออกมา – “ อ่านและ
เดินทาง เป็นวิธีที่ดี บินไปบนฟ้าและเรียนรู้จากสิ่งที่เห็น เจ้าจะเรียนรู้ได้ทั ้งการบังคับ
ยานและความรู้ที่พื ้นดิน การศึกษาดีๆแบบนี ้มีแค่ในไทเซีย ตอนที่อยู่แบล็คฮ็อต ข้าจ า
ได้ว่า น้าเทีย ของเจ้าน่ะรีบไปโณงเรียนพร้อมกับกระเป๋ าอีกทั ้งยังต้องเคี ้ยวมันฝรั่งไป
ด้วย ตอนนั ้นบ้านของเราอยู่ห่างจากโรงเรียน เพื่อที่จะประหยัดเงิน น้าของเจ้าน่ะ
ไม่ได้ขึ ้นรถบัส ไอ้ที่เรียกฝึกงานนี่น่ะก็แค่ของง่ายๆที่ท าบนโต๊ะ บางครั ้งเขาต้องไปขุด
ดิน ! เพราะเจ้ามีแหล่งการศึกษาที่ดี เจ้าต้องหวงแหนมันไว้และขยันเข้าไว้ด้วย...”
“ ข้าจะจ าค าพูดของท่านไว้ ปู่ ! “ –จางเชิงอัน พยักหน้า
ในตอนที่ จางปิง พูดถึง จางเทีย บรรยากาศที่โต๊ะก็หม่นลงไปทันที ในตอนที่
แม่ก าลังกลั ้นน ้าตา ตาของเธอก็แดงกล ่าขึ ้นมาอีกครั ้ง – “ จางเทีย ยังอยู่ในดินแดน
ธาตุดินรึเปล่า ? “
จางหยาง พยักหน้า
หน้า 234 จาก 327
หน้า 237 จาก 327
หลังจากที่ออกจากจุดเกิดเหตุแล้ว จางเทีย ก็ถูกเอาตัวไปที่ปราสาทในเมือง
และได้รับอาหารกับเครื่องดื่มอย่างดีแต่เขาห้ามให้ออกจากเขตนั ้น..
ปราสาทแสงดาวนั ้นเป็นฐานกองทัพที่ส าคัญของเมือง อีกทั ้งยังเป็นฐานของ
ทหารอีกด้วย ผลก็คือมันถูกดูแลอย่างเคร่งครัด ปราสาทนี ้มีนักสู้และเครื่องจักร
มากมาย พวกคนที่อยู่ด้านในยากที่จะฝ่าออกมากได้หาไม่ใช่อัศวิน
มันคงตลกถ้าเขาสู้กับคนในครอบครัวตัวเองด้วยหน้าตาอีกแบบ
ตามฐานะของ จางเทีย ที่สร้างขึ ้นมา เขาเป็นนักรบที่ไม่ได้สังกัดนิกายไหน
เพราะเขาไม่ได้สนเรื่องหน้าตาของเขา เขาจึงแค่นั่งรอคนมีอ านาจในปราสาทแห่งนี ้
เขาอยู่ในห้องนั่งเล่นของปราสาทแสงดาวซึ่งถูกตกแต่งเรียบๆ มันมีแค่แผนที่
ของเขตยูซูบนก าแพง,เก้าอี ้, โต๊ะและต้นไม้ ในตอนที่ จางเทีย อยู่ที่นี่ พวกคนที่พา
เขามาบอกให้จัดคนเอาอาหารมาให้กับเขา
จางเทีย ไปยืนอยู่ที่หน้าต่างและมองดูจินวูพร้อมกับรอคนในครอบครัวของ
เขา
‘ ครั ้งนี ้มันบังเอิญเกินไป ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคนในเมืองต้องสงสัยในแรงจูงใจ
ของข้า แม้ว่าข้าจะถูกสงสัยกับการที่ไปขวางอาวุธไว้ในตอนวิกฤตพอดี ‘
จางเทีย เข้าใจว่ามันไม่ใช่แผนที่วางไว้ เหตุผลที่เขาช่วยพ่อเขาได้ในตอน
วิกฤตเพราะความดีที่ครอบครัวเขาท ามาตลอดหลายปี พระเจ้าไม่อยากเห็นการตาย
ของครอบครัวเขา ดังนั ้น จางเทีย จึงหยุดมันไว้ได้
ในตอนที่ จางเทีย นึกถึงเข็มพิษที่เกือบจะโดนพ่อเขา เขาก็เริ่มเหงื่อตก
ออกมาเพราะความกลัว
หน้า 237 จาก 327
หน้า 238 จาก 327
เขาหันหน้าไปทางหน้าต่าง ลมที่พัดมานั ้นท าให้เหงื่อนั ้นแห้งไปแต่ใจเขากลับ
หนาวขึ ้นเรื่อยๆ
‘ พ่อข้าเป็นแค่ผู้ดูแลเมืองจินวู เขาไม่ได้เกี่ยวอะไรกับโลกภายนอก เอาจริงๆ
แล้วแม้ว่ามันจะฟังดูไม่เหมาะแต่ฐานะของพ่อและต าแหน่งของเขาไม่คุ้มกับการที่จะ
โดนลอบฆ่าเลยถ้าข้าไม่ได้เกี่ยวข้องกับกลุ่มจินวู ดังนั ้นนักฆ่าสองคนนั ้นคงเล็งมาที่
ข้า ‘
‘ นอกจากข้ากับกลุ่มจินวู มันไม่มีเป้าหมายอื่น ถ้าเป้าหมายคือกลุ่มจินวู มัน
ก็จะส่งผลจ ากัด เพราะพ่อของข้านั ้นแทบไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับธุรกิจของกลุ่มเลย
มันน่าจะเล็งเป้าหมายมาที่ข้า ‘
‘ ความแค้นในการฆ่าพ่อข้านี ้ยกโทษให้ไม่ได้ ถ้าข่าวที่ว่าพ่อข้าโดนลอบฆ่า
ไปถึงหูข้า ข้าจะเดินทางอย่างสบายใจในดินแดนธาตุดินได้ยังไง ? ถ้าข้าไม่สนใจ คน
อื่นในโลกจะคิดกับข้ายังไง ? ด้วยผลจากเรื่องนี ้ แม้แต่กลุ่มจินวูและวังไฮหยวน
อาจจะรู้สึกอาย ถ้าข้ากลับมาที่ไทเซีย หากข้าเผยตัวเองออกมา อีกฝ่ายอาจจะหา
แผนเพื่อฆ่าข้า ‘
‘ เป้าหมายของคนร้ายคือบังคับให้ข้าปรากฏตัวออกมา เขาต้องการจะท าให้
ชื่อเสียงของกลุ่มจินวูและวังไฮหยวนนั ้นต้องได้รับผล ‘
หลังจากที่คิดดูแล้ว จางเทีย ก็เกือบยืนยันได้ว่าคนร้ายของการลอบฆ่านี ้คือ
คนที่ป้ายความผิดให้กับเขาเมื่อสี่ปีก่อน
‘ เขาคือใครในบรรดารัฐมนตรีทั ้ง 9 ? ‘
หน้า 238 จาก 327
หน้า 239 จาก 327
หลังจากที่ท าการโจมตี นักฆ่าสองคนนั ้นไม่คิดเรื่องการออกจากเมืองจิน
วูแบบมีชีวิต พิษที่พวกนั ้นใช้ในการฆ่าตัวตายนั ้นร้ายแรง ในเสี ้ยววินาทีศพของพวก
นั ้นก็กลายเป็นบ่อเลือด ดังนั ้น จางเทีย จึงไม่ได้ข้อมูลอะไรจากสมองของพวกนี ้เลย
‘ แต่คนร้ายในการรอบฆ่านี ้ไม่คงไม่คิดว่าข้าจะโผล่มาป้องกันเอาไว้ได้ อีก
อย่างแล้วข้าได้จับคนร้ายคนหนึ่งได้ก่อนที่มันจะกลายเป็นบ่อเลือด ‘
‘ คนร้ายต้องไม่คิดว่าข้าเชี่ยวชาญแก่นทักษะวิญญาณต้องห้าม จากการ
เชื่อมต่อนี ้ ข้าได้ข้อมูลบางอย่างจากสมองของคนร้ายก่อนที่มันจะละลายไปเพราะพิษ
‘
จางเทีย อ่านความจ าของนักฆ่า
จากการเชื่อมต่อนี ้ จางเทีย รู้ว่านักฆ่าทั ้งสองนั ้นได้พักในโรงแรมในเมือง
มากกว่า 1 เดือน ระหว่างนี ้พวกนั ้นได้เดินทางไปรอบๆเมืองทุกวัน ปรากฏว่าพวกนี ้มา
หาโอกาสในการท าธุรกิจและรอคอยค าสั่งเพื่อท าการโจมตี
พวกนี ้ไม่รู้ว่าใครส่งค าสั่งมาให้ พวกนี ้ไม่มีคนติดต่อในเมือง นักฆ่าที่ท าการ
โจมตีคนแรกนั ้นมีเครื่องคริสตัลสื่อสารอันเล็กๆที่ใช้คอยรับค าสั่ง
1 ชม.ก่อนการลงมือ นักฆ่าได้รับค าสั่งสั ้นๆ – ประตูทางตะวันออกในอีก 1
ชม....
หลังจากที่ได้รับค าสั่งแล้ว พวกนั ้นก็ได้ท าลายคริสตัลไป จากนั ้นก็รอพ่อของ
จางเทีย มาที่ประตูตะวันออกและก็เป็นตามที่ข้อมูลบอกมาที่พ่อของ จางเทีย ได้
ปรากฏตัวที่ประตูทางตะวันออกในอีก 1 ชม.
จากนั ้นก็เกิดการลอบสังหาร
หน้า 239 จาก 327
หน้า 240 จาก 327
หลังจากย้อนกลับไปเล็กน้อย จางเทีย รู้ว่านักฆ่าทั ้งสองนี ้มาจากเขตซงซู
หนึ่งใน 9 เขตชั ้นสูงในไทเซีย พวกนี ้ไม่ได้มีแม้แต่ชื่อ พวกนี ้ใช้ตัวเลขแทน 137 และ
224 พวกนี ้มาจากองค์กรนักฆ่าลึกลับ เมื่อ 3 เดือนก่อน ทั ้งสองได้รับค าสั่งและถูกส่ง
มาโดยองค์กรเพื่อลอบฆ่า จางปิง
พวกนี ้มีรูปของ จางปิง และข้อมูลของเขา ทั ้งได้สร้างตัวตนปลอมขึ ้นมา
หลังจากที่รับงานแล้ว ทั ้งสองก็ถูกส่งมาที่เมืองจินวูและคอยรับค าสั่งต่อไป
องค์กรนักฆ่านั ้นมีกฎที่น่ากลัวและน่าเหลือเชื่อ หลังจากที่รับงานแล้ว ทั ้ง
สองไม่ได้ติดต่อหาคนในองค์กรอีก มันเป็นงานแรกและงานสุดท้ายส าหรับพวกเขา
ในความจ าของนักฆ่า จางเทีย เห็นใบหน้าที่น่ากลัวของคนๆหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า พ่อ
บ้านฉี มันคือ พ่อบ้านฉี คนนี ้ที่ให้งานกับทั ้งสอง
ถ้าสมองของนักฆ่ายังอยู่ดี จางเทีย อาจจะได้ข้อมูลเพิ่มขึ ้นมาแต่ไม่นาน
หลังจากที่ภาพของ พ่อบ้านฉี ปรากฏขึ ้นมา สมองของนักฆ่าก็สลายไปเพราะพิษ
ดังนั ้น จางเทีย จึงต้องออกมาจากความทรงจ าของนักฆ่า
จางเทีย ได้ข้อมูลสองอย่างจากสมองนักฆ่า อันแรกคือองค์กรนักฆ่านี ้มีฐาน
อยู่ที่เขตซงซู อย่างที่สองใบหน้าของพ่อบ้านฉี แม้ว่าข้อมูลจะจ ากัดแต่ภาพคนร้ายที่
ป้ายความผิดให้กับเขาก็เริ่มชัดเจนขึ ้น สุดท้าย จางเทีย ก็เริ่มเจอร่องรอยกับคนร้าย
แล้ว
...
ในตอนที่ จางเทีย รออยู่ในห้องเงียบๆ เขาก็ได้ยินเสียงเท้าอันคุ้นเคยจาก
ด้านนอกทางเดิน
หน้า 240 จาก 327
หน้า 241 จาก 327
แม้ว่าเสียงเท้าจะอยู่ห่างไปกว่า 100 ม.แต่ จางเทีย ก็ยังบอกได้ว่าเป็นใคร ---
จางหยาง พี่ชายของเขา
มันเกินกว่าที่คาดไว้ จางเทีย เริ่มตื่นเต้นขึ ้นมา หลังจากที่คิดดูดีๆแล้วเขาก็
เข้าใจว่าพี่ชายคงรู้แน่หากเขาแสดงท่าทีออกไป
จากเสียงเท้านี ้ จางเทีย รู้ว่า จางหยาง มาพร้อมกับอัศวินสองคน หนึ่งในนั ้น
ได้เข้ามาในห้องนี ้ อีกคนเป็นอัศวินเหล็กด าที่ซึ่งไม่ได้มาจากวังไฮหยวน
ดูจากความถี่ของการเดินอีกทั ้งยังต าแหน่งแล้ว จางเทีย รู้ว่าอัศวินที่อยู่
ด้านหลัง
จางหยาง นั ้นเป็นคนคุ้มกันของพี่
เมื่อได้ยินเสียงเท้าที่เข้ามา จางเทีย ก็รู้สึกว่า จางหยาง รู้สึกเครียดในใจ ใน
เวลาเดียวกันเขาก็ถอนหายใจออกมา
ถ้าไม่เกิดเรื่องนี ้ขึ ้น จางเทีย คงเล่นซ่อนหากับพี่ตัวเองต่อแต่เมื่อมันเกิดขึ ้น
แล้ว มันก็ไม่จ าเป็นที่เขาต้องปกปิดตัวตนต่อหน้าพี่ชาย ยังไงก็ตาม จางเทีย ก็เชื่อใน
ตัวพี่ อีกอย่างแล้ว จางเทีย เตรียมที่จะผูกมิตรกับพี่ในตัวตนใหม่ของเขาด้วย
เมื่อเขาคิดเรื่องนี ้ แม้ว่า จางเทีย จะยังคงยืนอยู่ข้างหน้าต่างแต่เขาก็ฟื ้น
กลับไปเป็นหน้าตาดั ้งเดิม
...
“ ...อาวุธลับที่นักฆ่ายิงออกมานั ้นน่าจะเป็นเข็มกินวิญญาณ ทักษะนี ้น่า
กลัวอย่างมาก เมื่อปล่อยพลังฉีออกมา เขาสามารถยิงอาวุธลับออกมาจากปากทรง
พลังกว่าพลังดั ้งเดิมของมันกว่า 10 เท่า อีกอย่างแล้วมันสามารถแทงทะลุเกราะพลังฉี
หน้า 241 จาก 327
หน้า 242 จาก 327
ที่ต ่ากว่าระดับอัศวินได้ ในระยะใกล้นั ้นมันยากที่จะต้านทานได้ แม้แต่ระดับ 15 ก็
อาจจะเป็นอันตรายได้หากไม่ระวัง ข้อเสียของอาวุธลับนี ้คือมันสามารถใช้ได้เพียง
ครั ้งเดียวในหลายวันโดยจะเสียออร่าของตัวเองไปอย่างมาก หลังจากที่นักฆ่า
ล้มเหลว มันก็ได้ฆ่าตัวตายโดยการกินพิษ ดูเหมือนว่ามันจะรู้ว่ามันเสียโอกาสไปแล้ว
ตามการตรวจสอบ ผงพิษการะดูด านั ้นได้ฝังอยู่ที่ใต้ฟันพวกนี ้ไว้ล่วงหน้าแล้ว พวกคน
ที่ฆ่าตัวตายด้วยการกินพิษนี ้เข้าไปถือว่าเป็นนักสู้ที่ใจเด็ดเดี่ยว...”
คนหนึ่งมารายงานกับ จางหยาง ในตอนที่เดินมาที่นี่
“ เจ้ารู้มั ้ยว่านิกายไหนรึคนไหนที่ฝึกใช้เข็มกินวิญญาณในไทเซีย ? “
“ ทักษะนี ้หายไปหลายปีแล้ว...”
“ แต่ชายที่กันเข็มกินวิญญาณได้ด้วยเหรียญทองได้ยังไง ? “
“ ทักษะชายคนนั ้นยอดเยี่ยม แน่นอนว่าเขาต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้
อาวุธลับ ! “
“ ผู้ใช้อาวุธลับสองคนที่ปรากฏตัวขึ ้นพร้อมกัน คนแรกต้องการฆ่า อีกคน
ต้องการช่วย ข้าสงสัยเหตุผลของเขาจริงๆ ! “ -จางหยาง ฮึดฮัดออกมา
หลังจากนั ้นก็มีเสียงที่ไม่คาดคิดดังขึ ้นมาในหูของ จางหยาง ซึ่งสองคนที่มา
ด้วยไม่ได้ยินเลย
“ พี่ ข้าคือคนที่ช่วยพ่อไว้ที่ประตูเมือง ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะมาที่นี่ ข้าอยู่ในห้อง
เจ้ามาคนเดียวจะดีกว่า...”
แน่นอน จางหยาง มั่นใจว่านั่นคือเสียงของ จางเทีย
หน้า 242 จาก 327
หน้า 243 จาก 327
ในเสี ้ยววินาทีสีหน้าของ จางหยาง ก็แสดงอาการตกใจออกมา หลังจากนั ้น
เขาก็รักษาสีหน้าไปเป็นแบบเดิมได้ทันทีพร้อมกับหยุด....
หน้า 243 จาก 327
หน้า 244 จาก 327
จางหยาง หยุดโดยห่างจากห้องไป 20 ม. เมื่อเห็นแบบนั ้นนักสู้ทั ้งสองคนที่
ประตูก็ท าความเคารพ
ถ้าไม่ใช่เพราะ จางหยาง มีร่างกายที่แข็งแรง เขาคงเกือบคิดว่าเขาหูแว่วไป
เอง
แต่ จางหยาง รู้ว่ามันไม่ใช่แต่เป็นทักษะการส่งเสียงลับโดยอัศวิน เมื่อคนใน
ห้องรู้ว่าเขามาถึงและสามารถพูดโดยใช้วิธีส่งเสียงลับนี ้ได้โดยไม่ท าให้อัศวินสองคน
ข้างเขารู้ตัว มันหมายความว่าความแข็งแกร่งของคนในห้องนี ้มากกกว่าอัศวินที่อยู่กับ
เขา
ใจของ จางหยาง เต้นรัว ในตอนที่เขาหยุด ผู้ติดตามของเขาก็หยุดไปด้วย
และมองเขาด้วยความสงสัย
ในเสี ้ยววินาที จางหยาง ก็คิดบางอย่างออก
“ ชายคนนั ้นอยู่ในห้องรึเปล่า ? “
“ ใช่ เขายังอยู่ในห้องรอท่านอยู่ พันเอก ! “- เจ้าหน้าที่หน้าห้องตอบกลับ
ในกลุ่มจินวู นอกจากพ่อบ้านและคนรับใช้ในครอบครัวที่เรียก จางหยาง ว่า
นายน้อย คนอื่นจะเรียกเขาว่าพันเอกแห่งกลุ่มจินวู
“ ให้สองคนนี ้รอด้านนอก หลังจากข้าเข้าไปแล้ว ในระยะ 50 ม.ห้ามคนเข้า
ใกล้ ! “ –จางหยาง สั่งการออกมา
หลังจากที่ได้ยินค าสั่ง สองคนข้างๆ จางหยาง ก็ต้องอึ ้ง
“ พันเอก ชายคนนี ้เป็นใครก็บอกไม่ได้ อีกอย่างแล้วเขาเก่งเรื่องการใช้อาวุธ
ลับ ความแข็งแกร่งของเขาเหนือกว่าระดับ 14 ข้ากลัวว่า...”
หน้า 244 จาก 327
หน้า 247 จาก 327
เทีย ว่าไม่ให้เขียนความลับลงไปในกระดาษเพราะมันไม่ใช่นิสัยที่ดีเท่าไหร่ หลังจากที่
ท าให้ จางเทีย โกรธ จางหยาง ก็รู้สึกผิดขึ ้นมานิดหน่อย เขาถึงกับซื ้อขนมมาง้อ จาง
เทีย ดังนั ้นเรื่องขัดแย้งนี ้จึงกลายเป็นความลับระหว่างสองพี่น้องในตอนนั ้น จากนั ้น
จางเทีย ก็เอาบันทึกของเขาไปเผาและไม่ได้เขียนมันอีก
หลังจากที่ตอบไปสั ้นๆ จางหยาง ก็ได้วิ่งเข้ามาหา จางเทีย แล้วกอดเขาไว้
ในตอนที่แยกออกจากกัน ตาของ จางหยาง นั ้นแดงกล ่า เขามองไปที่ จาง
เทีย ตั ้งแต่หัวจรดเท้า หลังจากนั ้นเขาก็ต่อยไปที่อกของ จางเทีย ก่อนที่จะถอยหลัง
ออกมาสองก้าวแล้วกลับมาแสดงสีหน้าใจเย็นดังเดิม
“ มันอันตรายเกินไป เจ้าไม่ควรกลับมา “
ห้องนี ้มีอุปกรณ์นักเล่นแร่แปรธาตุพิเศษซึ่งกันไม่ให้เสียงรั่วไหลออกไป แม้แต่
อัศวินก็ยากที่จะฟังเสียงด้านในได้แต่เสียด้านนอกนั ้นดังเข้ามาถึงด้านใน ดังนั ้น จางห
ยาง จึงไม่ได้กังวลว่าการพูดคุยของพวกเขาจะรั่วไหล
แน่นอนคนในกลุ่มจินวูและเมืองจินวูนั ้นรู้หน้าตาของ จางเทีย จางเทีย จึง
ไม่ได้เข้าเมืองมาด้วยหน้าตาแบบเดิม อีกอย่างแล้ว จางหยาง ได้ยินถึงเรื่องหน้าตา
ของคนที่ช่วยพ่อเขาไว้ ดังนั ้น จางหยาง จึงคิดว่า จางเทีย ได้ซ่อนตัวตนที่แท้จริงเอาไว้
ในตอนที่หลบหนี ดังนั ้นเขาจึงไม่ได้ถาม จางเทีย เรื่องการปลอมตัวเลยสักนิด
“ ถ้าข้าไม่กลับมา พ่อคงตกอยู่ในอันตราย..” -จางเทีย ถอนหายใจออกมา
เขาชี ้ไปที่เก้าอี ้ในห้องและให้พี่นั่งลง
“ เจ้ารู้ว่ามีคนก าลังจะฆ่าพ่อ ดังนั ้นเจ้าจึงกลับมางั ้นเหรอ ? “
แน่นอน จางหยาง คิดแบบนั ้น
หน้า 247 จาก 327
หน้า 248 จาก 327
จางเทีย ฝืนยิ ้มออกมาและส่ายหน้าก่อนจะตอบกลับ – “ หลังจากเรื่องนี ้ ข้า
กลัวอย่างมาก ถ้าข้าไม่ได้ผ่านมาที่นี่โดยบังเอิญและได้ยินเรื่องผู้ดูแลเมืองก าลังจะมา
ผลของเรื่องคงคาดคิดไม่ได้ ก่อนหน้านี ้ข้าแค่ต้องการแอบมาดูครอบครัวของเรา ข้าไม่
คิดว่าจะได้มาเจอเรื่องแบบนี ้เข้า พ่อแม่มักจะบอกว่าการท าดีมักจะได้รางวัล เพราะ
แม่นั ้นมักจะท าดีเสมอ พระเจ้าอาจจะช่วยเหลือครอบครัวเรา ดังนั ้นพ่อจึงรอดจาก
อันตรายมาได้ ! “
ก่อนที่ จางหยาง จะมาที่นี่ เขายังเดาว่าใครกันที่ช่วยพ่อเขาไว้ในตอนวิกฤต
และคิดว่ามันเป็นแผนการอีกอันรึเปล่าแต่หลังจากที่พบ จางเทีย ข้อสงสัยทุกอย่างก็
หายไปหมด แม้ว่า จางเทีย จะไม่ได้แสดงพรสวรรค์ในการใช้อาวุธลับออกมาแต่ตัวตน
ของเขาในฐานะอัศวินและผลงานที่ผ่านมาก็ท าให้ผู้คนเชื่อมั่นในตัวเขา ดังนั ้น จางห
ยาง จึงแค่สงสัยเกี่ยวกับคนร้ายเท่านั ้น
เมืองจินวูก าลังตามหาเบาะแสอยู่ จางหยาง เองก็คิดเกี่ยวกับตระกูลใหญ่ที่
แข่งขันเรื่องการค้าและผลก าไรที่ขัดแย้งกับตระกูลจางที่อาจจะมาแก้แค้น เมื่อพวก
มันกล้าที่จะท าร้ายครอบครัวเขา จางหยาง เองก็จะส่งนักฆ่าไปจัดการครอบครัวพวก
นั ้น ในอนาคตกลุ่มจินวูจะมีนักสู้ที่เด็ดเดี่ยวนับไม่ถ้วน
หลังจากที่ จางหยาง บอก จางเทีย เรื่องข้อสงสัยของเขา จางเทีย ก็ส่ายหน้า
– “ ไม่ใช่ตระกูลเหล่านั ้น คนร้ายน่ะไม่ใช่พวกตระกูลนั ้นในไทเซียที่ขัดแย้งเรื่องการค้า
กับตระกูลจางและกลุ่มจินวูแต่เป็นคนที่ใส่ร้ายข้าที่เมืองฟูไห่ ! “
หลังจากได้ยินค าพูดของ จางเทีย จางหยาง ก็ช็อก เขาเองก็คิดถึงจุดนี ้มา
ก่อนแต่หลังจากที่สงบมากว่า 4 ปี คนพวกที่ป้ายความผิดให้ จางเทีย ก็เกือบ
กลายเป็นเป้าหมายของทุกฝ่ายในไทเซีย ศาลจักรพรรดิ, ตระกูลใหญ่, นิกายทั ้งเจ็ด
และกองก าลังมืดต่างก็สนใจในเรื่องนี ้ คนพวกนี ้ไม่กล้าที่จะเผยตัวเองออกมา จางห
หน้า 248 จาก 327
หน้า 249 จาก 327
ยาง คิดว่าคนพวกนี ้คงไม่กล้าหาเรื่องพวกเขาอีก ดังนั ้นเขาจึงไม่ได้คิดว่าจะเป็นฝีมือ
ของคนพวกนี ้ หลังจากที่รู้ความคิดที่หนักแน่นของ จางเทีย จางหยาง ก็รู้ว่าเรื่องนี ้มัน
ส าคัญแค่ไหน
“ เจ้ามีเบาะแสอะไรรึเปล่า ? “
“ ใช่ ข้าพอรู้เบาะแสของคนร้ายแล้ว คนร้ายนี ้แข็งแกร่ง เขาได้ร่วมมือกับ
ปิศาจ แม้แต่ทั ้งวังไฮหยวนก็ไม่อาจจะท าร้ายเขาได้ ! “
จางหยาง หน้าหม่นลงไป เขากัดฟันแน่นพร้อมกับความต้องการฆ่าที่เผย
ออกมาบนใบหน้า เขามองไปที่ จางเทีย ด้วยสีหน้าที่มั่นคง – “ ไม่ว่ายังไงก็ตามมันก็
ไม่มีทางจบ คนนั ้นเล็งมาที่เจ้า จากนั ้นก็พ่อของเรา เราต้องสู้กับพวกนั ้นจนตาย
เพราะเจ้ารู้เบาะแสของคนร้าย เจ้าจะท ายังไงต่อ ? “
“ ก่อนหน้านี ้ข้ายังเอาชนะคนร้ายไม่ได้แต่คนร้ายนั ้นจะต้องโดนจัดการ
เหมือนหนูที่วิ่งข้ามถนนไม่ว่าเขาจะไปอยู่ที่ไหน แม้ว่าเขาจะเป็นอัศวินเงาแต่เขาควรที่
จะลงมืออย่างระวัง อีกอย่างแล้วเขามีศัตรูเยอะ ! “ -จางเทีย เผยสีหน้าเคร่งขรึม
ออกมา – “ เราไม่ต้องสู้พวกนั ้นแบบต่อหน้า เราแค่ต้องใช้ทรัพยากรที่เรามี ! “
“ ยังไง ? “
“ เมื่อนักฆ่าสองคนปรากฏขึ ้นที่ประตูเมือง มันต้องมีสายในเมืองจินวู มีแค่
การรับข่าวจากสายที่จะท าให้พวกนั ้นไปที่ประตูเมืองได้ทันและเตรียมการโจมตี เรา
ควรที่จะตรวจสอบคนที่รู้ตารางของพ่อใน 1 ชม.ก่อนการลอบฆ่า “
“ ทหารจินวูตรวจสอบเรื่องนี ้อยู่ ! “-จางหยาง ตอบกลับ มีคนแข็งแกร่งและ
มีพรสวรรค์ในด้านนี ้ในหมู่ลูกน้องของเขา แทบจะทันทีที่ได้ยินข่าวที่ จางปิง โดนลอบ
สังหาร พวกนั ้นก็รู้ว่าตารางงานของ จางปิง คงจะรั่วไหล มันต้องมีสายของนักฆ่าอยู่
หน้า 249 จาก 327
หน้า 250 จาก 327
ในเมืองที่คุ้นเคยกับการกระท าของพ่อเป็นอย่างดี ดังนั ้นพวกนั ้นถึงได้จัดเตรียม
ล่วงหน้าไว้ได้
“ ทหารจินวูได้ท าการตรวจสอบเรื่องนี ้แล้ว หลังจากที่เจ้าโดนป้ายความผิด
และหนีไป ข้าก็สนใจเรื่องความปลอดภัยของครอบครัวเราโดยเฉพาะตารางงานของ
พ่อซึ่งถูกจัดโดยเจ้าหน้าทีนี่ฝ่ายความปลอดภัย การตรวจสอบที่นอกเมืองของพ่อนั ้น
ก็แค่ชั่วคราว ก่อนเรื่องนี ้มีไม่ถึง 100 คนที่รู้เรื่องตารางของพ่อ ถ้านักฆ่าพวกนั ้นมี
สายในเมืองจริงๆ แน่นอนว่าต้องอยู่ในคนพวกนี ้...”
“ เจ้าเอาทุกคนมาสอบสวนได้รึเปล่า ? “ - จางเทีย ถาม
จางหยาง พยักหน้า เขาตอบกลับโดยไม่ลังเล – “ ได้ เราท าได้ 2/3 ของพวก
นั ้นเป็นพนักงานในแมนชั่นผู้ดูแลของเมือง มีไม่ถึง 1/3 ที่มาจากที่อื่นทั่วไทเซียที่มา
เข้าร่วมระบบเมืองและกลุ่มจินวู เพียงแค่พูดพวกนั ้นก็จะร่วมมือกับเราในการ
ตรวจสอบ “
“ เราแยกคนพวกนั ้นเป็นคนๆได้มั ้ย ...” -จางเทีย เผยสีหน้าเย็นชาออกมา
จางหยาง ขมวดคิ ้วเล็กน้อยพร้อมกับตอบกลับ - “ เพราะมีคนมากมาย สาย
ต้องสนใจเก็บความลับของเขา แม้ว่าจะแยกมาเป็นคนแต่เราอาจจะไม่ได้ข้อมูลอะไร
ถ้าเราทรมานไปทีละคน ข้ากลัวว่า...”
“ แค่เอาพวกนั ้นมาสอบสวน หากมีสายอยู่ ข้าสามารถหาตัวเขาได้...” -
จางเทีย พูดขึ ้นด้วยความมั่นใจ...
หน้า 250 จาก 327
หน้า 251 จาก 327
“ เจ้าหาสายลับได้งั ้นเหรอ ? “ – จางหยาง เริ่มตื่นเต้นหลังจากได้ยินค าพูด
ของ จางเทีย
จางเทีย พยักหน้า
จางหยาง คึกขึ ้นมา ตั ้งแต่ที่เขาได้พบกับ จางเทีย อีกครั ้ง เขาก็เริ่มสบายใจ
ขึ ้นมาแต่เมื่อเขาคิดถึงนักฆ่าสองคนในวันนี ้ เขาก็ต้องคิ ้วขมวดอีกครั ้งและเริ่มที่จะ
ลังเล – “ จากท่าทีของนักฆ่าในตอนสุดท้าย คนที่ส่งข้อมูลนี ้เองก็ต้องเป็นคนเด็ดเดี่ยว
ด้วย ในตอนที่เขาพบว่าเขาเป็นเป้าหมาย เขาต้องฆ่าตัวตายและกลายเป็นบ่อเลือด
ในเสี ้ยววินาทีแม้ว่าเจ้าจะหาเขาเจอ ข้ากลัวว่าเราคงไม่ได้อะไรจากเขา...”
จางเทีย ตอบกลับด้วยรอยยิ ้ม แน่นอน จางเทีย คิดเรื่องนี ้มาก่อน - “จริงๆ
แล้วมันไม่ส าคัญว่าคนๆนั ้นจะฆ่าตัวตายหรือไม่ ในองค์กรนักฆ่า คนที่รับผิดชอบใน
การส่งต่อข้อมมูลนั ้นไม่ได้รู้อะไรมาก ยิ่งกว่านั ้นข้าสามารถหาตัวเขาเจอได้ อีกอย่าง
แล้วข้าน่ะได้ข้อมูลบางอย่างมาแล้วด้วย หากเราท าให้คนนอกรู้สึกว่าเราจับชายคนนี ้
ได้และได้ข้อมูลจากเขาผ่านการทรมาน ! “
“ เจ้าหมายถึง... “-จางหยาง เริ่มเข้าใจขึ ้นมา
“ นักฆ่าสองคนมาจากเขตซงซู พวกเขาเป็นสมาชิกองค์กรนักฆ่าเดียวกัน
พวกนั ้นมีรหัสแทนชื่อ หนึ่งในนั ้นคือ 137 อีกคนคือ 224 ฐานขององค์กรนักฆ่านั ้นอยู่ที่
หมู่บ้านพินชา,เขตย่อยหลงซี, เขตซงซู หนึ่งใน 9 เขตชั ้นสูงในไทเซีย ตราบใดที่กลุ่ม
จินวูได้เผยข้อมูลนี ้ออกไปและบอกว่านักฆ่านั ้นเกี่ยวข้องกับคนร้ายที่ใส่ร้ายข้าเมื่อสี่ปี
ก่อน คนจากศาลสูงสุดและนิกายทั ้งเจ็ดนั ้นต้องรีบแห่ไปที่นั่นแล้วจัดการทันที บางคน
แน่นอนว่าต้องเคลื่อนไหวก่อนเราอีก...”
“ ไล่เสือให้ไปฆ่าหมาป่ า ! “
หน้า 251 จาก 327
หน้า 252 จาก 327
“ ใช่ ! “
หลายปีมานี ้คดีที่ร้ายแรงซึ่งช็อกไปทั่วทั ้งไทเซียนั ้นคือเหตุที่เกิดขึ ้นในเมืองฟู
ไห่ ด้วยการหนีของ จางเทีย และการปล่อยบทความออกมาที่ภูเขาแสง เรื่องที่เมืองฟู
ไห่ก็ยื ้อมานานกว่า 4 ปี ผลก็คือเริ่มมีคนรู้จักชื่อของ จางเทีย มากขึ ้นเรื่อยๆ ผลจาก
เรื่องนี ้เองก็มากขึ ้นไปเรื่อยๆอีก ทั่วไทเซีย, ตระกูลใหญ่, นิกายและอัศวินนับไม่ถ้วนที่
สนใจเรื่องนี ้อยู่ตลอด เพราะเรื่องนี ้มันแปลกและเกี่ยวข้องกับปิศาจ,วิหารเอื ้อม
สวรรค์,วิหารโลหิตวิญญาณซึ่งถูกก าจัดไปแล้วและการเพิ่มของอัศวินวัยเยาว์ในไท
เซีย ข้อมูลไหนๆที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี ้จะดึงดูดความสนใจจากหลายคน ตราบใดที่มี
เบาะแส หลายๆกลุ่มในไทเซียแน่นอนว่าต้องรีบเข้าไปหาข้อมูลเหมือนกับเสือหิว
“ อ านาจของกลุ่มจินวูและครอบครัวเรานั ้นยังไม่ไปถึงเขตซงซู แม้ว่าจะท าได้
แต่อ านาจของเราก็มีจ ากัด ! “-จางเทีย มองไปที่ จางหยาง และพูดขึ ้นมา – “ แต่มัน
ไม่ส าคัญเพราะครอบครัวเรานั ้นไม่ใช่แค่พวกเดียวที่ต้องการหาตัวคนร้ายและก าจัด
เขา ! “
“ ตราบใดที่เราปล่อยข่าวออกไป องค์กรนักฆ่านั ้นจะถูกถอนรากถอนโคลน
นี่คือวิธีที่ครอบครัวเราจะแก้แค้น ! “ –จางหยาง หรี่ตาพร้อมเผยความต้องการฆ่า
ออกมา
จางเทีย พยักหน้าและพูดขึ ้น – “ หลังจากที่ศาลสูงสุดและนิกายทั ้งเจ็ดใน
ไทเซียได้เข้าโจมตีฐานนั ้น พวกเขาก็จะได้เบาะแสถ้าพวกเขาโชคดี เราแค่ต้องรอก็
เท่านั ้น....”
“ แม้แต่คดีของเจ้าก็อาจจะถูกยกมาพิจารณาใหม่ ! “
หน้า 252 จาก 327
หน้า 253 จาก 327
“ มันก็ขึ ้นอยู่กับผลแต่อย่างน้อยเราบอกคนร้ายได้ว่าเราไม่ได้อ่อนแอ แม้ว่า
เราจะเอาชนะเขาไม่ได้ ถ้าเขาต้องการท าร้ายเรา เขาก็ต้องชดใช้ไม่ว่าเขาจะคิดมาดี
แค่ไหน ราคาของการป้ายความผิดให้กับข้าคือการเผยตัวเองและท าให้ทุกฝ่ายใน
ไทเซียระวังตัว ราคาของการลอบฆ่าพ่อข้าคือองค์กรนักฆ่าที่ถูกก าจัด หลังจากที่
ล้มเหลวมาสองครั ้ง แม้ว่าคนร้ายจะยังไม่ถูกพบตัวแต่เขาก็ต้องคิดถึงผลลัพธ์ให้
มากกว่าเดิมส าหรับการล้มเหลวครั ้งต่อไป “
จางหยาง ทุบก าปั ้นใส่มือก่อนจะพูดขึ ้นมา – “ ครอบครัวเราจะเผยข้อมูลนี ้
ให้กับนิกายสวรรค์และให้วังไฮหยวนรายงานเรื่องนี ้กับศาลสูงสุด เราจะเผยมันในคืน
นี ้และท าให้ศัตรูต้องแปลกใจ...”
จางเทีย พยักหน้า – “ ยิ่งเร็วยิ่งดี ! “
จางหยาง เม้มปากแน่นเผยให้เห็นรอยย่นสองรอยบนใบหน้าของเขา
หลังจากที่มองหน้ากันแล้วสองพี่น้องก็หัวเราะกันออกมา จากการพูดคุยสั ้นๆ
สองพี่น้องต่างก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายนั ้นเปลี่ยนไปมากและเป็นผู้ใหญ่ขึ ้น พวกเขาสามารถ
แบกรับภาระได้มากกว่าเดิมและเข้าใจกันดียิ่งกว่าเดิม...
โดยเฉพาะ จางหยาง ที่ซึ่งถอนหายใจออกมาเมื่อพบว่า จางเทีย สามารถท า
ให้ศัตรูต้องเสียหาย, ส่งผลต่อสถานการณ์ทั ้งหมดในไทเซียและป้องกันอันตรายของ
ครอบครัวโดยการใช้แผนนี ้
ก่อนที่จะมายังปราสาทแสงดาว จางหยาง ยังคงรู้สึกกลัวในใจแต่เมื่อพบกับ
จางเทีย ไม่นาน เขาก็รู้ชัดเจนกว่าเดิมมากว่าต้องท าอะไรต่อไป
จางหยาง ไม่รู้ว่า จางเทีย รู้เรื่องพวกนี ้ได้ยังไง เมื่อ จางเทีย ไม่ได้อธิบายมัน
ออกมา จางหยาง ก็ไม่ได้ถามเรื่องนี ้ เนื่องจาก จางเทีย ได้ให้ผลไม้ที่วิเศษกับเขา
หน้า 253 จาก 327
หน้า 254 จาก 327
จางหยาง รู้ว่าน้องชายนั ้นมีความลับมากมาย ดังนั ้น จางหยาง จึงไม่รู้สึกแปลกไม่ว่า
จะเกิดอะไรขึ ้นกับ จางเทีย
“ เทียบกับเมื่อ 4 ปีก่อนแล้ว จางเทีย เจ้าเปลี่ยนไปมาก ข้าสงสัยจริงๆว่าเจ้า
ผ่านอะไรมาบ้างใน 4 ปีมานี ้..” -จางหยาง ถอนหายใจออกมา – “ พ่อแม่กังวลเรื่อง
เจ้าทุกวัน ตอนข้าเห็นเจ้า ข้ารู้ว่าชีวิตเจ้านั ้นแน่นอนว่าต้องเกินกว่าที่ข้าจินตนาการได้
! “
“ พี่ เจ้าเองก็เปลี่ยนไปมากเช่นกัน เจ้าน่ะดูเหมือนหัวหน้าตระกูลใหญ่ แม้แต่
คนคุ้มกันของเจ้าก็ยังเป็นอัศวิน “
“ ข้าคงท ามันไม่ได้หากไม่มีเจ้า อัศวินนั ้นจ้างมาจากธนาคารโกเด้นร็อก “ –
จางหยาง เผยรอยยิ ้มขมชื่นออกมาเล็กน้อยแต่ก็ดูผ่อนคลาย เขาจับไหล่ จางเทีย
และพูดขึ ้นมา – “ มันดีที่เจ้ากลับมาได้ คดีของเจ้าอาจจะถูกยกขึ ้นมาใหม่ บรรยากาศ
ในเขตยูซูนั ้นไม่ได้ตึงเครียดเหมือนเมื่อหลายปีก่อน หากเจ้าไม่ได้ปรากฏตัวขึ ้นมา
ด้วยใบหน้าเดิม เจ้าก็อยู่ในเขตนี ้ได้อย่างปลอดภัย ไม่มีใครท าร้ายเจ้าได้ ถ้าเจ้าไม่
รู้สึกอิสระและอยากไปที่ทวีปเช่าซาง ข้าจะจัดเตรียมให้เจ้า หลังจากที่ค าสั่งจับกุมเจ้า
ถูกยกเลิก เจ้าค่อยกลับมา...”
หลังจากได้ยินแบบนั ้น จางเทีย ก็คิดสักพักก่อนจะตอบกลับ – “ พี่ ข้า...เป็น
อัศวินดินแล้ว ! “
‘ อัศวินดิน ? ‘
จางหยาง มองไปที่ จางเทีย แม้ว่าเขาจะมีประสบการณ์มากมายและใจเย็น
เสมอแต่เขาก็ยังรู้สึกเหม่อไปเมื่อได้ยินข่าวนี ้
หน้า 254 จาก 327
หน้า 255 จาก 327
ในตอนที่ จางเทีย เป็นอัศวินเหล็กด าในทวีปไว่ ข่าวนี ้ได้ท าให้ทั ้งทวีปช็อก
แม้แต่ในไทเซีย อัศวินดินนั ้นก็ถือว่ามีระดับเดียวกับผู้ดูแลเขตและนายพลเชจี ใครจะ
ไปคิดว่า จางเทีย จะเป็นอัศวินดินหลังจากที่หนีไป 4 ปี ? ความจริงคือมีอัศวินดิน
น้อยมากในเขตยูซู
จางหยาง เกือบคิดว่าตัวเองได้ยินผิดไป
ค าพูดต่อมาของ จางเทีย ท าให้ จางหยาง ช็อกจนเกือบสลบ
“ ข้ามีตัวตนใหม่ นักพรตมังกรไฟ ! “
“ นัก...นักพรตมังกรไฟ...” –จางหยาง อ ้าอึ ้ง จางหยาง ได้รับบัตรเชิญจาก
นิกายมังกรเหล็ก เพราะ จางหยาง นั ้นไม่ใช่อัศวิน ในตอนที่เขาได้รับบัตรเชิญ เขาจึง
รู้สึกว่ามันบ่งบอกว่าเขาน่ะมีอ านาจเพราะต าแหน่งและอ านาจของกลุ่มจินวู มันเกิน
กว่าที่เขาคาดไว้ที่นักพรตผู้นี ้คือ จางเทีย
หลังจากที่อึ ้งไปสักพัก จางหยาง ก็นึกบางอย่างออก เขาได้อ ้าอึ ้งออกมา – “
ไม่ใช่ว่านักพรตนั ้นแข็งแกร่งเหมือนกับหอคอยรึไง ? อีกอย่างแล้วเขาน่ะฝึกสูตรมังกร
ไฟที่โด่งดัง เจ้า..เจ้า...”
เมื่อเห็นสีหน้าอึ ้งของพี่ชาย จางเทีย ก็เอามือถูหน้า แม้ว่าเสียงของเขาจะดัง
ออกมาปกติแต่มันดังก้องในหูของ จางหยาง จางเทีย ได้ตอบกลับ- “ ข้าได้ปลุก
สายเลือดเปลี่ยนร่าง ข้าสามารถเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาได้อย่างอิสระ อีกอย่างแล้วข้า
เชี่ยวชาญวิธีลับ ข้าสามารถเลียนแบบสูตรมังกรไฟได้ มีแค่เจ้าเท่านั ้นที่รู้ความลับพวก
นี ้ จ าไว้ว่าเก็บมันเป็นความลับแม้แต่กับคนในครอบครัวและวังไฮหยวน ถ้าเจ้าเผย
ความลับนี ้ออกไป เจ้าอาจจะท าให้พวกเขาต้องอยู่ในอันตราย....”
หน้า 255 จาก 327
หน้า 256 จาก 327
จางเทีย ได้ใช้ทักษะลับของทักษะวิญญาณต้องห้ามกับเสียงเขาด้วย
หลังจากที่ จางหยาง ได้ยินแบบมัน มันก็จะฝังลึกในหัวของ จางหยาง ไปตลอดกาล
แม้ว่า จางหยาง จะเจอกับผู้แข็งแกร่งที่เชี่ยวชาญทักษะนี ้แต่ความลับมันก็จะไม่ถูก
เปิดเผยออกมา นอกซะจากว่าอีกฝ่ายเป็น อ านาจสวรรค์ และมีพลังวิญญาณสูงกว่า
จางเทีย และเชี่ยวชาญทักษะนี ้มากกว่า ด้วยวิธีนี ้อีกฝ่ายอาจจะรู้ความลับได้แต่มันก็
เกือบที่จะเป็นไปไม่ได้
‘ ในกรณีเลวร้ายที่สุด แม้ว่ามันจะมีคนแบบนั ้นที่ได้ความลับไปจากพี่ เขาคง
รู้ได้แค่ว่าข้าได้ปลุกสายเลือดที่เปลี่ยนร่างและหน้าตาได้ เขาคงไม่คิดว่าข้าสามารถ
เลียนแบบสูตรมังกรไฟผ่านสูตรราชาอินทรีย์ อย่างมากเขาก็คิดว่าข้าฝึกทักษะที่วิเศษ
ส าหรับผลของสูตรราชาอินทรีย์ มีแค่ผู้ฝึกเท่านั ้นที่รู้ ‘
ความลับทั ้งสองอย่างนี ้ส าคัญกับ จางเทีย อย่างมากแต่มันไม่ได้ส าคัญที่สุด
แม้ว่าจะถูกเปิดเผยออกไปแต่พวกมันก็จะไม่ได้สร้างผลลัพธ์ที่ร้ายแรงมากนัก จริงๆ
แล้ว จางเทีย มีความลับมากมาย ในตอนนี ้ความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ Castle of
Black Iron , สูตรราชาอินทรีย์, วัฏจักรนรก, อ านาจสวรรค์และความจริงที่เขามี
สูตรป่ าเถื่อน
ทั ้งสองความลับแน่นอนว่าต้องสร้างความแตกตื่นไม่ว่าใครจะมีมัน ยกเว้น
แค่ จางเทีย เพราะ จางเทีย น่ะมีความลับมากมาย ในทางกลับกันสองความลับนี ้
เกือบถือได้ว่าไม่ส าคัญเลย
แม้จะเป็นแบบนั ้นแต่ จางเทีย ก็คิดมาอย่างดีแล้วก่อนที่จะเผยความลับนี ้กับ
จางหยาง เมื่อเขาต้องกลับมายังเขตยูซู เขาต้องติดต่อครอบครัว เพราะ จางหยาง
เป็นพี่เขา มันจะไม่สร้างปัญหาอะไรกับการเผยตัวตนอีกอย่างให้กับ จางหยาง ได้รู้
หน้า 256 จาก 327
หน้า 257 จาก 327
มันจะสร้างประโยชน์อย่างมากแทน ด้วยความช่วยเหลือจากพี่ หลายอย่างก็จะ
สะดวกขึ ้น
จางหยาง มองไปที่ จางเทีย กว่า 5 นาทีก่อนจะได้สติแต่เขาก็ยังไม่เชื่อในสิ่ง
ที่ได้ยิน เขารู้สึกว่าใจของเขาก็ยังเต้นรัวอยู่ดี
เพราะความลับของ จางเทีย นั ้นน่าตกใจเกินกว่าที่จะเชื่อได้ จางหยาง จึงไม่
อาจเชื่อได้แม้ว่าเขาจะฟังมันอยู่ก็ตาม
“ เอิ่ม...เอิ่ม นัยน์ตาเจ้าเปลี่ยนไปได้..ข้ารู้ว่ามัน...มันใช่สายเลือดอีกอย่างรึ
เปล่า...”
“ จริงๆแล้วการเปลี่ยนนัยน์ตาก็เป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งของสายเลือดนี ้ นี่คือ
สายเลือดเปลี่ยนร่าง สายเลือดไร้เทียมทานที่แท้จิรง ก็นั่นแหละ...” -จางเทีย ตอบ
กลับพร้อมกับเปลี่ยนผิว, กระดูก,กล้ามเนื ้อ,ผม, เส้นเอ็นต่อหน้า จางหยาง แค่เพียง
10 วินาที จางเทีย ก็ได้กลับไปเป็นรูปลักษณ์ที่เขาช่วย จางปิง เอาไว้ที่ประตูเมือง คน
แปลกหน้านั ้นดูไม่ได้เกี่ยวข้องกับ จางเทีย เลยแต่เสื ้อผ้านั ้นก็ดูเข้ากันได้อย่างดี
เมื่อเห็นแบบนั ้น จางหยาง ก็หอบหายใจแรงและหน้าแดงกล ่า ในเวลา
เดียวกันเขาก็ก าหมัดแน่นและเอามาแนบอกตัวเอง เขารู้สึกหายใจไม่ออกราวกับมีหิน
มาทับอกไว้ หลังจากนั ้นสักพักเขาก็ค่อยได้สติ เขาได้ถอนหายใจออกมาและเผย
รอยยิ ้มขมขื่น – “ ถ้าเจ้ามีความลับมากกว่านี ้อย่าแสดงให้ข้าได้ดูอีก ข้ากลัวว่าใจของ
ข้าคงทนไม่ไหว ! ข้าได้ยินแต่ปิศาจเงาท าแบบนี ้ได้ ข้าไม่คิดว่ามนุษย์จะสามารถปลุก
สายเลือดแบบบนี ้ขึ ้นมาได้ ช่างเป็นความสามารถที่วิเศษจริงๆ ... มันมีแต่ในนิทาน
เท่านั ้น ...”
หน้า 257 จาก 327
หน้า 258 จาก 327
“ มนุษย์มียีนส์แบบเดียวกันกับปิศาจ 99% บางทีทุกคนอาจจะมี
ความสามารถแบบนี ้ในยุคโบราณ ...” -จางเทีย พูดด้วยเสียงเดิมของเขา
“ เสียงเจ้า...” –จางหยาง ต้องการพูดว่ามันเป็นช่องโหว่แต่ก่อนที่เขาจะพูด
จบ จางเทีย ก็พูดขึ ้นมาอีกครั ้ง
“ ตอนนี ้เป็นไง ?”
เสียงของ จางเทีย ดูแปลกไปอีกครั ้ง จางหยาง พูดอะไรไม่ออก หลังจากที่
มองไปที่ จางเทีย ได้สักพัก จางหยาง ก็ได้สติและคลายหมัด – “ ไปได้แล้ว เราต้องไป
จับสายลับให้เร็วที่สุด ! “
“ ได้ ! “
“ เจ้าต้องใช้เวลานานแค่ไหน ? “
“ ข้าต้องพูดคุยกับพวกนั ้นเล็กน้อยเท่านั ้น...”
“ และชื่อของเจ้าตอนนี ้คืออะไร ? “
“ เรียกข้าว่า เซียปิง ก็พอ ! “
“ เซียปิง ! “
ไม่กี่วินาทีต่อมาภายใต้สายตาของอัศวินที่อยู่ห่างไป 50 ม. จางหยาง ได้
เปิดประตูแล้วเดินออกมาโดยมี จางเทีย ตามมาติดๆ....
หน้า 258 จาก 327
หน้า 259 จาก 327
หลังจากการลอบฆ่าเกิดขึ ้นในตอนบ่าย ศาลของเมืองก็เริ่มเคลื่อนไหว
หัวหน้ารักษาความสงบของเมืองจินวูนั ้นเป็นชายชราในครอบครัวจางที่ซึ่งมี
ประสบการณ์และความสามารถมากมาย ก่อนที่ จางหยาง จะได้ออกค าสั่ง คนที่รู้
ตารางเวลาของ จางปิง ต่างก็ถูก ‘ เชิญ ‘ โดยศาลของเมืองในนามของช่วยในการ
สอบสวน
หลังจากออกจากปราสาทแสงดาวแล้ว จางหยาง ก็ได้พา จางเทีย ไปที่ศาล
ไม่มีใครรู้ว่า จางหยาง ได้พูดอะไรกับนักรบที่ชื่อ เซียปิง แต่หลังจากที่ออก
จากห้องแล้ว ชัดแล้วว่า เซียปิง นั ้นได้รับความเชื่อใจจาก จางหยาง เขานั่งรถคัน
เดียวกับ จางหยาง ได้ มันถือว่าน่าทึ่งเล็กน้อย
ตั ้งแต่ที่ขึ ้นรถมา จางเทีย รู้สึกว่าอัศวินคุ้มกันที่เบาะหน้ามักจะจับตาดูเขา
แม้ว่าอัศวินจะไม่ได้หันกลับมามองเขาแต่ จางเทีย ก็รู้สึกว่ามีการรับรู้ของอัศวินที่
เพ่งเล็งมาที่เขา มันไม่ต่างอะไรกับการหันกลับมามองเขาเลย
กลุ่มจินวูได้จ้างอัศวินสองคนจากธนาคารโกเด้นร็อก คนแรกนั ้นเป็นคนคุ้ม
กันของ จางหยาง อีกคนรับหน้าที่ดูแลฐานการผลิตยารักษารอบด้าน หลังจากที่ จาง
เทีย โดนป้ายความผิดและหนีไป นิกายสวรรค์ก็ได้ส่งอัศวินมาอีกคนเพื่อปกป้อง
ครอบครัวพวกเขาไว้ที่แมนชั่น ตอนนี ้มีอัศวินสามคนที่คอยรับใช้ครอบครัวเขาอยู่
แม้ว่าอัศวินตรงหน้าจะโฟกัสมาที่ จางเทีย แต่ จางเทีย ท าท่าไม่รู้ตัว เขาแค่
เอียงหน้าหันมองเมืองด้านนอกเท่านั ้น
ข้างนอกนั ้นมืดแล้ว มีไฟตามท้องถนนถูกจุดขึ ้นมา ข่าวที่ว่า จางปิง โดนลอบ
ฆ่านั ้นได้เป็นที่พูดถึงทั่วเมืองแล้วและท าให้มีทหารเดินลอบลาดตระเวนเมืองมาก
หน้า 259 จาก 327
หน้า 260 จาก 327
กว่าเดิม แม้ว่าบรรยากาศจะตึงเครียดแต่ จางเทีย ก็ยังคงรู้สึกได้ถึงความมั่นคงของ
เมืองจินวูได้อยู่
จินวูน่ะเป็นเมืองเล็กๆแต่มั่นคง
ทั ้งสองฝั่งนั ้นเป็นถนนที่กว้างขวางและเป็นระเบียบ มีตึกต่างๆที่ถูกออกแบบ
มาอย่างดีที่อยู่ติดๆกัน ดูจากป้ายบนตึกเหล่านั ้นแล้ว จางเทีย รู้ว่าพวกนี ้คือชื่อของ
กลุ่มการค้า, ออฟฟิ ศและโรงแรม แม้ว่าจะมืดแล้วแต่ถนนในเมืองก็ยังคงสดใสและ
คึกคัก คนที่เดินผ่านไปมาต่างก็แวะเข้าไปร้านต่างๆ
นอกจากตึกพวกนี ้แล้ว จางเทีย ก็ประทับใจกับสวนในเมือง กว่าครึ่งเมืองนั ้น
เต็มไปด้วยต้นไม้เขียวๆ ส่วนมากแล้วเป็นต้นผลไม้
ทั ้งสองฝั่งของถนนนั ้นมีคลอง ด้วยแสงในตอนเย็น น ้าในคลองนั ้นดูแล้ว
วิเศษอย่างมาก
ด้วยสายตาดอกบัวของ จางเทีย อุณหภูมิน ้าในเมืองนั ้นสูงอย่างมาก มี
แหล่งน ้าใต้ดินมากมาย มันมีแหล่งน ้าร้อนขนาดใหญ่ใต้ดิน หลังจากที่เปิดได้หนึ่งบ่อ
ในเมืองแล้ว ถ้าเจอกับแหล่งน ้าร้อน น ้าพุก็จะไหลออกมาหล่อเลี ้ยงไปทั่วเมือง ในฤดู
หนาวหากเปิดทางน ้าให้มากขึ ้น อุณหภูมิในเมือนั ้นจะลดลงไปหลายองศา ด้วยสภาพ
ที่ดีแบบนี ้ต้นผลไม้ที่อยู่ในไร่ของการท ายาก็สามารถเติบโตได้อย่างดี แม้แต่ในฤดู
หนาวต้นไม้เหล่านี ้ก็ยังงอกเงยได้ก็เพราะอุณหภูมิที่ร้อนนี ้และท าให้เกิดการผลิตยา
รักษารอบด้านต่อ
เมืองจินวูนั ้นคือดินแดนอันสมบูรณ์ส าหรับครอบครัวจางในการตั ้งรกรากใน
ไทเซียเพื่อความรุ่งเรือง
หน้า 260 จาก 327
หน้า 261 จาก 327
รถกว่า 10 คันได้ตามรถของ จางหยาง ไป เพราะ จางปิง โดนลอบฆ่า มันจึง
มีรถเกราะอยู่ด้วย ด้วยกองทัพแบบนี ้ท าให้ผู้คนต่างก็ตะลึง ไม่ว่าพวกเขาจะไปที่ไหน
พวกเขาก็สามารถเดินทางไปได้อย่างราบรื่น
ประมาณ 10 นาที ขบวนรถก็ได้เข้ามาที่ประตูศาลของเมือง
ในตอนที่ จางเทีย และพี่ได้ลงจากรถ หัวหน้าศาลก็รีบเดินเข้ามาหาพวกเขา
“ พวกเขาอยู่ที่นี่รึเปล่า ? “ – จางหยาง ถามออกมา
“ เราก าลังสอบสวนพวกนั ้น ! “- หัวหน้าศาลตอบกลับสั ้นๆ ในเวลาเดียวกัน
เขาก็มองไปที่ จางเทีย ที่ซึ่งยืนอยู่ข้าง จางหยาง แม้ว่าเขาจะไม่รู้จัก จางเทีย แต่ จาง
เทีย รู้จักเขา จางเทีย จ าได้ว่าเขาเคยเจออีกฝ่ายที่แมนชั่นเก่า ตอนนั ้นชายชราคนนี ้
คือคนที่อยู่กับ จางหยวนชาน ในฐานะลูกน้อง
“ เตรียมห้องสอบสวนแยก เขาจะจัดการขั ้นต่อไปเอง ! “ -จางหยาง พูดขึ ้น
และมองไปที่ จางเทีย
“ นี่มัน... “หัวหน้าศาลมองไปที่ จางเทีย
“ เขาช่วยพ่อข้าในวันนี ้และข้าจ้างเขาชั่วคราว เขาสามารถหาสายลับได้ ! “
“ ดี งั ้นโปรดตามข้ามา ข้าจะจัดแจงให้ทันที....”
ชายชราได้พา จางเทีย และ จางหยาง เข้าไปในตึกของศาล
“ มีผู้สงสัยกี่คน ? “ – จางหยาง ถามขึ ้นมา
“ รวมแล้ว 87 คน !”
“ หลังจากที่จับแยกกันแล้ว เอาพวกนั ้นเข้าไปในห้องสอบสวนทีละคนๆ ! “
-จางเทีย สั่งการออกมา
หน้า 261 จาก 327
หน้า 262 จาก 327
“ หืม แล้วเราต้องการอะไรอีกมั ้ย ? “
“ ไม่มี ! “-จางเทีย มองไปที่ จางหยาง ก่อนจะพูดขึ ้น – “ เราจะรู้ผลลัพธ์ใน
ไม่ช้า ! “
...
ไม่กี่นาทีต่อมา จางเทีย ก็ได้นั่งในห้องสอบสวน ห้องนี ้ล้อมรอบด้วยก าแพง
เหล็ก มีกระจกที่ก าแพงแต่ละด้าน นอกจากนี ้แล้วยังมีโต๊ะหนึ่งตัว, เก้าอี ้สองตัวและ
โคมไฟแสงสีส้ม จางหยาง และหัวหน้าศาลนั ้นรออยู่ในอีกห้อง ตามกฎแล้วการ
สอบสวนควรจะมีอีกคนจับตาดูในอีกห้องรวมถึงการพูดคุยด้วยแต่ จางเทีย น่ะขอท า
ด้วยตัวเอง
หลังจากที่ จางเทีย นั่งลงได้ครึ่งนาทีก็มีคนแรกถูกน าตัวเข้ามา
เขาเป็นเจ้าหน้าที่ของทหารจินวู เจ้าหน้าที่คนนี ้อาจจะรู้เหตุผลที่ถูกน าตัวมา
สอบสวนและรู้ว่าขั ้นตอนนี ้นั ้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั ้นเขาจึงไม่ได้ต่อต้านตอนที่ถูกน า
ตัวเข้ามา มันเกินกว่าที่เขาคาดไว้ที่คนที่สอบสวนเขานั ้นเป็นคนแปลกหน้า
ในตอนที่เจ้าหน้าที่เข้ามา พวกคนที่พาตัวเขาเข้ามาก็ได้ปิดประตู
จางเทีย มองไปที่ตาของอีกฝ่ายแล้วเริ่มฉีดพลังวิญญาณเข้าไปในความคิด
ของอีกฝ่ายด้วยแต่เจ้าหน้าที่คนนั ้นไม่รู้ตัวเลยสักนิด
จริงๆแล้ว จางเทีย แค่ต้องการถามค าถามไม่กี่อย่างกับอีกฝ่าย - “ เจ้าได้
บอกตารางของผู้ดูแลเมืองให้กับคนอื่นมั ้ยวันนี ้ ? “
หลังจากที่ได้ยินค าถาม เจ้าหน้าที่ก็อึ ้งก่อนที่จะส่ายหน้า –“ ไม่ ! “
“ ดี เจ้าไปได้แล้ว ! “
หน้า 262 จาก 327
หน้า 263 จาก 327
หลังจากที่เข้าห้องมาไม่ถึง 10 วินาที เจ้าหน้าที่นั ้นก็ได้ออกไป ไม่ถึงครึ่งนาที
ก็ได้มีอีกคนถูกน าตัวเข้าห้องมา
...
“ เจ้าได้บอกตารางของผู้ดูแลเมืองให้กับคนอื่นมั ้ยวันนี ้ ? “
“ ไม่ ! “
“ ดี เจ้าไปได้แล้ว ! “
...
หลังจากที่ออกจากห้องไป คนที่สองก็ได้ออกจากศาลราวกับว่าเขาได้ท า
หน้าที่ในการร่วมมือในการสอบสวนเสร็จ ในตอนที่พวกเขาออกจากห้องสอบสวน
พวกเขาต่างก็สงสัยเพราะพวกเขาไม่คิดว่าการสอบสวนนั ้นจะง่ายแบบนี ้ จนกระทั่ง
พวกเขาออกจากศาลไปไม่กี่นาที พวกเขาถึงได้พบว่าพวกเขาเจออะไรกับการ
สอบสวนเมื่อตะกี ้ พวกเขาจ าได้แค่พวกเขาได้เข้าและออกจากห้องแล้วพบกับประตู
เหล็กสีเทา ดูเหมือนว่าความทรงจ าในส่วนการสอบสวนนั ้นจะถูกลบออกไป
...
ในอีกห้องเมื่อเห็นผู้ต้องสงสัยเดินเข้าออกห้องสอบสวนกันทีละคนๆอย่าง
รวดเร็ว แม้แต่หัวหน้าศาลก็ยังต้องคิ ้วขมวด ‘ เขาท าอะไร ตัดสินคนจากการใบหน้างั ้น
เหรอ ? ‘
“ พันเอก...” – หัวหน้าศาลมองไปที่ จางหยาง
“ รอก่อน...” –จางหยาง พูดขึ ้นมา
หัวหน้าศาลเงียบไป ทุกคนทั่วเมืองรู้ว่าใครคือเจ้านายที่แท้จริงของเมืองนี ้
หน้า 263 จาก 327
หน้า 264 จาก 327
...
ครึ่งชั่วโมงต่อมา คนที่ 52 ก็ถูกน าตัวเข้ามา เขาเป็นชายหนุ่มใส่แว่น
จางเทีย ถามค าถามเดิมออกมาอีกครั ้ง
“ เจ้าได้บอกตารางของผู้ดูแลเมืองให้กับคนอื่นมั ้ยวันนี ้ ? “
“ ใช่ ! “
“ กับใคร ? “
“ 137 “
ในตอนที่เขาตอบ เขาก็เบิกตากว้างด้วยความตะลึงและมองไปที่ จางเทีย
หลังจากนั ้น จางเทีย ก็ได้หายไปจากเก้าอี ้และไปปรากฏตัวอยู่ข้าตัวเขา เกือบจะใน
เวลาเดียวกัน จางเทีย ก็ดึงกรามอีกฝ่ายและใช้อีกมือกดหัวไว้
ในตอนที่ จางเทีย จับหัวอีกฝ่าย อีกฝ่ายนั ้นตัวสั่นไปเล็กน้อยพร้อมกับเลือดสี
ด าที่ไหลออกมาจากมุมปาก ในเวลาเดียวกันหน้าเขาก็เริ่มคล ้า ตัวเขาเริ่มอ่อนลง...
ไม่กี่นาทีต่อมา จางเทีย ก็เอามือออกจากหัวอีกฝ่าย เมื่อเห็นกองเลือดที่พื ้น
จางเทีย ก็อุทานในใจ – “ ชั่วร้ายจิรงๆ ! สมองของชายคนนี ้ถูกตั ้งกลไกเอาไว้ “ - ตอน
ที่ จางเทีย ถามเขาสองค าถาม ระเบิดในหัวก็ท างาน หลังจากที่ท างานแล้ว พลัง
วิญญาณนั ้นจะไปกระตุ้นระบบระสาทส่วนกลางและท าให้กล้ามเนื ้อที่คอต้องดีดตัว
เหมือนกับปฏิกิริยา ผลก็คือชายคนนี ้ตายไป....
หน้า 264 จาก 327
หน้า 265 จาก 327
ฟันของชายคนนี ้เองก็มีพิษอยู่เหมือนกันซึ่งใช้ไว้ฆ่าตัวตายแต่พิษที่คอนั ้น
แตกออกมาอย่างเห็นได้ชัด จางเทีย ไม่เคยได้ยินวิธีนี ้มาก่อน ช่างเป็นองค์กรนักฆ่าที่
ชั่วร้ายและน่ากลัวจริงๆ !
จริงๆแล้วก่อนมาที่นี่ จางเทีย มีอีกความคิด เขารู้สึกว่าอาจจะพบเบาะแส
องค์กรนักฆ่า ดูดจากการจัดแจงขององค์กรนักฆ่าแล้ว จางเทีย พบว่ามันเกือบจะ
เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะหาตัวคนร้ายผ่านองค์กรนักฆ่า เพราะสมาชิกแต่ละคนของ
องค์กรนั ้นต้องมีพิษที่คอและฟัน มันยากที่เขาจะหาข้อมูลได้จากองค์กรนักฆ่า
แต่เหรียญน่ะมีสองด้าน จากอีกมุมเมื่อองค์กรนักฆ่านั ้นระมัดระวังและชั่ว
ร้าย มันก็เป็นไปไม่ได้ที่คนร้ายจะสร้างองค์กรแบบนี ้ขึ ้นมาโดยไม่ได้ทุ่มเทอะไร ถ้า
องค์กรนักฆ่านั ้นถูกท าลาย มันจะส่งผลเสียหายและช็อกให้กับคนร้ายอย่างมาก มัน
เกือบจะเป็นการตัดมือข้างหนึ่งของคนร้ายไป
แค่เพียงไม่กี่นาที่ชายหนุ่มนั ้นก็กลายเป็นบ่อเลือดเหลือทิ ้งไว้เพียงแต่แว่น,
เสื ้อผ้าและเงินติดตัว....
ชายคนนี ้คือเลขาในแมนชั่นผู้ดูแล เขามาอยู่ที่เมืองจินวูได้ 1 ปี ชายคนนี ้ไม่
เคยท าอะไรผิดกฎหมายเลย เขาแค่รับค าสั่งจากหัวหน้าผ่านคริสตัลสื่อสาร หลังจากที่
อ่านความจ าของชายคนนี ้แล้ว จางเทีย ก็รู้แค่ว่าชายคนนี ้คือ 624 เรื่องอื่นในความ
ทรงจ าก็มีแค่การท างานและการใช้ชีวิตในเมืองกับฉากตอนที่เขาติดต่อไปยังนักฆ่าทั ้ง
สอง
แม้ว่าชายคนนี ้จะติดต่อนักฆ่าทั ้งสองแต่พวกเขาต่างก็ใช้รหัสแทนตัว มัน
ไม่ได้มีข้อมูลอะไรให้ จางเทีย อีก หลังจากที่นักฆ่าสองคนโดนฆ่า ชายคนนี ้ก็ได้
ท าลายคริสตัลสื่อสารทิ ้ง
หน้า 265 จาก 327
หน้า 266 จาก 327
แม้ว่าชายคนนี ้จะตายแล้วแต่ จางเทีย ไม่ได้ออกจากห้องสอบสวนทันที
หลังจากอยู่ในห้องกว่า 10 นาที เขาก็ได้เปิดประตูแล้วเดินออกมา
แม้แต่ยามด้านนอกก็สงสัยว่าท าไมชายคนนี ้ถึงได้โดนสอบสวนนานนัก
หลังจากที่ออกจากห้องสอบสวนมา จางเทีย ก็ได้ปิดประตูเผื่อว่าใครจะเห็น
ฉากด้านใน
จางหยาง และหัวหน้าศาลของเมืองเดินเข้ามาหาเขาทันที
จางหยาง แสดงสีหน้าเคร่งขรึมออกมา – “ ผลเป็นยังไง ?”
จางเทีย มองไปที่ จางหยาง จางหยาง เดินตามเขาไปในห้องสอบสวนทันที
ในตอนที่ จางหยาง เข้ามาในห้อง เขาก็ได้กลิ่นเหม็นเน่าและเห็นบ่อเลือดที่
พื ้น จางเทีย อธิบายสถานการณ์สั ้นๆให้กับพี่ฟัง
“ ข้าพบตัวสายแล้วแต่มันเกินกว่าที่เจ้าคาดไว้ พี่ ข้าไม่ได้อะไรมีค่าจากชาย
คนนี ้เลย อีกฝ่ายน่ะจัดการได้ดีกว่าเรา ! “
“ แล้วเราควรท ายังไง ?”
“ มันไม่ส าคัญว่าเราจะได้ข้อมูลจากชายคนนี ้รึเปล่า ตราบใดที่คนอื่นๆคิดว่า
เราได้สิ่งที่เราต้องการ มันก็เพียงพอแล้ว พี่ เจ้าปล่อยข่าวเรื่ององค์กรนักฆ่าได้เลย “ -
จางเทีย มองไปที่มือของ จางหยาง และเห็นแหวนสื่อสารสีมวง หนึ่งในนั ้นต้องมาจาก
วังไฮหยวนเมื่อดูจากการออกแบบ แหวนนี ้สามารถใช้ไว้ติดต่อกับวังไฮหยวน ส าหรับ
อีกสองวงนั ้น หนึ่งในนั ้นใช้ไว้ติดต่อนิกายสวรรค์
หน้า 266 จาก 327
หน้า 267 จาก 327
“ เพราะเจ้า วังไฮหยวน สามารถที่จะสร้างสัมพันธ์โดยตรงกับศาลสูงสุดได้
ข้าไม่คิดว่าความสัมพันธ์นี ้จะสามารถใช้เป็นประโยชน์กับเราได้ ! “-จางหยาง ยิ ้ม
เยาะเย้ยตัวเองก่อนที่จะหลับตาลง
จางเทีย รู้ว่า จางหยาง ก าลังติดต่อกับวังไฮหยวนและนิกายสวรรค์ ดังนั ้น
เขาจึงแค่ยืนรออยู่เฉยๆ จางเทีย สามารถติดต่อวังไฮหยวนและนิกายสวรรค์ได้ใน
พริบตาแต่พลังวิญญาณของพี่เขานั ้นน้อยกว่าเขามาก พี่เขาไม่ได้มีความสามารถใน
การท าหลายอย่างพร้อมกัน ดังนั ้นพี่จึงต้องเพ่งสมาธิในการใช้คริสตัลสื่อสาร
เกือบ 2 นาทีต่อมา จางหยาง ก็ได้ลืมตาพร้อมกับพูดขึ ้น – “ ข้าได้ส่งข่าวให้
พวกเขาแล้ว วังไฮหยวนจะรายงานเรื่องนี ้ไปให้ศาลสูงสุดของเนินเขาซวนหยวนทันที
เขตซงซูนั ้นคือ 1 ใน 9 เขตชั ้นสูง ศาลสูงสุดนั ้นมีอ านาจอย่างมากในเขตซงซูซึ่งกอง
ก าลังอื่นไม่อาจเทียบได้ ถ้าศาลสูงสุดลงมืออย่างรวดเร็ว เรือบินของศาลสูงสุดคงไป
ถึงหุบเขาปิงชาก่อนที่จะเช้า ! “
“ แล้วนิกายสวรรค์ล่ะ ?”
“ ข้ากลัวว่านิกายสวรรค์นั ้นจะไม่ได้มีเวลาพอในการร่วมลงมือด้วยแต่เมื่อ
พวกเขารู้ว่านักฆ่าอยู่ในเขตซงซู พวกเขาต้องส่งคนไปที่นั่นเพื่อหาเบาะแสแน่ นิกาย
ชั ้นสูงอย่างนิกายสวรรค์นั ้นสนแค่เรื่องสถานการณ์โดยรวม แม้ว่าเรื่องนี ้จะไม่ได้
เกี่ยวข้องกับพวกเขาโดยตรงแต่มันอาจจะเกี่ยวข้องกับปิศาจและกองก าลังมืด ดังนั ้น
นิกายสวรรค์จึงไม่นิ่งเฉย ตามธรรมเนียมของนิกายสวรรค์แล้ว พวกเขาต้องร่วมมือกับ
นิกายทั ้ง 6 เพื่อท าการตรวจสอบเขตซงซูแน่....”
“ เราท าได้เท่านี ้ ! “ -จางเทีย พยักหน้า เมื่อเห็นแหวนของพี่ อยู่ๆเขาก็จ า
บางอย่างได้ – “ พี่ เจ้ามีอุปกรณ์มิติรึเปล่า ?”
หน้า 267 จาก 327
หน้า 268 จาก 327
จางหยาง ยิ ้มออกมาอย่างขมขื่น – “ ไม่ มันไม่ได้หาซื ้อได้ง่ายๆ นอกจาก
หนึ่งในอันที่ จางไท่สวน และอันทีเจ้าได้จาก อาจารย์เจียง ข้ากลัวว่าคงไม่มีใครที่มีมัน
ในวังไฮหยวน กว่าหลายปีมานี ้ ไม่ว่าข้าจะใช้เงินไปเท่าไหร่แต่ก็ไม่อาจหาซื ้อได้ ! “
“ ถ้างั ้นก็รับนี่ไว้ ! “ -จางเทีย ล้วงเข้าไปในเสื ้อแล้วเอาอุปกรณ์มิติที่เขาได้มา
จาก บารอนปิศาจ ให้กับ จางหยาง ของชิ ้นนี ้ได้ท าการตกแต่งใหม่ให้กลายเป็นจี ้
สร้อยคอ มันก็เหมือนบัตรของนักสู้ มันสามารถใส่ไว้ในกระเป๋ ารึห้อยไว้ที่คอได้จะได้
ไม่สะดุดตา นี่คืออุปกรณ์มิติที่ดียิ่งกว่าอันที่ จางเทีย ได้มาจาก แม่ทัพปิศาจ มันถือได้
ว่าเป็นงานระดับสูงชิ ้นหนึ่งในหมู่อุปกรณ์มิติ
เมื่อเห็นแผ่นเหล็กนั ้น จางหยาง ก็เบิกตากว้าง – “ นี่มันอุปกรณ์มิติงั ้นเหรอ
.....”
“ แน่นอน...”
เพราะ จางเทีย ได้สร้างเรื่องตกใจให้ จางหยาง มากมายในวันนี ้ เขาจึงไม่
ต้องการจะท าให้พี่ชายต้องช็อกไปมากกว่านี ้ เขาได้เอาของชิ ้นนี ้ออกมาจาก
Castle of Black Iron หากอยู่ดีๆเขาหยิบออกมา เขากลัวว่าพี่เขาคงต้องหัวใจ
วายแน่ๆ เพราะอุปกรณ์มิตินั ้นไม่สามารถที่จะเก็บอุปกรณ์มิติอีกชิ ้นได้ จางเทีย จึง
ท าท่าเอามือล้วงไปในกระเป๋ าเสื ้อ
จางเทีย เห็นว่ามือของพี่ชายสั่นในตอนที่รับอุปกรณ์มิติไป
“ พี่ มันก็เหมือนกับการใช้คริสตัลสื่อสาร เจ้าฉีดพลังวิญญาณเข้าไปและจะ
ใช้มันได้อย่างอิสระ ! “-จางเทีย บอกกับพี่ชาย
หลังจากที่รับมันมาแล้ว จางหยาง ก็อึ ้งไปหลายวินาทีราวกับว่าเขาก าลัง
ทดสอบใช้มันอยู่
หน้า 268 จาก 327
หน้า 269 จาก 327
อุปกรณ์มิตินี ้ข้างในว่างเปล่า มันใหญ่กว่าของ แม่ทัพปิศาจ มากโดยอันนั ้นมี
พื ้นที่ไม่ถึง 30 ลบ.ม. มีแค่เพียงแหวนสื่อสารข้างใน จางเทีย ได้เอาแหวนนี ้มาจาก
ดินแดนธาตุดิน เขาได้ซื ้อมันกลับมา 10 คู่ เพราะของแบบนี ้ยากที่จะเห็นได้บนผิวดิน
มันจึงยากที่วังไฮหยวนจะได้มันมาแต่ในป้อมสิงโต ด้วยคะแนนที่เพียงพอแล้วอัศวิน
ดินก็สามารถแลกแหวนนี่ได้ง่ายๆ
ในตอนที่ จางหยาง ฉีดพลังวิญญาณเข้าไปในอุปกรณ์มิติ เขาก็ตระหนักได้
ถึงความกว้างของมัน เขาเอาแหวนสื่อสารอกอมาแล้วมองไปที่ จางเทีย ด้วยความ
ตื่นเต้น เขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี
“ พี่ ไม่เอาน่า เราเป็นพี่น้องกัน อย่าตื่นเต้นกับของเพียงชิ ้นเดียว ! “
จางหยางได้แต่ถอนหายใจ เขาพบว่าเขามองน้องชายเขาไม่ออกเลย แม้ว่า
กลุ่มจินวูนั ้นจะเติบโตและมีอ านาจขึ ้นอย่างมากแต่เมื่อเทียบกับท่าทีตอนที่ จางเทีย
เอาอุปกรณ์มิติออกมา จางหยาง รู้สึกว่าสิ่งที่เขาได้ท ากับกลุ่มจินวูนั ้นไม่ได้มีค่าอะไร
ในตอนที่เขาคิดถึงตัวตนอีกอย่างของจางเทีย จางหยาง ก็รู้สึกขนลุกมากก่วาเดิม
เขาคิดภาพได้ยากเมื่อคิดถึงสีหน้าผู้อาวุโสวังไฮหยวนแสดงออกมาเมื่อรู้ว่า จางเทีย
น่ะได้เป็นอัศวินดินแล้ว
“ ข้าล่ะสงสัยจริงๆว่าเจ้าผ่านอะไรมาบ้างในหลายปีมากนี ้ เจ้าเอาอุปกรณ์
มิติออกมาง่ายๆได้ยังไง ? “
“ ฮี่ฮี่ ข้าแค่โชคดี ...” -จางเทีย จับจมูกตัวเองพร้อมกับยิ ้มออกมา อุปกรณ์
มิตินั ้นล ้าค่าส าหรับคนอื่นแต่มันไม่ได้มีค่าอะไรมากส าหรับ จางเทีย หลังจากที่เอา
อุปกรณ์มิติให้กับพี่และ หลานหยุนซี แล้ว เขาก็ยังมีอุปกรณ์มิติอยู่อีกอย่างเช่นคลัง
หน้า 269 จาก 327
หน้า 270 จาก 327
ซวนวู, Castle of Black Iron , ลูกปัดนาโนที่เขาได้มาจากอาจารย์เจียง จาง
เทีย ควรจะเป็นคนที่รวยที่สุดในไทเซียหากนับจากจ านวนอุปกรณ์มิติที่เขามี
“ เจ้าอยากกลับไปดูบ้านหน่อยมั ้ย ?”
“ มันสะดวกเหรอที่ข้ากลับไปด้วยตัวตนนี ้ ? “ – ก่อนหน้านี ้ จางเทีย คิดจะ
กลับบ้านไปด้วยการเข้าสิงสัตว์แต่เมื่อเขาเจอกับพี่ เขาก็ไม่จ าเป็นต้องใช้วิธีนั ้น
“ เจ้าคือคนที่ช่วยชีวิตพ่อของเราและเป็นคนของครอบครัวจาง มันไม่มี
ปัญหาหากเจ้าจะไปหาคนในครอบครัวและรับรางวัลจากครอบครัวจาง ตอนที่ข้ามา
ที่นี่ พ่อกับแม่ถึงกับบอกข้าให้ขอบคุณเจ้าด้วยรางวัลจ านวนมากด้วย “
“ ดี งั ้นข้าจะกลับไปด้วย ข้าจะรอข่าวจากศาลสูงสุดที่บ้าน....”
ในตอนที่เขาตระหนักได้ว่าตัวเองจะได้กลับบ้านในไม่ช้า จางเทีย ก็เริ่ม
ตื่นเต้นขึ ้นมาทันที....
หน้า 270 จาก 327
หน้า 271 จาก 327
หลังจากที่เจรจากันในห้อง สองพี่น้องก็ได้ออกจากศาลและกลับไปที่แมนชั่น
ครอบครัว
ในฐานะผู้ช่วยชีวิต จางปิง มันจึงมีเหตุผลพอที่ จางเทีย จะไปที่แมนชั่นได้
อีกอย่างแล้วดูจากการกระท าที่ จางหยาง ได้พา จางเทีย เข้าไปในศาล คนอื่นๆต่างก็
คิดได้แค่ว่า จางปิง ต้องการรับชายคนนี ้มาอยู่ในกลุ่มจินวู
บรรยากาศในเมืองยังคงตึงเครียด ทั่วเมืองนอกจาก จางเทีย และ จางหยาง
แล้ว ไม่มีใครรู้ข่าวการลอบฆ่าที่ได้ส่งต่อไปยังศาลสูงสุดและนิกายสวรรค์ จริงๆแล้ว
บรรยากาศแบบนี ้ก็มีไว้ให้คนนอกเห็นเท่านั ้น ไม่ใช่แค่นั ้นเมื่อ จางหยาง ออกจากห้อง
สืบสวนมา เขาก็ได้สั่งการทหารคนหนึ่ง ---จากนี ้ให้ล็อคห้องสอบสวนเอาไว้ พวกเจ้า
สองคนเฝ้าไว้ ห้ามให้ใครเข้าไปหากข้าไม่อนุญาต อีกอย่างแล้วศาลควรจะหาเบาะแส
ต่อในเมือง จ าไว้ว่าให้เอาคนที่น่าสงสัยเข้ามาที่ศาลเพื่อท าการตรวจสอบ....
หลังจจากที่สั่งการไปแล้ว นอกจาก จางเทีย และ จางหยาง ไม่มีใครรู้เลยว่า
ผู้ต้องสงสัยจริงๆนั ้นตายแล้วรวมไปถึงคนอื่นๆในศาลด้วย
จางหยาง ท าไปแบบนั ้นก็เพื่อท าให้ผู้คนสับสนและซื ้อเวลาให้ศาลสูงสุดใน
การจัดการเขตซงซู ถ้ามีสายคนอื่นอยู่ในเมืองจินวูอีก เมื่อเห็นบรรยากาศที่ตึงเครียด
นี ้ พวกนั ้นจะคิดได้แค่ว่าเมืองจินวูไม่ได้ข้อมูลอะไรที่ส าคัญไป ดังนั ้นพวกนั ้นก็จะพา
กันคลายการระวังตัวลง
‘ ระหว่าง 4 ปีมานี ้ คนร้ายไม่ได้ลงมืออะไรเลย ท าไมเขาถึงกล้าลงมือ
ในตอนนี ้ได้ ? เหตุผลที่เขาคิดที่จะก่อเรื่องขึ ้นมาอีกครั ้งคืออะไร ? ‘
จางเทีย คิดเรื่องนี ้ตั ้งแต่ออกจากศาลมา
หน้า 271 จาก 327
หน้า 272 จาก 327
คนฉลาดจะรู้ว่าถึงฤดูใบไม้ร่วงแล้วในตอนที่เห็นใบไม้ร่วงจากต้น จางเทีย
รู้สึกว่านี่ไม่ใช่ลางที่ดีเลย
4 ปีก่อน น้อยคนนักที่จะรู้ว่าจักรพรรดิได้หายตัวไปแต่ไม่กี่วันก่อน ข่าวนี ้พูด
ถึงไปทั่วไทเซีย แม้แต่คนธรรมดาในโรงน ้าชาของอาณาเขตมังกรไฟก็ยังรู้เรื่องนี ้ แม้ว่า
จะไม่ได้พูดคุยกันแบบเปิดเผยแต่พวกเขาก็ยังคุยเรื่องนี ้กันแบบลับๆ ทุกคนต่างก็
กังวลเรื่องนี ้ ผลก็คือความกังวลนี่เริ่มครอบคลุมทั่วทุกพื ้นที่
ราคาของอาหารในเขตกองทัพตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมั่นคง มันเพิ่มขึ ้น
จากเดิมเล็กน้อย ราคาของของใช้อย่างเช่นเหล็กและปูนซึ่งใช้ไว้ในการสร้างเมืองและ
ป้อมปราการได้เพิ่มขึ ้นมาเล็กน้อยในเขตยูซู แม้แต่ราคาของยาและอาวุธก็ยังเพิ่มขึ ้น
ด้วย ยารักษารอบด้านที่กลุ่มจินวูได้ท าขึ ้นมานั ้นเป็นที่ต้องการอย่างเร่งด่วน อีกอย่าง
แล้วผู้คนรอบๆเมืองชั ้น A ต่างก็เริ่มแห่กันเขาไปในเมืองด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิม
เรื่องพวกนี ้ท าให้ จางเทีย นึกถึงฉากตอนที่สงครามปะทุขึ ้นมาในทวีปไว่
พวกมันคล้ายกันอยู่หลายด้าน แม้แต่ผู้คนก็ต้องระวังในเรื่องแบบนี ้
ภายใต้สถานการณ์ตึงเครียดได้เกิดการลอบฆ่าครอบครัวจางขึ ้น คนร้ายนั่น
เริ่มที่จะเคลื่อนไหวอีกครั ้ง....
ในตอนที่รถได้เข้าไปในเมือสวนใน เมื่อเห็นฉากที่เจริญรุ่งเรืองของครอบครัว
จางเทีย ก็ลืมค าถามพวกนี ้ไป เขารวบรวมสติและเตรียมเจอกับคนในครอบครัวด้วย
ตัวตนของ เซียปิง
...
ในคฤหาสน์ จางเทีย ได้เจอกับคนในครอบครัวของเขา
หน้า 272 จาก 327
หน้า 273 จาก 327
สิ่งที่เกิดขึ ้นวันนี ้ท าให้ครอบครัวได้กลับมารวมตัวกันอีกครั ้ง แม้ว่าจะเย็นไป
หน่อยแต่พวกเขาก็ยังไม่ได้ไปเข้านอน พวกเขาแค่มาคุยกับพ่อแม่และรอการกลับมา
ของ จางหยาง
ในห้องนั่งเล่น จางเทีย ได้เห็นพ่อ, แม่ , พี่สะใภ้และภรรยาของเขา....
มีเด็ก 3 ขวบข้างๆผู้หญิงทั ้งหกคนซึ่งมีผู้ชาย 3 ผู้หญิง 3 ทุกคนต่างก็ดูน่ารัก
พวกเขาดูคล้ายกับ จางเทีย ลินดา กับ ฟิ โอน่า ได้คลอดลูกสาวสองคนที่ดูคล้ายกับ
นางฟ้า เบเวอร์รี่, ไอมิ และ ไอซิว ได้คลอดลูกชายออกมา เพราะ ไอมิ และ ไอซิว นั ้น
เป็นแฝง ลูกชายของพวกเธอจึงเหมือนว่าเป็นแฝดกัน
ตั ้งแต่ที่ จางเทีย โดนป้ายความผิดแล้วต้องหนีไป จางเชิงลี่, จางเชิงติง,
จางเชิงเป่ ย ก็ได้ออกจากเขตยูซูและเข้าร่วมนิกายสวรรค์ พวกเขาได้เป็นศิษย์ที่นั่นที่
รับโดยผู้อาวุโสสูงของนิกายสวรรค์ ดังนั ้นพวกเขาจะกลับบ้านในตอนสิ ้นปี แม้ว่า ลิน
ดา, เบเวอร์รี่ และ ฟิ โอน่า จะไม่เต็มใจแต่พวกเธอก็ท าได้แค่ส่งลูกไปเรียนหลังจากที่
จางเทีย โดนป้ายความผิดแล้วออกจากบ้านไป
ต้องขอบคุณที่หลังจากลูกทั ้ง 3 ไปเรียน พวกเธอก็มีลูกกันเพิ่มถึง 8 คน
ดังนั ้นพวกเธอจึงไม่ได้รู้สึกเศร้ามากมาย
แม้ว่าจะผ่านไป 4 ปีแต่ ลินดา, เบเวอร์รี่ และ ฟิ โอน่า ก็ยังคงเดิมไม่
เปลี่ยนแปลงไปทั ้งหน้าตาและรูปร่าง ไม่ใช่แค่นั ้นพวกเธอยังดูสวยมากกว่าเดิม
หลังจากที่เป็นแม่คนแล้ว ไอมิ กับ ไอซิว นั ้นดูเป็นผู้หญิงชนชั ้นสูงมากกว่าเดิมด้วย
แม้ว่าจะมีรอยตีนที่หางตาแต่แม่ของ จางเทีย ก็ยังดูดีอยู่
หลังจากที่มองไปยังคนในครอบครัวและมั่นใจว่าทุกคนยังคงสบายดี จาง
เทีย ก็สบายใจขึ ้นมาทันที
หน้า 273 จาก 327
หน้า 274 จาก 327
เมื่อเห็นคนแปลกหน้าข้างๆ จางหยาง คนอื่นๆในห้องต่างก็หันมาสนใจ จาง
เทีย เพราะ จางเทีย ได้เปลี่ยนร่างและหน้าตาไป แม้แต่พ่อแม่และภรรยาก็ไม่อาจจะ
จ าเขาได้
หลังจากที่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ จางหยาง ก็ได้ชี ้ไปที่ จางเทีย และค่อยๆพูด
ขึ ้นมา – “ พ่อ นี่คือ เซียปิง เขาได้ช่วยชีวิตท่านไว้ที่ประตูเมือง....”
“ อ่ะ เจ้าช่วยข้าไว้..” – พ่อลุกขึ ้นมาด้วยสีหน้าตื่นเต้น
มันค่อนข้างวุ่นวายที่ประตูเมืองตอนนั ้น พ่อโดนล้อมด้วยคนคุ้มกันเพราะ
เขาไม่ได้มีพลังในการต่อสู้ ในตอนสุดท้ายเขารู้สึกได้แค่ว่าเขารอดจากนรกมาได้
ตอนนั ้นเขารู้สึกได้ถึงลมเย็นๆที่พุ่งเข้าหาเขาแล้วเห็นแสงสีทองรอบตัวซึ่งได้กันลมที่
พุ่งเข้ามาจนท าให้เกิดเสียงระเบิดขึ ้น เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ ้น เขาเห็นหน้านักฆ่ากับคน
ที่ช่วยเขาไม่ชัดด้วยซ ้าก่อนที่จะถูกน าตัวขึ ้นรถไป
ตอนที่พ่อลุกขึ ้นยืน คนอื่นๆเองก็ลุกขึ ้นยืนตามเขาด้วย
“ ข้าแค่เดินทางไปทั่วไทเซีย หลังจากที่ได้ยินว่าเมืองจินวูนั ้นโด่งดังเรื่องยา
รักษารอบด้านและความเจริญ ข้าเลยอยากมาที่นี่ มันเกินกว่าที่ข้าคาดไว้ที่ข้าช่วย
ผู้ดูแลเมืองได้โดยบังเอิญ ...อะแฮ่ม...มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนักหรอก ....ไม่
จ าเป็นต้องจริงจังแบบนั ้นก็ได้ ! “
แม้ว่าจะเตรียมรับมืออยู่นานแต่ จางเทีย ก็ยังคงรู้สึกอึดอัดเมื่อเขาต้องพูด
มันออกมา เขาเกือบลืมว่าต้องพูดอะไร มันมีเหตุผลพอที่ลูกจะช่วยพ่อ ในตอนที่พ่อ
ต้องการขอบคุณเขา จางเทีย จึงรู้สึกอายขึ ้นมา
“ แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องจริงจังส าหรับเจ้าแต่หากเจ้าไม่ช่วย เราคงไม่อยากพบ
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ ้น ! “ -แม่บอกกับ จางเทีย ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม – “ เพราะชายคนนี ้ได้
หน้า 274 จาก 327
หน้า 275 จาก 327
ช่วยพ่อของเจ้าเอาไว้ เราควรที่จะท าตามที่เขาต้องการ เราต้องขอบคุณเขาด้วยรางวัล
เขาคือผู้ช่วยชีวิตของเรา ! “
“ ได้ แม่ ข้ารู้ ! “ -จางหยาง พยักหน้า
“ ขอบคุณที่ช่วยชีวิตพ่อตาข้า ! “- พี่สะใภ้โค้งให้กับ จางเทีย
พี่สะใภ้คนอื่นๆและภรรยาต่างก็เข้ามาขอบคุณ จางเทีย
หลังจากนั ้น จางเทีย ก็นั่งอยู่ที่เก้าอี ้และพูดคุยกับคนในครอบครัวอย่าง
สุภาพ
ตอนนั ้นเด็กบางคนได้วิ่งจากข้างๆแม่มาหา จางเทีย พวกเด็กมาล้อมเขาไว้
แล้วดึงเสื ้อผ้าเขา
ทุกคนในครอบครัวต่างก็อึ ้งกับสิ่งที่เห็น
“ ดูเหมือนว่าวีรบุรูษคนนี ้จะมีกรรมกับครอบครัวเรา หลานของข้าไม่เคยเข้า
หาคนแปลกหน้าเลย มันเป็นครั ้งแรกที่เห็นพวกเขาวิ่งหาคนที่พวกเขาเคยเจอเป็นครั ้ง
แรก...” -แม่พูดขึ ้นพร้อมรอยยิ ้ม
“ ฮี่ฮี่ ข้าเองก็รู้สึกว่าเด็กๆน่ะน่ารักมากๆ...” -จางเทีย ไม่รู้ว่าจะตอบแม่ยังไง
แม้ว่าหน้าตาจะเปลี่ยนไปแต่เขาก็มีสายเลือดเดียวกับเด็กพวกนี ้ เด็กทั ้งห้าอาจจะรู้สึก
ได้ ดังนั ้นพวกเด็กจึงเข้ามาหาเขา
เมื่อเห็นแบบนั ้น จางเทีย ก็ดูรู้สึกซับซ้อนขึ ้นมาแต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
“ พ่อ...” - ในตอนที่ จางเทีย ยิ ้ม เด็กสาวที่ดึงเสื ้อเขาก็เงยหน้าขึ ้นแล้วเรียก
เขา
หน้า 275 จาก 327
หน้า 276 จาก 327
หลังจากที่ได้ยินแบบนั ้นใจของ จางเทีย ก็เต้นรัว คนอื่นในครอบครัวต่างก็
เงียบไป หลังจากนั ้นทุกคนต่างก็รู้สึกอาย รอยยิ ้มของภรรยาเขาต่างก็หายไปในทันที
แม่ถอนหายใจออกมา – “ ลินดา มันดึกแล้ว เจ้าควรที่จะพาพวกเขาไปนอน
...”
จนกระทั่งเขาเห็น ลินดา พาเด็กๆออกไป จางเทีย ถึงได้ละสายตาจากเด็กๆ
ตอนที่พวกนั ้นออกไป เด็กน้อยทั ้งห้าถึงกับหันหลังกลับมามอง จางเทีย อย่างไม่เต็ม
ใจ ตาของเด็กสาวนั ้นเต็มไปด้วยน ้าตา แม้แต่ภรรยาเขาก็ยังรู้สึกอยากร้องไห้...
“ ขอโทษเรื่องนี ้ด้วย หลานข้าน่ะน่าสงสาร แม้ว่าจะดูไม่ได้ขาดอาหารและ
เสื ้อผ้าแต่พวกเขาน่ะไม่เคยเห็นพ่อตัวเองเลยตั ้งแต่เกิด เพราะพวกเขาโตขึ ้น พวกเขา
เลยถามแม่ว่าพ่ออยู่ที่ไหนทุกวัน...” -แม่พูดขึ ้นมาด้วยสีหน้าสลด
เมื่อได้ยินแบบนั ้น จางเทีย ก็ก าหมัดแน่น ส่วนที่บอบบางที่สุดในตัวเขาเริ่ม
รู้สึกปวดขึ ้นมา
...
คืนนั ้น จางเทีย ได้มานอนที่บ้านที่จัดไว้ให้ส าหรับแขกโดย จางหยาง มาส่ง
เขาด้วยตัวเอง
หลังจากที่ออกจากบ้านใหญ่มาแล้ว จางเทีย ก็เงียบอยู่ตลอด จางหยาง
รู้สึกได้ถึงอารมณ์ของ จางเทีย ดังนั ้นเขาเองก็ไม่ได้พูดจนกระทั่งมาถึงบ้านรับแขก
จางเทีย ยิ ้มออกมาอย่างขมขื่นพร้อมกับบอกพี่ด้วยวิธีลับ – “ พี่ อย่าคิดมาเรื่องข้าเลย
ศาลสูงสุดคงไม่ตบหน้าตัวเองในเร็วๆนี ้แน่ ข้าน่ะพอใจแล้วกับการเจอเจ้า...”
จางหยาง พยักหน้า เขาไม่รู้ว่าจะปลอบ จางเทีย ยังไงดี
หน้า 276 จาก 327
หน้า 277 จาก 327
ถ้าคนอื่นบอกกับ จางหยาง ว่าเงินน่ะไม่ใช่ของส าคัญในเมืองแบล็คฮ็ฮต
จางหยาง คงถุยน ้าลายใส่หน้าอีกฝ่าย เพราะตอนนั ้นเงินน่ะส าคัญส าหรับ จางหยาง
ถ้าเขามีเงิน เขาก็จะมีบ้าน,ฐานะทางสังคม, อ านาจและอย่างอื่นอีกมากมายแต่ใน
วันนี ้ จางหยาง ก็เข้าใจว่าเงินน่ะไม่ได้จ าเป็นเลยแม้ว่ามันจะส าคัญก็ตาม ในไทเซียมี
หลายอย่างที่ไม่อาจแก้ไขได้ด้วยเงิน
หลังจากที่คุยกับ จางเทีย สักพัก จางหยาง ก็ออกจากบ้านไปด้วยอารมณ์ที่
ซับซ้อน
...
คืนนั ้น จางเทีย เริ่มร้อนรนขึ ้นมา เขายืนอยู่ที่ระเบียงและคอยฟังเสียงนกที่
ร้อง....
‘ เด็กน้อยพวกนั ้นคงหลับไปแล้ว ! ‘
ในตอนที่เขาคิดถึงภาพหน้าตาของลูกๆเขา จางเทีย ก็รู้สึกอบอุ่นขึ ้นมาในใจ
อีกครั ้ง
จางเทีย ไม่ใช่คนใจเย็นชา หลังาจากที่ได้ยินโดนเรียกว่าพ่อ เขาก็รู้สึกอบอุ่น
ไปทั่ว แม้ว่าจะเป็นอัศวินดิน ถ้าเขาท าสิ่งที่ส าคัญที่สุดเสียไปและท าให้คนที่เขารัก
ต้องล าบาก งั ้นมันก็ไร้ความหมายกับการเป็นอัศวินดินที่แข็งแกร่งและท าให้ทั ้งเขต
ช็อก
จางเทีย มองไปที่ทางเขตซงซูพร้อมกับความคิดหนึ่งที่เกิดขึ ้นมาในหัว
‘ ข้าจะได้โอกาสรื ้อฟื ้นคดีใหม่มั ้ย ? ‘
หน้า 277 จาก 327
หน้า 278 จาก 327
จางเทีย ไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ ้นที่เขตซงซูในไม่กี่ชั่วโมงต่อมาจะท าให้เขาได้โอกาส
ที่ท าให้ทั ้งโลกช็อกเพราะมันได้สร้างความวุ่นวายครั ้งใหญ่ให้กับไทเซีย....
หน้า 278 จาก 327
หน้า 279 จาก 327
เขตย่อยลงซี เขตซงซู....
มีเส้นสีขาวโล่มาบนฟ้าทางทิศตะวันออก ดาวมังกรในทางตะวันออกส่อง
แสงของมันออกมาก่อนจะเช้า บริเวณนั ้นดูค่อนข้างสงบ
มีเรือบินสีเทาขาวกว่า 500 ม.บินออกมาจากชั ้นบรรยากาศที่สูงขึ ้นไปกว่า
หมื่นเมตรและได้เขาไปในชั ้นโทรโพสเฟี ยร์ เรือบินนี ้ได้มุ่งหน้าไปยังทางตะวันออก
เฉียงใต้ของเขตย่อยลงซีเหมือนกับธนูที่พุ่งเข้าหาเหยื่อ
ชายชราผมเงินคนหนึ่งได้ยืนที่หัวเรือและมองไปยังผืนดินที่ไกลออกไปโดย
เขาเอามือไขว้หลังไว้ เขาใส่ชุดด าและมีมงกุฎบนหัว ทีมอัศวินจากศาลเขตซงซูยืนอยู่
ด้านหลังชายชราคนนี ้ด้วยสีหน้าเคร่งขรึมกว่า 10 ชม. เพราะชายชราคนนี ้ยังคงเงียบ
ที่นั่นเองก็เงียบไปด้วย พวกเขาแค่มองที่เมฆที่ผ่านไปมาและพื ้นดินด้านล่าง
ศาลเขตซงซูชัดแล้วว่ามีอ านาจมากกว่าเขตอื่นซึ่งตัดสินได้จากทีมอัศวินที่อยู่
ตอนนี ้
เขตระดับต ่าในไทเซียอย่างเขตยูซู จางเทีย ในฐานะอัศวินเหล็กด าสามารถ
เป็นหัวหน้าศาลเขตได้เพราะไม่มีอัศวินคนไหนในระบบยุติธรรมในเขตยูซู ในทาง
กลับกันมีอัศวินเหล็กด ากว่า 20 คนในระบบศาลเขตซงซู อีกอย่างแล้วหัวหน้าศาลก็
เป็นอัศวินดินที่โด่งดัง
กว่า 10 ชม.ซึ่งมันอาจจะยากส าหรับคนธรรมดาแต่มันไม่ได้มากมายอะไร
เลยส าหรับอัศวินที่บ่มเพาะ 1-2 เดือนต่อครั ้ง
พวกเขาต่างก็เงียบแต่ต่างก็มีค าถามในใจ เพราะอัศวินจากศาลนั ้นไม่รู้ว่า
ท าไมหัวหน้าถึงได้เรียกพวกเขาให้เดินทางมากว่าหมื่นไมล์โดยเรือบินแต่หัวหน้าน่ะ
มักจะมีความคิดที่คาดการณ์ไม่ได้ พวกเขารู้ว่าหัวหน้านั ้นอารมณ์ร้าย พวกเขาจึง
หน้า 279 จาก 327
หน้า 280 จาก 327
ไม่ได้ถามเหตุผลเรื่องนี ้ ถ้าหัวหน้าต้องการให้พวกเขารู้ หัวหน้าก็จะบอกเอง ถ้าไม่
แน่นอนว่าเขาก็ต้องมีเหตุผล
ตอนนั ้นนอกจากหัวหน้าศาลแล้ว เกือบครึ่งของอัศวินต่างก็อยู่ที่หัวเรือ
นอกจากนี ้พวกกองก าลังของศาลเขตซงซูที่คือแคมป์ เบียนก็ยังได้มารวมตัวกันที่เรือ
บินนี ้ด้วย
ไม่มีใครรู้ว่าจุดหมายนั ้นคือที่ใดและพวกเขาต้องท าอะไรแต่พวกเขาต่างก็รู้
ว่าหัวหน้านั ้นต้องไปจัดการเรื่องใหญ่ดูจากก าลังพลขนาดนี ้ หัวหน้านั ้นไม่ได้เรียก
ก าลังพลเยอะแบบนี ้มากว่าสิบปีแล้ว
“ 9 นาฬิกา เต็มก าลงั หยดุ ใน 5 นาท
ี.....”
ในที่สุดหัวหน้าก็เปิดปากหลังจากที่เงียบมากว่า 10 ชม.ตอนที่พวกนักบิน
ได้รับค าสั่ง เขาก็ได้ปรับทิศทางการบินและได้ท าการเลี ้ยวทันที จากการปรับครั ้งนี ้
อัศวินที่ต่างก็เดาถึงจุดหมายต่างก็เริ่มสับสนขึ ้นมา
คนธรรมดาอาจจะไม่รู้ที่หมายในอากาศโดยไม่ถามกัปตันรึดูเข็มทิศเพราะ
เขตซงซูนั ้นมีขนาดใหญ่แต่หัวหน้านั ้นได้จ าทุกอย่างไว้ในหัวรวมไปถึงต้นหญ้า, ป่ า,
ภูเขาและหิน หากเขามองลงไป เขาก็สามารถบอกต าแหน่งของเรือบินได้อย่างแม่นย า
ความสามารถนี ้ถือว่าน่าชื่นชมอย่างมาก
ในตอนที่หัวหน้าเปิดปากพูด มันบ่งบอกว่าค าถามนั ้นได้หายไปทันที อัศวิน
ที่คุ้นกับนิสัยหัวหน้าต่างก็คึกข้ามา พวกเขาต่างก็รอฟังค าสั่ง
สุดท้ายพวกเขาก็ได้ยินข่าว....
“ เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมานี ้ ผู้ดูแลเมืองจินวู, เขตย่อยแยงฮี, เขตยูซูเกือบโดน
ลอบสังหาร....”
หน้า 280 จาก 327
หน้า 281 จาก 327
มันเป็นประโยคที่สองของเขาในวันนี ้
หลังจากที่ได้ยินข่าวนี ้ อัศวินหลายคนต่างก็คิ ้วขมวดเล็กน้อย ในสายตาของ
อัศวินเหล่านั ้น การลอบสังหารผู้ดูแลเมืองเล็กๆในเขตระดับต ่านั ้นเป็นเรื่องเล็ก เรื่องนี ้
ควรจะถูกตรวจสอบโดยศาลเขตยูซู มันไม่ใช่หน้าที่ของศาลซงซู
“ ผู้ดูแลเมืองคนนั ้นคือ จางปิง เขามีลูกชายชื่อ จางเทีย .... “
หัวหน้ารู้ว่าคนอื่นๆนั ้นคิดอะไร ดังนั ้นเขาจึงพูดต่อและท าให้ทุกคนต้องช็อก
อีกครั ้ง
เขตย่อยแยงฮี ผู้ดูแลเมืองจินวู ค าพูดพวกนี ้อาจจะเป็นเรื่องเล็กส าหรับอัศวิน
ของศาลซงซูแต่ชื่อของ จางเทีย นั ้นคือหินก้อนใหญ่ส าหรับระบบตัดสินของไทเซียที่
ต้องแบกรับ เมื่อเวลาผ่านไปหินก้อนนี ้ก็เริ่มที่จะหนักขึ ้นและสร้างความกดดันให้กับ
ระบบตัดสินมากขึ ้น
เรื่องที่เกิดที่ฟูไห่เมื่อ 4 ปีก่อนได้กลายเป็นคดีอันดับ 1 ในไทเซีย มันถึงกับ
เป็นคดีร้ายแรงอันดับหนึ่งของไทเซียด้วย ตัวละครหลักของเรื่องนี ้ชื่อ จางเทีย ที่ซึ่ง
โด่งดังยิ่งกว่าหัวหน้าศาลของศาลสูงสุดที่ซึ่งเป็น 1 ใน 9 รัฐมนตรีในระบบตัดสิน
หลายคนในศาลท้องถิ่นอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อของหัวหน้าศาลของศาลสูงสุดแต่พวก
เขาต่างก็คุ้นกับชื่อ จางเทีย เรื่องที่เมืองฟูไห่และชื่อของ จางเทีย ต่างก็โดดเด่นขึ ้นมา
ในระบบการตัดสินท้องถิ่นทั่วไทเซีย
ระบบศาลเขตทั่วไทเซียได้ให้ความสนใจชื่อของ จางเทีย ไม่ใช่แค่เพราะเรื่อง
ในฟูไห่แต่เพราะ จางเทีย เป็นหัวหน้าศาลเขตคนเก่าของเขตยูซู เขาเป็นสมาชิกคน
หนึ่งของระบบยุติธรรม เขาได้จัดการวิหารเอื ้อมสวรรค์ในเวลาอันสั ้นและได้รับความ
ชื่นชมจากคนทั ้งระบบในไทเซีย เขาถึงกับเป็นตัวอย่างที่ดีของศาลสูงสุดด้วย
หน้า 281 จาก 327
หน้า 282 จาก 327
แม้ว่าเขาจะเป็นคนร้ายขึ ้นมา แต่บทความที่เขาเขียนไว้ในภูเขาแสงก็ต้องท า
ให้โลกอัศวินช็อก กวีที่คนรักที่เขาได้ทิ ้งไว้เป็นที่พูดถึงไปทั่วไทเซียจนกระทั่งตอนนี ้ อีก
อย่างแล้วแผนการเบื ้องหลังเมืองฟู่ ไห่ที่เขาเผยออกมาก็ท าให้เนินเขาซวนหยวนช็อก
เพราะมันเกี่ยวข้องกับปิศาจและพวกวิหารโลหิตวิญญาณซึ่งควรจะถูกก าจัดไปแล้ว
ผลก็คือมีหลายคนที่เริ่มกินไม่ได้นอนไม่หลับ
เพราะ จางเทีย ทั ้งระบบยุติธรรมในไทเซียจึงรู้สึกราวกับโดนย่าง หลายคน
ด่าพวกคนในศาลสูงสุดว่าเป็นขยะที่รู้จักแค่ป้ายความผิดคนดีแทนที่จะไปหาจับพวก
ปิศาจ
เอาจริงๆแล้วหลังจากที่อ่านบทความนั ้น แม้แต่เจ้าหน้าที่ในระบบยุติธรรมก็
ย
ื
นยนัว่าจางเท
ี
ย น่ะบริสทุ ธิ์แต่กฎหมายของไทเซ
ี
ยนนั้ไมอ่ าจจะเปลย
ี่ นได้ง่ายๆ
หลักฐานนั ้นชัดเจน ก่อนที่จะปรับหลักฐานนั ้น มันคงเป็นเรื่องตลกกับการที่ไทเซียจะ
ยกเลิกค าสั่งจับ จางเทีย
พ่อของ จางเทีย โดนโจมตีและเกือบจะโดนฆ่า....
หลายคนคิดว่ามีบางอย่างที่เผยออกมาในข่าวนี ้
“ ตามข้อมูลจากเขตยูซู พวกเขาได้ยืนยันแล้วว่านักฆ่ามาจากเขตซงซู
ภายในอาณาเขตของเรา อีกอย่างแล้วคนร้ายเบื ้องหลังนักฆ่านี ้ก็คือคนที่สร้างเรื่องใน
เมืองฟูไห่และป้ายความผิดให้ จางเทีย .. “- หลังจากที่ได้ยินข่าวนี ้ อัศวินทุกคนจาก
ศาลต่างก็ต้องกลั ้นหายใจ
“ ท่านลอร์ด ขอโทษด้วยที่ข้าสงสัยแต่ข้อมูลนี ้มันส าคัญอย่างมาก เมื่อนักฆ่า
ได้จัดเตรียมการโจมตีที่เมืองจินวู พวกเขาต้องเตรียมการทั ้งหมดไว้แล้ว เมื่อพวกเขา
จะฆ่าคนส าคัญในอาณาเขตของวังไฮหยวน แน่นอนว่าพวกเขาต้องส่งคนใจเด็ดเดี่ยว
หน้า 282 จาก 327
หน้า 283 จาก 327
ไปที่ซึ่งไม่ทิ ้งเบาะแสไว้ง่ายๆ ข้าสงสัยว่าศาลยูซูได้ข้อมูลเหล่านี ้มาในเวลาอันสั ้นได้
ยังไง ! “ - คนด้านหน้าทีมอัศวินได้ถามออกมา
“ เราไม่ต้องสนเรื่องวิธีได้ข้อมูลนี ้มา ! “ – หัวหน้าศาลพูดขึ ้นแล้วหันกลับมา
พร้อมกับคิ ้วที่ขาวราวหิมะก่อนจะพูดต่อ – “ ถ้าข้อมูลมันปลอม ศาลซงซูต้องถาม
ค าอธิบายจากวังไฮหยวน ระบบตัดสินน่ะไม่มีทางใช้เป็นการส่วนตัวได้ ถ้าข้อมูลนี ้จริง
ศาลซงซูก็จะทุ่มเทเต็มที่เพื่อก าจัดพวกนักฆ่าทิ ้งให้หมดเพื่อความปลอดภัยต่อไทเซีย !
“
อัศวินต่างก็มองหน้ากันพร้อมใจที่เต้นรัวขึ ้นมา
ไม่กี่นาทีเรือบินก็ได้หยุดลงในที่ที่มีหุบเขาปกคลุมกว่า 100 ตร.ไมล์ที่ใต้เท้า
ในหุบเขานี ้มีปราสาทและคฤหาสน์อยู่ ดูเหมือนว่ามันจะคือที่ที่ห่างไกลในเขตย่อยลง
ซี เจ้าของปราสาทและคฤหาสน์เหล่านี ้ควรจะเป็นพวกกองก าลังท้องถิ่น
ที่แบบนี ้มีให้พบทุกที่ในเขตซงซู พวกนี ้ต่างก็เป็นหมือนนิกายเล็กๆ
มันเพิ่งจะเช้าพร้อมกับแสงสีทองที่ปรากฏขึ ้นทางตะวัตก หมอกบางๆในหุบ
เขาเริ่มที่จะสลายไป เรือบินซ่อนตัวอยู่ด้านหลังเมฆและมีสีเดียวกับก้อนเมฆ ดังนั ้น
มันจึงยากที่คนที่พื ้นจะเห็นได้ จากความสูงตอนนี ้มันถือว่าเป็นที่ที่ดีในการชมอาทิตย์
ขึ ้น น่าเสียดายที่คนบนเรือบินนั ้นไม่ได้รู้สึกที่จะมาดูอะไรแบบนั ้นในตอนนี ้
“ นี่คือหุบเขาปิงชา ลงไปข้างล่างแล้วท าการส ารวจทุกตารางนิ ้ว จับทุกคน
ที่นี่มาเพื่อท าการตรวจสอบโดยไม่สนเพศและอายุ ฆ่าทิ ้งหากกล้าขัดขืน ข้าพูดชัดมั ้ย
?”- หัวหน้าศาลสั่งการออกมา
“ ชัดเจน ! “
หน้า 283 จาก 327
หน้า 284 จาก 327
“ ไป ! “ – หัวหน้าศาลส่ายหน้าและพูดต่อ – “ ข้าจะรอดูพวกเจ้าจากบนเรือ
บิน ถ้าเจ้าเจอกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง งั ้นจงปล่อยควันพลังฉีต่อสู้ออกมา ข้าจะไปจัดการ
ให้....”
“ ได้ครับ ! “
หลังจากนั ้นอัศวินทุกคนก็ได้บินออกจากเรือบินไปพุ่งไปที่ปราสาทและ
คฤหาสน์ต่างๆ เรือบินได้บินวนรอบหุบเขาช้าๆพร้อมกับพวกนักล่ากว่า 8000 คนของ
แคมป์ เบียนที่เริ่มโดดลงจากเรือไป ในตอนที่อยู่ห่างจากพื ้นไม่กี่สิบเมตร พวกนั ้นก็
เปิดร่มทันที ในตอนที่ลงไปที่พื ้น พวกเขาก็พุ่งเข้าไปในหุบเขาแล้วท าการล้อมมันไว้....
ตอนนั ้นแสงอาทิตย์แรกได้สาดลงมาที่พื ้นดิน......
ที่พื ้นดินนั ้นมีสัญลักษณ์พลังฉีต่อสู้ปะทุขึ ้นมาพร้อมกับเสียงค ารามของนักสู้
แคมป์ เบียน หุบเขาปิงชาตกอยู่ในความวุ่นวายในทันที....
หน้า 284 จาก 327
หน้า 286 จาก 327
ด้วยเสียงระฆังนี ้ก็ได้มีสัญลักษณ์พลังฉีต่อสู้ปรากฏขึ ้นมาและมีเสียงร้อง
มากขึ ้นเรื่อยๆในหุบเขาแห่งนี ้
...
“ ยิง...” – หัวหน้าทีมตะโกนอกมา หลังจากนั ้นนักสู้สองคนของแคมป์ เบียนก็
ได้กลิ ้งไปข้างหน้าพร้อมหน้าไม้ในมือพร้อมกับโล่ที่บังไว้ ในตอนที่พวกเขาลุกขึ ้นยืน
พวกเขาก็ได้ใช้โอกาสนั ้นยิงออกไป พวกเขายิงเข้าใส่พวกพลธนูสองคนทันที หนึ่งใน
สองคนนั ้นถึงกับตกลงมาจากป้อมหน้าไม้ด้วย
ส าหรับป้อมและหน้าไม้เหล่านี ้นั ้นมีพื ้นที่รับผิดชอบที่ทับซ้อนกันอยู่ ในตอนที่
หน้าไม้นั ้นโดนจัดการทิ ้ง หัวหน้าทีมก็รีบพุ่งเข้าใส่ป้อมหนึ่งตรงหน้า
นักสู้ระดับ 10 ได้ปล่อยพลังฉีต่อสู้ของตัวเองออกมาเพื่อท าลายรึท าลาย
ลูกดอกที่ยิงเข้าใส่เขาและปกป้องเขาด้วยพลังฉีต่อสู้ ในตอนที่เขาไปถึงป้อม เขาก็ได้
ดีดตัวขึ ้นสูงกว่า 10 ม. หลังจากที่ม้วนตัวในอากาศแล้ว เขาก็ได้จับช่องว่างระหว่างอิฐ
เอาไว้ หลังจากนั ้นเขาก็ตัวสั่นแล้วหดตัวก่อนจะกลิ ้งไปบนป้อมปราการนั ้น
พลธนูคนหนึ่งที่ก าลังถือหน้าไม้นั ้นไม่คิดว่าจะมีคนขึ ้นมาได้ หลังจากที่อึ ้งไป
เล็กน้อย เขาก็โดนกระทืบเข้าที่อกโดยหัวหน้าทีมของแคมป์ เบียน ผลก็คืออกของชาย
คนนั ้นยุบลงไปพร้อมกับกระอักเลือดออกมา หลังจากนั ้นเขาก็โดนเตะอัดเข้ากับ
ก าแพงแล้วตายไป
พลธนูสองคนด้านบนป้อมรีบทิ ้งหน้าและพุ่งเข้าหาหัวหน้าทีมแต่ก่อนที่พวก
นั ้นจะได้เข้าถึงตัว พลังฉีต่อสู้สองอันก็ถูกปล่อยออกมาแล้วระเบิดหัวของพวกนั ้นทิ ้ง
จนเลือดและสมองกระจายเต็มไปทั่วก าแพง
หน้า 286 จาก 327
หน้า 287 จาก 327
“ เราคือศาลซงซูและมาเพื่อตรวจสอบ ใครที่กล้าขัดขืนต้องตาย ...” –
หัวหน้าทีมตะโกนขึ ้นมาพร้อมกับพุ่งลงไปที่ชั ้นล่าง คนด้านล่างสองคนเมื่อได้ยิน
ตะโกนจากชั ้นบนก็รีบวิ่งขึ ้นมา ผลก็คือ 3 คนนั ้นได้พบกันที่บันได เมื่อได้ยินเสียงร้อง
ของหัวหน้าทีม อีกฝ่ายสองคนก็ได้พุ่งเข้าหา หนึ่งในนั ้นได้ปล่อยภาพแมงมุมด า
ออกมาซึ่งบ่งบอกว่าเขาเป็นนักสู้ระดับ 6
เมื่อพวกนี ้กล้าโจมตี หัวหน้าทีมก็ไม่มีอะไรต้องพูดอีก ไม่ต้องเดาเลยว่าหัว
ของทั ้งสองคนกระจายไปในทันที
ในตอนที่หัวหน้าทีมได้เปิดประตูจากด้านใน คนอื่นๆในทีมก็เพิ่งจะมาถึงที่
ป้อม
“ เป้าหมายต่อไป ฝ่าเข้าไปในคฤหาสน์ ...” – หัวหน้าทีมได้พุ่งเข้าไปที่
คฤหาสน์โดยมีคนอื่นๆในทีมตามมา
ตอนนั ้นได้มีเสียงตะโกนที่ดังพอๆกับเสียงระฆังดังขึ ้นมาจากบนท้องฟ้าและ
ก้องไปทั่วหุบเขาในเสี ้ยววินาทีซึ่งท าให้เกิดคลื่นขึ ้นมาที่บ่อน ้า
เสียงนี ้มาจากหัวหน้าศาล หลังจากที่ระฆังในหุบเขาดังขึ ้น หัวหน้าศาลก็ได้
ตะโกนออกมา มันไม่จ าเป็นที่เขาจะซ่อนตัวอีกต่อไป
“ ข้า เมิ่งไห่ชาน หัวหน้าศาลเขตซงซู เรามาตรวจสอบ ชูมือขึ ้นเหนือหัวและ
นอนลงกับพื ้น ใครก็ตามที่ขัดขืนต้องตาย ...”
เพราะก าแพงสวนคฤหาสน์นี ้สูงแค่เพียง 3 ม. แน่นอนว่ามันไม่อาจต้านทาน
ทีมนักสู้แคมป์ เบียนที่ซึ่งวิ่งเข้าไปอย่างกับสิงโตได้ ในตอนที่สมาชิกบางคนใช้โล่โจมตี
เข้าใส่ก าแพง ก าแพงบางส่วนก็ถล่มลงมา สมาชิกทุกคนได้วิ่งเขาไปทันที
หน้า 287 จาก 327
หน้า 288 จาก 327
เสียงและการเตือนเริ่มท าให้ที่นั่นวุ่นวายขึ ้นมา แม้ว่าจะมีคนที่พุ่งเข้าใส่ทีม
นักสู้เหล่านี ้ด้วยอาวุธแต่พวกนั ้นก็โดนฆ่าในเสี ้ยววินาที
แค่เพียงไม่กี่นาที ทีมก็ได้ฝ่าส่วนนอกเข้าไปได้และมุ่งหน้าเข้าสู่ส่วนในต่อ...
มีบ่อน ้าที่บ้านส่วนใน ในตอนที่ทีมนักสู้ได้ผ่านบ่อน ้าไปนั ้น....
เงาด าแปลกๆได้โดดออกมาจากสระ หลังจากนั ้นเขาก็สะบัดมือและยิงเข็ม
ออกมาใส่ทีมนักสู้
ทีมนักสู้นั ้นใส่เกราะเหล็กเบาและหน้ากากป้องกัน เข็มส่วนมากนั ้นไม่อาจจะ
ทะลุเกราะมาได้แต่เข็มบางเล่มถูกยิงเข้าใส่ช่องว่างระหว่างเกราะของนักสู้ 3 คนจน
ท าให้พวกนั ้นล้มไปกองกับพื ้น....
ในเวลาเดียวกันก่อนที่ชายคนนั ้นจะโดดออกจากน ้าแล้วโจมตีรอบที่สอง
เขาก็โดนโจมตีด้วยลูกดอกสองอันที่แทงทะลุตัวจนท าให้เขาตกลงไปในน ้าอีกครั ้ง ผล
ก็คือเลือดของเขาได้เปลี่ยนสีของน ้าในบ่อไป
ในตอนที่หน้ากากของนักสู้สามคนได้ถูกเปิดออก หน้าของทั ้งสามคนก็คล ้า
ขึ ้นมาพร้อมกับมีเลือดออกที่หู, ตา, จมูกและปากก่อนที่จะตายไป
“ ระวัง มีกองก าลังลับในคฤหาสน์ อาวุธพวกมันมีพิษ... “- หัวหน้าทีมตะโกน
ขึ ้นมา – “ โล่น าหน้า เดินหน้าต่อด้วยรูปแบบป้องกัน ฆ่าพวกห่านี่ซะ ...”
...
เกือบจะพร้อมกันทุกทีมของนักสู้แคมป์ เบียนก็ได้ฝ่าป้อมปราการที่อยู่วงนอก
ได้และเริ่มที่จะเกิดการเสียชีวิตขึ ้นแต่กองก าลังลับนั ้นซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา นี่มันคือรัง
หน้า 288 จาก 327
หน้า 289 จาก 327
ของนักฆ่า เงาด านั ้นอาจจะโดดมาจากไหนก็ได้แล้วเข้าโจมตีพวกนักสู้ ผลก็คือนักสู้
เหล่านี ้ก็เริ่มได้รับความเสียหายและตายไป....
ทุกคนเริ่มเชื่อข้อมูลที่เขตยูซูให้มา มันมีปัญหาใหญ่ในหุบเขาปิงชาจริงๆ มัน
น่าตกใจมากส าหรับเขตซงซูที่เป็น 1 ใน 9 เขตชั ้นสูงของไทเซียที่มีกองก าลังชั่วร้าย
แบบนี ้ซ่อนตัวอยู่ ช่างเป็นเรื่องที่ร้ายแรงจริงๆ....
ตราบใดที่ระบบยุติธรรมได้เข้ามาสอบสวนเรื่องนี ้ แม้แต่นิกายทั ้งเจ็ดก็ไม่
กล้าขัดขืนและตอบโต้กลับ เพราะมันเท่ากับการก่อจลาจลแต่ในหุบเขานี ้ หลังจากที่
ศาลซงซูได้ประกาศตัวออกมา คนที่นี่ต่างก็เริ่มคลั่งและพุ่งออกมาโจมตีโดยเอาชีวิต
ตัวเองเป็นเดิมพัน
มันเหมือนกับการเป็นศัตรูกับประเทศไม่ใช่แค่เขตซงซู
หุบเขาปิงชานี ้เต็มไปด้วยเสียงค ารามและเลือดที่หลั่งริน.....
...
ด้านนอกปราสาทในหุบเขา ทีมนักสู้ 3 ทีมได้เจอกับป้อมสูงกว่า 30 ม.ที่
ติดตั ้งระบบป้องกันไอน ้าซึ่งครอบคลุมพื ้นที่กว่า 200 ตร.ม.
ประตูของป้อมนี ้ปิดจากด้านในซึ่งแม้แต่พลังฉีต่อสู้ของนักสู้ระดับ 10 ก็ไม่
อาจจะขยับมันได้ ทั ้งป้อมนี ้ไม่มีทางเข้าแต่มีช่องสังเกตการณ์ที่เอาไว้ส าหรับเครื่อง
ป้องกันต่างๆ นักสู้บางคนถูกลูกดอกจากป้อมแห่งนั ้นยิงเข้าใส่
หลังจากที่รู้ว่าคงไม่อาจฝ่าไปได้ในเวลาอันสั ้น หัวหน้าทีมคนหนึ่งก็ได้กัดฟัน
และโบกมือให้กับคนอื่นในทีม หลังจากนั ้นเขาก็เอาแท่งเหล็กออกมาแล้วยิงมันขึ ้นฟ้า
แสดงควันสีแดงขึ ้นมาในอากาศ...
หน้า 289 จาก 327
หน้า 297 จาก 327
หลังจากที่เข้าไปในอุโมงค์ไม่ถึง 200 ม. พวกเขาก็ได้เข้าในพื ้นที่ที่มีรูปร่าง
เป็นโดม
ใครก็ตามที่เข้ามาที่นี่เป็นครั ้งแกรอาจจะกลัวกับสิ่งที่เห็น ทุกอย่างที่นี่นั ้นดู
น่ากลัวจนคนธรรมดาไม่อาจจะจินตนาการได้
มันคือบ่อเลือด เอาให้แม่นย าคือทะเลเลือดที่มีพื ้นที่กว่า 10 ตร.ไมล์
บ่อเลือดแห่งนี ้ถูกล้อมรอบไปด้วยคริสตัลระดับสูงระดับ 5 ขึ ้นไปและมีอิฐ
ทองขนาดใหญ่ มันก็เหมือนกับหาดของบ่อเลือด คริสตัลและอิฐทองเหล่านี ้สลักด้วย
รูนที่ผิวของมัน คริสตัลนั ้นคอยรวบรวมพลังงานจากทั่วทุกที่ รูนส่องแสงสีแดงอ่อน
ออกมา เมื่อเห็นตอนแรกรูนเหล่านั ้นดูเหมือนดวงตาที่แดงกล ่าซึ่งคอยมองที่ทะเล
เลือด ส่วนพลังงานที่มองไม่เห็นนี ้ก็ปกคลุมทะเลเลือดราวกับแห่ยักษ์
แม้ว่าจะไม่มีลมแต่คลื่นเลือดนี ้ก็ยังขยับไปมาและซัดเข้าหาฝั่งทับโถมเข้าใส่
คริสตัลและแท่งทองเหล่านั ้น
มีลูกบอลเลือดที่น่ากลัวกว่า 1 แสนอันลอยอยู่บนผิวคลื่น เมื่อมองลงไปจะ
พบว่าลูกบอลพวกนั ้นเหมือนกับไข่ปลา มันอยู่ชิดติดกันจนครอบคลุมไปทั่วทั ้งทะเล
เลือด
ในลูกบอลเหล่านั ้นมีมนุษย์ที่หดตัวกอดขาตัวเองเหมือนกับตอนที่อยู่ในท้อง
แต่พวกที่อยู่ด้านในนั ้นล้วนแต่เป็นผู้ใหญ่
ที่ใจกลางทะเลเลือด มันมีหอคอยคริสตัล 9 ชั ้นที่ปกคลุมไปด้วยรูน เสียงอัน
หงุดหงิดดังก้องไปทั่วผิวน ้า – “ ท าไม ท าไมกองก าลังศาลซิงซูถึงได้บุกโจมตีหุบเขาปิง
ชาตอนส าคัญได้ ? เจ้าได้ท าลายความพยายามของข้า ท าไม ? อีกแค่ไม่กี่วัน นักสู้
ในบ่อเลือดนี ้ก็จะเติบโตเต็มที่และจะกวาดล้างเขตย่อยลงซีและยึดครองเขตซงซู
หน้า 297 จาก 327
หน้า 298 จาก 327
ท าไม ? ท าไมต้องตอนนี ้ ? ใครบอกข่าวนี ้ไป ?....” – เสียงนั ้นเต็มไปด้วยความ
ต้องการฆ่าและไม่พอใจ เสียงนี ้เหมือนกับการค ารามมากกว่า
ค าตอบนั ้นมาจากอีกคน เทียบกับเสียงแรกซึ่งฟังดูหงุดหงิดแล้ว เสียงที่สองนี ้
เต็มไปด้วยความลนลาน มันถึงกับกลัว – “ นายท่าน...บะ...บางทีอาจจะมีปัญหากับ
เหล่านักฆ่าที่ส่งไปที่เขตยูซูเพื่อฆ่าผู้ดูแลเมืองจิงวู เมื่องานนี ้คนของเราได้ส่งข้อความ
ว่าพวกนั ้นได้ลงมือไปแล้ว “
“ เป็นไปไม่ได้ นักฆ่าของเราจะฆ่าตัวตายทันทีหลังจากเสร็จงานไม่ว่าจะ
ส าเร็จหรือไม่ ร่างกายและวิญญาณของพวกนั ้นจะหายไปทันที แม้แต่พวกที่อยู่หน่วย
B ในเขตยูซูก็สามารถถูกควบคุมได้ ไม่มีใครแกะรอยเราได้ ...” - คนแรกยังคงค าราม
ออกมา
ในเวลาเดียวกันพวกเขาก็ได้ยินเสียงแผ่นดินไหวและเสียงดังขึ ้นมาจาก
อุโมงค์ด้านบนทะเลเลือด
เมื่อได้ยินแบบนั ้น พ่อบ้านฉี ก็รีบคุกเข่าลงบนหอคอยคริสตัลและตัวสั่นไป
ทั ้งตัวเพราะความกลัวก่อนจะพูดขึ ้น – “ นะ..นายท่าน ...เมิ่ง...เมิ่งไห่ชาน หัวหน้าศาล
เขตซงซู...มาแล้ว ประตูด้านบนอุโมงค์ลับนั ้นไม่อาจจะกันอัศวินดินได้นาน...โปรด...
ตัดสินใจด้วย..”
คนที่ถูกเรียกว่านายท่านนั ้นคือ เวนเฮาหยุน เขาดูอายุ 30 ปี เขาหน้าตอบ
และยาว แก้มของเขายุบเข้าไปข้างใน เขาใส่ชุดไหมอสรพิษและมีตาที่ดูดุร้ายและ
เฉียบคม
แม้ว่าจะดูหงุดหงิดแต่ เวนเฮาหยุน รู้สึกลนลานในใจด้วยเช่นกัน เขาเองก็ได้
ยินเสียงข้างบน เมื่อเห็นพ่อบ้านฉีที่ตัวสั่นคุกเข่าลงกับพื ้น เวนเฮยาหยุน ก็ได้สติ
หน้า 298 จาก 327
หน้า 299 จาก 327
หลังจากที่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาก็หรี่ตาแล้วบอกกับอีกฝ่าย – “ เจ้าพูดถูก เราต้อง
รีบตัดสินใจ แม้ว่านักสู้ในทะเลเลือดนี ้จะโตไม่เต็มที่และมีผลข้างเคียงหลังจากที่ตื่น
ก่อนเวลาแต่พวกมันก็ใช้งานได้อยู่ แม้ว่าจะไม่ใช่ตอนที่เหมาะในตอนที่ใช้งานพวก
มันแต่มันก็ดีกว่ากับการปล่อยให้พวกศาลนั ้นมาท าลายความพยายามของอาร์คบิช
อปที่นี่ ....”
“ นายท่าน...ท่านต้องการปลุก...นักสู้เหล่านี ้อย่างงั ้นเหรอ ? “
“ ใช่ แต่ก่อนที่จะท าแบบนั ้น เจ้าต้องท าหนึ่งอย่างให้ข้า ...”
“ อ่ะ ว่ามาเลย...” – พ่อบ้านฉี เงยหน้าขึ ้นมา
“ กว่าหลายปีที่ผ่านมา เจ้าได้ทุ่มเทอย่างมากเพื่อกิจการของอาร์คบิชปอ
ตอนนี ้ข้าหวังว่าเจ้าจะยกโทษให้ข้า..” - หลังจากที่พูดจบ เวนเฮาหยุน ก็ได้ยิงพลังฉี
ต่อสู้ออกจากนิ ้วและเป่าหัวของ พ่อบ้านฉี หลังจากนั ้นศพที่ไร้หัวก็ตกลงไปในทะเล
เลือดและละลายไปในพริบตา
หลังจากที่ท าแบบนั ้นแล้ว การสั่นสะเทือนและเสียงก็เข้ามาใกล้เขาขึ ้นอีก
เวนเฮาหยุน ได้ส่งข้อความผ่านทางแหวนคริสตัล หลังจากที่ได้รับค าตอบ แหวนนั ้นก็
ได้หายไปในทันที
หลังจากนั ้นเขาก็ได้ถอดเสื ้อผ้าออก เสื ้อผ้าเองก็ได้หายไปทันทีเช่นกัน เขา
มองไปที่บอลคริสตัลที่อยู่ด้านบนหอคอยซึ่งตอนนี ้เกือบเปลี่ยนเป็นสีแดงเต็มที่ก่อนที่
เขาจะกัดนิ ้วตัวเองหยดเลือดลงไปในบอลคริสตัล ตอนที่เลือดของเขาอาบไปทั่วบอล
คริสตัล ทะเลเลือดก็ค่อยๆเดือด จากนั ้นเขาก็ฟาดบอลคริสตัลทิ ้ง หน้ากากปลอมตัว
ปรากฏขึ ้นในมือของเขา หลังจากที่ใส่หน้ากากเข้าไป เวนเฮาหยุน ก็ได้โดดลงไปใน
ทะเลเลือดทันที
หน้า 299 จาก 327
หน้า 300 จาก 327
ในตอนที่ร่างเขาลงสู่ทะเล มันก็เกิดเสียงมากมายในทะเลแห่งนี ้ ร่างในลูก
บอลได้ฉีกลูกบอลออกมาแล้วลุกขึ ้นยืน พวกมันมองดูรอบๆด้วยสีหน้าทีว่างเปล่า แค่
เพียงไม่กี่วินาทีสีหน้าว่างเปล่านั ้นก็หายไป มันมีสีหน้าที่โหดร้ายปรากฏขึ ้นมาบน
ใบหน้าแทน....
หลายร่างกระโดดขึ ้นมาจากทะเลเลือดเหมือนกับกบที่เพิ่งฟัก หลังจากที่มา
ยืนที่พื ้นได้และปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมรอบๆไม่กี่วินาที ร่างเหล่านั ้นก็เริ่มวิ่งพร้อมกับส่ง
เสียงค ารามแปลกๆออกมา บางตัวถึงกับวิ่งบนก าแพงโดยใช้มือและเท้า มัน
เหมือนกับสัตว์อสูรที่พุ่งไปยังอุโมงค์อีกด้าน
ในตอนที่วิ่งทุกตัวได้ปล่อยสัญลักษณ์พลังฉีต่อสู้ระดับ 9 ออกมา
พื ้นที่ใต้ดินนี ้มีเชื่อมต่อไปยัง 3 อุโมงค์ แต่ละที่นั ้น าไปสู่ที่ในหุบเขาปิงชาและ
รอบๆ ตามส านวนที่บอกไว้ กระต่ายยังมีตั ้งสามโพรง เมื่อแผนนี ้มันส าคัญ มันก็ไม่
น่าที่จะมีอุโมงค์เดียวที่น ามาสู่ทะเลเลือดแห่งนี ้
พวกนักสู้เริ่มฟักออกมาจากลูกบอล ในแต่ละวินาทีจะมีร่างมากมายที่โผล่
ออกมาจากลูกบอลแล้วขึ ้นมายืนที่พื ้น แค่ปรับตัวกับสภาพแวดล้อมไม่กี่วินาที
กองทัพนักสู้โลหิตก็จะวิ่งไปยังอุโมงค์อีกสองทาง
ส าหรับนักสู้โลหิตเหล่านี ้มันจะวิ่งเร็วขึ ้นจนท าให้พื ้นที่ใต้ดินตรงนั ้นเต็มไป
ด้วยเสียงเท้า
ไม่มีใครรู้ว่า เวนเฮาหยุน นั ้นคือคนไหน
ตอนนั ้นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดที่ เวนเฮาหยุน จะออกจากหุบเขานี ้ได้คือต้อง
ปลอมตัวเป็นหนึ่งในนักสู้โลหิตเหล่านี ้ แม้ว่าจะมีอัศวินสวรรค์แต่ก็ไม่อาจแยก เวนเฮา
หยุน จากนักสู้โลหิตกว่า 1 แสนคนได้ ตราบใดที่เขาไม่ได้แสดงความแข็งแกร่งเหนือ
หน้า 300 จาก 327
หน้า 301 จาก 327
ระดับ 9 เขาก็จะปลอดภัยในหมู่นักสู้โลหิต อีกอย่างแล้วเขาสามารถสั่งการนักสู้ให้
ขยับได้ตามใจต้องการ
...
หลังจากที่ เมิ่งไห่ชาน ได้ท าลายประตูเหล็กซึ่งแข็งยิ่งกว่าประตูเซฟของ
ธนาคาร เสียงเท้าและเสียงค ารามก็ชัดเจนขึ ้นมาจนอัศวินหลายคนรู้สึกได้
เมื่อได้ยินเสียงเหล่านี ้ อัศวินทุกคนต่างก็เปลี่ยนสีหน้าไปในทันทีรวมไปถึง
เมิ่งไห่ชาน ด้วย
ในฐานอัศวิน พวกเขาสามารถบอกได้ว่าเสียงพวกนี ้คือเสียงเท้า อีกอย่าง
แล้วเสียงเท้าพวกนี ้ดังขึ ้นเรื่อยๆจนท าให้เกิดแผ่นดินไหวขึ ้นมา ความถี่,แรงและ
ระยะห่างระหว่างทั ้งสองฝ่ายท าให้อัศวินนั ้นนึกถึงกองทัพระดับสูงของสี่กองทัพในไท
เซีย
มีนักสู้ระดับสูงเยอะแบบนี ้ในชั ้นใต้ดินได้ยังไง ?
“ อ่ะ อะไรอยู่ด้านล่างเรา ? มันมีศพด้วยเหรอ ? “ - อัศวินคนหนึ่งถาม
ขึ ้นมาด้วยสีหน้ากลัว
“ บอกแคมป์เบียนบนผิวดินให้เตรียมรับการต่อสู้ แจ้งทุกเมืองในเขตย่อยลง
ซีให้อยู่ในภาวะฉุกเฉิน...” – เมิ่งไห่เทียน ค ารามพร้อมปล่อยพายุพลังฉีต่อสู้ออกมา
ทันที ภาพจ าลองของวิธีบ่มเพาะของเขาคือคลื่นสี่ฟ้า
...
2 นาทีต่อมา ด้วยเสียงค ารามบอกให้เปิด ก าแพงชั ้นสุดท้ายก็ถูกท าลายลง
ไปเผยให้เห็นทุกอย่างในชั ้นใต้ดิน
หน้า 301 จาก 327
หน้า 302 จาก 327
ทะเลเลือดท าให้พวกเขาต้องเบิกตากว้าง
“ ทะเลเลือด..” - เมิ่งไห่ชาน เกือบจะกรีดร้องออกมาแม้ว่าเขาจะใจเย็นอยู่
เสมอก็ตาม
นักสู้โลหิตหลายคนยังคงเดินออกมาจากทะเลเลือด แต่ลูกบอลกว่า 2/3 นั ้น
ว่างเปล่าไปแล้ว เมื่อเห็นเหล่าอัศวิน นักสู้โลหิตก็พุ่งเข้าใส่โดยไม่เกรงกลัว
“ ฆ่าพวกมันให้หมด...” – หัวหน้าศาลของเขตซงซูค ารามออกมา
ในเวลาเดียวกันก็มีร่างนักสู้มากมายที่พุ่งออกจากถ ้าและวิ่งเข้าไปที่เขต
รอบๆหลังจากที่ข้ามหุบเขาปิงชาไปแล้ว
...
เกือบจะพร้อมกันก็ได้มีชายคนหนึ่งที่มีแสงสีทองที่หน้าในหุบเขาซวนหยวนถู
แหวนคริสตัลด้วยสีหน้าหม่นๆพร้อมกับตาที่เป็นประกาย เขามองไปที่ทางทิศ
ตะวันออกของเนินเขาซวนหยวนที่ซึ่งเป็นทางของเขตซงซูผ่านทางหน้าต่าง
“ ท่านลอร์ด นายกของฝ่ายก่อสร้างรอท่านอยู่ ...” – เจ้าหน้าที่ในชุดม่วง
ปรากฏตัวขึ ้นด้านนอกประตูและรายงานเขาด้วยความเคารพ
หลังจากที่สีหน้าอึมครึมหายไป ชายคนนั ้นก็ได้หันกลับมาพร้อมกับสีหน้าปก
ติ
“ น าทางข้าไปด้วย ..” –ชายคนนั ้นตอบอย่างอ่อนโยน
“ ท่านลอร์ด โปรดตามข้ามา...”
หน้า 302 จาก 327
หน้า 303 จาก 327
เมืองฮิวอันห่างจากทางใต้ของหุบเขาปิงชา 80 กม.
เมืองฮิวอันนั ้นเป็นเมืองชั ้น D ระดับ 3 ในไทเซีย
พื ้นที่ของเมืองภายในก าแพงนั ้นมีพื ้นที่ไม่ถึง 30 ตร.ไมล์ มีพื ้นที่การเกษตร
ขนาดใหญ่ด้านนอกเมือง ไทเซียเคยอยู่ในความสงบมานาน ในฐานะหนึ่งในเขตชั ้น
น าของไทเซีย เขตซงซูจึงไม่ได้มีสงครามมากว่าร้อยปี ดังนั ้นเมืองฮิวฮันจึงมีลักษณะ
แบบเดิมตั ้งแต่แรก แม้ว่าจะมีเครื่องป้องกันไอน ้าติดตามก าแพงแต่ก าแพงเมืองนั ้นสูง
เพียงแค่ 10 ม.เท่านั ้น
เมืองฮิวอันนี ้ถือว่าเป็นเมืองเมืองโบราณ ชาวบ้านที่นี่ต่างก็ภูมิใจในเมือง
ของตัวเอง เพราะเขตซงซูนั ้นมีเมืองชั ้น A มากมาย เมืองฮิวอันที่เป็นเมืองเล็กๆนั ้นที่
รักษาลักษณะเดิมของตัวเองเอาไว้จึงดูพิเศษขึ ้นมา
ที่นี่ดังเรื่องข้าวและธัญพืช อีกอย่างแล้วเมืองนี ้อยู่ใกล้กับแม่น ้าฮิวฮี
คุณภาพน ้าที่นี่เหมาะกับการหมักเบียร์ ดังนั ้นเมืองนี ้จึงโด่งดังเรื่องเหล้าในเขตย่อยลง
ซี เหล้าของเมืองนี ้ยังถูกขายในเขตอื่นๆและยังมีให้เห็นในเนินเขาซวนหยวนด้วย
เมืองนี ้โด่งดังเรื่องการหมักเหล้า ธัญพืชและเหล้าที่ผชิตขึ ้นมาในเมืองถูก
น าไปขายทั่วไทเซีย กว่าร้อยปีที่ผ่านมาพลเมืองที่นี่มีการเป็นอยู่ที่ดีขึ ้นเรื่อยๆเพราะ
ความฉลาดและความขยัน ผู้คนในเมืองเองและโดยรอบนั ้นต่างก็ร ่ารวยและ
ปลอดภัยมาตลอด แม้แต่ตึกในพื ้นที่ฟาร์มใกล้ๆกับเมืองก็ยังถูกสร้างขึ ้นมาอย่าง
สวยงาม คนนอกหลายคนที่มายังเมืองแห่งนี ้จากทวีปย่อยและเห็นพื ้นที่ฟาร์มที่กว้าง
ใหญ่และตึกที่ดูเป็นระเบียบในแบบจีนที่พื ้นที่ฟาร์มต่างก็บอกว่าที่นี่เป็นสวรรค์บนดิน
ตั ้งแต่เช้าของเดือนสิงหาคม พระอาทิตย์เพิ่งจะขึ ้น ที่ราบด้านนอกเมืองฮิวอัน
นั ้นเต็มไปด้วยต้นข้าวสีทองซึ่งดูแล้วสบายตา....
หน้า 303 จาก 327
หน้า 304 จาก 327
ข้าวด้านนอกเมืองนั ้นได้โตเต็มที่ เพราะมันมีสภาพอากาศที่ดี ชาวนาจ านวน
มากจึงเริ่มเอาเครื่องจักรตัวเองออกมาเพื่อเตรียมจะเกี่ยวข้าว เพราะสงคราม
ศกัดสิ์ ทิธิ์ ราคาของข้าวจง
ึ
เพิ่มขน
ึ้เร
ื่อยๆโดยเฉพาะปี
น
ี้มนั ถ
ื
อวา่ เป็นปี
ทอง เม
ื่อเหน็
ข้าวเต็มพื ้นที่ฟาร์ม ชาวนาทุกคนด้านนอกเมืองต่างก็เผยรอยยิ ้มกว้างออกมา พวกเขา
ต่างก็รู้สึกพอใจกับมัน....
ประตูเมืองในเขตซงซูนั ้นไม่ได้ปิดมาตลอดปี ทหารที่ประตูเมืองเองก็ท า
หน้าที่กันเป็นกะ
แม้แต่คนแก่ในเมืองก็จ าไม่ได้ว่าประตูเมืองนั ้นปิดครั ้งสุดท้ายตอนไหน ครั ้งที่
แล้วมันอาจจะเป็นตอนสงครามครั ้งที่สอง จากนั ้นก็ไม่มีอะไรที่ท าให้ประตูเมืองนี ้ต้อง
ปิดอีกเลย
แต่มันก็ได้มาถึงในวันนี ้
ในตอนเช้าเสียงเท้ามากมายก็ได้ขึ ้นมาจากเซงดิ อเวนิวที่เชื่อมต่อกับประตู
ทางเหนือของเมือง ด้วยความตกใจกับผู้ที่ผ่านประตูเมืองมา ทีมทหารกว่า 1,000
คนของเมืองต่างก็รีบแห่นกันไปที่นั่นภายใต้การน าของหัวหน้าพวกเขา พวกคนที่ตาดี
หน่อยถึงกับเห็นนักล่าและเจ้าหน้าที่ของศาลเมืองในหมู่ทหารด้วย
“ ตามค าสั่งของผู้ดูแลเมือง ปิดประตูทั ้งหมดของเมืองเดี๋ยวนี ้ ปิดประตู
ทั ้งหมด การเตรียมรับสงครามระดับ 1 เตรียมเครื่องป้องกันบนก าแพงให้พร้อม...”
ก่อนที่จะไปถึงประตูเมือง เจ้าหน้าที่ต่างก็พากันค ารามออกมา
เมื่อได้ยินเสียงค ารามและเห็นท่าทีลนลานของทหาร ประตูทางเหนือก็เริ่ม
วุ่นวายขึ ้นมาทันที พวกเขาไม่เลยว่าเกิดอะไรขึ ้น อีกอย่างแล้ว 2/3 ของพาหนะก็ยัง
หน้า 304 จาก 327
หน้า 305 จาก 327
อยู่ในเมือง หลังจากที่ได้ยินว่าประตูเมืองก าลังจะปิด พวกรถต่างก็รีบเร่งความเร็ว
ออกจากเมืองไป
“ มีอะไร ? เจ้าไม่ได้ยินรึไง ? ปิดประตูเดี๋ยวนี ้! “ – เจ้าหน้าที่คลั่งขึ ้นมาแล้ว
พุ่งเข้าหาคนขับรถคนหนึ่งซึ่งก าลังจะออกจากเมืองเพื่อตามทหารและนักล่าสองคน
จากศาลไปตอนเขาพบว่าประตูก าลังจะปิด
เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่เดินเข้ามาด้วยท่าทีหงุดหงิด ทีมยามที่ประตูก็เงียบไป
หัวหน้าทีมยามแสดงท่าทีอายออกมา คนหนึ่งที่ดูเหมือนพ่อบ้านได้ก้าวออกมาพร้อม
รอยยิ ้มแล้วอธิบาย – “ เจ้าหน้าที่ นี่คือรถเหล้าสองชั ้น พวกเขาก าลังจะขนมันขึ ้นฐาน
ยานด้านนอกเมือง รถที่เหลือจะออกจากเมืองในอีก 2 นาที เพราะคนที่ประตูเมืองนี ้
คุ้นกับเราดี ข้าจึงขอให้พวกเขาให้เวลาเราอีกสัก 2 นาที ยกโทษให้เราด้วย เรา
ต้องการแค่ 2 นาทีเท่านั ้น ...”
เพราะเมืองแห่งนี ้สงบสุขมานาน ตอนที่ยามได้รับค าสั่งฉุกเฉินให้ปิดประตู
เมือง พวกเขาก็เมินเฉยเพราะพวกเขาไม่รู้สึกถึงเรื่องฉุกเฉินเลย อีกอย่างแล้วเพราะ
พวกเขารู้จักคนที่หมักเหล้าเป็นอย่างดี พวกเขาจึงตั ้งจะเลื่อนไปอีก 2 นาทีในการปิด
ประตูเมืองเพื่อให้พวกท าเหล้าจะได้ออกจากเมืองไปได้
เจ้าหน้าที่ผลักพ่อบ้านออกแล้วดึงดาบออกมา ในเสี ้ยววินาทีเขาก็จ่อดาบไป
ที่คอของยามที่ประตูเมืองซึ่งท าให้ทุกคนต่างก็เปลี่ยนสีหน้าไปทันที
ดาบนั ้นตัดผิวที่คอของอีกฝ่ายจนเลือดหยดลงมา หน้าของยามนั ้นซีดไป
ทันทีพร้อมกับขาที่เริ่มอ่อน ตอนนี ้เขาคิดว่าหัวของเขาคงต้องโดนตัด
“ ถ้าประตูเมืองไม่ปิดในอีกครึ่งนาที ข้าจะตัดหัวเจ้า ! “- เจ้าหน้าที่พูดขึ ้น
อย่างไร้ปราณี
หน้า 305 จาก 327
หน้า 306 จาก 327
ในตอนที่เจ้าหน้าที่ขยับ นักล่าสองคนที่ตามเจ้าหน้าที่มาที่นี่ก็วิ่งไปที่รถสอง
คัน หลังจากที่แสดงบัตรกับคนขับแล้ว พวกเขาก็ลากคนขับออกมาจากที่นั่งทันที
หลังจากนั ้นพวกเขาก็หยุดรถทั ้งสองเอาไว้เพื่อให้เครื่องอัดอากาศของประตูเมืองปิด
ลงแม้ว่าจะท าให้รถด้านหลังนั ้นชนกันอย่างแรงก็ตาม
ในตอนที่รถสองคันชนกัน เหล้าหลายถังได้แตกออกจนท าให้อากาศแถวนั ้น
เต็มไปด้วยกลิ่นเหล้า
“ เจ้าท าอะไร เหล้าพวกนี ้จะส่งไปที่เมืองซงซู พ่อของนายกเมืองจะฉลองวัน
เกิดอายุ 120 ปี ชายชราชอบเหล้าสองชั ้นอย่างมาก เขาสั่งเหล้าเพื่องานเลี ้ยง เจ้า
จะรับผิดชอบยังไงหากเราส่งช้าไป ? เจ้าน่ะก็แค่ทหารจากด้านนอก เจ้าจะมารู้อะไร
ได้ยังไง ? แม้แต่ผู้ว่าของเมืองฮิวอันก็ต้องให้เกียรติเรา....” – พ่อบ้านดูอารมณ์เสีย
ขึ ้นมาหลังจากที่โดนเจ้าหน้าที่ผลัก เขาเริ่มอ้างสิทธิของตัวเองด้วยการตะเบ็งเสียง....
ในฐานะเมืองชั ้น A เมืองซงซูนั ้นเป็นเมืองหลักของเขต ผู้ว่าของเมืองนั ้นอยู่
ระดับเดียวกับผู้ดูแลเขตของเขตย่อยลงซีและถือว่าใกล้เคียงกับผู้ดูแลเขตซงซูเลย ดู
จากฐานะทางสังคมแล้ว ผู้ว่าเมืองซงซูนั ้นอาจจะมีต าแหน่งสูงกว่าผู้ดูแลเขตย่อยลงซี
และจะได้รับเลื่อนขั ้นง่ายกว่า
“ ถอยไป ! “- เจ้าหน้าที่เตะไปที่ท้องของพ่อบ้านจนท าให้อีกฝ่ายกระเด็น
แล้วล้มลงไปกับพื ้นด้านนอกประตูเมือง ผลก็คือพ่อบ้านนั ้นเกือบตาย
เจ้าหน้าที่นั ้นไม่ได้ใช้แรงเต็มที่ ไม่งั ้นแล้วเขาคงฆ่าอีกฝ่ายไปแล้วแต่แม้จะ
แบบนั ้นพ่อบ้านก็ลุกขึ ้นมาไม่ได้สักพัก
ในตอนที่พ่อบ้านลุกขึ ้นมา เครื่องอัดอากาศของประตูเมืองก็ท างานและ
ประตูนั ้นก็ปิดสนิท
หน้า 306 จาก 327
หน้า 307 จาก 327
พ่อบ้านได้แต่โดดไปมาแล้วด่าเจ้าหน้าที่อยู่สักพัก พ่อบ้านได้ยินเสียงร้อง
จากหอคอยด้านบนประตูเมือง พ่อบ้านหันกลับไปและพบกับกลุ่มควันสีด าที่ขึ ้นบน
ฟ้าจากเมืองที่ห่างไปหลายไมล์
‘ ไฟไหม้ ? ‘
ในตอนที่เขาคิดแบบนั ้น เขาก็เห็นควันในพื ้นที่ฟาร์มในอีกทิศทาง....
‘ เกิดอะไรขึ ้น ? ‘
เมื่อเห็นกลุ่มควันสองที่ บางคนในหมู่คนที่อยู่ด้านนอกก็ปีนออกมาจากรถ
และมองไปยังกลุ่มควันนั ้น
“ อ่ะ ท าไมมีคนมากมายหนีจากเมืองฟูอันล่ะ ? เกิดอะไรขึ ้น...” -ชายบนรถ
ได้ร้องออกมา....
ประตูเมืองฮิวอันรีบปิดด่วน, ควันได้พุ่งขึ ้นบนฟ้าจากพื ้นที่ฟาร์มและเมือง
ด้านนอก บางคนหนีมาที่นี่...หลังจากที่รวมเรื่องพวกนี ้เข้าด้วยกัน หน้าของพ่อบ้านก็
ซีดไปทันที ‘ มันต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ....’
แม้ว่าพ่อบ้านจะอ้างสิทธิผู้ว่าเมืองแต่เขาน่ะไม่ได้โง่ เมื่อเห็นประตูที่ยังคงปิด
สนิท เขาก็เข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ ้น หลังจากนั ้นเขาก็เริ่มกรีดร้องออกมาและทุบ
ประตูอย่างแรง – “ อ่ะ เปิดประตูให้ข้าเข้าไปที....”
ข้างนอกก าแพงตอนนี ้วุ่นวายเล็กน้อย....
ในเวลาเดียวกันทหารทุกคนที่ประตูเมืองต่างก็เปลี่ยนสีหน้ารวมไปถึง
เจ้าหน้าที่และนักล่าสองคนที่ตามเขามาจากศาลเมือง
หน้า 307 จาก 327
หน้า 312 จาก 327
ในเวลาเดียวกันยานที่ฐานยานทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองก็ได้บิน
ออกไปราวกับฝูงนก ยานทุกล าต่างก็ส่งสัญญาณโดยการปล่อยควันสีขึ ้นบนฟ้า...
ยานบางล าด าดิ่งไปด้านล่างในตอนที่พวกนั ้นบินออกไป....
ไม่ต้องบอกเลยว่าร่างสีแดงเหล่านั ้นต้องพุ่งเข้าไปที่ฐานยานแน่
“ พวกนื ้คือมนุษย์....รึปิศาจ ? “ – ทหารหนุ่มที่ไม่เคยผ่านการต่อสู้ใดๆ
อ ้าอึ ้งเมื่อเห็นฉากนี ้
ทหารและเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ยืนอยู่ด้านบนประตูเมืองต่างก็มีหนึ่งค าถามใน
ใจ ‘ คนมากมายแบบนี ้ท าตัวแบบสัตว์มาปรากฏตัวในเขตซงซูได้ยังไง เขตที่เป็น 1 ใน
9 เขตชั ้นน าในไทเซีย ?’
“ ฟังนะ ได้เวลาที่เราจะมีส่วนร่วมกับประเทศโดยเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ตราบ
ใดที่เรายังมีชีวิต เราก็จะไม่ยอมให้พวกมันฝ่าเข้ามาในเมืองได้ พี่น้องในเมือง คิดถึง
ครอบครัวของพวกเจ้า เราต้องอยู่ที่นี่สักพักก่อนที่อัศวินจะมาถึง ..” - เจ้าหน้าที่ที่เตะ
พ่อบ้านโรงเหล้านั ้นได้ยกดาบขึ ้นแล้วตะโกนออกมา
หลังจากนั ้นสักพักเครื่องป้องกันตามก าแพงเมืองก็ได้ยิงลูกดอกออกไป....
ในตอนที่ร่างสีแดงเข้ามาในระยะการยิง พวกมันก็กระจายตัวกันออกราวกับ
ได้รับการฝึกมา ในเวลาเดียวกันก็เพิ่มความเร็วมาที่ประตูเมืองพร้อมกับหลบการ
โจมตีจากลูกดอกที่พุ่งเข้ามา
ร่างสีแดงเหล่านี ้เจอการโจมตีจากการป้องกันของเมืองไปทีละตัวๆก่อนจะ
ล้มลงไปพร้อมกับเสียงกรีดร้องและค าราม โดยเฉพาะเมื่อเจอกับลูกดอกที่ยาวกว่า 2
ม.....
หน้า 312 จาก 327
หน้า 313 จาก 327
แต่ร่างสีแดงเหล่านี ้เคลื่อนที่กันได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าพวกมันจะตายไปบ้าง
เมื่อต้องเจอกับการโจมตีจากเมืองแต่มันก็ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาทีที่พวกมันที่เหลือจะ
มาถึงที่ตีนก าแพงเมือง ในช่วงเวลาสั ้นๆแบบนั ้นอาวุธป้องกันของก าแพงเมืองนั ้น
ท างานได้จ ากัดเมื่อต้องเจอกับขบวนที่กระจายตัวแบบนี ้และความเร็วในการเคลื่อนที่
ของพวกมันอีก
หลังจากที่มาถึงตีนก าแพง ร่างสีแดงเหล่านั ้นก็ได้กระโดดสูงกว่า 10 ม.แล้ว
ไปยืนบนก าแพงก่อนที่จะเริ่มการฆ่าที่นั่น
พวกทหารธรรมดาของเมืองนั ้นอยู่แค่ระดับ 4 พวกนั ้นจะเอาชนะพวกระดับ
9 ได้ยังไง
ก าแพงเมืองนั ้นสามารถกันคนธรรมดาและทหารธรรมดาได้แต่ใช้ไม่ได้ผลกับ
ร่างสีแดงเหล่านี ้
มีร่างสีแดงโดดขึ ้นมาบนก าแพงมากขึ ้นเรื่อยๆ ความถี่ในการโจมตีของเครื่อง
ป้องกันบนก าแพงก็เริ่มลดลงจนท าให้พวกมันสามารถขึ ้นมากันได้มากกว่าเดิม
ก าแพงเมืองตอนนี ้เต็มไปด้วยเสียงร้องและเสียงระฆังเตือนที่ดังก้องไปทั่วทั ้ง
เมือง
เพราะมันเกิดขึ ้นเร็วมาก ดังนั ้นในตอนที่มีเสียงระฆังเตือน คนส่วนมากใน
เมืองจึงสับสนว่าเกิดอะไรขึ ้น พวกนั ้นไม่ได้สนใจกันเลยสักนิด
...
เจ้าหน้าที่ที่ยกดาบตะกี ้ก็เป็นนักสู้ระดับ 9 หลังจากที่ฆ่าศัตรูไป 3 ตัว เขาก็
โดนรุมอยู่บนก าแพงเมือง....
...
หน้า 313 จาก 327
หน้า 314 จาก 327
ไม่มีอัศวินในหมู่ทหารกว่า 20,000 คน ทหารในเมืองนี ้อย่างมากก็แค่
ระดับ 13 พวกเขามีนักสู้ที่แข็งแก่รงอยู่บ้าง คนพวกนี ้ต่างก็พยายามกันเต็มที่เพื่อสู้
กับสัตว์ประหลาดพวกนี ้บนก าแพงเมืองแต่มันก็ยังมีพวกมันที่มาสมทบกันมาก
กว่าเดิม เจ้าหน้าที่ทุกคนต่างก็ถูกล้อมเอาไว้...
แม้แต่มดก็กัดช้างจนตายได้ สัตว์ประหลาดระดับ 9 เหล่านี ้น่ะเป็นหมาป่ า
ไม่ใช่มด
ยกเว้นแค่อัศวิน แม้แต่พวกระดับ 15 ที่สร้างเกราะพลังฉีได้ก็ไม่อาจ
ต้านทานการโจมตีของพวกระดับ 9 นับพันได้ นี่ไม่ต้องพูดถึงพวกระดับ 9 นับหมื่น
ตัว แม้แต่เกราะพลังฉีของอัศวินก็อาจจะพังลงหลังจากถึงขีดจ ากัดเมื่อเจอกับการ
โจมตีของพวกระดับ 9 มากมายแบบนี ้ หลังจากที่เกราะพลังฉีนั ้นอ่อนแรงลง พวกเขา
จะอยู่ได้นานแค่ไหน ?
หัวหน้าทหารสะบัดดาบของตัวเองโดยมีร่างสีแดงกว่า 50 ตัวที่ตายไปอยู่
ข้างตัวเขา สุดท้ายก็มีร่างสีแดงร่างหนึ่งคว้าดาสแทงดาบใส่ที่หลังของเขา ในตอนที่
หัวหน้าทหารนิ่งไปเล็กน้อยก็ได้มีดาบกว่าอีก 5 อันแดงเข้ามาที่ตัวเขาพร้อมกัน....
หัวหน้าทหารเบิกตากว้างแล้วค ารามออกมาก่อนจะฟันร่างสีแดงตรงหน้า 5
ตัวด้วยดาบของเขาและผ่ามันเป็นสองส่วน
หลังจากที่ฆ่าร่างสีแดงกว่าอีก 5 ตัว หัวหน้าทหารนั ้นก็ได้ล้มลงไปกองกับ
พื ้น....
ร่างสีแดงร่างหนึ่งหยิบดาบของเขาขึ ้นมาและถอดเกราะของเขาก่อนที่จะใส่
ให้ตัวมันเอง...
หน้า 314 จาก 327
หน้า 315 จาก 327
หลังจากที่ก าแพงเมืองต้านทานได้ไม่ถึง 10 นาที ร่างสีแดงเหล่านั ้นก็พากัน
ยึดดาบและอาวุธของพวกทหารพร้อมกับถอดเกราะมาใส่ตัวเองแล้วโดดลงจาก
ก าแพงเข้าโจมตีเมืองกันต่อ....
ทั ้งเมืองฮุยอันเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและโหยหวน...
...
ในคฤหาสน์ของผู้ว่าเมืองฮุยอัน...
“ อะไร...อะไรกัน ....มันเกิดขึ ้นในเมืองฮุยอันได้ยังไง....” – หลังจากที่ได้ยิน
ว่าก าแพงเมืองพังเพราะร่างสีแดงและมีเสียงร้องของผู้คนดังขึ ้นทั่วเมือง ผู้ว่าก็ลุกขึ ้น
จากเก้าอี ้ทันที
“ ท่านลอร์ด เร็วเข้า ท่านควรหนีไปได้แล้ว...” – พ่อบ้านรีบกล่อมผู้ว่าด้วย
หน้าที่ซีดของเขา – “ พวกคนที่มียานในเมืองนั ้นต่างก็ขึ ้นยานของตัวเองแล้ว ยานของ
เราเองก็พร้อมแล้วด้วย ...”
แต่ผู้ว่านั ้นเหมือนจะไม่ได้ยินค าพูดขึ ้น เขามองไปที่หัวหน้าศาลเมืองด้วยสี
หน้าเหม่อและถามออกมา – “ ลอร์ด...ลอร์ดเมิ่ง รู้เรื่องที่เกิดขึ ้นวันนี ้รึยัง....คนพวกนี ้
ใช่คนของวิหารเอื ้อมสวรรค์รึเปล่า ...”
หัวหน้าศาลเมือง ไม่ได้มีสีหน้าที่ดีเท่าไหร่ หลังจากที่ได้ยินค าถาม เขาก็ตอบ
กลับออกมาเบาๆ – “ ศาลฮุยอันเพิ่งได้รับข้อมูลจากศาลซงซู พวกเขาบอกเราว่าให้ปิด
ประตูเมืองทันที ส าหรับ...เหตุผลและร่างพวกนี ้....มาจากไหนนั ้นและพวกมันเป็น
มนุษย์รึปิศาจ ข้าเองก็ไม่รู้ ....” - หลังจากที่พูด หัวหน้าต ารวจก็ได้ป้องมือให้กับผู้ว่า –
“ เพราะชีวิตคนและสิ่งของมากมายโดนท าลายไป ข้าผู้นี ้ต้องท าการตรวจสอบและฆ่า
ศัตรูแทนที่จะเมินเฉย ข้าต้องไปแล้ว ผู้ว่า แล้วเจอกันใหม่...”
หน้า 315 จาก 327
หน้า 316 จาก 327
หลังจากที่พูดจบ หัวหน้าศาลเมืองก็ได้ออกจากคฤหาสน์ผู้ว่าไปด้วยท่าทีเด็ด
เดี่ยวพร้อมกับนักล่าสองคน...
“ ท่านลอร์ด...” – พ่อบ้านยังคงพูดขึ ้นมาด้วยท่าทีกังวล เมืองฮุยอันเป็นแค่
เมืองเล็กๆ ดังนั ้นเสียงร้องไม่นานก็ดังมาถึงคฤหาสน์ผู้ว่า
“ ให้เมียกับลูกสาวข้าขึ ้นยานไป ! “ – เมื่อเห็นหัวหน้าศาลเมืองออกไป ผู้ว่า
ก็เผยรอยยิ ้มขมขื่นออกมา เขาโบกมือและพูดขึ ้น – “ ในสถานการณ์แบบนี ้ ถ้าข้าหนี
แทนที่จะรับผิดชอบ ข้าคงต้องตายในท้ายที่สุด อีกอย่างแล้วครอบครัวของข้าก็จะ
เกี่ยวข้องกับโทษของข้าด้วย ในสงครามสองครั ้งแรก มีผู้ว่าหลายคนที่หนีจากเมือง
ตัวเอง ข้าไม่ต้องการเป็นเหมือนพวกบัดซบนั่น ...”
“ ท่านลอร์ด...” – พ่อบ้านน ้าตาไหลออกมา
“ เจ้าเองก็ด้วย จ าไว้ว่าให้ดูแลเมียกับลูกข้าด้วย ... “- ผู้ว่าโบกมือพร้อมกับ
เดินไปหยิบดาบที่ก าแพงและพูดขึ ้น – “ ข้าจะอยู่ที่นี่....”
...
2 นาทีต่อมายานล าเล็กก็ได้บินออกจากคฤหาสน์ผู้ว่าไป ยามทุกคนใน
คฤหาสน์ต่างก็เตรียมปกป้องที่นั่นด้วยกันกับผู้ว่า....
ในห้องโถงของคฤหาสน์ ผู้ว่านั่งอยู่ที่เก้าอี ้ เขาเอามือจับที่ด้ามดาบเอาไว้
พร้อมกับจับที่ป้ายประจ าต าแหน่งของตัวเอง....
ป้ายประจ าต าแหน่งนี ้ไม่ใช่แค่สัญลักษณ์แสดงถึงสิทธิแต่ยังเป็นอุปกรณ์
นักเล่นแร่แปรธาตุด้วย ในตอนวิกฤตมันสามารถใช้การพิเศษได้ อย่างเช่นใช้เป็น
สัญญาณเตือนให้กับเมือง
หน้า 316 จาก 327
หน้า 317 จาก 327
ผู้ว่านั ้นไม่คิดว่าเขาจะได้ใช้การท างานอีกอย่างของมัน เขาอาจจะเป็นคน
แรกที่ใช้การท างานนี ้ในหมู่ 9 เขตชั ้นน าในไทเซีย....
...
แค่เพียง 7 นาทีต่อมาเสียงต่อสู้และกรีดร้องของยามที่คฤหาสน์ก็ดังขึ ้น อีก
2 นาทีต่อมาประตูของคฤหาสน์ก็พังลงพร้อมกับร่างสีแดงที่แห่กันเข้ามา
...
ตอนนั ้นมีร่างหนึ่งยิงล าแสงขึ ้นไปบนฟ้าจากคฤหาสน์เหมือนกับเป็น
สัญญาณ หลังจากที่ขึ ้นไปสูง 70 ไมล์ มันก็ได้เปลี่ยนเป็นสองค าพูด --- เมืองฮุยอัน
ซึ่งคงอยู่เป็นระยะเวลานานโดยเห็นชัดเจนในระยะ 700 ไมล์....
ในขณะเดียวกันป้ายประจ าต าแหน่งของผู้ว่าก็เริ่มสั่นไหวและแตกแต่ถึงยัง
งั ้นมันก็ยังแสดงชื่อเมืองออกมาอย่างชัดเจน
ครึ่งชั่วโมงต่อมาตอนที่อัศวินสองคนของเขตซงซูได้รีบมาที่นี่ พวกเขาก็พบว่า
ทั ้งเมืองนั ้นกลายเป็นเมืองที่ตายไปแล้ว ถนน,ซอย,บ้าน,โรงแรม,โรงเรียนและร้านค้า
นั ้นเต็มไปด้วยศพและเลือด หลังจากที่เข้ามาในเมืองอย่างกับสัตว์อสูร ร่างสีแดงกว่า
30,000 ตัวไม่นานก็เปลี่ยนเมืองนี ้ให้กลายเป็นนรก
เมืองส่วนใหญ่นั ้นโดนไฟลุกไหม้รวมไปถึงศพและเหล้าที่โด่งดังด้วย....
หลังจากที่เห็นแบบนั ้นอัศวินทั ้งสองก็เบิกตากว้างเพราะความหงุดหงิดแต่ถึง
อย่างนั ้นร่างสีแดงที่ว่าก็ได้หนีไปทั่วทุกทิศทางแล้ว
ในตอนที่ร่างสีแดงวิ่งออกมาจากหุบเขาปิงชา พวกมันนั ้นตัวเปล่าเปลือยแต่
ตอนนี ้พวกมันมีเสื ้อผ้าและเกราะใส่แล้วพร้อมกับถืออาวุธแล้ว...
หน้า 317 จาก 327
หน้า 318 จาก 327
ในวันเดียวกันอีกสี่เมืองรอบหุบเขาปิงชาก็ได้เจอกับภัยพิบัติเดียวกัน ผลก็คือ
หลายสิบเมืองและหมู่บ้านได้กลายเป็นซาก คนกว่า 5 แสนคนโดนฆ่าและได้รับ
บาดเจ็บ เขตย่อยลงซีตอนนี ้อยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน
ไฟสงครามได้ปะทุขึ ้นมาในเขตชั ้นน าและท าให้ผู้คนมากมายต้องเสียหายซึ่ง
ท าให้ทั ้งไทเซียต้องช็อก....
หน้า 318 จาก 327
หน้า 320 จาก 327
ในวันนั ้นบัตรเชิญของเขาได้บ่งบอกถึงฐานะของผู้ที่มาร่วมงาน ตระกูลใหญ่
ในสามเขตที่ได้รับบัตรเชิญจาก จางเทีย ล้วนแต่มีอัศวิน ส าหรับตระกูลอื่นๆ แม้ว่าจะ
รวยแต่พวกเขาไม่มีอัศวินและพวกเขาก็ไม่ได้มีสิทธิรับบัตรเชิญจาก จางเทีย
คนธรรมดาจะได้รับบัตรเชิญจากอัศวินดินได้ยังไง ? บัตรของ จางเทีย นั ้น
ส าคัญพอๆกับของผู้ดูแลเขตซึ่งมันต้องส าคัญไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ตาม
จริงๆแล้วมีหลายตระกูลที่ไม่ได้รับบัตรเชิญนั ้นได้มาที่นี่ หลังจากที่รู้ว่านิกาย
มังกรเหล็กนั ้นจะเปิดพิธี หลายคนในตระกูลเหล่านั ้นก็ได้มาที่เมืองนี ้พร้อมกับคนใน
ตระกูลกันตั ้งแต่เช้าและรอโอกาสในการถามถึงความรู้ต่างๆ
เมื่อ นักพรตมังกรไฟ จะตั ้งนิกาย แน่นอนว่าเขาต้องรับศิษย์ในวันนี ้ ข่าวที่ว่า
อัศวินดินก าลังจะรับศิษย์นี ้ดูน่าสนใจอย่างมากส าหรับตระกูลที่ไม่มีอัศวิน อีกอย่าง
แล้วทุกคนต่างก็รู้ว่า นักพรตมังกรไฟ นั ้นแข็งแกร่ง เขาได้บ่มเพาะความรู้ชั ้นขุนนางคือ
สูตรมังกรไฟ ด้วยความแข็งแกร่งนี ้ คุยหลี่ ได้ฆ่าอัศวินปิศาจและอัศวินของกลุ่มสาม
ตาในดินแดนธาตุไปมากมาย เพราะผลงานที่โดดเด่น นักพรตมังกรไฟ จึงได้อาณา
เขตมังกรไฟเป็นรางวัล
ส าหรับตระกูลที่ไม่มีอัศวิน ถ้าพวกเขาสามารถส่งคนเข้าไปและได้มีโอกาส
ได้รับความรู้ชั ้นขุนนางมา ตระกูลพวกนี ้ก็ยอมทุ่มเททุกอย่าง
เมื่อวานประตูของคฤหาสน์ที่เมืองนั ้นมีป้ายขนาดใหญ่ ด้านล่างของป้าย
เหล่านี ้ท าขึ ้นมาจากทองและมีตัวหนังสือที่ท าขึ ้นมาจากทองเขียนเอาไว้ --- บ้านสวน
เทียนของนิกายมังกรเหล็ก ป้ายนี ้ยาวกว่า 2.3 ม.และกว้างกว่า 0.67 ม.
หน้า 320 จาก 327
หน้า 321 จาก 327
เพราะป้ายนี ้ถูกห้อยไว้ด้านออก มันบ่งบอกว่านิกายมังกรเหล็กนั ้นได้ฝังราก
ในอาณาเขตมังกรไฟอย่างเป็นทางการ ก่อนที่ตึกของนิกายจะสร้างเสร็จ ที่แห่งนี ้จะ
เป็นฐานของนิกายชั่วคราว
ในเช้าวันที่ 18 สิงหาคม ถนนด้านนอกบ้านสวนเทียนนั ้นเต็มไปด้วยผู้คน
ส าหรับคนธรรมดาในเมืองนี ้ แม้ว่าจะไม่สามารถเข้าไปที่นี่ได้แต่พวกเขาอาจจะรู้สึก
คุ้มค่ากับการได้เห็นพวกมีอ านาจและเรือบินซึ่งอาจจะไม่มีโอกาสได้ขี่ไปตลอดชีวิต
โดยเฉพาะพวกที่มีลูก พวกเขามาที่นี่ก็เพื่อหาความสนุก ถ้า นักพรตมังกรไฟ
นั ้นรับศิษย์ในวันเปิดนิกาย พวกเขาอาจจะให้ลูกคว้าโอกาสที่เป็นทางลัดไปสู่ชื่อเสียง
และเงินทองได้ เรื่องแบบนี ้มีอยู่ในนิกายและเรื่องเล่าต่างๆ ในตอนที่อาจารย์ผ่านไปที่
ไหนสักที่ อยู่ๆเขาก็ไปเจอเด็กที่ดูพิเศษ เขาน่ะให้ค่ากับพรสวรรค์เขาจึงรับเด็กน้อยมา
เป็นศิษย์ ก็คล้ายกัน หากลูกของพวกเขาโดนนักพรตเห็นคุณค่า เด็กๆก็อาจจะยิ่งใหญ่
ขึ ้นมาได้ ไม่มีใครมั่นใจว่าตระกูลธรรมดาจะไม่มีอัศวินไปตลอด หลายครอบครัวนั ้นมี
ลูกนี่ไม่ต้องพูดถึงพวกวัยรุ่น คนหนุ่มพวกนี ้ต่างก็มีความทะเยอทะยานในการเรียนรู้
ทักษะต่อสู้ภายใน 10 เมืองของอาณาเขตมังกรไฟต่างก็ได้มาที่เมืองนี ้เมื่อหลายวัน
ก่อน พวกเขาต่างก็รอคอยการเปิดนิกายและหาโอกาสในการเข้าร่วมนิกาย
เพราะหลายคนได้มารวมตัวกันด้านนอกบ้านสวนเทียน เจ้าของที่ดินและคน
มีอ านาจในเมืองมากมายเลยเริ่มคึกคัก พวกเขาได้ส่งลูกน้องให้ไปจัดระเบียบด้าน
นอกบ้านสวนเทียนด้วยตัวเอง
ตอนนั ้นเมืองสวนเทียนนี ้คึกคักราวกับจัดงานขึ ้นรับต าแหน่งผู้ดูแลเขตเมื่อ 4
ปีก่อน
หน้า 321 จาก 327
หน้า 322 จาก 327
ตระกูลใหญ่ที่มีอัศวินเกือบทุกที่ซึ่งได้รับค าเชิญได้เดินทางมาที่นี่โดยยาน
และเรือบิน พวกยานรึเรือบินนั ้นจะไปจอดที่ฐานยานในบ้านสวนเทียน บางคนด้าน
นอกบ้านสวนเทียนนั ้นกรีดร้องออกมาหลังจากที่รู้ว่ายานและเรือบินพวกนั ้นเป็นของ
ใครซึ่งท าให้ผู้คนรอบๆต้องอุทานตามกันไปด้วย....
หลังจาก 8 โมงเช้า เรือบินสีด าแดงล ่าหนึ่งยาวกว่า 200 ม.ก็ค่อยๆลงจอด
ที่ฐานยานในบ้านสวนเทียน เมื่อเห็นเรือบินนั ้นและป้ายของตระกูล บางคนในบ้านได้
ตะโกนออกมา
“ อ่ะ นั่นมันเรือบินของตระกูลซู ตระกูลผู้ดูแลเขตหยานซู ตระกูลซูได้ส่งคน
มาเข้าร่วมงานเปิดนิกายด้วย....”
เสียงกรีดร้องท าให้ผู้คนต่างก็สนใจกันขึ ้นมา
...
ในบ้านตอนที่ยานลงจอด ประตูนั ้นก็ได้เปิดออกพร้อมกับมีชายชราที่แต่งตัว
ดีลงมาจากเรือบินพร้อมกับมีผู้ติดตามอีก 10 คนเดินออกมา
“ ซูซิวดง ผู้อาวุโสของวังจิงหง....ได้มาพร้อมกับศิษย์ในตระกูล ...” – คนของ
ตระกูลวังได้รายงานชื่อและข้อมูลของผู้ที่มาถึง เมื่อได้ยินแบบนั ้นทุกคนในบ้านต่างก็
เกือบรู้ว่าตัวแทนของตระกูลผู้ดูแลเขตหยานซูได้มาถึงที่นี่แล้ว
ในตอนที่ตัวแทนพวกนี ้มาถึง ศิษย์ของตระกูลวังที่รับหน้าที่ในการต้อนรับใน
วันนี ้ต่างก็พาพวกนั ้นไปที่สวนหลักที่ใช้เปิดพิธีอย่างสุภาพ
มันถือว่าเป็นโอกาสที่ดีส าหรับคนในตระกูลวังที่ได้เจอกับผู้มีอ านาจจาก
ตระกูลใหญ่ หลังจากที่ได้รับหน้าที่นี ้ ตระกูลวังก็ได้เอางานนี ้เป็นงานส าคัญที่สุดของ
ตระกูล คนระดับสูงในตระกูลวังหลายคนถูกเรียกตัวกลับมา ศิษย์ในตระกูลที่บ้าน
หน้า 322 จาก 327
หน้า 323 จาก 327
สวนเทียนในวันนี ้ต่างก็มีทั ้งผู้หญิงและชายรวมไปถึงบริวารต่างๆอีกทั ้งยังพ่อบ้าน ทุก
คนต่างเลือกมาเป็นพิเศษ พวกเขาได้รับหน้าที่โดยละเอียด เพราะพวกเขาต้องท าให้
นักพรตมังกรไฟ พอใจและแสดงถึงเกียรติของตระกูลวัง ตระกูลวังนั ้นจึงถือว่าหน้าที่นี ้
นั ้นเป็นเกียรติอย่างมาก
สวนหลักที่ใช้เปิดงานนั ้นเป็นพื ้นที่เปิดซึ่งเป็นสนามฝึกในบ้านสวนเทียน จา
กากรตกแต่งแล้วที่นี่ได้กลายเป็นที่ที่ดูสวยงามที่สุดในนิกายแห่งนี ้
ผู้มาถึงได้ถูกน าไปที่ที่นั่งของตัวเองโดยคนของตระกูลวัง
ในสวนแห่นี ้ ต าแหน่งของตระกูลที่ได้รับเชิญมานั ้นจัดตามอ านาจและ
ชื่อเสียง
ในตอนที่ทีมตระกูลซูได้เดินไปที่นั่งของตัวเอง พวกเขาก็คอยทักทายกับผู้คน
รอบๆที่ลุกขึ ้นมาให้พวกเขา
พวกที่มาถึงล้วนแต่น าโดยผู้อาวุโสรึอัศวิน ตามธรรมเนียมแล้วพวกเขาต้อง
มาแต่ผู้อาวุโสและอัศวินที่มาที่นี่ไม่ได้ดูผ่อนคลายเลยไม่เหมือนกับตอนที่เข้าพิธีอื่นๆ
คล้ายแบบนี ้ แม้ว่าจะดูผ่อนคลายแต่ก็ไม่ได้หมายถึงแบบนั ้น ส่วนมากนั ้นดูกังวล
เพราะพวกเขาต่างก็พาพูดคุยกัน พวกเขาจึงพูดคุยเรื่องที่เกิดขึ ้นที่เขตซงซูและคอย
แลกเปลี่ยนข่าวกัน
เพราะพิธีเปิดนั ้นยังไม่ได้เริ่ม นักพรตมังกรไฟ จึงไม่ได้อยู่ที่นี่ ดังนั ้น
บรรยากาศในตอนนี ้จึงดูสบายๆ
พิธีเปิดนี ้เหมือนกับการนัดประชุมกันระหว่างตระกูลใหญ่จากทั ้งสามเขต
มากกว่า
หน้า 323 จาก 327
หน้า 324 จาก 327
หลายวันมานี ้สิ่งที่เกิดขึ ้นในเขตซงซูนั ้นได้โด่งดังไปทั่วไทเซีย พวกคน
ธรรมดานอกบ้านสวนเทียนนั ้นถือว่ายังไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ ้นในเขตซงซู แม้ว่า
พวกเขาจะได้ยินข่าวมาแต่พวกเขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไร หลายคนน่ะคิดว่าเป็นเรื่องก่อ
จลาจลแต่สิ่งที่เกิดขึ ้นในเขตซงซูนั ้นเป็นเรื่องคอขาดบาดตายส าหรับตระกูลใหญ่ที่มี
อัศวิน
คฤหาสน์ของตระกูลซูนั ้นอยู่ใกล้กับวังไฮหยวนและตระกูลเฉียนที่เป็นตระกูล
ผู้ดูแลเขตตงซู ในฐานะตระกูลผู้ดูแลเขตที่มีอัศวินดินและปกครองเขต แน่นอนว่า
ตัวแทนของตระกูลเหล่านี ้ล้วนแต่อยู่ด้านหน้าหมด
ผู้อาวุโสมูยู ได้มาที่นี่ในนามของวังไฮหยวน ผู้อาวุโสเฉียนไฮเชา ได้มาที่นี่ใน
นามของตระกูลเฉียน ในตอนที่ผู้อาวุโสตระกูลซูได้พาทีมมาที่นี่ ผู้อาวุโสมูยู และ ผู้
อาวุโสเฉียนไฮเชา ต่างก็กระซิบบางอย่างกันโดยมีอัศวินและผู้อาวุโสของตระกูลอื่นๆ
รายล้อม
ทุกคนที่นี่ต่างก็แสดงท่าทีเคร่งขรึม
แค่เพียงไม่กี่วันทั ้งเขตซงซูตอนนี ้ก็เพิ่มความวุ่นวายขึ ้นมาอีก
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น